
ลุ้นรักวิวาห์ร้อน
ตอน 2
“ก็แกไม่ได้ถามฉันนี่นา ก็แค่รู้จักชื่อไม่ได้สนิทสนมอะไรขนาดนั้นหรอก” ฉันแบ่งรับแบ่งสู้พยายามไม่มองหน้าเขา แต่รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองมาที่ฉัน คงคิดหาทางแกล้งกันอยู่แน่ ๆ
“ไม่สนิทแต่ก็เห็นกันทุกวันไม่ใช่เหรอครับน้องข้าว เราเป็นเพื่อนบ้านกันลืมไปแล้วเหรอครับ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็นคนมีอัธยาศัยดีต่อหน้าคนอื่น
สร้างภาพเห็น ๆ
“โลกกลมจังเลยเนาะ ถ้างั้นมึงก็นั่งเป็นเพื่อนน้องเขานี่ล่ะ คนกันเองทั้งนั้นเดี๋ยวกูมา”
“โอเคว่ะเพื่อน กูนั่งคนเดียวก็เหงาเหมือนกัน เพื่อนคนอื่น ๆ แม่งหนีกลับกันหมด”
“ฝากเพื่อนพี่ด้วยนะสาว ๆ เดี๋ยวมาดริ้งกัน”
“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ต๋อง จะดูแลให้ดีที่สุดเลยค่ะ” โบ๊ททำท่าทางกระดี๊กระด๊า สีหน้าระรื่นราวกับเขาจะเอามันทำเมียซะอย่างนั้นล่ะ
ฉันอยากเตือนมันให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้สำส่อนมากแค่ไหน พาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า ที่รู้เพราะห้องฉันกับเขาอยู่ตรงข้ามกัน เห็นผู้หญิงมายืนสูดอากาศที่หน้าต่างยามเช้าเป็นประจำ สงสัยเป็นโรคติดเซ็กซ์แน่ ๆ
หลังจากคู่บ่าวสาวเดินไปแล้วเขาก็ยืนส่งยิ้มให้โบ๊ท เห็นแล้วฉันก็เบะปากยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มไปพลาง ๆ ทำเป็นไม่สนใจ
“เชิญนั่งค่ะพี่ฟีฟ่า” เพื่อนสาวฉันตบปุลงที่เก้าอี้ข้างตัว แต่ทว่าเขากลับเดินอ้อมมานั่งข้างฉันซะอย่างนั้น
“ผมอยากนั่งฝั่งนี้ครับจะได้มองหน้าน้องโบ๊ทได้ถนัด ๆ” เขาส่งรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้อีเพื่อนสารเลวของฉัน คงรู้แหละว่ามันชอบเลยแกล้งทำเป็นสนใจ
หวานเสน่ห์ไปทั่ว แต่โทษทีมันใช้กับคนอย่างฉันไม่ได้หรอก
“อุ๊ย! ทำไมปากหวานอย่างนี้ สงสัยสาวในสต๊อกคงจะเยอะแน่ ๆ” ฉันล่ะเกลียดท่าทีสะดีดสะดิ้งของอีโบ๊ทซะเหลือเกิน
“ไม่หรอกครับ ไม่เชื่อถามน้องข้าวก็ได้”
“อย่ามายุ่งกับฉัน คนอย่างฉันไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างนายหรอก แค่บ้านติดกันก็เป็นเสนียดมากพอแล้ว” ฉันว่าพร้อมเขยิบเก้าอี้ออกห่างจากเขา
“อีข้าว! ทำไมแกพูดจาหมาไม่แดกอย่างนี้ พี่เขาพูดกับแกดี ๆ นะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมกับน้องข้าวก็หยอกกันอย่างนี้เป็นประจำล่ะ ใช่ไหมครับน้องข้าว เย็นนี้กลับบ้านพร้อมพี่ไหมทางเดียวกันไปด้วยกันจะได้ประหยัดค่าน้ำมัน” ว่าพร้อมยักคิ้วกวน ๆ ให้ ถ้าอยู่กันสองต่อสองอย่าหวังว่าจะได้เห็นภาพนี้ เขาคงจะด่าฉันกลับเหมือนทุกครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกัน
“เชิญกลับไปคนเดียวเถอะย่ะ แล้วไม่กระดากปากเหรอที่เรียกฉันว่าน้อง ปกติเห็นเรียกฉันว่ายัยนั่นยัยนี่ตลอดนี่นา เผยธาตุแท้ออกมาสิหรือว่าอาย?” ฉันถือโอกาสตอบกลับคืนบ้าง ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย ถ้ามีผู้ชายคนนี้เหลืออยู่คนเดียวบนโลก ฉันจะไม่มีทางเอามาทำพ่อพันธุ์แน่นอน
สีหน้านายฟีฟ่าเริ่มขรึมขึ้นทันตาเมื่อโดนยั่วโมโห นั่นไงทำตัวเป็นคุณชายได้แค่ไม่กี่นาทีหรอก ผู้ร้ายก็คือผู้ร้ายวันยังค่ำ ไม่มีทางเป็นตำรวจได้หรอก
“เอ่อ...ฉันว่าเราดื่มกันดีกว่าไหม เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกัน” โบ๊ทเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นโดยการชวนพวกเราดื่ม
“ดีเหมือนกันครับน้องโบ๊ท ว่าแต่ไม่ดื่มเหล้ากันเหรอเห็นจิบแต่ไวน์” เขาเปลี่ยนท่าทีหันไปสนทนากับโบ๊ท เปลี่ยนอารมณ์เก่งสงสัยคงจะทำบ่อยจนชินแล้วสินะ
“ดื่มสิคะ จิบรอเพื่อนเฉย ๆ ถ้าพี่ฟีฟ่าต้องการเดี๋ยวโบ๊ทจัดให้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ ขอเข้ม ๆ เลยนะพอดีว่าผมไม่ชอบดื่มอะไรอ่อน ๆ อย่างนี้หรอก” คนพูดปรายตามองมาที่ฉัน มีหรือที่คนอย่างขวัญข้าวจะยอมแพ้
“ใครอ่อนยะ”
“ถ้าไม่อ่อนน้องข้าวก็มาดวลกับพี่สิ”
“นายกล้าท้าฉันเหรอ ไม่รู้จักลูกสาวเฮียป้อคอทองแดงซะแล้ว” ป้อที่ว่าคือพ่อฉันเองค่ะ จัดจ้านในย่านนี้ก็พ่อฉันนี่ล่ะค่ะ “อีโบ๊ทขอเข้ม ๆ” ปากก็สั่งเพื่อนแต่สายตากลับจ้องมองไอ้ตัวดีที่กล้าท้าทายฉัน
“ดะ...ได้ มึงเอาจริงดิกูว่าอย่าไปท้าพี่เขาเลยนะ ยังไงผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็สู้ไม่ไหวหรอก”
“ไม่ต้องมาเสือกมีหน้าที่ชงก็ชงไป” ฉันหันขวับมามองแรงใส่เพื่อนสาว นางยิ้มแหย ๆ สู้เพราะรู้ดีว่าเวลาที่ฉันโมโหใครก็ฉุดไม่อยู่
“ถ้างั้นฉันจัดให้!!”
หลังจากนั้นโบ๊ทก็ทำหน้าที่เป็นคนชงเหล้าให้ฉันกับเขาอย่างต่อเนื่อง แก้วแล้วแก้วเล่าแต่ทว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับยังไม่โผล่มาสักที
นานเข้าฉันก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันโคลงเคลง เห็นภาพไอ้คนข้าง ๆ แยกร่างได้จนต้องหลับตาแล้วสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติ
“ข้าวแกไหวไหมวะ” ฉันได้ยินเสียงโบ๊ทแล้วหันไปมองมันอย่างช้า ๆ ทำไมศีรษะถึงได้หนักอย่างนี้ หนักมากจนฉันต้องฟุบลงที่โต๊ะก่อนจะได้เห็นหน้าเพื่อน ตอนนี้ฉันไม่สนว่าจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ อยากทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ ซะเหลือเกิน
“ฉ้านหวายยยย อาวมาอีกกก”
“เงยหน้าให้มันได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาสะเออะพูด”
“ในที่สุดฉ้านก็ชนะเธอยายบ้าเอ๊ย” ได้ยินเสียงเขาถนัดหูแต่ไม่สามารถตอบกลับได้ ทำได้เพียงนอนก้มหน้าอยู่บนโต๊ะอย่างหมดสภาพ
คุณอาจจะชอบ





