ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องข้าไม่ต้องการท่านเป็นสวามี

ท่านอ๋องข้าไม่ต้องการท่านเป็นสวามี

อดีตหมอสาวผู้เคยตายเพราะความรักที่โง่เขลา ได้รับโอกาสที่สองในร่างของสวีอี้หลิง บุตรสาวท่านโหวที่ถูกลอบวางยาเช่นกัน เมื่อตื่นมาในชีวิตใหม่นางจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมเป็นสตรีอ่อนแอที่ถูกใครรังแกได้อีก แม้ต้องอยู่ในฐานะพระชายาของท่านอ๋องผู้เก่งกาจที่นางไม่ได้เต็มใจสมรสด้วย สวีอี้หลิงก็หาได้ใส่ใจในตัวสามีที่ชิงชังนางไม่ สิ่งเดียวที่นางปรารถนาคือหนังสือหย่าเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตอิสระ และจะไม่ยอมให้ความรักมาทำลายชีวิตเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด
ตอน
แชร์

ตอน 1

“คุณหมอจะกลับแล้วเหรอคะ” เสียงของพยาบาลที่อยู่วอร์ดเดียวกันเอ่ยทักทายคุณหมอสาวใจดีประจำวอร์ดเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะกลับบ้านหลังเสร็จงานวันนี้แล้ว

“ใช่แล้วค่ะ งั้นหมอกลับก่อนนะคะ”

กมลวรรณ หรือ ‘หมอเมย์’ รีบบอกลาเพื่อนร่วมงานก่อนจะ รีบตรงกลับไปที่คอนโดมิเนียมสุดหรูเพื่อเตรียมอาหารเย็นไว้รอแฟนหนุ่มอย่างเช่นทุกวัน ทว่าขณะที่กำลังเดินไปตามทางเพื่อตรงกลับห้องของตัวเอง เธอก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยอาการพะอืดพะอม จนเธอต้องรีบวิ่งเพื่อให้ถึงห้องของเธอให้เร็วที่สุด

หลังจากจัดการล้างหน้าล้างปากเรียบร้อย กมลวรรณที่เริ่มผิดสังเกตกับอาการของตัวเองก็เร่งไปหยิบชุดตรวจครรภ์ในลิ้นชักออกมา แล้วทำการตรวจทันที

ส่วนหนึ่งเพราะประจำเดือนขาดไป แต่เพราะคิดไปว่าอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เธอทำงานหนัก และเครียดกับเคสยากบ่อย ๆ เลยอาจจะทำให้คลาดเคลื่อนไปบ้าง

แต่แล้วใบหน้าสวยก็พลันคลี่ยิ้มกว้างเมื่อแท่งสีขาวปรากฏขีดสีแดงเข้มขึ้นมาชัดเจนสองขีด มือเรียววางทาบลงไปบนหน้าท้องแบนราบด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

แม้ความรักของเธอจะมีอุปสรรคมากมาย เพราะครอบครัวของ ภาสกร แฟนหนุ่มไม่ยอมรับเธอ เพราะเธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ๆ ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือฐานะที่จะช่วยผลักดันสนับสนุนแฟนหนุ่มในเรื่องธุรกิจได้

ห้าโมงเย็นไม่ขาดไม่เกิน ร่างสูงของภาสกรเดินเข้ามาภายในห้องชุดที่เขาซื้อเอาไว้อยู่กับคนรักตั้งแต่เริ่มคบกันได้หนึ่งปี ชายหนุ่มตรงเข้ากอดร่างนุ่มนิ่มที่กำลังจัดโต๊ะมื้อเย็นจากทางด้านหลัง

ฟอดดด~

“วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ”

“วันนี้มีผัดผัก และหมูคั่วเกลือค่ะ” กมลวรรณพลิกกายหันไปหาคนรักก่อนจะหอมแก้มสากไปอีกหนึ่งฟอด “ไปล้างมือแล้วมากินข้าวกันค่ะ”

ทั้งสองกินข้าวกันไป คุยกันไป บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ให้อีกฝ่ายได้ฟัง ก่อนที่กมลวรรณตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญออกมา

“กรคะ เมย์มีของขวัญจะให้ค่ะ”

ภาสกรได้ยินแบบนั้นก็ย่นคิ้วคมเข้าหากันยุ่งด้วยความสงสัย “อะไรเหรอครับ”

“หลับตาก่อนสิคะ”

เมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มยอมหลับตาลง กมลวรรณก็หยิบเอาแท่งตรวจครรภ์มาวางบนฝ่ามือหนาทันที ภาสกรลืมตามองของขวัญที่ว่า ก่อนจะเบิกตาโตมองหน้าคนรักด้วยความสุข ชายหนุ่มลุกแล้วตรงเข้าไปกอดหญิงสาวไว้จมอก กดจูบไปทั่วใบหน้าสวยด้วยความรู้สึกดีใจและขอบคุณ

“ดีใจไหมคะคุณพ่อ”

“ที่สุดเลยเมย์ ขอบคุณนะครับ ผมสัญญานะว่าผมจะดูแลคุณกับเจ้าตัวน้อยให้ดีที่สุด”

“ค่ะ” มือเรียวยกขึ้นกอดคนรักเอาไว้ไม่คลายเช่นกัน

สัปดาห์ต่อมา ภาสกรเลือกเอาวันที่กมลวรรณหยุดพาเธอเข้ามาหาพ่อกับแม่ของเขาที่บ้าน คฤหาสน์ตระกูลอภิรักษ์โดดเด่นเป็นสง่าเช่นเดิม กมลวรรณมองคฤหาสน์ตรงหน้าแล้วลอบถอนหายใจออกมา

เพราะตั้งแต่คบกับภาสกรมา นี่เป็นครั้งที่สองเท่านั้นที่เธอได้เหยียบย่างเข้ามาที่นี่ เธอยังจำความรู้สึกครั้งแรกได้ไม่ลืม ได้แต่หวังว่าพ่อแม่ของภาสกรจะยอมลงให้เพราะเห็นแก่หลานที่อยู่ในท้องเธอบ้างก็เท่านั้น

ภาสกรยื่นมือมากอบกุมมือเรียวเอาไว้ เพราะรู้ว่ากมลวรรณกำลังกังวลเรื่องอะไร เขาเองก็กังวลไม่น้อยไปกว่าเธอ ด้วยรู้ว่าพ่อแม่เป็นคนอย่างไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม้ว่ากมลวรรณพยายามพิสูจน์ตัวเองขนาดไหน

หากแต่พ่อกับแม่ของเขาก็ไม่เคยยินดีและยอมรับในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย เขาได้แต่หวังว่าครั้งนี้พ่อกับแม่จะเห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดมาบ้าง เพราะแต่ไหนแต่ไรมาพวกท่านก็อยากจะอุ้มหลานกันอยู่แล้ว

แน่นอนว่าหญิงสาวไม่ได้รับการต้อนรับเหมือนที่คิดเอาไว้ คุณหญิงเพียงแค่ปรายตามองมาทางเธออย่างไม่สบอารมณ์

“ผมกับเมย์จะแต่งงานกันครับ”

“ไม่ได้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด” คุณหญิงเพียงแขแหวลั่นเสียงดัง

“แต่เมย์กำลังท้องลูกของผม และผมก็ไม่คิดจะแต่งงานกับคนอื่นนอกจากเมย์”

คำพูดของภาสกรทำเอาประมุขของบ้านและหญิงสูงวัยได้แต่ชะงักค้างกับเรื่องราวที่ได้รับรู้ กระนั้นก็ยังคงเอ่ยคัดค้านเสียงแข็ง ทำเอาหัวใจของกมลวรรณรู้สึกปวดหนึบไปหมด ไม่คิดว่าหลานที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข พวกท่านที่จะได้เป็นปู่เป็นย่าก็ยังไม่ต้องการ

“นี่แกปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจะมาบีบพวกฉันอย่างนั้นเหรอ หน้าด้าน”

“แม่ครับ”

“ไม่รู้ละ หัวเด็ดตีนขาดยังไง แม่ก็จะไม่ยอมรับแม่นี่เข้ามาร่วมวงศาคณาญาติแน่นอน”

คำพูดของคุณหญิงเพียงแขทุกคำราวกับเป็นใบมีดแหลมที่ปลิวมาปักลงบนหัวใจของหญิงสาวซ้ำ ๆ จนตอนนี้มันเจ็บไปหมด เธอเสียใจจนไม่รู้จะบรรยายมันออกมาอย่างไร

หลังจากถกเถียงกันอยู่นาน เสียงโทรศัพท์เครื่องบางในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น และเมื่อเห็นว่าเป็นสายสำคัญ จึงเลี่ยงออกไปรับโทรศัพท์ด้านนอกแทน

“เอาละ เธอพูดเองนะว่าเธอยอมรับข้อเสนอของฉัน” คุณหญิงเพียงแขที่สบโอกาส เลยพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดวางแผนเอาไว้มานานเนิ่นกับกมลวรรณทันที

“ค่ะ”

“ฉันไม่อ้อมค้อม ฉันกำลังจัดการเรื่องงานแต่งงานของเจ้ากรกับหนูหลินในเดือนหน้า ถ้าเธอจะไปจากเจ้ากรตอนนี้มันก็ยังไม่สายนะ มันอาจจะลำบากสำหรับเธอที่กำลังตั้งท้อง เอาเป็นว่าฉันจะให้เงินเธอไปตั้งตัวสักก้อนถ้าเลือกจะไป แต่ถ้าอยากจะอยู่ต่อ เธอจะต้องอยู่ในฐานะเมียน้อยเท่านั้น”

จังหวะที่กมลวรรณกำลังจะพูดออกไป ภาสกรที่คุยโทรศัพท์เสร็จพอดีก็เดินเข้ามา แล้วชักชวนกันกลับ ระหว่างทางกลับคอนโดหลังจากเห็นสีหน้ากมลวรรณไม่ค่อยสู้ดีนัก ภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบ

เพราะกมลวรรณกำลังคิดถึงสิ่งที่แม่ของคนรักพูดกับตน และคิดไปว่าเมื่องานแต่งกำลังจะเกิดขึ้นเดือนหน้า อย่างนั้นภาสกรเองก็คงรู้ตัวอยู่แล้วเช่นกัน ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขากลับไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เธอรับรู้เลย

กมลวรรณได้แต่ตัดพ้อกับตัวเองในใจว่า เธอไปทำกรรมอะไรนักหนาในชาติที่แล้ว ชีวิตนี้เธอจึงได้ประสบแต่ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงเรื่องราวบัดซบอย่างการถูกบีบให้กลายเป็นเมียน้อยทั้ง ๆ ที่เธอมาก่อนอย่างนี้

สุดท้ายเมื่อเห็นว่าพูดอย่างไรผู้เป็นแม่ก็ไม่ยอมรับฟัง และไม่ยอมลงให้ ภาสกรจึงพากมลวรรณกลับ เพราะไม่อยากให้คนรักคิดมากเรื่องนี้ ก่อนที่เขาจะเลือกโกหกกมลวรรณว่ามีงานด่วน และตรงกลับไปที่บ้านอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับพ่อและแม่ให้เข้าใจ เพราะสถานะในเงื่อนไขนั้น กมลวรรณไม่ต่างจากเมียเก็บของเขา แน่นอนว่าเขาไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเช่นกัน

ภาสกรตรงเข้าไปคุยกับทั้งพ่อและแม่ด้วยสีหน้าท่าทางที่จริงจัง บอกความต้องการของตัวเองอย่างชัดเจน จนคุณหญิงเพียงแขผู้เป็นแม่เองก็เริ่มรู้สึกขัดใจขึ้นมาอีกครั้ง เธอเลือกที่จะยื่นข้อเสนออีกข้อให้ภาสกร เพราะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วลูกชายก็จะยอมรับ

“ฉันจะยอมให้แกพาแม่นั่นเข้ามาอยู่ในบ้านก็ต่อเมื่อ แกยอมแต่งงานกับหนูหลิน และถ้าแกไม่ยอม ไม่ใช่แค่แม่นั่นจะไม่ได้เหยียบเข้ามาที่นี่ แต่ฉันจะทำให้มันสองแม่ลูกหายไปจากชีวิตแกตลอดกาล”

ภาสกรได้แต่กำหมัดแน่นกับสิ่งที่ได้ยิน และเพราะรู้ว่าผู้เป็นแม่ทำได้ทุกอย่างตามที่พูด ไม่ใช่แค่ขู่ให้กลัวเท่านั้น สุดท้ายภาสกรจำต้องยอมตกลงไปก่อน ได้แต่เก็บเรื่องข้อเสนอนี้เอาไว้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้คนรักต้องรับรู้แล้วไม่สบายใจ

กมลวรรณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านอภิรักษ์ร่วมเดือน แม้จะประสบกับความไม่ยุติธรรมอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็พยายามอดทนมาตลอด กระทั่งก่อนวันแต่งงานระหว่างภาสกรและลิลลารีย์สามวัน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจบอกกมลวรรณเรื่องที่เขาต้องแต่งงานกับคนที่แม่จัดหาให้

“เมย์ ผมมีเรื่องจะบอกคุณน่ะ”

“คะ มีเรื่องอะไรเหรอ หน้าตาซีเรียสเชียว”

“คือผมต้องแต่งงานกับหลิน เพื่อแลกกับการที่ผมจะได้อยู่กับคุณ” สุดท้ายภาสกรก็เลือกบอกออกไปตรง ๆ ไม่ได้ปั้นแต่งคำพูดให้สวยหรูแต่อย่างใด

“...”

“ผมรู้นะเมย์ว่ามันไม่ยุติธรรมกับคุณเลย แต่ผมสัญญานะว่ามันจะเป็นแค่การจัดงานแต่ง ผมจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับหลินเลย และผมจะหาทางหย่ากับหลินให้เร็วที่สุด”

กมลวรรณรู้ดีว่าภาสกรเองก็คงขัดพ่อแม่ไม่ได้ เธอจึงทำเพียงคลี่ยิ้มอ่อนจางส่งไปให้ พลางตบหลังมือหนาเบา ๆ เป็นการบอกว่าไม่เป็นไร เธอเข้าใจดี

“เมย์เชื่อใจกรนะคะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์
8.0
ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
ศรินภัสร์ยอมรับภารกิจสายลับมือใหม่แฝงตัวเข้าไปสืบคดีไม้เถื่อนในปางไม้เพื่อพิสูจน์รักที่มีต่อชายคนหนึ่ง แต่เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นที่เธอเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของที่นั่น เขาเข้าใจผิดว่าเธอมาเพื่อบีบบังคับเรื่องแต่งงาน จึงคอยกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธออย่างโหดร้าย เมื่อศรินภัสร์ไม่ยอมถอย วาโยจึงเริ่มใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนความอวดดี เขาใช้กำลังพันธนาการตัวเธอไว้พร้อมมอบจูบที่ดุดันเป็นการลงโทษจนหญิงสาวผู้อ่อนประสบการณ์แทบสิ้นเรี่ยวแรงและขาดใจ
หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาโจร
9.1
จัสซีเนียต้องกลายเป็นแพะรับบาปในกรงขังแห่งความแค้น เมื่อจาห์มาล์ ราชาโจรผู้เหี้ยมโหดจับตัวเธอมาลงทัณฑ์แทนความผิดที่พี่ชายและพ่อของเธอเป็นคนก่อ ท่ามกลางทะเลทรายอันห่างไกล หัวใจของเธอถูกย่ำยีอย่างทารุณด้วยแรงอาฆาตและราคะที่คุกรุ่น แม้เธอจะเพรียกหาความเมตตา แต่จอมโจรไร้หัวใจกลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดนั้น พร้อมมอบบทเรียนแสนป่าเถื่อนที่เผาไหม้ร่างเธอทั้งเป็นในฐานะเชลยไร้ค่าที่ต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยพรหมจรรย์และหยาดน้ำตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้