ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์เมียเก่า

มนต์เสน่ห์เมียเก่า

นรีรัตน์จำต้องแต่งงานกับชยุดเพื่อรักษาทรัพย์สินทุกอย่างไว้ภายใต้เงื่อนไขการมีทายาทภายในหนึ่งปี แม้จะถูกกลั่นแกล้งสารพัดจนเกือบถอดใจ แต่เธอก็ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเขาจากอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนจะตัดสินใจเลือนหายไปจากชีวิตเขาพร้อมลูกในท้อง เมื่อกาลเวลาผ่านไปโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้ง ทว่านรีรัตน์ในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอหรือยอมสละทุกอย่างเพื่อความรักเหมือนเก่าอีกต่อไป เธอพร้อมลุกขึ้นสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

ในห้องขนาดใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงอันปราณีตดังสั่นอย่างต่อเนื่อง สร้างความรำคาญให้กับนรีรัตน์อยู่ไม่น้อย

เธอเอื้อมมือไปเพื่อที่จะหยิบโทรศัพท์ แต่ชายที่อยู่บนตัวเธอกลับออกแรงเพิ่มขึ้น

“ชยุด คุณ” “อ่า”

ยังไม่ทันที่นรีรัตน์จะได้พูดอะไรต่อ มือของเธอนั้นกลับต้องขยำผ้าปูที่นอนจนแน่น คำตำหนิก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจ

หลังจากที่ทุกอย่างสงบลง นรีรัตน์ขบฟันแน่นจ้องมองไปที่เขา ร่างกายเธออ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ

คืนนี้เขาหยาบคายมาก

ชายคนนั้นได้ผละออกจากร่างของนรีรัตน์

เขายิ้มมุมปาก การแสดงออกของเขาช่างเอ้อระเหยเอื่อยเฉื่อย

ในขณะนรีรัตน์มองค้อนอยู่นั้น เขาได้เอื้อมมือออกไปกดรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน “ครับที่รัก ผมอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วจะลงไปหานะครับ รอผมแป๊บนึงนะเด็กดี”

ชายคนนี้สูง 189เซนติเมตร รูปร่างสง่างาม มัดกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วน ผสมลงตัวกับหยดเหงื่อจากกิจกรรมออกกำลังกายเมื่อสักครู่ ยิ่งทำให้มีเสน่ห์เป็นที่น่าหลงใหลแก่ผู้ที่ได้พบเห็น ดวงตาคู่งามหรี่ลงช่างดูเชื้อเชิญน่าเสน่หาเป็นเท่าตัว

มีเพียงแต่นรีรัตน์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาไร้ซึ่งความปราณีและโหดเหี้ยมเพียงใด

ความอบอุ่นอ่อนโยนของเขามีไว้ให้แต่เพียงบุคคลผู้เปรียบเสมือนเป็นดั่งแสงจันทร์ที่ส่องกลางใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว

แววตาและสีหน้าของนรีรัตน์เปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที พร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นเพื่อห่อร่างกายอันเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ ขณะนี้ชยุด ได้เข้าไปในห้องอาบน้ำแล้ว

ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ เสียงน้ำไหลมาจากด้านใน

ห้องขนาดใหญ่และสะอาด สิ่งของตกแต่งในนั้นล้วนส่งมาจากประเทศ D ทั้งนั้น

ถึงแม้ที่นี่คือวิลล่าของชยุด แต่นรีรัตน์กลับรู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับโรงแรม

“ลงไปข้างล่างแล้วถ่ายรูปให้ผม”

ชยุด ซึ่งออกมาจากห้องอาบน้ำ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

นรีรัตน์รู้ดีว่าชยุดนั้นเกลียดเธอมาก ถึงแม้เธอเป็นภรรยาของเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกชอบเธอเลยสักนิด

พวกเขาทั้งสองก็แค่ทำตามพันธสัญญาก็เท่านั้น

พันธสัญญาที่ว่า ชยุดจะต้องทำให้นรีรัตน์ตั้งครรภ์ลูกของเขาให้ได้ภายในหนึ่งปี

นี่คือสัญญาของพวกเขา

หากภายในหนึ่งปีนี้เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ลูกของชยุด หุ้นของAN กรุ๊ปที่อยู่ในมือเธอทั้งหมดก็จะถูกเพิกถอน และเธอก็จะถูกขับไล่ออกจากเมือง A

‘AN กรุ๊ป’คือบริษัทชั้นนำความมั่งคั่งอันดับหนึ่งโดยการจัดอันดับของฟร์อบส์ ซึ่งทิ้งห่างจากอันดับสองอย่างไม่ติดฝุ่น

‘ชยุด เกียรติโรจนปรีชา ’ผู้เป็นประธานของ AN กรุ๊ป คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และได้รับการขนานนามสามปีซ้อนว่าเป็น ‘ชายหนุ่มในฝันที่ผู้หญิงต้องการจะแต่งงานมากที่สุด’จากการจัดอันดับของนิตยสารโกล์ดบอล รีเจ้นท์

เขาได้นำพา AN กรุ๊ป ทะยานอย่างก้าวกระโดด จากอันดับที่ 7 ขึ้นที่อันดับ 1 จากการจัดอันดับความมั่งคั่งของฟร์อบส์ ด้วยอายุเพียงสิบเจ็ดปี

คนที่ชยุดเพิ่งคุยโทรศัพท์เมื่อสักครู่ คือคนที่เป็นยอดดวงใจของเขา ซึ่งตอนนี้กำลังรอเขาอยู่ด้านล่าง

แววตาของนรีรัตน์ดูเยือกเย็น เธอกล่าวกับชยุดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพสักหน่อย”

“ผมใช้ให้เธอถ่ายรูป เธอก็ถ่ายไปเถอะอย่าเรื่องมากนักเลย” ส้าวฉาวถลึงตาใส่นรีรัตน์ “ถ้าเรื่องมากนัก ตำแหน่งรองประธานบริษัทก็ไม่ต้องเป็นมันแล้ว”

“คุณ” นรีรัตน์จ้องไปที่ชยุดด้วยความแค้นเคือง

พูดจบชยุดก็เดินหันหลังมุ่งไปยังประตูโดยไม่หันกลับไปมองเธออีกแม้แต่ปลายหางตา พร้อมกล่าวว่า “อ่อ แล้วอย่าลืมหล่ะว่า คืนนี้เธอมีนัดทานข้าวที่สวรรค์เพลส ถ้าชักช้าล่ะก็เธอจะต้องชดใช้”

นรีรัตน์มองดูเขาหันหลังเดินออกไป ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความแค้น

สำหรับชยุดไม่มีใครสำคัญเกินไปกว่ายอดดวงใจของเขา‘ปรียาวดี เจริญพรอุดม ’

ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่นรีรัตน์จะสงบสติอารมณ์ลงได้ แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้า

เพื่อหุ้นของ AN กรุ๊ป เธอจำเป็นต้องอดทน

แต่ทำไมเมื่อเวลาที่เธอเห็นชยุดทำดีกับผู้หญิงคนอื่นเธอถึงได้เจ็บแปลบขึ้นมา

เมื่อคิดเช่นนี้แววตาของเธอค่อย ๆ เคลือบแฝงไปด้วยความเศร้าเล็ก ๆ

ความจริงแล้วภายในส่วนลึกของหัวใจเธอยังมีความปรารถนาอยู่

เธอหวังว่าจะได้รับความรักจากชยุด ตลกสิ้นดี

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่นรีรัตน์จะสามารถหยิบกระโปรงยาวพลิ้วขึ้นมาสวมใส่ นอกจากความไม่สบายส่วนล่างของเธอแล้ว ชยุด ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอื่นบนร่างกายเธอแต่อย่างใดเลย

เขาไม่สนใจที่จะสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของเธอ

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอต้องให้กำเนิดลูกของครอบครัวฟู่ เกรงว่าเขาไม่อยากจะแตะต้องตัวของเธอเลยด้วยซ้ำ

นรีรัตน์ฝืนความเจ็บร้าวช่วงเอวของเธอ และเดินลงบันไดไปทีละขั้น

ณ ห้องโถง ชยุดกำลังประคองกอดปรียาวดีเตรียมพร้อมที่จะถ่ายรูป

ปรียาวดี ตอนนี้อยู่ในชุดยาวสีขาวราวหิมะ เหมาะกับใบหน้าที่สวยงามและรูปร่างที่ได้สัดส่วนของเธอ กำลังยิ้มบาง ๆ อย่างมีความสุข

เมื่อเธอและชยุดยืนเคียงข้างกัน ยิ่งทำให้ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

เมื่อเขาสังเกตเห็นนรีรัตน์ที่เพิ่งเดินลงมาถึง รอยยิ้มของเขาก็หุบลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทำไมถึงได้ชักช้านัก”

เมื่อได้ยินคำถามบาดหูของชยุด นรีรัตน์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสงบอารมณ์โกรธที่อยู่ภายใน

เธอค่อย ๆ เดินไปอย่างเงียบ ๆ ปรียาวดีซึ่งมีศักดิ์ลูกพี่ลูกน้องเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชยุดนั้น ส่งยิ้มให้นรีรัตน์พร้อมกล่าวขอโทษ“ขอโทษทีนะนรีรัตน์ แต่พอดีว่าชยุดเค้าอยากจะได้รูปคู่ให้ได้เลย บอกว่าจะเอาไปแชร์ในกลุ่มเพื่อน แถมยังบอกอีกว่าต่อไปนี้วันเกิดของฉันทุกปีจะต้องแชร์รูปคู่หนึ่งรูปเป็นอย่างน้อยล่ะ”

ปรียาวดีชอบพูดอวดอย่างนี้เป็นประจำ จนนรีรัตน์ชินชา

ดังนั้นนรีรัตน์จึงไม่แสดงท่าทีอื่นใด และแบบมือออกไปหาชยุดอย่างไม่ยินดียินร้าย “มือถือ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ

ชยุดโยนโทรศัพท์ให้นรีรัตน์ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ถ้าเธอถ่ายได้ไม่ดี ก็อยู่บ้านเรียนถ่ายรูปมาใหม่ให้ดี ๆ เพราะจากนี้เรื่องพวกนี้คงจำเป็นต้องใช้เธอ

นี่เป็นการกลั่นแกล้งกันชัด ๆ เขารู้ทั้งรู้ว่าเวลาเธอมีไม่มาก น่ารังเกียจที่สุด

หัวใจของนรีรัตน์นั้นกำลังรุ่มร้อนดั่งไฟสุมอก แต่บนใบหน้านั้นกลับเรียบเฉยไม่แสดงอาการใด ๆ

ชยุดเหล่มองนรีรัตน์ด้วยปลายหางตา กลับไม่พบความผิดปกติใด ๆ บนใบหน้า ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรก็ไม่รู้

เขารวบต้นขาของปรียาวดี และท่าทางการโพสท่าของพวกเขาดูคลุมเครืออย่างมาก

“คนบ้า” ปรียาวดีพูดด้วยใบหน้าที่แดงอย่างเขินอาย

เธออายมากจนแกล้งเอาหน้าลงไปซบที่อกของชยุด พลางมองไปทางนรีรัตน์ด้วยแววตาที่โอ้อวดยั่วยุอย่างมีนัยยะ

เมื่อชยุดกอดขาของปรียาวดีแล้วเอนกายแนบชิด ทำให้กระโปรงของปรียาวดีที่พะรุงพะรังเกี่ยวรั้งเข้ากับเสื้อ ก็ยิ่งทำให้ท่าทางของทั้งสองยิ่งดูคลุมเครือมากขึ้น

นรีรัตน์ไม่ได้แยแสการยั่วยุของปรียาวดี ถ่ายภาพต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชยุดทั้งโอบขาโอบเอวของปรียาวดี อีกทั้งยังประทับจูบลงบนใบหน้าของเธอ

ปรียาวดียิ้มแสร้งทำเป็นเขินอาย

นรีรัตน์รับรู้ทุกท่าทางการกระทำของพวกเขา

ชยุดโพสทุกท่าที่ล่อแหลม คลุมเครือทุกท่าเท่าที่เขานึกออก แต่สีหน้าของนรีรัตน์ก็ยังไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เมื่อเป็นดังนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด เขาคว้าโทรศัพท์จากมือของนรีรัตน์ “ไหนขอดูรูปหน่อยสิ ถ้าถ่ายปรียาวดีของผมไม่สวยล่ะก็เธอต้องถ่ายใหม่”

นรีรัตน์อยู่ในท่าทีที่เงียบสงบ เธอยื่นโทรศัพท์ให้ชยุดอย่างใจเย็น

ปรียาวดีทุบแขนชยุดเบา ๆ แกล้งกล่าวคำตำหนิเล็ก ๆ “นี่คุณไม่วางใจในรูปร่างหน้าตาของฉันเหรอ”

ชยุดจูบลงบนหน้าผากหนึ่งที “ไม่ใช่หรอก ปรียาวดีของผมน่ะสวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว” “แค่ผมกลัวว่าฝีมือถ่ายภาพของนรีรัตน์จะแย่เกินไปน่ะ”

ปรียาวดียิ้มอย่างเข้าใจและกล่าวว่า “คุณไม่วางใจยีนส์ของตระกูลฉันเหรอคะ”

ความหมายก็คือนรีรัตน์และปรียาวดีนั้นทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งสองคงไม่ต่างกันมากนักหรอก

ชยุดพยักหน้ารับ

ปรียาวดีสวยมาก ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ผมยาวตรงเงางาม ตาคู่โตสุกใส

เธอสูง186เซนติเมตร ทรวดทรงดูได้รูปได้สัดส่วน ผู้ชายได้เห็นเป็นต้องหลงรัก

อย่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน อย่างไรเสียก็ออกมาสวยอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนรีรัตน์นั้นถ่ายรูปอย่างตั้งใจ

ชยุดเปิดดูรูปทั้งหมดที่นรีรัตน์ถ่าย พบว่ารูปถ่ายที่ออกมานั้นสวยอย่างไร้ที่ติ ทุกรูปปรียาวดีนั้นดูสวยงดงามราวกับภาพวาด ส่วนตัวเขาเองก็ดูดี ท่วงท่าสง่างาม ทำให้เขาไม่สามารถหาบกพร่องแม้แต่นิดเดียว

ดูเหมือนว่านรีรัตน์จะรับเอาเรื่องนี้เป็นภารกิจจริง ๆ เลยไม่แปลกใจเลยที่เธอจะไม่แสดงถึงอาการผิดปกติ

อย่างนี้แล้วชยุดก็ไม่สามารถหาข้อติได้ ทำให้ยิ่งรู้สึกร้อนรนขึ้นไปอีก

เขาเก็บโทรศัพท์มือถืออย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมพูดว่า“หมดเรื่องของเธอแล้ว จะไปไหนก็ไปซะ”

นรีรัตน์เดินหันหลังกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่ต่างจากเดิม

“เดี๋ยวก่อน” เขาจ้องไปยังร่างของนรีรัตน์ “ไปเปลี่ยนชุดซะ สีชุดของเธอเหมือนกับของปรียาวดี” “อย่าใส่ชุดสีเดียวกับปรียาวดีไปงานเลี้ยงคืนนี้ เดี๋ยวปรียาวดีจะดูไม่โดดเด่นเท่าที่ควร”

หลังจากพูดจบใบหน้าของเขาก็เย็นชายิ่งขึ้นราวกับยมทูต “ปรียาวดีต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นชุดของเธอที่มีสีเดียวกับปรียาวดีเอาไปทิ้งให้หมดซะ”

ทันทีที่ได้ฟังดังนั้น หัวของนรีรัตน์ก็เต็มไปด้วยความโมโหอีกครั้ง

เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่อาจระงับความโกรธได้อีกต่อไป ในที่สุด เธอก็ต้องกัดฟันตอบออกไป “คำสั่งของคุณฟู่ ดิฉันจะจำไว้แล้วนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วนค่ะ”

การที่เธอใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับปรียาวดีจะทำให้ปรียาวดีโดดเด่นน้อยลงงั้นเหรอ ฉันก็ไม่ได้อยากใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับผู้หญิงเสแสร้งพรรณนั้นหรอก

นรีรัตน์ค่อย ๆ คลายหมัดลงแล้วเดินขึ้นบันไดไป

เมื่อเห็นนรีรัตน์เดินขึ้นไปชั้นบนอย่างโกรธเคือง มุมปากของปรียาวดีก็กระตุกขึ้นและยิ้มอย่างมีชัย

หลังจากขึ้นห้องไป นรีรัตน์ก็กระชากเสื้อผ้าสีขาวทั้งหมดลงไปกองกับพื้น

ปรียาวดีชอบเสื้อโทนสีอ่อน โดยเฉพาะสีขาว

สิ่งที่ปรียาวดีชอบ นรีรัตน์ก็ไม่อยากจะแตะต้องนักหรอก

“ตัวเอง คุณโพสต์รูปเราหรือยังคะ” ปรียาวดีซึ่งเอาหน้าแนบอกของชยุดอยู่ เงยหน้าขึ้นถามเขา

ชยุดที่เหม่อมองตามแผ่นหลังของนรีรัตน์อยู่นั้นก็รู้สึกตัวขึ้น ก้มหน้าตอบรับคำของปรียาวดี “อัปโหลดเดี๋ยวนี้แหละ”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปของเขากับปรียาวดี

ในภาพทั้งสองยิ้มอย่างมีความสุข ดูเหมาะสมกันอย่างสวรรค์สร้าง แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเสียอารมณ์ จึงเลือกอย่างไม่ใส่ใจมาหนึ่งรูปแล้วแชร์ลงโมเมนต์

ตั้งแคปชั่นประกอบว่า“สุขสันต์วันเกิดครับที่รัก รักคุณตลอดไป”

ทันทีที่เขาแชร์โมเมนต์เสร็จก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์

คุณเห้อ “อิจฉา ตาร้อน”

คุณซุน “ตายสงบศพสีชมพู” ‘ฆ่าคนโสด’ ‘เหม็นความรัก’ ‘ทำร้ายจิตใจ’

มีข้อความดี ๆ อยู่บ้างเช่น‘สุขสันต์วันเกิดปรียาวดีคนสวย ขอให้อ่อนเยาว์และดูดีตลอดไป’ หรือ‘ชยุดรักคุณสามพัน’

คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่รู้ว่าชยุดนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว แต่พวกเขายังรู้อีกว่า หัวใจของชยุดเป็นของใครคนนั้นคนเดียว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสวาท
8.6
เรื่องราวความรักอันลึกซึ้งของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รักในฐานะภรรยาเพียงหนึ่งเดียว เขาพร้อมมอบความรักทั้งหมดที่มีให้เธอด้วยความจริงใจและมั่นคง ไม่ว่าอุปสรรคใดจะผ่านเข้ามา เขาก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางและเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องดูแลและทำให้เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต ความผูกพันที่แสนหวานและมั่นคงนี้สะท้อนถึงสายใยความสัมพันธ์ที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาพรากพวกเขาไปจากกันได้ในโลกแห่งความจริงที่แสนวุ่นวายนี้
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
9.2
เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
หน้าปกนวนิยาย ขอบคุณนะ คุณหวาง
6.8
ชีวิตการทำงานวันแรกของหวางหลิงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เมื่อซ่างกวนรุ่ยซินก้าวเข้ามาพลิกผันชะตาชีวิตเธอ เหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังงานเลี้ยงทำให้ทั้งสองข้ามเส้นความสัมพันธ์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันที่มัดพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายใยนี้เต็มไปด้วยความคลุมเครือ หวางหลิงต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าสามีจอมลึกลับคนนี้ซุกซ่อนความลับมากมายเอาไว้ เธอจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกเล่ห์เหลี่ยมและสถานการณ์ที่เขากำลังจะดึงเธอเข้าไปพัวพัน นี่คือการชิงไหวชิงพริบที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดของเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เมียผมน่ารักจัง
9.5
กู้ชิงเฉิงเพียรพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีเพื่อพิชิตใจมู่ถิงเซียวมาโดยตลอด แต่ความหวังก็พังทลายเมื่อรักแรกของเขากลับมา แม้เธอจะทุ่มเทถึงขั้นจัดงานแต่งเพียงลำพังหรือเผชิญหน้ากับการผ่าตัดโดยไร้เงาสามีจนถูกมองว่าคลั่งรักจนเสียสติ แต่สุดท้ายข่าวลือเรื่องอาการป่วยหนักของเธอกลับทำให้มู่ถิงเซียวเริ่มเสียการควบคุมและพยายามรั้งชีวิตเธอไว้ ทว่ากู้ชิงเฉิงที่เหนื่อยล้ากลับเลือกยิ้มรับความเป็นอิสระและตัดสินใจทิ้งตัวตนคนเดิมที่เคยรักเขาไปตลอดกาล