
ผัวท่านประธาน ปล่อยฉันเถอะ!
ตอน 3
เมื่อเข้ามาบริเวณล็อบบี้ชั้นหนึ่งกับไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว เฉี่ยนโลว่เดินตรงไปขึ้นลิฟต์ แล้วกดลิฟต์ไปยังชั้นที่ 28 ซึ่งเป็นห้องทำงานของประธานบริษัท ทันทีที่เธอเดินออกมาจากลิฟต์ เธอก็ได้ยินเจิ๋อหมิงกำลังให้สัมภาษณ์ “อีกไม่นาน ผมกำลังจะหมั้นกับซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ กรุ๊ป ขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจ ขอบคุณจริง ๆ ครับ”
นี่เขากำลังจะ หมั้นกับฟู่ซินหยู ลูกสาวประธานบริษัทฟู่ซื่อ ฯ อย่างนั้นน่ะเหรอ! ซินหยู? เพื่อนสนิทกว่า 11 ปีของเธอน่ะเหรอ?
เฉี่ยนโลว่รู้สึกเหมือนถูกระเบิดปาใส่หน้า จื่อซีที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอเป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาแทบจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายหมอนั่น
เฉี่ยนโลว่ดึงชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ เธอส่ายหัวให้เขาด้วยความอยากรู้ว่าเจิ๋อหมิงจะพูดอะไรต่อ
“คุณชีคะ เห็นเขาว่ากันว่าคุณกำลังคบหาดูใจอยู่กับลี่เฉี่ยนโลว่ ลูกสาวคุณลี่เซี่ยนเฉิงนี่คะ ทำไมตอนนี้ถึงมาประกาศหมั้นกับคุณฟู่ได้ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ”
เจิ๋อหมิงผู้ซึ่งได้รับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของบริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป ตั้งแต่อายุเพียง 24 ปี เขาได้รับฉายาในแวววงชั้นสูงว่าเป็นหนุ่มโสดทองคำเลยทีเดียว ยังไม่รวมกับนิสัยที่อ่อนโยน และหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้เขาเป็นที่ไฝ่ฝันของบรรดาสาว ๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ชอบเขาตั้งแต่แรก หรือไม่จริง?
“ใช่ครับ ผมเคยคบกับเธอ แต่เราเลิกกันไปนานแล้วครับ” เจิ๋อหมิงตอบบรรดาสื่อมวลชนด้วยท่าทีที่สุภาพ น้ำเสียงนุ่มแลดูเป็นมิตร
ทว่าคำพูดของเขาเป็นเหมือนมีดที่กำลังกรีดลงกลางใจขอเฉี่ยนโลว่
อยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว หลังจากดื่มไวน์ที่เจิ๋อหมิงเป็นคนยื่นให้ และคนที่พาเธอเดินขึ้นลิฟต์ไปก็คือซินหยู
“ฮ่าๆๆๆ...” ระหว่างที่นักข่าวกำลังซูมกล้องเข้าไปใกล้ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เสียงนั้นดังมากจนทุกคนในห้องได้ยิน
ทุกคนหันกลับมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่าเสียงหัวเราะนั้นมาจากหญิงสาวที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
“เฉี่ยนโลว่! นั่นลี่เฉี่ยนโลว่! ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของลี่เซี่ยนเฉิง!” นักข่าวผู้ช่ำชองจำเฉี่ยนโลว่ได้ ทันใดนั้น นักข่าวคนอื่น ๆ ต่างก็กรูกันเข้ามา เพื่อต้องการสัมภาษณ์เธอ
สีหน้าของเจิ๋อหมิงดูไม่ค่อยดีนักหลังเห็นเฉี่ยนโลว่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่บริษัทได้? เธอหายไปไหนมา หลังจากดื่มไวน์แดงแก้วนั้น? เจิ๋อหมิงไม่ได้รักเธอแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาปรารถนาก็คือร่างกายของเธอ ซึ่งเมื่อคืนเขาก็เกือบจะได้มันไปครอบครองอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เขาละไปทักทายเซี่ยนเฉิง เขาก็คลาดสายตาจากเธอไป ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ โธ่ เอ้ย!
“หัวเราะทำไมเหรอคะคุณลี่”
“คุณรู้เรื่องประธานบริษัทลี่บ้างไหมครับ?”
“ช่วยบอกสาเหตุการเลิกลากันระหว่าคุณกับคุณชี ผู้จัดการใหญ่หน่อยได้ไหมคะ? ”
บรรดานักข่าวต่างพากันยิงคำถาม เฉี่ยนโลว่ไม่ได้ละสายตาไปมองคนอื่นเลย นอกจากจ้องตรงไปยังเจิ๋อหมิงด้วยความไม่พอใจ เธอมองเขาราวกับเขาเป็นศัตรู
เขาไม่ได้อธิบายอะไรเลย เธอจึงได้ข้อสรุปว่า เจิ๋อหมิงกับพ่อของเขาตั้งใจจะแย่งบริษัทนี้ไปจากพ่อของเธอ ก่อนจะทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี มิหนำซ้ำเขายังประกาศหมั้นกับเพื่อนสนิทของเธออีกด้วย
เรื่องนี้เธอโทษใครไม่ได้ เพราะจื่อซีก็เคยเตือนเธอไว้แล้วว่าซินหยูดูไม่ค่อยหน้าไว้วางใจ แต่เธอก็ไม่ฟังเขา
“อยากรู้เรื่องอะไรกันเหรอคะ? ฉันยินดีที่จะบอกทุกเรื่องค่ะ เหตุผลที่เราเลิกกันน่ะเหรอ? พวกคุณรู้ไหมคะฉันให้ฉายาเขาว่าอะไร ชีสามวิ! ถูกแล้วค่ะ เรื่องบนเตียง เขาอั้นได้แค่สามวินาทีเท่านั้น ดูดีแค่ภายนอก ส่วนฟู่ซินหยูก็แอบหักหลังฉัน พวกเขาแอบกินกันหลับ ๆ ตั้งแต่เขายังไม่เลิกกับฉัน ตอนนี้พวกเขาร่วมมือกันใส่ร้ายพ่อฉัน ยึดบริษัทนี้ไป ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับพวกเขา เราขาดกัน!”
แค่ช่วงไม่กี่วินาทีที่เฉี่ยนโลว่พูด ทุกคนในห้องต่างพากันเอามือขึ้นปิดปาก เจิ๋อหมิงจ้องมาที่เธอด้วยใบหน้าเหยเก ที่เธอพูดมา มีแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้นที่เป็นความจริง นี่เธอมีหน้ามาเรียกฉันว่าชีสามวิงั้นเหรอ? ทั้งคู่คบกันมานานถึงสามปี เขาน่าจะจัดการเธอให้จบ ๆ แสดงให้เธอเห็นว่าเขาอึดได้เพียงสามวิจริง ๆ หรือเปล่า
“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดีครับ เฉี่ยนโลว่ แต่ว่าการที่คุณมาพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ หลักฐานมัดตัวลุงลี่ อย่างชัดเจน คุณพ่อผมกับผมก็ผิดหวังเหมือนกัน ส่วนซินหยู…” เจิ๋อหมิงปรับอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ เฉี่ยนโลว่ก็เดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท ด้วยความช่วยเหลือจากจื่อซี เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาด้วยซ้ำ
บรรดานักข่าวจึงต้องหันกลับไปสนใจเจิ๋อหมิงอีกครั้ง
ณ ห้องทำงานประธานบริษัท
จื่อซีไม่ได้เดินเข้ามาด้วย เขายืนรออยู่ข้างนอกแทน
เฉี่ยนโลว่ผลักประตูเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้อง เซี่ยนเฉิงนั่งหลับตา เอามือกุมไปที่ขมับ ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง
“พ่อคะ...”
“เฉี่ยนโลว่ มาแล้วเหรอ” เซี่ยนเฉิงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉี่ยนโลว่ถึงกับน้ำตาซึม เพราะรอยยิ้มของเขาดูเศร้าหมองยิ่งนัก
“พ่อคะ อย่าเศร้าไปเลย พ่อยังมีย่า มีหนูอยู่นะคะ” เฉี่ยนโลว่พยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด แต่เมื่อเธอหันไปเห็นผมหงอกบนศีรษะของบิดา เธอถึงกับทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา
ตอนนั้นเองที่เธอตระหนักได้ว่าเธอช่างเป็นลูกอกตัญญูยิ่งนัก พ่อเธอทำงานหนักเพื่อให้เธอได้ใช้จ่ายอย่างสบาย แต่ไม่มีสักครั้งที่เธอจะทำอะไรเพื่อตอบแทนท่าน
“เฉี่ยนโลว่ลูกพ่อ ต่อไปนี้พ่อไม่มีอะไรจะให้ลูกได้อีกแล้ว” เซี่ยนเฉิงก้มหน้าดูข้อมูลในรายงานคอมพิวเตอร์ เขารู้สึกราวกับกำลังโดนมีดกรีดแทงหัวใจอยู่
“พ่อคะ หนูไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น หนูขอแค่ให้หนูได้อยู่กับคุณพ่อ และคุณย่า หนูก็มีความสุขมากแล้วค่ะ” เฉี่ยนโลว่เดินตรงเข้าไปหาพ่อของเธอ ก่อนจะโผกอดผู้ชายคนที่คอยดูแลปกป้องเธอมาตั้งแต่เกิด
เมื่อเห็นลูกสาวเข้าใจสถาการณ์เป็นอย่างดี เซี่ยนเฉิงก็รู้สึกดีขึ้น เขาเอามือตบไปที่หลังมือของลูกสาวเบา ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้า ๆ เก็บของแล้วเดินออกจากห้องไป
เซี่ยนเฉิงกับเฉี่ยนโลว่เดินออกมาจากห้องทำงานพร้อมกัน ตอนออกมา เจิ๋อหมิงได้กลับไปแล้ว บรรดานักข่าวยังคงปักหลักรอทั้งคู่อยู่ ทันทีที่เห็นเซี่ยนเฉิง พวกเขาก็รีบกรูกันเข้ามา
“คุณลี่คะ มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเรื่องที่โดนกล่าวหาบ้างไหมคะ? ”
“คุณชีหยูนจงแจ้งมาว่า หากคุณลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท บริษัทจะไม่เอาผิดคุณ คุณคิดว่ายังไงคะ?”
“ท่านประธานลี่ครับ…”
เซี่ยนเฉิงยังไม่อยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความที่เฉี่ยนโลว่ไม่อยากเห็นพ่อต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้ เธอจึงออกโรงปกป้องพ่อ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ทำไมพวกคุณถึงต้องบังคับให้พ่อฉันยอมรับในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำด้วยล่ะคะ? เขาถูกคนเลวพวกนั้นใส่ร้าย เราจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อให้ได้สักวัน”
“คุณลี่คะ คุณหยูนจงเขาเป็นคนไม่ดีอย่างที่คุณบอกจริง ๆ เหรอคะ?” นักข่าวคนหนึ่ง อยากจะหาประเด็นไปเขียนข่าว เขาได้จับเอาคำพูดของเธอมาเป็นประเด็นหลัก
“ฉันว่าฉันพูดออกไปชัดเจนดีแล้วนะคะ สักวันความจริงจะปรากฎ” แม้เธอจะไม่มีความรู้ทางด้านธุรกิจเลย แต่เฉี่ยนโลว่ไม่เคยกลัวใคร เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพ่อของเธออย่างเด็ดขาด ลุงหยูนจง เจิ๋อหมิง ซินหยู แล้วเราจะได้เห็นดีกัน! ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของหญิงสาวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่ก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย
“ท่านประธานครับ บริษัทลี่ซื่อ กรุ๊ป เปลี่ยนมือแล้ว เรายังจะเข้าไปซื้อบริษัทตามที่วางแผนไว้ไหมครับ” ผู้ช่วยหยูนฉี่กำลังตรวจสอบเอกสารข้อมูลที่ได้รับมา ทุกอย่างราบรื่นดี เว้นแต่เรื่องที่มีการเปลี่ยนเจ้าของ
คุณอาจจะชอบ





