ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หงส์คืนฟ้า ชะตารัก

หงส์คืนฟ้า ชะตารัก

หยางเจี๋ย อดีตหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่สิ้นชีพในสงครามได้ย้อนอดีตมาเกิดใหม่เป็นเด็กกำพร้าในตระกูลที่ล่มสลาย เขาถูกชุบเลี้ยงในจวนราชครูจนได้พบกับฉีเย่ว์ คุณหนูผู้สูงศักดิ์ ความผูกพันที่เติบโตมาด้วยกันแปรเปลี่ยนเป็นความรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง ท่ามกลางไฟปรารถนาที่ยากจะต้านทาน หยางเจี๋ยพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองนางเพียงผู้เดียว และทำลายขวากหนามทุกอย่างที่ขวางกั้นเส้นทางรักของเขา แม้ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เคยพรากทุกสิ่งไปในอดีตก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

"ผมขอให้ท่านไว้วางใจในตัวผมต่อการปฏิบัติการครั้งนี้ครับ ผมต้องช่วยลูกสาวท่านออกมาได้อย่างปลอดภัย"

นี่เป็นคำพูดคำสุดท้ายของหัวหน้าหน่วยรบพิเศษที่ลูกน้องในหน่วยได้เรียกขานนาม "เสือดำ" มานานหลายปีจนบัดนี้ "เสือดำ" กลายเป็นชื่อของเขาไปแล้ว

เขาผู้นี้ได้ลืมตัวตนของตนเองได้ลืมว่าความจริงแล้วเขาคือใครมานานมาก ชีวิตของเขามีเพียงสนามรบ มีเพียงศัตรู และการเข่นฆ่าจนกลายเป็นเรื่องที่เขาชาชินไปแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งจากบ้านเด็กกำพร้า เมื่อช่วงวัยรุ่นได้พบรักเด็กสาวผู้หนึ่งซึ่งมีฐานะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องการที่จะก้าวข้ามความแตกต่างของฐานะ เขาจึงหาวิธีที่จะทำให้พ่อแม่ผู้หญิงยอมรับ

วิธีที่เร็วที่สุดคือการเข้าร่วมกับกองกำลังของกองทัพ ในฐานะแพทย์ทหารเขาทำสำเร็จสอบเข้าในหน่วยนี้ได้ และครอบครัวของแฟนเขายอมรับ หลังจากแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งเดือน ภรรยาของเขาต้องเดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา

ผู้ก่อการร้ายใช้ระเบิดพลีชีพบนเครื่องบิน ทำให้เครื่องบินลำนั้นที่มีภรรยาของเขาอยู่ด้วยระเบิดจนไม่เหลือซาก

คำพูดสุดท้ายที่เขาได้พูดกับภรรยาก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่องคือ ดูแลตนเองให้ดี เขาไม่ได้เอ่ยคำลา ไม่มีโอกาสบอกรักเธอเป็นครั้งสุดท้าย นั่นทำให้เขาเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เจ็บปวดเจียนใจจะสลายสิ่งที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพียงหวังแต่ว่าตนเองจะมีโอกาสแก้แค้น คนที่อยู่เบื้องหลัง

ในวันนั้นหลังจากฝังภรรยาด้วยภาพของเธอโดยไร้กระทั่งร่างกายของเธอ ความคั่งแค้นทำให้เขาตัดสินใจขอรัฐบาล ให้ส่งเขาไปยังประเทศอังกฤษเข้าร่วมฝึกกับหน่วยรบพิเศษที่ชื่อว่าโหดที่สุดในโลก เพื่อแก้แค้นคนพวกนั้น ผู้ก่อการร้ายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาไป

เขาจะไม่มีวันตายตาหลับจนกว่าจะได้เอาชีวิตหัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่วางแผนคนนั้นลงโลงพร้อมกับเขา เขาฝึกหนักอยู่หลายปี เข้าร่วมสงครามกับผู้ก่อการร้ายมามากมายจนในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งและดำมืดอีกทั้งยังโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในตอนนี้เป็นโอกาสของเขาแล้ว เมื่อพวกเขาไล่ล่าผู้ก่อการร้ายจนพวกมันจนมุม แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อพวกมันได้ไปจับตัวลูกสาวประธานาธิบดีที่เรียนอยู่ต่างประเทศอย่างเงียบเชียบถึงบ้านพัก เพื่อแลกกับอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล

เสือดำและทีมของเขา สืบเสาะข่าวว่าพวกมันจับตัวลูกสาวประธานาธิบดีไว้ที่ไหนจนกระทั่งวันนี้พวกเขารู้ที่ซ่อนของมันแล้ว  พวกเขากำลังบุกเข้าไปทลายรังของผู้ก่อการร้าย การวางแผนมาเป็นอย่างดีอีกทั้งประสบการณ์ที่ชำนาญของหัวหน้าหน่วย ทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปภายในได้อย่างรวดเร็ว

"ทีมหนึ่งเรียกทีมสองจากสัญญาณความร้อนภายในห้องโถงมีคนอยู่ห้าคน ทุกคนมีอาวุธ มีคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ท่าทางคล้ายถูกมัด เป็นพลเรือน ย้ำเป็นพลเรือน"

เมื่อได้ข้อมูลมา เสือดำ สั่งทีมด้วยภาษามือให้เตรียมตัวบุกเข้าไปชิงตัวประกันอย่างเงียบเชียบ ในขณะที่มือแม่นปืนที่อยู่ด้านนอกคอยใช้ปืนเก็บเสียง เก็บฝั่งศัตรูที่เดินเข้ามาทีละคนอย่างแม่นยำ

จนกระทั่งเข้าใกล้ห้องนั้น ทหารทุกนายสวมหน้ากากกันแก๊สพิษแล้วพ่นแก๊สเข้าไปภายในอย่างระวัง ปริมาณแก๊สไม่มากพอจะทำอันตรายคนถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้มึนงงได้ เมื่อแก๊สถูกเป่าเข้าไปเสียงร้องเอะอะภายในเริ่มดังขึ้น ควันหนาถูกรมเข้าไปอย่างรวดเร็ว ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในภาวะมืดคลึ้มด้วยควันพิษ

เสือดำ นำลูกน้องเข้าไปอย่างว่องไว จากจุดที่ได้รับข้อมูลมา พลเรือนจะนั่งอยู่กลางห้องในตัวของเธอเป็นไปได้ว่าจะมีระเบิดพันอยู่รอบกาย

เสือดำผู้สวมหน้ากากมิดชิดจึงพุ่งเข้าไปยังบริเวณจุดนั้นอย่างแม่นยำ เสียงต่อสู้รอบตัวของเขาดังขึ้นเสือดำจับจ้องสมาธิที่ภารกิจ จวบจนสัมผัสได้ถึงร่างผอมบางของผู้หญิงคนหนึ่ง เขาพ่นบางสิ่งเข้าที่ร่างของเธออย่างรวดเร็ว

ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถหวีดร้องออกมาได้เพราะปากของเธอโดนผ้าอุดปากเอาไว้ เธอตกใจแทบสิ้นสติเมื่อไม่สามารถมองเห็นสิ่งใด รู้สึกตัวแต่เพียงว่ามีคนมาช่วยตัดขาเก้าอี้ที่เธอนั่งอย่างรวดเร็ว

ร่างกายหนาวจนสะท้านเธอคล้ายจะถูกแช่แข็งไปแล้ว ภายนอกเสียงปืนยังยิงกันสนั่น ส่วนเธอถูกเขาคนนั้นช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัยก่อนจะถูกส่งต่อให้คนอีกหลายคนอย่างรวดเร็ว

เสือดำ หลังจากช่วยตัวประกันสำเร็จ เขาติดตามคนร้ายที่ขึ้นรถจิ๊บหนีไปอีกด้าน ผู้ก่อการร้ายถึงจะเชี่ยวชาญแค่ไหนแต่พวกเขาก็ยังไม่มีสิ่งช่วยเหลือที่ทันสมัยเท่าฝ่ายนักรบนานาชาติ

เทคโนโลยีล้ำหน้าที่ทันสมัยถูกนำมาใช้ในการบุกเข้าช่วยเหลือตัวประกันในครั้งนี้ เมื่อผู้ก่อการร้ายหนีไปแน่นอนว่าเสือดำย่อมรู้ว่าพวกมันหนีไปทางใด เขาจึงใช้รถจิ๊บของผู้ก่อการร้ายอีกคนขับตามไปอย่างไม่ลดละ

"หัวหน้า ประธานาธิบดีสั่งให้หัวหน้าถอยก่อนตัวประกันปลอดภัยแล้ว หัวหน้าที่นั่นเป็นรังของพวกมัน อันตรายหัวหน้าโปรดกลับมา หัวหน้า"

"ดูแลตัวเองและฝากหน่วยของเราด้วย"

นี่เป็นเสียงสุดท้ายของเสือดำที่ลูกน้องในหน่วยรบพิเศษได้ยิน ก่อนที่เขาจะหายเข้าไปในเทือกเขาที่เป็นที่ซ่องสุมกำลังของผู้ก่อการร้าย เทือกเขานี้สลับซับซ้อนสัญญาณดาวเทียมยากจะจับไปถึง เสือดำตามพวกมันมาไม่สนใจกระทั่งชีวิตของตัวเอง

ในระหว่างการต่อสู้ เสือดำรู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นใครเขาใช้ปืนยิงไปที่หน้าอกของคนสนิทคนหนึ่งของพวกมัน เขารู้ว่ามันต้องกลับมาที่รังแห่งนี้ คนคนนี้นอกจากจะเป็นคนสนิทแล้วข่าวของเขายังบอกอีกว่าเป็นญาติผู้น้องคนสนิทของหัวหน้าผู้ก่อการร้าย

กระสุนที่ฝังอยู่ในอกของคนคนนั้น มีเครื่องติดตามตัวอยู่ด้วย เขาจอดรถจิ๊บทิ้งไว้ไกลจากหมู่บ้านราวสามกิโล แล้วเดินเท้าอย่างเงียบเชียบมายังหมู่บ้าน ในที่สุดเสือดำก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้โดยไม่มีผู้ใดรู้

เขารู้ตัวดีว่าเมื่อเข้ามาแล้วเขาไม่อาจจะมีชีวิตรอดกลับไปได้อีกเป็นแน่ แต่เขาไม่ห่วงเรื่องนั้น ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต เสือดำแอบลอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ที่กำลังมีคนเจ็บ

มีหมอคนหนึ่งที่กำลังช่วยนำลูกปืนออกจากอกของคนคนหนึ่ง และสิ่งที่เขาเห็นเต็มตา คือหัวหน้าผู้ก่อการร้ายคนนั้นที่ยืนอยู่ข้างๆ และกำลังตวาดหมอที่ทำงานอย่างเชื่องช้า สิ่งที่เขาต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว

เมื่อเสือดำโผล่เข้าไปในห้องนั้น ทุกคนมองอย่างตกตะลึง ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นโดยที่ทุกคนยังไม่ขยับตัว

ตู้ม

เสือดำยิ้มหลังจากกระโดดเข้าไปกอดร่างของหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เขาไม่มีวันปล่อยมันไป วันนี้สุดท้ายเขาก็ตายได้แล้ว เขาไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตายจะเป็นเช่นไร

วันนี้นับว่าเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต หลังจากเขาดึงสลักระเบิดพลีชีพก็เท่ากับว่าเขาได้ปลดปล่อยตนเองจากความทุกข์ทั้งหมดที่ได้เผชิญในโลกนี้แล้ว

แคว้นจ้าว เดือนสามภายใต้อากาศเย็นชื้นสายฝนสายเล็ก ๆ หล่นลงมากระทบพื้นดินโชยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ใบหญ้า หยางเจี๋ยนิ่วหน้าหัวคิ้วชนกัน อีกทั้งขยับตัวเล็กน้อย

"พี่เจี๋ย พี่เจี๋ย ท่านฟื้นแล้ว"

เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงเล็กแหลมนั้นดังพอจะทำให้เขารู้สึกตัว

แสงเทียนละมุนทำให้เขาลืมตาได้ไม่ลำบากเท่าใด เสือดำมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังเฉกเช่นนายทหารผู้เจนสงครามคล้ายกับตอนนี้เขายังอยู่ในสนามรบ เขาสงบนิ่งและระวังภัย ตั้งสติแล้วค่อยๆ เก็บรายละเอียดรอบตัวอย่างรอบคอบ

"สวรรค์หรือ" เขาถามตนเองในใจ เมื่อครั้นหันหน้าไปพบก้อนกลมก้อนหนึ่งที่เท้าคางจ้องเขาแล้วยิ้มจนตาหยีถึงกับทำให้เขาผงะออกมา

"หนูน้อย หรือ"

ซาลาเปาก้อนนั้นพยักหน้าหงึกหงัก จีบปากจีบคอพูดว่า

"พี่เจี๋ย ไม่เป็นไรแล้วไม่ต้องห่วง น้องสาวเป็นคนช่วยท่านเอง ท่านเป็นหนี้ชีวิตข้าแล้วเพราะข้าขอให้ท่านพ่อช่วยตามหมอท่านจึงไม่ตาย" เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มสดใส แก้มยุ้ยย้วยลงสองข้างแก้มดูน่าหยิกเป็นอย่างยิ่ง

กล่าวจบเสียงคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้น

"คุณหนูมาอยู่ที่นี่นี่เอง กลับเรือนได้แล้วเจ้าค่ะถึงเวลานอนแล้ว มาเฝ้าเจ้าเด็กนี่อีกแล้ว"

"แม่นม เขาไม่ใช่เจ้าเด็กนี่เขาคือพี่เจี๋ย ข้าบอกนมหลายครั้งแล้ว"

"คุณหนู จุ๊ ๆ อย่าให้ใครได้ยิน คุณหนูจะเรียกเด็กเลี้ยงม้าว่าพี่ไม่ได้นะเจ้าคะ หากนายท่านรู้เข้า"

"ทำไมหรือ เขาแก่กว่าข้าย่อมต้องเรียกพี่"

"แต่เขาเป็นเพียงทาสนะเจ้าคะ ไปเจ้าค่ะอย่าดื้อ เขาฟื้นแล้วไม่เป็นไรแล้ว"

"เดี๋ยวก่อนนม ข้าเอานี่ให้เขาดูก่อน"

เสือดำที่มองเหตุการณ์ด้านหน้าอย่างพิจารณาจนถึงตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าชีวิตนี้จะเป็นชีวิตหลังความตาย การแต่งตัวของพวกเขาก็โบราณห้องนอนแห่งนี้ก็โบราณ ทุกสิ่งที่เขาเจอในตอนนี้ ตกลงว่าคือความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่

ซาลาเปาก้อนนั้นคล้ายจะกลิ้งขลุกๆ กลับมาหาเขา แล้วยื่นบางสิ่งในมือให้พร้อมกับบอกเขาด้วยความยินดี

"พี่เจี๋ยนี่นกน้อยที่ท่านช่วยเอาไว้ ข้าดูแลมันจนหายดีแล้วเห็นหรือไม่ รีบหายแล้วมาช่วยกันเลี้ยงนก ท่านยังสัญญาว่าจะสอนข้าขี่ม้าอย่าลืมสัญญานะ ในตอนนี้ท่านยังไม่หายดีข้าจะดูนกตัวนี้เองไม่ให้มันลำบากแน่ พอท่านหายข้าค่อยคืนท่าน"

"คุณหนู ตายแล้วๆ เลี้ยงอะไรอีกเจ้าคะ รีบไปกันเถิดหากนายท่านรู้เข้า" เสียงผู้สูงอายุยังคงบ่นต่อ

"นมไม่บอกท่านพ่อก็ไม่รู้ ข้าเพียงแต่ห่วงพี่เจี๋ยถ้าเขาตายข้าก็ไม่มีเพื่อนแล้ว มีเพียงเขาที่ยอมเล่นกับข้านมอย่าใจดำนักสิเจ้าคะ"

"คุณหนู พูดเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ไม่งามเลยจะบอกว่าเป็นห่วงบ่าวไพร่ผู้ชายได้อย่างไร"

"ก็คนห่วงก็คือห่วง ไม่ให้บอกว่าห่วงแล้วจะให้บอกว่าอย่างไร นมไม่ใช่หรือที่สอนให้ซื่อสัตย์"

"คุณหนู ท่านนี่นะ เอาอย่างนี้กลับกันก่อนนะเจ้าคะ"

"กลับแล้ว ๆ นมห้ามทุกเรื่องอึดอัดจะแย่"

"คุณหนู"

เสือดำรับฟังทุกประโยคจนกระทั่งซาลาเปาก้อนนั้นถูกแม่นมคนนั้นอุ้มออกไปแล้ว เขาก็ยังได้ยินเสียงหนูน้อยเจื้อยแจ้วจนสุดสาย

เมื่ออยู่ในห้องตามลำพังกับชายชราคนหนึ่ง เสือดำ มองผู้เฒ่าอย่างพิจารณา ท่าทางของเขาโรยราไม่น่าก่ออันตรายใดๆได้ เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง อีกทั้งเป็นเสียงของเด็กชายผู้หนึ่งจนทำให้เขาตกใจตนเอง

"คุณตาครับ ผมขอกระจกหน่อยครับ"

ชายชราเลิกคิ้วอย่างสงสัย คิดว่าหยางเจี๋ยคงถูกตีจนเพี้ยนไปแล้ว จึงพยักหน้าแล้วส่งกระจกทองเหลืองที่ดูมัวๆ ให้เขาทันที พร้อมกับพูดว่า

"หยางเจี๋ย เจ้าตอนนี้ไม่ใช่นายน้อยแห่งสกุลหยางแล้ว เจ้าเป็นทาสที่ท่านราชครูยอมรับเลี้ยงอย่าได้ลืมตัวเข้าใจหรือไม่ ท่านราชครูไม่ชอบให้เจ้าเล่นกับคุณหนูสี่ เจ้าก็อย่าได้เข้าใกล้นางอีกเลย โดนตีจนป่วยหนักคราวนี้คงเป็นบทเรียนแล้ว เจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วไม่รู้หรือ ข้าเป็นห่วงเจ้าจริงๆ"

เสือดำไม่เข้าใจในสิ่งที่คนแก่คนนี้พูด สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับมืออ่อนยวบบัดนี้คือภาพเด็กชายตัวผอม ตาโต ดูไร้เรี่ยวแรงอีกทั้งอายุอานามก็ไม่น่าจะเกินสิบขวบที่เห็นในกระจกขมุกขมัวนี้ทำให้เขาผู้นิ่งสงบแม้แต่ความตายยังไม่หวาดกลัว ถึงกับตกตะลึง

"กะเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
8.6
เมื่อความแค้นสุมอก ชายหนุ่มจึงทำทุกทางเพื่อเอาคืนศัตรูอย่างสาสม เขาจงใจใช้คำพูดจาถากถางหญิงสาวที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาวและผู้มีพระคุณ แม้เธอต้องเผชิญกับความอัปยศภายใต้เงื้อมือของเขา แต่ความอดทนนั้นมีไว้เพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรม หญิงสาวจึงโต้กลับด้วยความรังเกียจ เมินเฉยต่อเสน่ห์ที่เขามี และตราหน้าว่าผู้ชายหลงตัวเองอย่างเขาไม่มีค่าพอให้เธอชายตาแลมอง แม้จะเสนอสิ่งตอบแทนให้มากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย คืนผูกรัก
8.3
ความผิดพลาดในคืนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุราทำให้ธีระเผลอไผลไปกับลลิล โดยที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือหญิงสาวผู้เป็นที่รักในดวงใจ แม้ลลิลจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ จากเขา ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมให้เรื่องราวนี้จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอตั้งใจ เมื่อลลิลพบความจริงที่น่าตกใจว่าเธอกำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดครั้งนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]
8.7
เมื่อความไว้ใจถูกทำลาย วิวาห์ที่เคยหวานจึงลุกเป็นไฟ ดรณ์ เดชาโชติช่วง มหาเศรษฐีหนุ่มที่ยอมทิ้งความร้ายกาจเพื่อหญิงสาวที่เขารัก กลับต้องกลายเป็นคนโง่เพราะคำลวงของภรรยา ความแค้นทำให้เขาตัดสินใจทวงคืนทุกอย่างด้วยความร้ายกาจที่ทวีคูณกว่าเดิมหลายเท่า ขณะที่อาภาภัทร หญิงสาวที่เคยวาดฝันถึงสามีผู้เพียบพร้อมและร่ำรวย กลับต้องเผชิญหน้ากับชายที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนหลังแต่งงาน เมื่อไร้ทางหนีเธอจึงต้องก้มหน้ารับกรรมในวิวาห์เดือดที่สามีมอบให้เพื่อชดใช้ความรักที่พังทลาย
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม