ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!

เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!

ความตายจากน้ำมือกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้ย้อนเวลากลับมา พวกเธอจึงรีบนำชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาหนีภัยสงคราม ระหว่างทางได้พบกับบิดาที่เคยถูกทอดทิ้ง จากที่คิดว่าเป็นภาระ เขากลับมีสัญชาตญาณเอาชีวิตรอดที่เฉียบขาด ครั้นเดินทางถึงเมืองหลวง ครอบครัวได้เจอน้องชายฝาแฝด ภายใต้ท่าทีไร้เดียงสา คนหนึ่งกลับเจ้าเล่ห์เพทุบาย ส่วนอีกคนแสนเย็นชา ท่ามกลางวิกฤตที่บีบคั้น ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความลับนี้ต้องรวมพลังและใช้ไหวพริบทั้งหมดเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยร้ายให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ซื้อของ

ซูเป่าจูตกใจ ชัดเจนว่าไม่คิดว่าเธอจะไม่หลงกล ดวงตาวูบไหวด้วยความหงุดหงิด ดูเหมือนสงสัยว่าทำไม 'ซูยิน' ที่โง่ๆ ถึงกลายเป็นคนเอาตัวรอดยาก

สังเกตเห็นมือที่จับชายเสื้อแน่นด้วยความประหม่า เธอไม่พูดอะไร รอเงียบๆ ให้อีกฝ่ายตัดสินใจ

ซูเป่าจูสูดหายใจลึก เหมือนตัดสินใจได้แล้ว มองรอบๆ หนึ่งครั้ง แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงลดเสียงพูด "เมื่อคืนข้าฝัน ฝันว่าพวกเราถูกโจร ถูกฆ่า"

เมื่อพูดถึง 'โจร' ร่างกายเธอสั่นโดยควบคุมไม่ได้ ความกลัวในดวงตาปิดบังไม่อยู่

การทรมานอย่างโหดร้ายก่อนตาย ทำให้เธอปล่อยวางไม่ได้ เป็นฝันร้ายที่สลัดทิ้งไม่ได้ง่ายๆ

ซูยินเข้าใจในใจ

ซูเป่าจูก็เกิดใหม่เหมือนกัน

"เธอคิดว่านั่นเป็นความฝันหรือ"

ซูเป่าจูตกใจ แล้วส่ายหน้า "ไม่ นั่นไม่ใช่ฝัน"

เธอไม่เชื่อว่านั่นเป็นฝัน

ฝันไม่มีทางจริงขนาดนั้น

ความเจ็บปวดในฝันที่ถูกเฉือนเนื้อทีละชิ้น เธอยังจำได้ไม่ลืม ยิ่งไม่มีวันลืมที่พวกสัตว์นรกเอาเนื้อของเธอไปย่างบนกองไฟ หัวเราะเยาะวิจารณ์เนื้อแต่ละส่วน แถมยังบังคับให้เธอกิน

คิดถึงตรงนี้ ซูเป่าจูควบคุมความคลื่นไส้ไม่ไหว วิ่งไปอาเจียนที่คูน้ำ

ซูยินเดินเข้าไป ลูบหลังเธอเบาๆ

ตอนโจรบุกเข้าหมู่บ้าน เธอถูกแทงตายเป็นคนแรก วิญญาณล่องลอยอยู่กลางอากาศ เห็นสิ่งที่พวกโจรทำกับซูเป่าจู

การตายของเธอ เลวร้ายกว่าตัวเองมาก พูดได้ว่าถูกประหารด้วยการเฉือนเนื้อ ก่อนตายยังต้องเห็นเนื้อตัวเองถูกย่างกิน ถูกบังคับให้กินเนื้อตัวเอง ฟังพวกสัตว์นรกวิจารณ์

การตายแบบนี้ เป็นการทรมานทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสุดขีด

"ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ตอนนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างยังทันอยู่"

ซูเป่าจูเงยหน้า ใบหน้าซีดขาว แต่ดวงตากลับเป็นประกายผิดปกติ เหมือนจับอะไรบางอย่างได้ "เธอก็ ก็..."

เธอไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

"เกิดใหม่" ซูยินเติมสองคำนั้นให้

"เกิดใหม่" เธอเคี้ยวสองคำนี้ในปาก จู่ๆ ก็ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ พึมพำไม่หยุด "ใช่ นี่คือเกิดใหม่ นี่มันเกิดใหม่นี่นา ให้พวกเรามีชีวิตใหม่อีกครั้ง"

รอให้เธอสงบลง ซูยินจึงพูด "เธอจะทำยังไงต่อ"

ซูเป่าจูเงยหน้า สายตาเด็ดเดี่ยว "ข้าอยากมีชีวิตอยู่ เธอกับพี่สะใภ้คนที่สามก็เกิดใหม่ใช่ไหม"

ไหวพริบดีนี่!

ซูยินไม่ตอบตรงๆ

"ถึงไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร แต่ข้าคิดว่า เธอคงไม่อยากอยู่กับพวกนั้นต่อใช่ไหม" ซูเป่าจูถามอย่างหยั่งเชิง

ซูยินเงียบรอฟังต่อ

"คนเดียวมีกำลังจำกัด คนเยอะจึงจะมีโอกาสรอดในอนาคตมากขึ้น ข้าคิดว่าข้าช่วยได้ และจะไม่เป็นภาระแน่นอน" ซูเป่าจูพูดเสียงนิ่ง จ้องเธอด้วยสายตาเป็นประกาย

ซูยินยื่นมือ "ยินดีต้อนรับ"

ซูเป่าจูมองมือนั้น ชะงักสองวินาที แล้วจับมือ

สองมือจับกัน โชคชะตาเกี่ยวพัน

ทั้งสองมุ่งหน้าสู่เมือง

ของที่บ้านหลายอย่าง พวกเธอเอาออกมายาก ดังนั้นหลายอย่างต้องเตรียมเอง

"อาสาว เธอไปสืบข่าวตามโรงน้ำชาพวกนี้ ไม่ต้องถามมาก แค่ฟังพ่อค้าเร่คุยกัน เธอทำได้ไหม" ซูยินถาม

"ไม่มีปัญหา แล้วเธอล่ะ"

"ข้าต้องซื้อเสบียง ซื้ออุปกรณ์ อืม ก็คือซื้อของที่จะทำให้พวกเรารอดในอนาคต"

ซูเป่าจูหยิบปิ่นเงินออกจากกระเป๋า "อันนี้ให้เธอ เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เปลี่ยนเป็นของมีประโยชน์ดีกว่า"

ซูยินจำปิ่นเงินอันนี้ได้ เป็นเงินที่ซูเป่าจูรับจ้างถักเปีย แอบเก็บทีละนิดจากเงินที่ต้องส่งให้ครอบครัว ตอนซื้อมาเกือบถูกคุณย่าซูเอาไป ถ้าซูเป่าจูไม่ร้องไห้โวยวายไม่ยอมปล่อย ปิ่นเงินอันนี้คงรักษาไว้ไม่ได้ อาจตกไปอยู่ในมือภรรยาลุงใหญ่แล้ว

สองคนแยกกันที่ประตูเมือง ต่างคนต่างไปคนละทาง

ซูยินตรงไปร้านข้าวสารน้ำมัน หน้าร้านข้าวแขวนป้าย เขียนราคาไว้ คนส่วนใหญ่มักเข้าร้านถามราคา แทบไม่มีใครอ่านตัวอักษรหน้าร้าน

ข้าวเจ้า หนึ่งโต่ว สองร้อยแปดสิบเหรียญ

ข้าวฟ่าง หนึ่งโต่ว สองร้อยห้าสิบห้าเหรียญ

ข้าวจี หนึ่งโต่ว สองร้อยสี่สิบเหรียญ

...

ซูยินยืนดูที่หน้าร้าน ตัวอักษรคล้ายอักษรจีนโบราณ พอจะอ่านออกบ้าง

ตระกูลซู รุ่นทวดมีคนสอบได้ซิ่วไฉ่ มาถึงรุ่นปู่ แม้แต่ถงเชิงก็สอบไม่ได้ จนลุงใหญ่สอบได้ถงเชิง ทำให้ตระกูลซูภูมิใจอีกครั้ง นี่ก็เป็นเหตุผลที่ปู่ย่ารักลุงใหญ่

ถ้าพูดีๆสักหน่อย ตระกูลซูก็พอเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่ทั้งทำนาทั้งเรียนหนังสือ ก่อนความทรงจำตื่น เธอก็แอบเรียนมาบ้าง ตอนนี้ความทรงจำจากโลกสีฟ้ากลับมา พอดูตัวอักษรพวกนี้ ทั้งเดาทั้งคาด น่าจะอ่านออกเจ็ดแปดส่วน

ตอนเธอเข้าร้าน มีหญิงสองคนถือถุงข้าวพูดพึมพำ

"เมื่อวานหนึ่งโต่วยังแค่สองร้อยยี่สิบเหรียญ จู่ๆ ขึ้นยี่สิบเหรียญ บ้าไปแล้ว"

"ไปๆๆ ไปร้านถนนข้างๆ ที่นั่นถูกกว่า"

สองแม่เฒ้าถือถุงเปล่าด่าไปพลางเดินจากไป

ลูกมือแค่นหัวเราะ ไม่กลัวลูกค้าหนีไปเลย พึมพำว่า "ไม่ดูบ้างว่าปีนี้เป็นยังไง มีข้าวให้กินก็ดีแล้ว"

ซูยินเห็นเหตุการณ์นี้เงียบๆ เข้าใจในใจ

คงถึงตอนสองแม่เฒ้าไปถึงร้านข้าวถนนข้างๆ ราคาที่เห็นคงไม่เท่ากัน หรือไม่ก็แพงกว่า

ซูยินก้าวเข้าไป ลูกมือมองเธอทีหนึ่ง เห็นเสื้อผ้าผ้าหยาบปะชุน พูดทันที "ร้านมีข้าวจีเก่าถูกสุด หนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญต่อโต่ว"

ราคานี้ถือว่าสูงมาก ปกติข้าวจีดีๆ ก็แค่หนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญต่อโต่ว ข้าวจีเก่าแค่แปดสิบเหรียญเอง

ตอนนี้ข้าวจีเก่าขายถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญต่อโต่ว ราคาเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว

ซูยินอุ้มข้าวจีเก่าขึ้นดม มีกลิ่นอับ ข้าวจีแบบนี้แย่กว่าข้าวจีเก่าที่เคยซื้อ ดูท่าราคาขึ้นไม่ใช่แค่เท่าตัว

จากราคาข้าว ทำให้ซูยินรู้สึกชัดเจนว่ายุคสงครามกำลังมา อีกไม่กี่วันราคาคงขึ้นอีก

พอโจรมา ข้าวจีที่มีกลิ่นอับพวกนี้คงมีคนแย่งกันซื้อ

ซูยินลูบเงินในกระเป๋า แม่ให้มาประมาณสามตำลึง ตัวเองมีครึ่งเฉียน อาสาวให้ปิ่นเงินประมาณสองตำลึงครึ่งเฉียน รวมทรัพย์สินทั้งหมดประมาณหกตำลึง

หนึ่งตำลึงซื้อข้าวจีเก่าได้ห้าโต่วครึ่ง

ซื้อข้าวจีปกติได้แค่สี่โต่ว

เงินรวมหกตำลึง ถึงซื้อแต่ข้าวจีเก่า ก็ได้แค่สามสิบสามโต่ว แต่เงินไม่ได้ซื้อแค่นี้อย่างเดียว

"พี่ เอาข้าวจีสิบโต่ว แป้งสามสิบจิน"

ลูกมือถามต่อ "ของใหม่ หรือของเก่า"

"ของเก่า"

ลูกมือคล่องแคล่วตวงข้าวจีเก่าสิบโต่ว แป้งสามสิบจิน คิดเป็นเลขกลมๆ จ่ายไปสองตำลึงสี่เฉียน

ข้าวสิบโต่วบวกแป้งสามสิบจิน รวมกันหนักหนึ่งร้อยห้าสิบจิน ของเยอะขนาดนี้ซูยินไม่สะดวกถือไปซื้อของอื่น จึงฝากไว้ที่ร้านก่อน รอซื้อของอื่นเสร็จค่อยมาเอา

[หมายเหตุ 1: ระบบเงินตราราชวงศ์ต้าหยง (พี่น้องทั้งหลาย ราคาสินค้าทั้งเรื่องอ้างอิงจากราคาสมัยโบราณจริงๆ ทั้งหมดนี้ค้นคว้าข้อมูลแล้ว มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บางอย่างจะระบุ บางอย่างขี้เกียจระบุ บางอย่างปรับตามสภาพแวดล้อมในเรื่องบนพื้นฐานราคาโบราณ)

เงินตรา: หนึ่งทองเท่ากับสิบตำลึง หนึ่งตำลึงเท่ากับ 1000 เหรียญ หรือหนึ่งกว่น หนึ่งเฉียนเงินเท่ากับ 100 เหรียญ ดังนั้นหนึ่งเฉียนเท่ากับ 100 เหรียญ

น้ำหนัก: หนึ่งสือเท่ากับ 10 โต่ว 1 โต่วเท่ากับ 12 จิน ต่อไปใช้หน่วยโบราณเป็นหลัก อย่าเอาหน่วยสมัยใหม่มาเทียบ]

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักพยัคฆ์ทมิฬ
9.2
ชีคมาลิก เจ้าของฉายาเสือดำแห่งนามีรุน กำลังตกอยู่ในบ่วงปรารถนาที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาต้องการครอบครองเนตรดารา หญิงสาวผู้ที่เงินตราไม่อาจซื้อได้ง่ายๆ หากข้อเสนอไม่น่าสนใจพอ ท่ามกลางความขัดแย้งในราชวงศ์ที่มองว่าเขาเป็นเพียงแกะดำ มาลิกจึงต้องพิสูจน์เกียรติยศและสายเลือดนักล่าของตนเองว่าเสือย่อมเป็นเสือวันยังค่ำ การเจรจาเพื่อดึงเธอเข้าสู่ฮาเร็มจึงกลายเป็นเกมเดิมพันที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงของความรักและการพิสูจน์ตัวตนอันเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์
8.0
ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ท่ามกลางบรรยากาศเร่าร้อนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของหญิงสาวหลายคน สตรีหน้าใหม่ผู้ไร้เดียงสาจำต้องทนดูภาพแม่ทัพปีศาจร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา เสียงอันน่าหวาดหวั่นสร้างความสับสนจนนางทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงฝีมือออกมาให้ประจักษ์ในตอนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกต่อไป เมื่อความกดดันบีบคั้นถึงที่สุด นางจึงต้องงัดทุกกลเม็ดที่มีเพื่อปรนเปรอเขาและรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ให้ได้