
จิตวิญญาณข้าถูกผนึก
ตอน 3
อวิ๋นหลานกลั่นกรองความทรงจำทั้งหมดในสมองอย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นพักใหญ่ นางก็ทุบหน้าอกไปมาและพึมพำกับตัวเองว่า “ในเมื่อพระเจ้าไม่ยอมให้ข้าสิ้นลม ถ้าอย่างนั้นข้าจะนำความไม่พอใจ และความแค้นเคืองทั้งหมดของเจ้าไปแก้แค้นให้กับเจ้าเอง”
ท่ามกลางบรรยากาศดูเหมือนจะมีสสารบางอย่างลอยละล่องอยู่ หลังจากอวิ๋นหลานพูดจบ มันก็ค่อย ๆ สลายหายไป
หลังจากสิ้นเสียง “กริ๊ง” อะไรบางอย่างก็ร่วงลงกระทบกับพื้น
พออวิ๋นหลานก้มลงมอง นางก็เห็นสร้อยลูกปัดเส้นหนึ่ง ซึ่งลูกปัดที่อยู่บนนั้นถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วยเส้นเชือกอันบางเฉียบราวกับเส้นผม ทั้งเรียบลื่นเสมือนแก้วและเปล่งประกายในยามค่ำคืนเป็นแสงระยิบระยับ
“นี่คือ……”
อวิ๋นหลานรู้สึกสงสัยขึ้นมาในทันใด แล้วใบหน้าของบุรุษรูปงามคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว แม้ว่าจะได้เห็นเพียงชั่วครู่ แต่กลับเป็นใบหน้าที่ตราตรึงใจอย่างมาก ส่งผลให้นางจดจำมันได้อย่างลึกซึ้ง
ตอนที่แกะมือของบุรุษคนนั้นออกไป นางคงไม่ได้เผลอไปดึงสร้อยลูกประคำมาด้วยหรอกใช่มั้ย?
“ช่างมันแล้วกัน หากเอากลับไปคืนตอนนี้ บางทีพวกนั้นอาจจะฆ่าข้าทิ้งก็ได้”
สร้อยลูกประคำเส้นนี้ถือเป็นค่าชดเชยในการบีบคอนางที่บุรุษคนนั้นต้องจ่ายก็แล้วกัน
อวิ๋นหลานลูบไล้ลำคอที่ถูกบีบเค้นไปมา ก่อนจะหัวเราะเยาะและดึงเชือกจนขาดทันที
ในวินาทีที่เชือกขาดออกจากกัน ลูกประคำก็เปล่งแสงเจิดจ้าชวนแสบตาออกมา ส่งผลให้อวิ๋นหลานปล่อยมือตามสัญชาตญาณด้วยความตกใจ
ลูกประคำลอยละล่องอยู่กลางอากาศ อวิ๋นหลานยังไม่ทันจะตั้งตัว ลูกประคำก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว!
ความรู้สึกร้อนรุ่มซึ่งแฝงด้วยความแสบร้อนแต่ไม่เป็นอันตรายพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย มันอบอุ่นมาก ราวกับมีพลังวิเศษบางอย่างกำลังหลั่งไหลไปทั่วทั้งร่างกาย
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
อวิ๋นหลานเอื้อมมือไปคลำบริเวณท้องน้อย เหตุใดลูกประคำถึงรวมร่างเข้ากับนางกันเล่า!
“บูม——!”
ทันใดนั้นพลังจิตก็ปะทุขึ้นจากระยะไกลอย่างรุนแรง ส่งผลให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปหมด อวิ๋นหลานเงยหน้าขึ้นมองในระยะไกลอย่างฉับพลัน ตรงนั้นมีคนกำลังต่อสู้กันอยู่รึ
หรือว่าจะเป็นบุรุษลึกลับที่เจอกันตรงบ่อน้ำพุเมื่อครู่นี้?
บัดนี้ลูกประคำได้ถูกนางดูดเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว บางทีบุรุษผู้นั้นอาจจะกำลังตามหานางอยู่ก็ได้กระมัง
ตอนนี้นางยังไม่อาจรวบรวมพลังจิตได้ อีกทั้งในหุบเขานี้ยังเต็มไปด้วยภัยอันตราย การเข้าไปใกล้โดยไม่ระวังมีแต่จะนำไปสู่ความตาย นางต้องรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
ขณะที่อวิ๋นหลานกำลังจะหันหลังเดินจากไป ทันใดนั้น พลังล่องหนอันประหลาดก็ได้ตรึงนางเอาไว้อย่างแน่นหนา
อวิ๋นหลานหรี่ตาลง หลังจากขยับไปได้ไม่กี่ก้าว ดูเหมือนพลังนั่นจะหยั่งรู้ได้ว่านางกำลังจะไป ส่งผลให้พลังอัญเชิญทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากพิจารณาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายแล้วอวิ๋นหลานก็ล้มเลิกความคิดที่จะออกไป แล้วก็เดินไปตามทิศทางของขุมพลังแทน
……
หลังจากที่เดินข้ามป่าผืนหนึ่งมาแล้ว อวิ๋นหลานก็รู้สึกได้อย่างแจ่มชัดว่าพลังระลอกนั้นเริ่มเข้าใกล้ตนมากขึ้นทุกทีแล้ว
เสียงฝีเท้าสวบสาบดังมาจากที่ไกล ๆ อวิ๋นหลานรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ และซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้อันหนาทึบทันที
มันมาจากผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่เดินนำหน้าคือชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดผ้าแพรอันหรูหรา ส่วนฝั่งขวามือของเขาคือหญิงสาวคนหนึ่งในชุดผ้าแพรสีเหลืองอ่อน
หลังจากที่เห็นสองคนดังกล่าวแล้ว ดวงตาของอวิ๋นหลานก็ฉายแววเย็นชาออกมาทันที
อันหรูเยี่ยนคือลูกชายคนเดียวของอันซีชวนซึ่งเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยปกป้องแขวงหลีอัน ครั้งหนึ่งเขาเคยหมั้นหมายกับเจ้าของร่างเดิมมาก่อน
ส่วนคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาคือเสิ่นยู่เหยา ‘เพื่อนสนิท’ ที่ใช้ดาบทำลายรากวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมนั่นเอง!
“พี่เยี่ยน ข่าวที่ว่าสัตว์ในตำนานกำลังจะมาจุติ เป็นความจริงใช่หรือไม่เจ้าคะ?” เสิ่นยู่เหยาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา สายตาของนางวิบวับอย่างน่าสงสาร “คงไม่ใช่ข่าวลือที่ผู้ฝึกตนผู้ไม่ได้เรื่องคนอื่น ๆ ปั้นขึ้นมาเองมั่ว ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
อันหรูเยี่ยนส่ายหัวไปมาเบา ๆ แล้วก็พูดว่า “พลังงานเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรง ข่าวนี้ไม่น่าจะผิดพลาดหรอก สัตว์ในตำนานกำลังจะจุติแล้ว เจ้ากำลังกลัวอยู่ใช่หรือไม่?”
เสิ่นยู่เหยาแสร้งทำเป็นเข้มแข็งด้วยการยื่นมือไปควงแขนอันหรูเยี่ยนเอาไว้ แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยว่า “ไม่ได้กลัวเจ้าค่ะ ข้าจะช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ พี่เยี่ยน”
ดวงตาของอันหรูเยี่ยนฉายแววอ่อนโยนออกมา เขาขยี้หัวนางเพื่อเป็นการปลอบโยน และพูดว่า “เจ้าแค่คอยปกป้องตัวเองให้ปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว คราวนี้พวกเรานำกำลังคนมาเยอะ สัตว์ในตำนานตัวนั้นอาจไม่ใช่คู่ปรับของพวกเราก็เป็นได้”
“น่าเสียดายเหลือเกินที่หลานหลานไม่ได้มาด้วย...... ข้าได้ยินมาว่าหุบเขาผานหลงแห่งนี้มีสมุนไพรวิเศษที่ช่วยรวบรวมพลังจิตขึ้นใหม่ได้ หากหลานหลานได้มันมา นางต้องกลับมาครองตำแหน่งผู้ปราดเปรื่องอีกครั้งได้แน่เจ้าค่ะ”
เสิ่นยู่เหยาก้มหน้าก้มตาลง เรียกได้ว่าดูเศร้าใจมาก
หลังจากได้ยินดังนั้น อันหรูเยี่ยนก็พูดด้วยสีหน้ารังเกียจว่า “เหตุใดจึงพูดถึงนางขึ้นมาอีกเล่า ตัวเสนียด! เรื่องที่อวิ๋นหลานฝึกฝนไม่ได้เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งแขวงหลีอัน ไม่มีวันที่จะฟื้นฟูพลังจิตกลับมาได้อีกแล้ว แล้วก็ไม่มีวันได้กลับมาเป็นผู้ปราดเปรื่องอีกแล้วเช่นกัน!”
เสิ่นยู่เหยากระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ราวกับว่าประสบความสำเร็จแล้ว
อวิ๋นหลาน เจ้าที่อยู่ในนรกพอจะได้ยินบ้างหรือไม่
พี่เยี่ยนคิดว่าเจ้าเป็นตัวเสนียดล่ะ!
ตัวเสนียดอย่างเจ้า สู้ตาย ๆ ไปเสียยังดีกว่า......
คนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านใต้ต้นไม้ไปอย่างเกรียงไกร ไร้ซึ่งความระมัดระวังใด ๆ ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าบนต้นไม้ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย
หลังจากได้ยินการสนทนาระหว่างอันหรูเยี่ยนและเสิ่นยู่เหยา อวิ๋นหลานก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้
แท้จริงแล้วในหุบเขาผานหลงแห่งนี้กำลังจะมีสัตว์ในตำนานมาจุตินี่เอง
เสียงการต่อสู้ที่ได้ยินในก่อนหน้านี้ รวมถึงอันหรูเยี่ยนและคนกลุ่มนี้ จนแม้แต่บุรุษลึกลับผู้นั้น อาจจะมาเพื่อสัตว์ในตำนานตัวนี้ก็เป็นได้
ในส่วนของพลังที่ตรึงนางเอาไว้นั้น เรียกได้ว่าทรงปัญญาอย่างมาก มีความเป็นไปได้สูงมากว่าสัตว์ในตำนานตัวนี้จะกำลังส่งพลังอัญเชิญถึงนางอยู่
ขณะที่ความคิดดังกล่าวผุดขึ้นมาในหัว อวิ๋นหลานก็เฝ้าดูพวกของอันหรูเยี่ยน และเสิ่นยู่เหยาเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ พลางกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา
เสิ่นยู่เหยา! อันหรูเยี่ยน!
หญิงร้ายชายชั่วเช่นพวกเจ้าสองคนยังจะปรารถนาสัตว์ในตำนานอีกรึ
ทำร้ายข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าได้ไปครองหรอก!
คุณอาจจะชอบ





