ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอสุเรศ

คุณหมอสุเรศ

แพทย์สาวผู้ทุ่มเทให้หน้าที่จนวินาทีสุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันขณะช่วยผู้อื่น แต่นั่นกลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อวิญญาณของเธอฟื้นคืนสติในร่างหญิงสาวที่มีชื่อพ้องกับเธอราวกับปาฏิหาริย์ สิ่งที่น่าตกตะลึงคือเจ้าของร่างเดิมเพิ่งผ่านพิธีสมรสมาหมาดๆ ทำให้เธอต้องสวมบทบาทภรรยาในชั่วข้ามคืน จากคนที่เคยมุ่งมั่นแต่การรักษาผู้คน เธอจำต้องเรียนรู้วิถีชีวิตคู่ใต้ชายคาเดียวกับคนที่ไม่คุ้นหน้า พร้อมรับมือกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนและบททดสอบของการเป็นสตรีที่แต่งงานแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

บทที่3สะกดจิต

โล่หวินหลานวางแก้วชาแล้วมองไปที่โม่ฉีหมิงใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกับสายตาที่เต็มไปด้วยการหยั่งเชิง:“ข้าแค่อยากรู้ว่าท่านอ๋องงจะปล่อยข้าไปไหม?”

สีหน้าของโม่ฉีหมิงภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความตกใจสายตาของเขาเป็นประกายแล้วพูดว่า:“คนไร้ประโยชน์เช่นข้าต่อให้ปล่อยเจ้าไปก็ไม่มีปัญญาปกป้องเจ้าได้”

บทที่เขาพูดประโยคนี้ออกมาบรรยากาศมันเต็มไปด้วยความอึมครึม

แต่โล่หวินหลานกลับไปกลัวนางหันหน้ามาแล้วก็ถอดหน้ากากของเขาออกโม่ฉีหมิงคิดไม่ถึงเลยว่านางจะทำแบบนี้สายตาของเขาโกรธมาก

รนหาที่ตายจริงๆเขากลัวคนอื่นเห็นใบหน้าของเขาที่สุดโดยเฉพาะเวลาคนเห็นแล้วมีสีหน้าตกใจกลัวเขากำหมัดแน่น

หลังจากที่เห็นใบหน้าของโม่ฉีหมิงแล้วโล่หวินหลานก็ตกใจแต่ก็รีบข่มสีหน้าเอาไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆภายใต้หน้ากากใบหน้าของโม่ฉีหมิงถูกไฟครอกเสีหายบนหน้ามีรอยแผลฉกรรจ์เต็มไปหมดแต่ใบหน้าอีกข้างหนึ่งยังคงหล่อเหลา

“ใครให้เจ้า......”โม่ฉีหมิงจับเก้าอี้ไว้แน่นหลบสายาของโล่หวินหลานใบหน้าของเขาโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหลายปีมานี่ยังไม่เคยมีใครถอดหน้ากากของเขาออกเลย

โล่หวินหลานไม่ได้สนใจที่โม่ฉีหมิงโกรธเลยแต่กลับตอบกลับเขากลับไปตามหลักการแพทย์:“แผลไฟไหม้นี่น่าจะประมาณสิบปีแล้วใช่ไหม?”

สิบปีในหัวของโม่ฉีหมิงมีเรื่องราวไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อนลอยขึ้นมาเรื่องราวในวันนั้นเขาไม่มีทางลืมได้เมื่อคิดถึงอดีตสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเขายังคงนึกถึงเปลวเพลิงที่ลุกโชนในวันนั้นอยู่

โล่หวินหลานเห็นสีหน้าอาการของโม่ฉีหมิงนางตั้งใจมองไปที่โม่ฉีหมิงแล้วพูดด้วยความอ่อนโยนว่า:“หายใจลึกๆผ่อนคลายนะอย่าไปคิดอะไรมาก”

โม่ฉีหมิงทำตามที่โล่หวินหลานบอกโดยไม่ได้ตั้งใจเขาปิดตาสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆปล่อยให้ความทรงจำเหล่านั้นสลายไป

หลังจากที่โม่ฉีหมิงดีขึ้นแล้วเขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาโล่หวินหลานก็ถอนหายใจแล้วพูดอย่างเสียใจว่า:“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องนึกถึงเรื่องที่ไม่สบายใจแต่ว่าเจ้าวางใจได้ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลบนใบหน้าของเจ้าหรือบาดแผลในใจของเจ้าข้าจะรักษามันเอง”โล่หวินหลานสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวในใจของเขา

โม่ฉีหมิงค่อยๆหันหน้าไปสายตาของเขามองไปที่มีดที่แทงอยู่ที่ไอ้นั่นของโม่ฉีมู่“เจ้าคิดก่อนดีไหมว่าจะรักษาชีวิตน้อยๆของเจ้ายังไง”

เหมือนนางนึกขึ้นมาได้โล่หวินหลานแลบลิ้นออกมา:“ข้าเกือบลืมไปเลย”นางกลับมานั่งที่เดิมโม่ฉีหมิงสวมหน้ากากปีศาจของเขาอีกครั้ง

“ถ้าให้หลินอ๋องบอกว่าเขาทำของเขาเองแบบนี้ก็ไม่เกี่ยวกับข้าแล้วใช่ไหม?”โล่หวินหลานกระพริบตาแล้วมองเขา

โม่ฉีหมิงคิดว่าตัวเองฟังผิดไปเขาหันไปมองนางเห็นโล่หวินหลานพูดว่า:“เอาแบบนี้แหละ”จากนั้นก็เดินถือมีดสั้นไปที่หน้าเตียง

โล่หวินหลานทำให้โม่ฉีมู่ฟื้นขึ้นมาแล้วเอาผ้าขาวที่ยัดไว้ในปากเขาออก

เมื่อฟื้นขึ้นมาโม่ฉีมู่รู้สึกเจ็บช่วงล่างมากเขาพยายามขยับตัวสายตาจ้องไปที่โล่หวินหลานอย่างโหด“เจ้าทำอะไรกับข้า?”โม่ฉีมู่เจ็บจนเหงื่อไหล

โล่หวินหลานมองไปที่โม่ฉีมู่แล้วยิ้มจากนั้นก็ใช้นิ้วขาวเรียวยาวชี้ไปที่หน้าของโม่ฉีมู่แล้วแกว่ง:“ข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าเจ้าทำตัวเจ้าเอง”

โม่ฉีมู่มองนิ้วของนางแกว่งไปแกว่งมาจนสมองสับสนจากนั้นก็ถามว่า:“ข้าทำอะไรกับตัวเอง?”

โล่หวินหลานยิ้มแล้วพูดว่า:“ฝึกวิชานี้จะต้องตอนของตัวเองเจ้าต้องการฝึกวิชาคัมภีร์ทานตะวันก็ตอนของตัวเองทิ้งไป”

โม่ฉีมู่พูดตามที่นางพูด:“ฝึกวิชานี้จะต้องตอนของตัวเองเจ้าต้องการฝึกวิชาคัมภีร์ทานตะวันก็ตอนของตัวเองทิ้งไป”

“ใช่แล้วแบบนี้แหละหากใครถามเจ้าก็ตอบเขาไปแบบนี้จำได้หรือยัง?”โล่หวินหลานถามน้ำเสียงของนางมอมเมามากเหมือนมีพลังของปีศาจซ่อนอยู่

“จำได้แล้ว”สายตาของโม่ฉีมู่ไม่มีสติ

โล่หวินหลานแอบดีใจคิดว่าการเป็นหมอไม่เพียงต้องช่วยรักษาโรคยังต้องรักษาใจด้วยดังนั้นปกตินางก็จะฝึกฝนและเรียนรู้วิชาจิตวิทยากับวิชาสะกดจิตไม่คิดว่าตอนนี้มันจะใช้ได้ผล

ใช้วิชาสะกดจิตเพื่อเปลี่ยนความคิดคนๆหนึ่งในระยะสั้นนางพอจะมั่นใจอยู่บ้าง

“เอาล่ะเจ้าง่วงแล้วนอนซะในฝันจงจำไว้ให้ดีฝึกวิชาคัมภีร์ทานตะวันก็เลยตัดไอ้นั่นของตัวเองทิ้ง”โล่หวินหลานพูดแล้วมองไปที่โม่ฉีมู่ปิดตาหลับไป

โม่ฉีหมิงไม่พูดหรือแสดงท่าทีอะไรมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอดในใจก็แอบคิดว่าโล่หวินหลานกำลังเล่นลูกไม้อะไรอยู่?

“เอาล่ะท่านอ๋องท่านสั่งให้คนไปส่งหลินอ๋องกลับไปให้หมอหลวงรักษาได้แล้วแต่ว่าข้าคิดว่าครึ่งชีวิตที่เหลือหลินอ๋องน่าจะกลายเป็นขันทีแล้วล่ะ”โล่หวินหลานยิ้มอย่างอารมณ์ดีข้ามเวลามาวันแรกก็สั่งสอนคนเลวๆได้นางคิดว่าประสบความสำเร็จมาก

เขาทำได้แค่ถอนหายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นผู้หญิงคนนั้นมีอะไรที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

“เจ้าแน่ใจนะแบบนี้ได้ผล?”

โม่ฉีหมิงพูดอย่างเรียบๆ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีพันธกาลรัก
9.3
มิราวดีหญิงสาวผู้ถูกคู่หมั้นหักหลังจนชีวิตพังทลาย กลับได้รับความช่วยเหลือจากชายลึกลับที่มักปรากฏตัวในยามคับขันเสมอ เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาตัวรอด โดยหารู้ไม่ว่าสามีคนนี้มีอายุยืนยาวมาหลายชั่วอายุคน ทว่าท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้น อดีตชาติอันขมขื่นกลับตามมาหลอกหลอน เมื่อวิญญาณปริศนาปรากฏตัวพร้อมทวงคืนร่างเพื่อชดใช้บาปกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะตัดขาด
หน้าปกนวนิยาย ชะตาร้ายชะตารัก
8.9
ท่ามกลางความโหยหาที่ไร้จุดหมาย นางได้แต่เฝ้ารอคอยความรักจากเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ ในขณะที่หัวใจของเขากลับมีไว้เพื่อสตรีอื่นเพียงผู้เดียว คำกล่าวที่ว่าความรักทำให้คนโง่งมดูจะกลายเป็นความจริงที่ตอกย้ำโชคชะตาของนาง หรือชีวิตนี้ทำได้เพียงเป็นธาตุอากาศที่วนเวียนอยู่ใกล้กายแต่ไร้ตัวตนในสายตาเขา นางจึงได้แต่ตัดพ้อต่อโชคชะตาว่า เมื่อไหร่เขาจะหันมาเหลียวแลนางผู้มีหัวใจรักมั่นคงไม่ต่างจากใครอื่นเสียที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก
8.7
ความรักในอดีตสร้างความทุกข์ระทมให้หมิงหลิ่งฟางจนนำพาครอบครัวสู่ความพินาศ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ดวงจิตจากยุคปัจจุบันหวนคืนสู่อดีต นางจึงตั้งมั่นที่จะแก้ไขโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ด้วยตนเอง หมิงหลิ่งฟางคนใหม่จะไม่ยอมอ่อนแอหรือบูชาความรักจนหน้ามืดตามัวอีกต่อไป แม้ใจไม่ได้รักหยางจวินเฟย แต่นางก็ฉลาดพอที่จะเลือกอยู่ข้างผู้ชนะและใช้เขาเป็นเกราะคุ้มภัยให้ตระกูลหมิงรอดพ้นจากเภทภัยทั้งปวง พอกันทีกับหยดน้ำตาจากนี้จะมีเพียงการชิงไหวชิงพริบเพื่อปกป้องคนที่นางรัก
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้