
ข้าเก็บภรรยาได้ที่ชายหาด (ภาคต่อ สามีข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง)
ตอน 3
ณ แคว้นไห่ เมือง เจิ้งสุ่ย ตำบลไห่ซาน หมู่บ้านไห่เจิน เป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมทะเล ด้านหลังติดภูเขาทัศนียภาพสวยงาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพจับปลาในทะเล
ครอบครัวหยางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ฐานะค่อนข้างยากจน แต่ทุกคนในครอบครัวล้วนรักใคร่ปรองดองกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ตอนนี้สะใภ้ใหญ่ของบ้านอย่างลู่เอินกำลังปวดท้องจะคลอดลูก
ลู่เอินแต่งเข้าบ้านหยางกับหยางคุนในฐานะสะใภ้ใหญ่ของบ้าน ตอนนี้กำลังจะคลอดลูกคนแรกและหลานคนแรกของบ้าน ทำให้สมาชิกในครอบครัวมารวมกันที่ลานบ้านเพื่อรอลุ้นว่าหลานที่จะเกิดมาจะเป็นหญิงหรือชายกันแน่
หยางคุนชายหนุ่มอายุ 25 ปี หน้าตาหล่อเหลา มีอาชีพเป็นชาวประมงและตอนนี้เขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ภรรยากำลังจะคลอดลูกคนแรกให้กับเขา ตอนแรกเขากำลังจะออกเรือไปหาปลาแต่ภรรยาของเขาปวดท้องจะคลอดลูกเสียก่อน
หยางคุนจึงได้รีบไปตามหมอตำแยแทนที่จะได้ออกทะเล ไม่ว่าลูกคนแรกจะเป็นหญิงหรือชายเขาตั้งใจจะเลี้ยงดูลูกอย่างดี ที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้
เวลาผ่านไปสองชั่วยาม ภรรยาที่ปวดท้องมานานในที่สุดนางก็คลอดลูกชายตัวอวบอ้วนออกมาให้เขา และประมุขมารได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง
เป็นการเกิดใหม่ของประมุขมารตามที่เขาต้องการ ภพชาตินี้เขากลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หยางคุนตั้งชื้อลูกชายว่าหยางไห่เฉิง เด็กน้อยไห่เฉิงเลี้ยงง่าย ไม่งอแงขอแค่กินอิ่มกับร่างกายสะอาดเขาสามารถนอนหลับได้ทั้งวัน
หยางคุนและคนบ้านหยางดีใจมากที่สะใภ้ใหญ่คลอดหลานชายคนโตออกมา ในวัยเด็กไห่เฉิงเป็นเด็กดี เมื่อเติบโตมาก็เป็นคนดี ทำงานหาเงินเข้าบ้านเป็นกำลังหลักของบ้านคู่กับท่านพ่อที่เริ่มอายุมากแล้วของเขา
นอกจากนี้ที่บ้านยังมีน้องๆ ลูกของท่านอา และน้องๆ ของเขาที่ยังเด็กอยู่หลายคน ท่านปู่ท่านย่าเองก็แก่ชราลงทุกที ด้วยบ้านหยางเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกหลานเยอะและมีฐานะยากจน แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเอง
ทุกคนขยันทำงาน รักใคร่สามัคคี ไม่เคยทะเลาะเบาะแว่งกันในหมู่พี่น้อง เป็นครอบครัวที่ไร้ซึ่งการอิจฉาริษยากันโดยแท้ แต่ถึงแม้ว่าไห่เฉิงหน้าตาจะหล่อเหลาแต่ครอบครัวของเขายกจน ทำให้ไม่มีหญิงสาวหรือเกอคนไหนอยากแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้และมาทนลำบากกับเขา
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นไห่เฉิงเองก็ไม่ต้องการจะแต่งเอาคนที่รักสบายเห็นแก่ตัวเข้ามาในบ้าน และที่สำคัญในใจเขาเหมือนกับว่าคู่ของเขายังไม่มี เหมือนกับว่าเขากำลังรอใครบางคนอยู่ ใครบางคนซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคือใคร
ชีวิตของไห่เฉิงดำเนินมาเรื่อยๆ จากหนุ่มน้อยวัย 15 ถึงเวลาที่จะต้องคุยเรื่องแต่งงานแล้ว แต่เขายังไม่มีแม้กระทั่งแม่สื่อสักคนมาเยือน จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนเขาอายุได้ 19 ปี ท่านพ่อกับท่านแม่เองถึงแม้จะร้อนใจแต่เพราะครอบครัวยากจนที่สำคัญสะใภ้ใหญ่จะต้องเป็นคนดี จิตใจดี หาไม่แล้วแต่งเข้ามาบ้านได้ลุกเป็นไฟแน่
ทุกคนในบ้านถึงแม้จะร้อนใจในเรื่องการแต่งงานของไห่เฉิง แต่พวกเขากลับไม่ได้บังคับให้ไห่เฉิงต้องแต่งงาน บ้านตระกูลหยางเชื่อว่าคู่ชะตาของหลานชายจะมีในสักวัน ถึงตอนนั้นค่อยจัดงานแต่งให้ก็ยังไม่สาย
บ้านหยางไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะได้สะใภ้ในเร็ววันนี้ และได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่าสะใภ้คนนี้กลับนำความรุ่งเรืองมาสู่บ้านตรกูลหยาง จากฐานะยากจนที่สุด กลับกลายเป็นร่ำรวย มีเรือหาปลาขนาดใหญ่ในครอบครองนับสิบลำ ในอนาคตข้างหน้า
และเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของประมุขมารหรือไห่เฉิงในดินแดนมนุษย์ตามที่เขาต้องการและภรรยาของเขาคือคู่ด้ายแดงผูกชะตากันทุกภพทุกชาติไป นับจากนี้
ลี่หยางที่กระโดดลงไปในทะเลถูกคลื่นซัดจนลอยมาติดอยู่ที่ชายหาด เพราะร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ลี่หยางหมดสติและสลบไปในที่สุด
เช้าวันนี้ไห่เฉิงเตรียมตัวจะออกหาปลาในทะเลเช่นเคย หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ทั้งหมด 40 ครอบครัว ด้านหลังหมู่บ้านเป็นภูเขา ด้านหน้าของหมู่บ้านเป็นทะเล ซึ่งต่างจากหมู่บ้านซานถุนที่ซูลี่หยางเจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่
ถึงแม้ว่าตระกูลหยางแห่งหมู่บ้านไห่เจินจะถือว่าเป็นครอบครัวที่ยากจนที่สุดและมีสมาชิกที่อาศัยอยู่ด้วยกันมากที่สุดในหมู่บ้านก็ว่าได้ เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน จึงไม่สามารถที่จะแยกบ้านออกไปได้ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยากจนแต่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันภายในครอบครัว ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความรักและสามัคคี ซึ่งหาได้ยากมาก
“ไห่เฉิง วันนี้จะออกทะเลหรือไม่” เหวินไคสหายสนิทเพียงคนเดียวของไห่เฉิง
“ไปสิแต่วันนี้ลมแรงข้าจึงไม่ออกทะเล เรือเล็กของบ้านข้าคงไม่ไหวหรอก ข้าเลยคิดว่าจะพาน้องๆ ออกไปเสี่ยงดวงแถวชายหาดดู”
“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้ายังไงพวกเราก็ไปด้วยกันเถอะ” เหวินไค
“ได้สิ เจ้ากลับไปเตรียมของก่อนแล้วค่อยมาหาข้าที่บ้าน” ไห่เฉิง
หลังจากเหวินไคกลับไปแล้ว ไห่เฉิงก็รีบเตรียมของทันที บ้านหยางนอกจากจะจับปลาในทะเลแล้วยังเข้าป่าล่าสัตว์ในภูเขาหลังหมู่บ้านด้วยเช่นเดียวกันกับครอบครัวอื่นๆ
“ไห่เฉิงข้ามาแล้ว” เหวินไคที่มาพร้อมกับภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านได้ไม่นานของเขา
“อืม ไปกันเถอะ”
“แล้วนี้น้องของเจ้าไม่มีใครไปด้วยหรือ ” เหวินไค
“น้องๆ เข้าป่าไปหาของป่ากับพวกท่านพ่อท่านอาแล้ว ส่วนคนที่เหลืออยู่บ้านช่วยท่านแม่กับท่านย่า ซ่อมแซมเสื้อผ้า” ไห่เฉิง
“อืม บ้านเจ้าแลดูอบอุ่นดีนะ” เหวินไค
“ทำไม อิจฉาหรือ”
“ก็นะ มันก็มีอิจฉากันบ้างเจ้าดูบ้านข้าสิ คนน้อยกว่าบ้านเจ้าอีก แต่ก็ยังเอารัดเอาเปรียบ นี่ดีหน่อยที่ท่านพ่อข้าแยกบ้านออกมาแล้วไม่เช่นนั้นอย่าหวังว่าจะได้โงหัวขึ้นเลย คงโดนครอบครัวท่านลุงกดขี่อยู่แบบนั้น คนบ้านนั้นทั้งขี้เกียจและเห็นแก่ได้ที่สำคัญเห็นแก่ตัว หากไม่แยกบ้านออกมาข้าคงไม่ได้แต่งภรรยาเข้าบ้านหรอก ใครจะอยากเข้ามาอยู่ในครอบครัวแบบนี้กัน” เหวินไค
“เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วตอนนี้บ้านของเจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่แล้วนี่ตัดขาดกันไปแล้ว ต่อไปชีวิตก็จะดีขึ้น เชื่อข้าสิ”
“อืม แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะแต่งงานเล่าไห่เฉิง ตอนนี้ในหมู่บ้านของเราคนที่อายุเท่าพวกเราก็แต่งงานหมดแล้วนะ”
“ไม่รู้สิ ข้ายังไม่พบคนที่ข้าถูกใจอีกอย่างเจ้าคิดว่าบ้านข้าจนเสียขนาดนี้กินก็กินไม่อิ่มจะมีบุตรสาวหรือเกอบ้านไหนอยากแต่งเข้ามาในบ้านข้ากันล่ะ”
“มันต้องมีสักคนสิเชื่อข้า เจ้าเป็นคนดี ครอบครัวเจ้าก็ดี มันจะต้องมีใครสักคนมองเห็น และอยากแต่งเข้ามาก็ได้นะ”
“ไม่แน่นะ ภรรยาของข้าอาจจะยังไม่เกิดก็ได้” ไห่เฉิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“นี่ไห่เฉิงเจ้ายังฝันถึงคนผู้นั้นอยู่หรือ หรือว่าที่เจ้าไม่ยอมสู่ขอภรรยา เพราะรอคนผู้นั้นอยู่” เหวินไคถามออกมาด้วยความแปลกใจ
“ไม่รู้สิ แล้วแต่สวรรค์จะลิขิตก็แล้วกัน แล้วนี่เจ้าพาเมียมาด้วยทำไม นางตั้งท้องอยู่ไม่ใช่หรือ”
“ให้นางออกมาเดินบ้างอยู่แต่ในบ้านอุดอู้”
“อืม ไปกันเถอะ อาจจะได้ปลาที่โดนคลื่นซัดขึ้นมากลับมาทำอาหารบ้าง”
ทั้งสามคนเดินมองหาปลาไปตามชายหาด ไห่เฉิงได้ปลาเพียงแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น เขาเดินแยกออกมาจากสองสามีภรรยา ถ้าจะบอกว่าไม่อิจฉาสหายของตัวเองก็คงจะไม่ใช่ เขาเองก็อยากจะมีภรรยาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขายังไม่เจอคนที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงเหมือนกับเจอคนผู้นั้นในความฝัน
ไห่เฉิงเดินมาเรื่อยจนกระทั่งมาถึงจุดที่ลี่หยางนอนสลบอยู่ ไห่เฉิงที่สอดส่ายสายตามองหาปลาที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนชายหาดไปเรื่อยๆ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเพราะมีคนนอนอยู่บนชายหาดแต่ร่างกายส่วนล่างจมลงไปในทะเล
ไห่เฉิงไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ภายในจิตใจของเขากลับร้อนลุ่ม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ยากที่จะอธิบายออกมาได้ ไม่รอช้าเขาสาวเท้าเข้าไปทันที และเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่นอนจมน้ำอยู่ ใจเขาเต้นแรงเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอกเสียให้ได้
หน้าตาของคนผู้นี้เหมือนกับคนในฝันของเขามากที่สำคัญคนผู้นี้เป็นเกอด้วย ไห่เฉิงตรวจดูก็พบว่ายังมีลมหายใจอยู่ เขารีบอุ้มลี่หยางที่หมดสติอยู่นั้นวิ่งกลับบ้านทันที ท่ามกลางความตกใจของเหวินไคและภรรยา
“ไห่เฉิง เจ้าจะรีบไปไหน แล้วนั่นเจ้าไปพาใครมา ข้าเข้าใจว่าเจ้าเองก็อยากมีภรรยาแต่เจ้าจะไปลักเกอบ้านผู้อื่นมาแบบนี้ไม่ได้ รอข้าก่อน รอข้าด้วย ภรรยาเจ้าค่อยๆ เดินกลับบ้านนะ ข้าจะตามไห่เฉิงไป"
“เจ้าค่ะท่านพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ” อิงอิงภรรยาของเหวินไคบอกกับสามี
ไห่เฉิงอุ้มลี่หยางกลับมาถึงบ้าน เขาวางร่างที่ไร้สติของลี่หยางลงบนเตียงในห้องนอนของเขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ไปรื้อค้นหีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองเพื่อมาเปลี่ยนให้กับลี่หยาง โดยเขาลืมคิดไปว่าตัวเองเป็นบุรุษ ถึงแม้ลี่หยางจะเป็นบุรุษเช่นเดียวกันแต่ลี่หยางเป็นเกอ ด้วยความร้อนใจเขาจึงเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลี่หยางด้วยตัวเอง
“ไห่เฉิง เจ้าไปพาใครมา ตายล่ะหว่า นี่เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เกอน้อยผู้นี้” เหวินไคตกใจจะตายแล้วตอนนี้ สหายของเขาทำอะไรลงไป
“ก็ใช่น่ะสิ จะปล่อยให้นอนทั้งๆ ที่เสื้อผ้าเปียกแบบนั้นได้ยังไง เจ้ามาก็ดีแล้วไปตามหมอให้ข้าหน่อย”
“ไห่เฉิง นี่เจ้าเห็นร่างกายเกอน้อยแล้วใช่หรือไม่ แล้วนี่เจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าทำอะไรลงไป” เหวินไคยังคงตั้งคำถาม
“เกอแล้วยังไง ก็เป็นบุรุษเหมือนกันไม่ใช่หรือ เจ้าจะถามอีกนานไหมไปตามหมอให้ข้าก่อน ข้าจะเช็ดตัวให้เขาก่อน”
“เจ้าบ้าไห่เฉิง นี่เจ้าไม่รู้หรือ ว่าถ้าเกิดเจ้าเห็นร่างกายของเกอผู้นี้แล้วเจ้าจะต้องรับผิดชอบ แต่งงานกับเขาน่ะ แล้วนี่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้แต่เจ้าก็ยังทำอะไรไม่ยั้งคิด คนในบ้านมีอยู่เยอะแยะ ท่านอาสะใภ้ ท่านย่าของเจ้าก็อยู่ แล้วแบบนี้เจ้าจะทำยังไง ไหนเจ้าบอกข้าที”
“แต่งก็แต่งสิ ในเมื่อสวรรค์ส่งเขามาให้ข้า เหตุใดข้าจะต้องผลักไสเขาออกไปด้วย อย่าถามมากไปตามท่านหมอมาได้แล้ว”
เหวินไคออกไปตามท่านหมอหยู หมอชราเพียงหนึ่งเดียวในหมู่บ้านด้วยความคับข้องใจ ลี่หยางนั้นตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเองยังอยู่ในความฝัน ฝันว่าตัวเองได้แต่งานกับประมุขมารที่ตัวเองหลงรัก
หลังจากหมอหยูมาตรวจร่างกายลี่หยางแล้ว อาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่ที่ยังไม่ได้สติอาจจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ และจมน้ำอยู่เป็นเวลานานโชคดีที่ไห่เฉิงไปพบเข้า ไม่เช่นนั้นแล้วคงได้จมน้ำตายไปจริงๆ
ลี่หยางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ในตอนที่กำลังเรียบเรียงความคิดอยู่นั้นว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือว่าความฝันกันแน่ อยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แล้วก็มีความทรงจำของลี่หยางเกอที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเขาเข้ามา ลี่หยางปวดหัวจนสลบไปอีกครั้ง
ลี่หยางเจ้าของร่างเดิมนั้นตายตั้งแต่ตอนที่ถูกพวกนายหน้าค้าทาสทุบตี ญาติผู้พี่ของลี่หยางอิจฉาในความงดงามและหมายตากัวฟู่เหลียงลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ที่กำลังจะส่งแม่สื่อมาสู่ขอลี่หยาง
ทำให้ซูเยว่เหมยไม่พอใจ จึงได้แอบไปติดต่อพวกนายหน้าค้าทาส ให้มาจับตัวลี่หยางตอนที่เขาเข้าป่าไปหาของป่า จากนั้นจึงค่อยสร้างเรื่องว่าลี่หยางหายไปในป่าแทน แบบนี้ก็เท่ากับว่านางกำจัดศัตรูหัวใจที่นางเกลียดออกไปได้ แถมยังได้เงินมาใช้อีกหลายตำลึง โดยมีนางจางแม่ของเยว่เหมยรู้เห็นเป็นใจด้วย
คุณอาจจะชอบ





