ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เถื่อนเพลิงเสน่หา

เล่ห์เถื่อนเพลิงเสน่หา

เมื่อธารต้องการทายาทสืบสกุลจึงวางแผนให้หนึ่งธิดามาอุ้มท้อง ทว่าทิวเขาหลานชายที่ผิดหวังในรักกลับเกลียดผู้หญิงเข้าไส้ เขาเข้าใจผิดว่าเธอหวังฮุบสมบัติประจำตระกูลจึงใช้กำลังบีบบังคับเธออย่างป่าเถื่อนในกระท่อมกลางไร่ แม้หนึ่งธิดาจะพยายามเจรจาเพื่อเอาตัวรอดจากความรุนแรง แต่เขากลับตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมออดอ้อนป้าของเขา ทิวเขาประกาศกร้าวว่าหากมีลูกด้วยกันจริง เขาจะพรากเด็กไปและไม่ยอมให้แม่ใจคอสกปรกเช่นเธอได้แตะต้องลูกเด็ดขาด
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ก็จริงนะคะ แต่คุณท่านก็คงต้องให้เวลาคุณทิวอีกสักหน่อย มะลิเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างคุณท่านและคุณทิวไม่ไร้ทายาทสืบสกุลหรอกค่ะ”

“ถ้าฉันจะให้หนึ่งธิดามาเป็นเมียหลานชายของฉันจะได้ไหม” ประโยคของธารทำให้สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างตกใจ ไม่คิดว่าธารจะพูดแบบนี้ออกมา

“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะเอาเปรียบ แต่ฉันคิดในฐานะคนแก่ที่อีกไม่กี่ปีก็คงจะจากโลกนี้ไปแล้ว ฉันอยากให้ลูกชายได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงดี ๆ สักคน แต่ทิวเขารักเพียงฟ้ามาก คงไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ไหน แล้วฉันเองก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน”

“คุณท่านหมายความว่ายังไงคะ”

“ฉันเพิ่งตรวจพบมะเร็ง คงอยู่ได้อีกไม่นาน เรื่องนี้ฉันก็ยังไม่ได้บอกทิวเขา ฉันเป็นห่วงเขามาก เขาเป็นหลานชายคนเดียวของฉัน ฉันอยากให้เขามีทายาทสืบสกุล” คนพูดลอบยิ้มในหน้า กับแผนการอันแยบยลของตัวเอง

ธารยอมรับว่าเลี้ยงหนึ่งธิดามาอย่างดีเพราะอยากให้หนึ่งธิดาเป็นเมียหลานชายคนเดียว อาจเพราะถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้ดูแลกันมาหลายปีก็เห็นว่าหนึ่งธิดาเป็นคนดี เป็นคนขยัน เหมาะที่จะเป็นแม่ของลูกที่ดีให้ผู้ชายสักคน

“แต่คุณทิวเขาไม่ได้รักไม่ได้ชอบหนึ่งธิดา จะให้ไปเป็นเมียได้ยังไงกันคะ” มะลิเป็นกังวล ไม่อยากให้ลูกสาวอยู่กินกับผู้ชายที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ

“นั่นแหละประเด็น ฉันแค่ต้องการทายาท ไม่ได้จะบีบบังคับให้อยู่ด้วยกัน”

“หมายความว่ายังไงคะ” มะลิยังไม่เข้าใจ

“ดูเหมือนฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำแบบนี้ แต่ฉันแค่อยากให้หนึ่งธิดาเป็นเมียลูกชายของฉันชั่วคราวจนกว่าจะมีทายาท แต่ฉันไม่ได้จะเอาเปรียบเธอสองคนแม่ลูกหรอกนะ ฉันจะส่งหนึ่งธิดาให้เรียนจนจบ จะเรียนถึงระดับปริญญาเอกก็ได้ จะให้เรียนต่อหลังจากคลอดลูก แล้วก็จะให้เงินก้อนหนึ่งจำนวนห้าล้านบาทกับเธอสองแม่ลูก เอาไปตั้งตัว หนึ่งธิดาเรียนจบก็จะมีงานดีๆ ทำ ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก ฉันต้องการแค่เหลนมาสืบสกุลเท่านั้น”

สองแม่ลูกมองหน้ากัน หนึ่งธิดาดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไป เพราะเธอไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้

“ฉันไม่ได้บังคับนะ ฉันแค่เสนอ เธอสองคนแม่ลูกไม่ต้องทำก็ได้ และยังทำงานที่นี่ได้เหมือนเดิม ฉันจะไม่โกรธเคืองอันใด จะยังส่งหนึ่งธิดาเรียนต่ออยู่เหมือนเดิม เพราะว่าเขาเป็นเด็กดีและขยันมากๆ เสียดายจริง ๆ ถ้าทิวเขาจะมองข้ามผู้หญิงดี ๆ แบบหนึ่งธิดาไป” ธารมองหนึ่งธิดาแล้วยิ้ม ท่านเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้าอย่างที่สุด

“มีลูกแล้วฉันจะดูแลหลานของฉันให้ดีเอง ถึงจะเป็นมะเร็งก็ยังพอมีทางรักษาและยืดอายุของฉันให้ยืนยาวไปอีก แค่ดูแลสุขภาพให้ดี อีกอย่างทิวเขาก็น่าจะรักลูกของตัวเองบ้างแหละ อย่างน้อยนั่นก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา”

“ไม่ต้องรีบคิดหรอก ยังไม่ต้องตอบตกลงอะไรตอนนี้ก็ได้ ฉันไม่ได้บังคับอะไรเธอสองคนแม่ลูก แต่ที่ฉันเลือกหนึ่งธิดาเพราะเธอเป็นเด็กดี หลานของฉันที่คลอดออกมาก็จะมีพันธุกรรมที่ดี พ่อแม่เป็นคนดีลูกก็ต้องมีสายเลือดที่ดี ฉันคิดแบบนั้นนะ” ธารมองหนึ่งธิดาอย่างเอ็นดู สายตานั้นมะลิเองก็เห็น

“เราสองคนเป็นหนี้บุญคุณคุณท่าน ถ้าไม่มีคุณท่านวันนั้น เราสองคนก็คงไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว แต่เรื่องนี้มะลิแล้วแต่ลูกค่ะ มะลิไม่เคยบังคับลูก”

“หนึ่งยินดีทำตามที่คุณท่านต้องการค่ะ” หนึ่งธิดาครุ่นคิดก่อนจะตอบตกลง

“เธอพูดจริง ๆ เหรอหนึ่งธิดา” ธารมีท่าทีดีใจเป็นอันมาก

“พูดจริงๆ ค่ะ อย่างที่แม่บอก คุณท่านมีบุญคุณกับพวกเราสองแม่ลูกมากๆ ถ้าไม่มีคุณท่านพวกเราสองแม่ลูกคงโดนข่มขืนและโดนฆ่าตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ตายก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ยังไง คุณท่านพามาชุบเลี้ยงดูแล ให้งาน ให้เงิน ให้ที่อยู่ที่กิน บุญคุณท่วมหัว หนึ่งยินดีที่จะตอบแทนบุญคุณคุณท่านทุกอย่าง ตามที่คุณท่านต้องการค่ะ คุณท่านไม่ได้ให้หนึ่งไปทำเลว ทำไม่ดี ทำบาปทำกรรมหรือเรื่องผิดกฎหมายเสียหน่อย แต่หนึ่งไม่ขอรับเงินของคุณท่านนะคะ เพราะคุณท่านส่งเสียให้หนึ่งได้เล่าเรียน เลี้ยงดูกันมาตั้งหลายปีแค่นี้ก็เป็นพระคุณมากมายแล้วค่ะ” หนึ่งธิดาคิดถึงอนาคตของตัวเอง

หนึ่งธิดาคิดว่า เธอจะได้เรียนสูง ๆ มีงานดี ๆ ทำ ได้ดูแลมารดาให้ดีในบั้นปลายชีวิต เธออยากตอบแทนบุญคุณมารดา และตอบแทนบุญคุณธารด้วย

แม้คิดว่าคลอดแล้วจะต้องห่างจากลูก แต่ธารเป็นคนที่ดีมากๆ ท่านจะต้องรักและดูแลลูกของเธออย่างดี เธอมั่นใจเช่นนี้

“เธอคงไม่ว่าฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหม พอคลอดลูกแล้วฉันเอาลูกเธอมา แถมจะยังไม่บอกว่าเธอคือแม่อีก แต่ฉันจะอนุญาตให้เธอช่วยเลี้ยงลูกได้นะ” ธารเป็นคนดีอย่างที่สองแม่ลูกเชื่อมั่นจริง ๆ เพราะไม่ได้กีดกัน เป็นข้อเสนอที่หนึ่งธิดาคิดว่าเธอมีแต่ได้กับได้ แถมยังได้ตอบแทนบุญคุณด้วย เธอจึงตอบตกลง

“แต่คุณทิวเขาจะยอมเหรอคะ” ประโยคของเด็กสาวทำให้ธารถอนใจเฮือกใหญ่

“ฉันก็ไม่แน่ใจนะ แต่จะลองคุยกับเขาดู เผื่อเขาจะเห็นใจคนแก่อย่างฉัน มีทายาทให้ฉันได้อุ้มสักคนก่อนตาย”

“นี่เป็นผลการเรียนของหนูค่ะ หนูเรียนจบแล้วนะคะ ไม่นานก็จะรับประกาศนียบัตรค่ะ” เธอเลือกที่จะเรียนไปทีละขั้นคือจบ ปวช. ก็ต่อปวส. ค่อยต่อปริญญาตรี เพราะว่าการเรียนสายอาชีพมันทำให้เรามีความรู้สามารถประกอบอาชีพได้เลย ไม่เหมือนเรียนจบมัธยมศึกษา แล้วไปต่อปริญญาตรีที่ต้องเรียนยาวไปเลย เธออยากให้มารดาได้ตั้งหลักบ้าง อีกทั้งยังเกรงใจธาร ถ้าเธอได้ทำงานไปเรียนไปก็น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากกว่า

“เรียนเก่งจริง ๆ เด็กคนนี้ มะลิเธอต้องภูมิใจในตัวลูกของเธอนะ ดูสิ เรียนได้เอทุกวิชา ฉันเองก็ภูมิใจ ไม่เสียแรงที่ส่งเสียให้เล่าเรียน” คนพูดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขที่เด็กสาวที่อุปการะเรื่องทุนการศึกษาเอาไว้เป็นคนเก่งและคนดีเช่นนี้

“เอาละ กลับไปพักผ่อนได้แล้ว วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เรื่องที่ฉันจะคุยกับทิวเขา ฉันจะบอกมะลิกับหนึ่งว่าเขาจะตอบตกลงไหม” คนพูดดูมีความหวังในเมื่อเด็กสาวที่เอ็นดูตอบตกลง ทิวเขาเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้นางจะไม่ใช่บิดามารดาบังเกิดเกล้า แต่ก็เลี้ยงทิวเขามาด้วยความรัก ทิวเขาเองก็รักนางมาก ขอแค่นี้คงไม่มีปัญหาอะไร

จริง ๆ แล้วธารมีอะไรมากกว่านั้น แต่นางก็ไม่ได้พูดออกมา

“เราดื่มเหล้าทุกวันแบบนี้ เดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขาหันไปมอง เขาปลีกตัวมาอยู่ที่กระท่อมตรงลำธารเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร

“คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ป้าจะมีอะไรล่ะ นอกจากเป็นห่วงเรา ดื่มเหล้าขนาดนี้เดี๋ยวก็เป็นตับแข็งตายหรอก”

“ไม่หรอกครับ ดื่มนิด ๆ หน่อย ๆ เอง”

“ไม่นิดหน่อยกระมัง ป้ารู้ว่าเราดื่มหนักทุกคืน ตอนกลางวันก็ยังไปทำงานหนักในไร่อีก ข้าวปลากินบ้างไหมนี่ เราซูบผอมไปมากนะ หนวดเคราก็รกรุงรังไปหมด”

“กินสิครับคุณป้า” เสียงของทิวเขาอ่อนลง กับผู้เป็นป้าเขาไม่เคยเสียมารยาทหรือพูดอะไรให้ต้องเสียใจ เพราะท่านชุบเลี้ยงเขามา รักเขาเหมือนลูกในไส้ บิดามารดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเป็นแค่เด็กน้อยไร้เดียงสา

“ผู้หญิงคนเดียวเราจะไปให้ความสำคัญหรือเสียใจกับเขาขนาดนี้ทำไม ยิ่งเขาไม่รักเรา เราก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ ถ้าแม่เพียงฟ้ามาเห็นเราตอนนี้ คงจะเที่ยวพูดกับใคร ๆ ว่าคิดถูกแล้วที่ทิ้งเราไป เพราะขนาดตัวเราเองยังไม่รัก”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่รักเมียตีตรา
9.2
ชญานินต้องตกอยู่ในฐานะเมียบำเรอที่ถูกซ่อนเร้นของเตชิน เพียงเพื่อทดแทนบุญคุณที่ค้ำคอเธออยู่ แม้ชายหนุ่มจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดชังเธอเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ลับๆ นี้กลับดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนกระทั่งคนรักตัวจริงของเขาปรากฏตัวขึ้น เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตเขาตามข้อตกลง ทว่าการจากลาครั้งนี้ชญานินไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เธอยังนำสายเลือดของตระกูลการัณยภาสที่กำลังเติบโตในครรภ์ติดตัวไปด้วยโดยที่เขาไม่เคยรับรู้
หน้าปกนวนิยาย หลังจากฉันเสียชีวิต เขาก็ล่มสลาย
8.1
ฉินซื่อเฝ้ารักเจียงหร่วนมานับสิบปี จนสบโอกาสแต่งงานกับเธอในวันที่ตระกูลเจียงล่มสลาย แต่ชีวิตคู่ที่แสนหวานกลับกลายเป็นฝันร้ายในปีที่ห้า เมื่อเขาบังคับให้เธอทำแท้งเพื่อผู้หญิงอีกคน เจียงหร่วนได้รู้ความจริงอันโหดร้ายว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการล่มจมของครอบครัวเธอ เธอจึงร่วมมือกับศัตรูแกล้งตายเพื่อหลบหนีไป ทิ้งให้ฉินซื่อจมกองน้ำตาด้วยความเสียใจที่สายเกินไป พร้อมเตรียมแผนการล้างแค้นให้เขาชดใช้อย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ
หน้าปกนวนิยาย รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย พิษรักร้าย Toxic Love
9.1
เมื่อริกบุกรุกเข้าห้องพักของนินิวในยามวิกาล ความขัดแย้งระหว่างอดีตคนรักจึงปะทุขึ้น นินิวพยายามไล่เขาให้ไปหาภรรยาคนปัจจุบันอย่างโมเน่ แต่ริกกลับอ้างสิทธิ์ในตัวเธอด้วยความหึงหวงหลังเห็นเธอใกล้ชิดกับไทม์ แม้นินิวจะยืนยันว่าความสัมพันธ์จบลงแล้วเพราะความเลวของเขา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและอารมณ์รุนแรง นินิวต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอแสนรังเกียจในฐานะหนึ่งในกลุ่มวิศวะที่มีความรักอันเป็นพิษและแสนดุดัน
หน้าปกนวนิยาย อหังการซาตานเถื่อน ชุด ซาตานเมดิเตอเรเนียน
8.8
เพเรอคลิส ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรีซ ถูกล่อลวงให้ติดกับดักสวาทของแสนดี ลูกสาวแม่บ้านผู้ทะเยอทะยาน แม้จะรู้ว่าเป็นแผนร้าย แต่มังกรหนุ่มกลับยินดีขย้ำเหยื่อสาวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนจบลง เขากลับเปลี่ยนร่างเป็นซาตานผู้ไร้หัวใจ ตอกย้ำสถานะนางบำเรอและเหยียดหยันความรักของเธออย่างเลือดเย็น ทิ้งให้แสนดีที่ถูกแม่แท้ๆ นำมาประเคนให้ต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดในขุมนรกที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นเพียงชั่วนิรันดร์