
หงส์คืนฟ้า ชะตารัก
ตอน 2
"ผมขอให้ท่านไว้วางใจในตัวผมต่อการปฏิบัติการครั้งนี้ครับ ผมต้องช่วยลูกสาวท่านออกมาได้อย่างปลอดภัย"
นี่เป็นคำพูดคำสุดท้ายของหัวหน้าหน่วยรบพิเศษที่ลูกน้องในหน่วยได้เรียกขานนาม "เสือดำ" มานานหลายปีจนบัดนี้ "เสือดำ" กลายเป็นชื่อของเขาไปแล้ว
เขาผู้นี้ได้ลืมตัวตนของตนเองได้ลืมว่าความจริงแล้วเขาคือใครมานานมาก ชีวิตของเขามีเพียงสนามรบ มีเพียงศัตรู และการเข่นฆ่าจนกลายเป็นเรื่องที่เขาชาชินไปแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งจากบ้านเด็กกำพร้า เมื่อช่วงวัยรุ่นได้พบรักเด็กสาวผู้หนึ่งซึ่งมีฐานะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องการที่จะก้าวข้ามความแตกต่างของฐานะ เขาจึงหาวิธีที่จะทำให้พ่อแม่ผู้หญิงยอมรับ
วิธีที่เร็วที่สุดคือการเข้าร่วมกับกองกำลังของกองทัพ ในฐานะแพทย์ทหารเขาทำสำเร็จสอบเข้าในหน่วยนี้ได้ และครอบครัวของแฟนเขายอมรับ หลังจากแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งเดือน ภรรยาของเขาต้องเดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา
ผู้ก่อการร้ายใช้ระเบิดพลีชีพบนเครื่องบิน ทำให้เครื่องบินลำนั้นที่มีภรรยาของเขาอยู่ด้วยระเบิดจนไม่เหลือซาก
คำพูดสุดท้ายที่เขาได้พูดกับภรรยาก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่องคือ ดูแลตนเองให้ดี เขาไม่ได้เอ่ยคำลา ไม่มีโอกาสบอกรักเธอเป็นครั้งสุดท้าย นั่นทำให้เขาเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เจ็บปวดเจียนใจจะสลายสิ่งที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพียงหวังแต่ว่าตนเองจะมีโอกาสแก้แค้น คนที่อยู่เบื้องหลัง
ในวันนั้นหลังจากฝังภรรยาด้วยภาพของเธอโดยไร้กระทั่งร่างกายของเธอ ความคั่งแค้นทำให้เขาตัดสินใจขอรัฐบาล ให้ส่งเขาไปยังประเทศอังกฤษเข้าร่วมฝึกกับหน่วยรบพิเศษที่ชื่อว่าโหดที่สุดในโลก เพื่อแก้แค้นคนพวกนั้น ผู้ก่อการร้ายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขาไป
เขาจะไม่มีวันตายตาหลับจนกว่าจะได้เอาชีวิตหัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่วางแผนคนนั้นลงโลงพร้อมกับเขา เขาฝึกหนักอยู่หลายปี เข้าร่วมสงครามกับผู้ก่อการร้ายมามากมายจนในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งและดำมืดอีกทั้งยังโหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในตอนนี้เป็นโอกาสของเขาแล้ว เมื่อพวกเขาไล่ล่าผู้ก่อการร้ายจนพวกมันจนมุม แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อพวกมันได้ไปจับตัวลูกสาวประธานาธิบดีที่เรียนอยู่ต่างประเทศอย่างเงียบเชียบถึงบ้านพัก เพื่อแลกกับอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล
เสือดำและทีมของเขา สืบเสาะข่าวว่าพวกมันจับตัวลูกสาวประธานาธิบดีไว้ที่ไหนจนกระทั่งวันนี้พวกเขารู้ที่ซ่อนของมันแล้ว พวกเขากำลังบุกเข้าไปทลายรังของผู้ก่อการร้าย การวางแผนมาเป็นอย่างดีอีกทั้งประสบการณ์ที่ชำนาญของหัวหน้าหน่วย ทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปภายในได้อย่างรวดเร็ว
"ทีมหนึ่งเรียกทีมสองจากสัญญาณความร้อนภายในห้องโถงมีคนอยู่ห้าคน ทุกคนมีอาวุธ มีคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ท่าทางคล้ายถูกมัด เป็นพลเรือน ย้ำเป็นพลเรือน"
เมื่อได้ข้อมูลมา เสือดำ สั่งทีมด้วยภาษามือให้เตรียมตัวบุกเข้าไปชิงตัวประกันอย่างเงียบเชียบ ในขณะที่มือแม่นปืนที่อยู่ด้านนอกคอยใช้ปืนเก็บเสียง เก็บฝั่งศัตรูที่เดินเข้ามาทีละคนอย่างแม่นยำ
จนกระทั่งเข้าใกล้ห้องนั้น ทหารทุกนายสวมหน้ากากกันแก๊สพิษแล้วพ่นแก๊สเข้าไปภายในอย่างระวัง ปริมาณแก๊สไม่มากพอจะทำอันตรายคนถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้มึนงงได้ เมื่อแก๊สถูกเป่าเข้าไปเสียงร้องเอะอะภายในเริ่มดังขึ้น ควันหนาถูกรมเข้าไปอย่างรวดเร็ว ห้องทั้งห้องจึงตกอยู่ในภาวะมืดคลึ้มด้วยควันพิษ
เสือดำ นำลูกน้องเข้าไปอย่างว่องไว จากจุดที่ได้รับข้อมูลมา พลเรือนจะนั่งอยู่กลางห้องในตัวของเธอเป็นไปได้ว่าจะมีระเบิดพันอยู่รอบกาย
เสือดำผู้สวมหน้ากากมิดชิดจึงพุ่งเข้าไปยังบริเวณจุดนั้นอย่างแม่นยำ เสียงต่อสู้รอบตัวของเขาดังขึ้นเสือดำจับจ้องสมาธิที่ภารกิจ จวบจนสัมผัสได้ถึงร่างผอมบางของผู้หญิงคนหนึ่ง เขาพ่นบางสิ่งเข้าที่ร่างของเธออย่างรวดเร็ว
ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถหวีดร้องออกมาได้เพราะปากของเธอโดนผ้าอุดปากเอาไว้ เธอตกใจแทบสิ้นสติเมื่อไม่สามารถมองเห็นสิ่งใด รู้สึกตัวแต่เพียงว่ามีคนมาช่วยตัดขาเก้าอี้ที่เธอนั่งอย่างรวดเร็ว
ร่างกายหนาวจนสะท้านเธอคล้ายจะถูกแช่แข็งไปแล้ว ภายนอกเสียงปืนยังยิงกันสนั่น ส่วนเธอถูกเขาคนนั้นช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัยก่อนจะถูกส่งต่อให้คนอีกหลายคนอย่างรวดเร็ว
เสือดำ หลังจากช่วยตัวประกันสำเร็จ เขาติดตามคนร้ายที่ขึ้นรถจิ๊บหนีไปอีกด้าน ผู้ก่อการร้ายถึงจะเชี่ยวชาญแค่ไหนแต่พวกเขาก็ยังไม่มีสิ่งช่วยเหลือที่ทันสมัยเท่าฝ่ายนักรบนานาชาติ
เทคโนโลยีล้ำหน้าที่ทันสมัยถูกนำมาใช้ในการบุกเข้าช่วยเหลือตัวประกันในครั้งนี้ เมื่อผู้ก่อการร้ายหนีไปแน่นอนว่าเสือดำย่อมรู้ว่าพวกมันหนีไปทางใด เขาจึงใช้รถจิ๊บของผู้ก่อการร้ายอีกคนขับตามไปอย่างไม่ลดละ
"หัวหน้า ประธานาธิบดีสั่งให้หัวหน้าถอยก่อนตัวประกันปลอดภัยแล้ว หัวหน้าที่นั่นเป็นรังของพวกมัน อันตรายหัวหน้าโปรดกลับมา หัวหน้า"
"ดูแลตัวเองและฝากหน่วยของเราด้วย"
นี่เป็นเสียงสุดท้ายของเสือดำที่ลูกน้องในหน่วยรบพิเศษได้ยิน ก่อนที่เขาจะหายเข้าไปในเทือกเขาที่เป็นที่ซ่องสุมกำลังของผู้ก่อการร้าย เทือกเขานี้สลับซับซ้อนสัญญาณดาวเทียมยากจะจับไปถึง เสือดำตามพวกมันมาไม่สนใจกระทั่งชีวิตของตัวเอง
ในระหว่างการต่อสู้ เสือดำรู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นใครเขาใช้ปืนยิงไปที่หน้าอกของคนสนิทคนหนึ่งของพวกมัน เขารู้ว่ามันต้องกลับมาที่รังแห่งนี้ คนคนนี้นอกจากจะเป็นคนสนิทแล้วข่าวของเขายังบอกอีกว่าเป็นญาติผู้น้องคนสนิทของหัวหน้าผู้ก่อการร้าย
กระสุนที่ฝังอยู่ในอกของคนคนนั้น มีเครื่องติดตามตัวอยู่ด้วย เขาจอดรถจิ๊บทิ้งไว้ไกลจากหมู่บ้านราวสามกิโล แล้วเดินเท้าอย่างเงียบเชียบมายังหมู่บ้าน ในที่สุดเสือดำก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้โดยไม่มีผู้ใดรู้
เขารู้ตัวดีว่าเมื่อเข้ามาแล้วเขาไม่อาจจะมีชีวิตรอดกลับไปได้อีกเป็นแน่ แต่เขาไม่ห่วงเรื่องนั้น ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต เสือดำแอบลอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ที่กำลังมีคนเจ็บ
มีหมอคนหนึ่งที่กำลังช่วยนำลูกปืนออกจากอกของคนคนหนึ่ง และสิ่งที่เขาเห็นเต็มตา คือหัวหน้าผู้ก่อการร้ายคนนั้นที่ยืนอยู่ข้างๆ และกำลังตวาดหมอที่ทำงานอย่างเชื่องช้า สิ่งที่เขาต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว
เมื่อเสือดำโผล่เข้าไปในห้องนั้น ทุกคนมองอย่างตกตะลึง ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นโดยที่ทุกคนยังไม่ขยับตัว
ตู้ม
เสือดำยิ้มหลังจากกระโดดเข้าไปกอดร่างของหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เขาไม่มีวันปล่อยมันไป วันนี้สุดท้ายเขาก็ตายได้แล้ว เขาไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตายจะเป็นเช่นไร
วันนี้นับว่าเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุดในชีวิต หลังจากเขาดึงสลักระเบิดพลีชีพก็เท่ากับว่าเขาได้ปลดปล่อยตนเองจากความทุกข์ทั้งหมดที่ได้เผชิญในโลกนี้แล้ว
แคว้นจ้าว เดือนสามภายใต้อากาศเย็นชื้นสายฝนสายเล็ก ๆ หล่นลงมากระทบพื้นดินโชยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้ใบหญ้า หยางเจี๋ยนิ่วหน้าหัวคิ้วชนกัน อีกทั้งขยับตัวเล็กน้อย
"พี่เจี๋ย พี่เจี๋ย ท่านฟื้นแล้ว"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงเล็กแหลมนั้นดังพอจะทำให้เขารู้สึกตัว
แสงเทียนละมุนทำให้เขาลืมตาได้ไม่ลำบากเท่าใด เสือดำมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังเฉกเช่นนายทหารผู้เจนสงครามคล้ายกับตอนนี้เขายังอยู่ในสนามรบ เขาสงบนิ่งและระวังภัย ตั้งสติแล้วค่อยๆ เก็บรายละเอียดรอบตัวอย่างรอบคอบ
"สวรรค์หรือ" เขาถามตนเองในใจ เมื่อครั้นหันหน้าไปพบก้อนกลมก้อนหนึ่งที่เท้าคางจ้องเขาแล้วยิ้มจนตาหยีถึงกับทำให้เขาผงะออกมา
"หนูน้อย หรือ"
ซาลาเปาก้อนนั้นพยักหน้าหงึกหงัก จีบปากจีบคอพูดว่า
"พี่เจี๋ย ไม่เป็นไรแล้วไม่ต้องห่วง น้องสาวเป็นคนช่วยท่านเอง ท่านเป็นหนี้ชีวิตข้าแล้วเพราะข้าขอให้ท่านพ่อช่วยตามหมอท่านจึงไม่ตาย" เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มสดใส แก้มยุ้ยย้วยลงสองข้างแก้มดูน่าหยิกเป็นอย่างยิ่ง
กล่าวจบเสียงคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
"คุณหนูมาอยู่ที่นี่นี่เอง กลับเรือนได้แล้วเจ้าค่ะถึงเวลานอนแล้ว มาเฝ้าเจ้าเด็กนี่อีกแล้ว"
"แม่นม เขาไม่ใช่เจ้าเด็กนี่เขาคือพี่เจี๋ย ข้าบอกนมหลายครั้งแล้ว"
"คุณหนู จุ๊ ๆ อย่าให้ใครได้ยิน คุณหนูจะเรียกเด็กเลี้ยงม้าว่าพี่ไม่ได้นะเจ้าคะ หากนายท่านรู้เข้า"
"ทำไมหรือ เขาแก่กว่าข้าย่อมต้องเรียกพี่"
"แต่เขาเป็นเพียงทาสนะเจ้าคะ ไปเจ้าค่ะอย่าดื้อ เขาฟื้นแล้วไม่เป็นไรแล้ว"
"เดี๋ยวก่อนนม ข้าเอานี่ให้เขาดูก่อน"
เสือดำที่มองเหตุการณ์ด้านหน้าอย่างพิจารณาจนถึงตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าชีวิตนี้จะเป็นชีวิตหลังความตาย การแต่งตัวของพวกเขาก็โบราณห้องนอนแห่งนี้ก็โบราณ ทุกสิ่งที่เขาเจอในตอนนี้ ตกลงว่าคือความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่
ซาลาเปาก้อนนั้นคล้ายจะกลิ้งขลุกๆ กลับมาหาเขา แล้วยื่นบางสิ่งในมือให้พร้อมกับบอกเขาด้วยความยินดี
"พี่เจี๋ยนี่นกน้อยที่ท่านช่วยเอาไว้ ข้าดูแลมันจนหายดีแล้วเห็นหรือไม่ รีบหายแล้วมาช่วยกันเลี้ยงนก ท่านยังสัญญาว่าจะสอนข้าขี่ม้าอย่าลืมสัญญานะ ในตอนนี้ท่านยังไม่หายดีข้าจะดูนกตัวนี้เองไม่ให้มันลำบากแน่ พอท่านหายข้าค่อยคืนท่าน"
"คุณหนู ตายแล้วๆ เลี้ยงอะไรอีกเจ้าคะ รีบไปกันเถิดหากนายท่านรู้เข้า" เสียงผู้สูงอายุยังคงบ่นต่อ
"นมไม่บอกท่านพ่อก็ไม่รู้ ข้าเพียงแต่ห่วงพี่เจี๋ยถ้าเขาตายข้าก็ไม่มีเพื่อนแล้ว มีเพียงเขาที่ยอมเล่นกับข้านมอย่าใจดำนักสิเจ้าคะ"
"คุณหนู พูดเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ไม่งามเลยจะบอกว่าเป็นห่วงบ่าวไพร่ผู้ชายได้อย่างไร"
"ก็คนห่วงก็คือห่วง ไม่ให้บอกว่าห่วงแล้วจะให้บอกว่าอย่างไร นมไม่ใช่หรือที่สอนให้ซื่อสัตย์"
"คุณหนู ท่านนี่นะ เอาอย่างนี้กลับกันก่อนนะเจ้าคะ"
"กลับแล้ว ๆ นมห้ามทุกเรื่องอึดอัดจะแย่"
"คุณหนู"
เสือดำรับฟังทุกประโยคจนกระทั่งซาลาเปาก้อนนั้นถูกแม่นมคนนั้นอุ้มออกไปแล้ว เขาก็ยังได้ยินเสียงหนูน้อยเจื้อยแจ้วจนสุดสาย
เมื่ออยู่ในห้องตามลำพังกับชายชราคนหนึ่ง เสือดำ มองผู้เฒ่าอย่างพิจารณา ท่าทางของเขาโรยราไม่น่าก่ออันตรายใดๆได้ เขาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง อีกทั้งเป็นเสียงของเด็กชายผู้หนึ่งจนทำให้เขาตกใจตนเอง
"คุณตาครับ ผมขอกระจกหน่อยครับ"
ชายชราเลิกคิ้วอย่างสงสัย คิดว่าหยางเจี๋ยคงถูกตีจนเพี้ยนไปแล้ว จึงพยักหน้าแล้วส่งกระจกทองเหลืองที่ดูมัวๆ ให้เขาทันที พร้อมกับพูดว่า
"หยางเจี๋ย เจ้าตอนนี้ไม่ใช่นายน้อยแห่งสกุลหยางแล้ว เจ้าเป็นทาสที่ท่านราชครูยอมรับเลี้ยงอย่าได้ลืมตัวเข้าใจหรือไม่ ท่านราชครูไม่ชอบให้เจ้าเล่นกับคุณหนูสี่ เจ้าก็อย่าได้เข้าใกล้นางอีกเลย โดนตีจนป่วยหนักคราวนี้คงเป็นบทเรียนแล้ว เจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วไม่รู้หรือ ข้าเป็นห่วงเจ้าจริงๆ"
เสือดำไม่เข้าใจในสิ่งที่คนแก่คนนี้พูด สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับมืออ่อนยวบบัดนี้คือภาพเด็กชายตัวผอม ตาโต ดูไร้เรี่ยวแรงอีกทั้งอายุอานามก็ไม่น่าจะเกินสิบขวบที่เห็นในกระจกขมุกขมัวนี้ทำให้เขาผู้นิ่งสงบแม้แต่ความตายยังไม่หวาดกลัว ถึงกับตกตะลึง
"กะเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่"
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2baac1625001834806827229660/MBgkIsqp8QwA.webp!15491.webp)

