
มนต์เสน่ห์เมียเก่า
ตอน 3
“CEO ของพวกเราเพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส การทักทายเช่นนี้ถือเป็นการทักทายแบบต่างชาติ แสดงถึงความเป็นมิตร” ผู้อำนวยการจ้าวกล่าวขึ้น
นรีรัตน์รู้สึกตัวขึ้น พร้อมทั้งเก็บซ่อนความรู้สึกปั่นป่วนที่ก่อตัวเมื่อครู่นี้
เธอมองไปที่ธัชพลอย่างสงบนิ่ง “เป็นเกียรติที่ได้พบกับคุณธัชพลในวันนี้ เชิญด้านในค่ะ”
เธอพาธัชพลไปยังที่นั่ง แล้วต้อนรับทักทายกับผู้บริหารท่านอื่น ๆ
ดูเหมือนว่าวันนี้ผู้อำนวยการจ้าวตั้งใจที่จะจี้ใจดำนรีรัตน์เป็นพิเศษ เขาเดินไปที่เก้าอี้และถามด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมวันนี้ประธานชยุดไม่มาล่ะ หรือว่าเขา”
“ผู้อำนวยการจ้าว” ธัชพลเอ่ยขึ้นพร้อมมองตรงไปยังผู้อำนวยการจ้าว ทำให้เขาต้องเงียบปากไป อุณหภูมิของทั้งห้องดูเหมือนจะลดลงสองสามองศาเนื่องจากคำพูดและการกระทำของเขา
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็หรี่ตาอีกครั้งและยิ้ม “รองประธานลั่วคือเพื่อนร่วมชั้นของผม”
ผู้อำวยการจ้าวอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
ทุกคนต่างก็แปลกใจในเรื่องเซอร์ไพร์สนี้ เหล่าผู้บริหารระดับสูงของ ‘KIA’ ต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก พวกเขาทั้งหมดต่างก็ต้องการทราบถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องราวนี้
นรีรัตน์ขยับตัวเล็กน้อยรู้สึกประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าธัชพลจะจำเธอได้
หลังจากที่ได้สัญญาณเตือนจากธัชพล ทำให้ผู้อำนวยการจ้าวต้องส่งยิ้มน้อย ๆ ไปให้นรีรัตน์อย่างแก้เก้อ พอดีกับที่ไวน์ถูกส่งขึ้นมา เขาจึงรินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้กับนรีรัตน์ “ผมขอโทษที่เมื่อสักครู่พูดจาเหลวไหล ขอใช้ไวน์แก้วนี้เพื่อทดแทน ผมหวังว่ารองประธานลั่วจะรับคำขอโทษนี้ไว้”
เขายื่นแก้วไวน์ส่งให้นรีรัตน์ เธอยิ้มแข็ง ๆ
เธอดื่มมันไม่ได้ เพราะเธอกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เธอไม่สามารถแม้กระทั่งใช้เครื่องสำอาง หรือผลิภัณฑ์ดูแลผิวใด สิ่งของทุกอย่างที่เธอใช้ รวมถึงอาหารที่เธอดื่มกิน ล้วนแล้วแต่ถูกควบคุมโดยตระกูลฟู่อย่างเข้มงวด
ผู้ช่วยของเธอทราบเรื่องนี้ดีจึงคว้าแก้วไวน์จากมือของเธอ “รองประธานของเราแพ้แอลกอฮอลล์ ให้ฉันดื่มแก้วนี้ทดแทนนะคะ”
เมื่อพูดจบเธอก็กระดกไวน์ลงแก้วรวดเดียวหมด แล้วยื่นแก้วที่ว่างเปล่าไปข้างหน้าเพื่อให้ผู้อำนวยการจ้าวเห็น ไม่มีไวน์เหลือสักหยด
ผู้อำนวยการจ้าวยิ้มแล้วกล่าวชม “ดี ดื่มได้ดี” เขาไม่ได้เอาความอะไรต่อ พร้อมทั้งกระดกไวน์ที่อยู่ในของตัวเองตามไปด้วย
ธัชพลหัวเราะเบา ๆ พร้อมรินน้ำผลไม้ใส่แก้วแล้วส่งไปให้นรีรัตน์ ในขณะที่ตัวเองถือไวน์แดงอยู่ในมือ
เขายกแก้วหันเข้าหานรีรัตน์ “ดื่มเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนร่วมชั้นหน้าเก่าได้ไหม”
เมื่อมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลา และคิ้วที่ดกดำของเขา เขาเปลี่ยนไปแล้ว นรีรัตน์โล่งอก เธอกำลังจะรับน้ำผลไม้จากมือของเขา ทันใดนั้นประตูห้องส่วนตัวถูกผลักเปิดจากด้านนอกด้วยเสียงปัง
ทุกคนมองไปที่ประตู
เห็นส้าวฉาวนที่สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำกำลังยิ้มมุมปาก ดวงตาสีดำสนิทแบบยากที่จะค้นหาความรู้สึกนึกคิดของเขาได้
เขาค่อย ๆ เดินไปที่โต๊ะกลมขนาดใหญ่โดยที่ดวงตามองตรงไปยังแก้วที่ธัชพลถืออยู่อย่างพิจารณา “คุณธัชพล ผมเกรงว่าคุณคงจะไม่ทราบว่าตอนนี้ภรรยาของผมพยายามที่จะตั้งครรภ์อยู่ใช่ไหม”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ใบหน้าของนรีรัตน์ก็ซีดเผือด เธอจ้องมองไปที่ชยุดด้วยความโกรธ
เขาพยามจะฉีกหน้าเธองั้นเหรอ
ชยุดก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ดวงตาสีดำแฝงไปด้วยความโกรธ
เขามองไปที่หน้าของธัชพลแล้วพูดว่า “น้ำผลไม้แก้วนี้น่ะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ภรรยาผมจะดื่มไม่ได้”
เห็นได้ชัดว่าส้าวฉาวต้องการทำให้ธัชพลขายหน้า แต่เขาก็ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติว่า “โอ้ ผมไม่รู้ว่าภรรยาของคุณกำลังเตรียมตั้งครรภ์ งั้นแก้วนี้ผมดื่มแทนแล้วกัน”
ในห้องส่วนตัวนี้เหมือนกำลังจะลุกเป็นไฟ เพราะทุกคนอย่างรู้ดีว่าเขาทั้งสองไม่ถูกกัน
อย่างไรเสียเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ พวกเขาก็ควรที่จะสามัคคีกันไว้
“คุณชยุด คุณไม่ได้อยู่ข้างบนเพื่อฉลองวันเกิดของคุณปรียาวดีหรอกเหรอ” ผู้อำนวยการจ้าวใช้ไหวพริบเพื่อรีบแก้สถานะการณ์
“ผมได้ทราบข่าวว่าคุณธัชพล และภรรยาของผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาก่อน ผมจึงลงมาที่นี่เพื่อดื่มให้เกียรติแก่เขา” ชยุดยังคงยิ้ม ท่าทีของเขาดูช่างเหมือนจอมราชันย์ที่เจอเรื่องราวใดก็ไม่อาจทำให้เขาสะทกสะท้านได้
เขาทะนงตน ไม่เคยมีใครทำให้เขาพ่ายแพ้ได้มาก่อน
เขาเดินไปหาธัชพลพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้น “คุณธัชพล ผมขอดื่มแก้วนี้ให้กับคุณ”
เขายื่นแก้วไวน์ไปข้างหน้าเพื่อชนกับแก้วของธัชพล
ด้วยเสียงแก้วไวน์กระทบกันดัง ‘ติ๊ง’ มันช่างเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มเปิดศึกของทั้งสองคน
รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของธัชพลเขาไม่เคยถ่อมตัว ยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือแล้วดื่มจนหมด
“คุณธัชพล ที่จริงแล้วคุณก็ควรจะดื่มให้ผมด้วย” ชยุดยิ้มแววตาของเขาแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
มีคนมาเติมไวน์อย่างรวดเร็ว
ธัชพลยกแก้วไวน์ขึ้นไปทางชยุด “คุณชยุด ผมดื่มแก้วนี้ให้คุณ”
“คุณรู้ไหมว่าทำไมคุณถึงต้องดื่มแก้วนี้ให้กับผม” แววตาของส้าวฉาวดูลึกและเยือกเย็น
แววตาที่ยากจะหยั่งรู้ถึงความรู้สึกนึกคิด นรีรัตน์รับรู้ถึงรังสีอำมหิต
ธัชพลขมวดคิ้ว เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย
ชยุดกระตุกมุมปากขึ้น แล้วพูดว่า “แก้วนี้ เพื่อลงโทษคุณต่างหาก สำหรับงานแต่งงานของผมกับนรีรัตน์ที่คุณพลาดการเข้าร่วม”
หลังจากพูดจบดวงตาของส้าวฉาวเปลี่ยนเป็นไร้แวว รอยยิ้มหุบลง
แก้วไวน์ถูกวางลงอย่างกะทันหัน ของเหลวสีแดงกระฉอกออกมาจากแก้ว “เซี่ยจิรพนธ์ ดูแลรองประธานลั่วของเธอด้วย รีบพากลับบ้าน” เขาพูดสั่งอย่างไม่สบอารมณ์
พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไป
เขาเหมือนทำให้อากาศในห้องรับรองนี้เย็นลง ทุกคนเหมือนถูกมนต์สะกดในขณะที่มองดูชยุดเดินจากไป
“ค่ะ” ผู้ช่วยของนรีรัตน์‘เซี่ยจิรพนธ์’ตอบรับคำ
นรีรัตน์มองตามหลังชยุดไป รู้สึกโกรธอย่างระงับอารมณ์ไม่ได้ จึงกำหมัดแน่นแล้วบอกกับตัวเองว่าจะแสดงอารมณ์ที่นี่ไม่ได้
ธัชพลมองเบื้องหลังของชยุด พร้อมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงไม่เปลี่ยนแต่ช่างเลือดเย็นกว่าเดิมนัก
เขาหัวเราะในใจ‘ฟู่ส้าวฉาว เรายังมีโอกาสอีกมากที่จะต้องพบกัน’
คุณอาจจะชอบ





