ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผู้โหดเหี้ยมที่เคยนำพาความล่มจมมาสู่ตระกูล ได้รับโอกาสจากดวงตาสวรรค์ให้ย้อนอดีตกลับมาในร่างเดิมเพื่อแก้ไขความผิดพลาด เอลิซาเบธ ลี หรือหยางลี่จู คือวิญญาณในยุคปัจจุบันที่ต้องผสานจิตใจกับร่างอันแสนชั่วร้ายนี้ ท่ามกลางการคัดเลือกพระชายาที่เป็นชนวนเหตุแห่งโศกนาฏกรรม นางหวังจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและเริ่มต้นใหม่กับชินอ๋องบุรุษในฝัน แต่ทว่าเพลิงแค้นที่ซ่อนอยู่ภายในกลับเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง จนเสี่ยงที่จะทำลายล้างทุกสิ่งให้มอดไหม้ลงไปมากกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

และนั้นทำให้ดวงตาสีนิลดุจดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ตามองสตรีตรงหน้าลุกโชนวาววับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

         “นี่เจ้ายังจะคิดว่าเข้ามาในสถานที่เป็นพำนักของข้าแล้วจะสามารถเล็ดรอดออกไปได้อย่างนั้นเหรอ ไม่รู้เลยเหรอว่าไม่เคยมีผู้ใดที่เล็ดรอดเข้ามาแล้วจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้หรือแม้กระทั่งรอดชีวิตออกไปแม้แต่คนเดียว!”

         คำกล่าวของผู้ชายตรงหน้าทำให้หญิงสาวยิ่งฟังยิ่งงงหนักมากเข้าไปอีก

         “คุณจะพูดอะไรกันแน่! แต่ช่างเถอะนะนั้นมันเรื่องของคุณฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทำงานอะไรร่วมด้วยแล้ว ในเมื่อถามแล้วไม่ยอมบอกกลับเองก็ได้จะง้อเหรอ...ชิ!”หญิงพูดลงท้ายพลางสะบัดหน้าหนีพร้อมก้าวเดินตรงไปที่ประตูห้องที่ชายหนุ่มบ่าวตัวเบ้อเริ่มยืนขวางอยู่ในขณะนั้น

         ในขณะที่คนฟังมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าครั้นได้ยินนางตอบกลับมา

         “อย่าบอกนะว่าเจ้าถูกนำมาที่นี่โดยไม่รู้ว่าต้องมีหน้าที่อย่างไร”เขาถามนางกลับไป

         “รู้! และก็รู้ดีมากด้วย จะบอกอะไรให้นะฉันมาที่นี่มีหน้าที่ทำงานตามสัญญาจ้างที่ตกลงกันเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ไม่มียะ!”หญิงสาวตอบสวนกลับไปอย่างไม่กลัวเกรงและยี่หระกับคำถามที่ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวกับเธอแม้แต่น้อย

         และคำตอบของเธอดังกล่าวสร้างเสียงหัวเราะขบขันให้แก่ชายหนุ่มหน้าหยกอย่างยิ่งยวด

         “ในเมื่อล่วงรู้หน้าที่ของเจ้าแล้วเช่นนี้ก็ดีว่าถูกส่งมาเพื่อทำหน้าที่อะไร เช่นนั้นถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องทำหน้าที่นี้ให้ข้า!”

         หา! เสียงอุทานดังขึ้นมาฉับพลันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

     “ทำหน้าที่อะไรกันเนี่ย! ทำไมอีตานี่ยิ่งพูดยิ่งงง”เธอบ่นพึมพำพร้อมเสียงของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

         “ตอนนี้เป็นฝ่ายที่ข้าจะถามเจ้าบ้างแล้ว”เสียงทุ้มของเขาถามกลับไปด้วยความอยากรู้

ร่างสูงทะมึนย่างสามขุมก้าวเข้าไปหาเจ้าสาวของเขา ในขณะที่สาวน้อยคนงามกำลังก้าวเดินถอยหลังอย่างรวดเร็วทันทีที่เขาก้าวเดินเข้าไปหา

         “คุณจะถามอะไร!”เธอถามสวนกลับไปทันควัน

         หากแต่ยังไม่ทันที่จะมีคำตอบใดๆ กลับมีเสียงปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าประตูห้องดังกล่าวขึ้นมาทันที

         “ท่านอ๋อง! สตรีที่ถูกคัดเลือกห้าคนสุดท้ายได้เดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงคนสนิทดังขึ้นอยู่ด้านนอก

         “อะไรนะ!”เสียงที่บ่งบอกถึงความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวแปรเปลี่ยนไปทันใด เมื่อได้ยินคนสนิทรายงานออกมาเช่นนั้น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยพร้อมหันกลับไปมองสตรีในชุดเจ้าสาว

         “สตรีห้าคนสุดท้ายเพิ่งจะเดินทางมาถึงหรือนี่!”คำกล่าวที่เต็มไปด้วยความแปลกใจเอ่ยขึ้นมาทันทีครั้นได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสีนิลคมกล้ามองสตรีที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขม็ง

         “แล้วสตรีผู้นี้เป็นใคร! นางไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อให้เป็นคนของข้าอย่างนั้นหรอกเหรอ”ชายหนุ่มสูงศักดิ์พึมพำด้วยความสงสัย

         “เจ้าชื่ออะไร!”เสียงทุ้มใหญ่ถามกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอยากรู้

         “ไม่บอกปล่อยให้งง!”คนงามตอบเสียงห้วนสวนกลับไปโดยไม่รีรอพร้อมเอ่ยขึ้น

         “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณตามที่เข้าใจหรอกนะเพราะฉะนั้นช่วยกรุณาหลีกทางออกจากหน้าประตุด้วย เพราะฉันต้องการจะกลับบ้านยิ่งเร็วได้เท่าไรยิ่งดี”เธอบอกจุดประสงค์สวนกลับไป

         รอยแสยะยิ้มเหยียดยกยิ้มที่มุมปากเมื่อคนงามบอกเขากลับมาเช่นนั้น

         “เหลียงมู่!”ชื่อของคนสนิทถูกเรียกขึ้นมาทันที

         “พ่ะย่ะค่ะ!”เสียงตรงหน้าประตูขานรับอย่างรวดเร็ว

“เจ้าจงให้พวกนางกลับจวนของตัวเองไปซะ! เพราะข้าไม่ต้องการ! เจ้าสาวของข้ากำลังยืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว!”เสียงตะโกนบอกคนสนิทที่กำลังรอรับคำสั่งอยู่ตรงหน้าประตูในขณะนั้น

ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของคนที่อยู่นอกห้องดังกล่าวว่าเพราะเหตุใดจึงปฏิเสธไม่รับสตรีทั้งห้าซึ่งทางราชสำนักคัดเลือกมาเป็นอย่างดี สตรีแต่ละนางนั้นล้วนเหมาะสมกับชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่ทุกประการ

         “พ่ะย่ะค่ะ”เสียงรับคำเบาๆ พร้อมเสียงฝีเท้าเดินจากไป

         ดวงตาคมกล้ายังคงจับจ้องอยู่แต่ร่างงามระหงในชุดเจ้าสาวสีขาวเต็มไปด้วยความสวยสง่า ร่างระหงสวมชุดดังกล่าวได้งดงามมากเสียจริงช่างสวยตราตรึงเป็นยิ่งนัก

ในขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังจ้องเขากลับมาอย่างไม่ลดละและไม่มีความกลัวเกรงแม้แต่น้อย แต่แล้วเพียงครู่พลันปรากฏเสียงบางอย่างดังขึ้นภายในห้องท่ามกลางความเงียบงัน

         กรุ๊งกริ๊ง! กร๊งกริ๊ง! กรุ๊งกร๊ง! เสียงคล้ายกระดิ่งลมก็ไม่ใช่ แลดูคล้ายเสียงกำไลก็ไม่เชิงดังแทรกขึ้นมาในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนั้นท่ามกลางความแปลกใจของคนทั้งคู่ด้วยเสียงนั้นราวกับว่าดังขึ้นอยู่ข้างหูดั่งเช่นเสียงกระซิบแผ่ว

         “เสียงอะไร!”บุรุษสูงศักดิ์กล่าวพร้อมกวาดสายตาไปทั่วห้องด้วยความสงสัย ก่อนจะหยุดนิ่งไปโดยพลัน

เมื่อปรากฏไอควันขาวบางเบาแผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบพร้อมร่างของคนงามในชุดเจ้าสาวสีขาวกำลังค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาชินอ๋องแห่งต้าฉู่ที่กำลังยืนมองตาไม่กะพริบ และเท้าก็ไวกว่าความคิดร่างสูงใหญ่กำยำพุ่งเข้าหาร่างของคนงามในชุดเจ้าสาวเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้นางหนีไปจากเขาได้

พรึบ! ทันทีที่พุ่งเข้าหาเพื่อกอดร่างของนางเอาไว้ เจ้าสาวแสนสวยกลับเลือนหายลับไปต่อหน้าต่อตาอย่างไม่คาดคิด จนร่างสูงใหญ่ได้แต่ไขว่คว้าความว่างเปล่าเอาไว้อย่างเลื่อนลอย

ท่ามกลางความแปลกใจของเย่วไท่หรงหรือชินอ๋องแห่งต้าฉู่ที่กำลังแผ่ขยายอำนาจอย่างยิ่งใหญ่อยู่ในเวลานี้ เมื่อพระองค์ได้เห็นการหายตัวไปอย่างแปลกประหลาดของสตรีปริศนาที่ปรากฏกายขึ้นภายในห้องนอนของเขาเมื่อครู่ที่ผ่านมา

         “นางหายตัวไปแล้ว! สตรีในชุดเจ้าสาวหนีจากข้าไปได้!”

เสียงทุ้มใหญ่กล่าวพลางยืนครุ่นคิดทบทวนกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ดวงตาลุกโชนวาววับขึ้นมาทันทีพร้อมหันหลังกลับเดินตรงไปที่ประตูห้องพร้อมเปิดออกกว้างอย่างรวดเร็ว

         “กระจายกำลังออกค้นหาสตรีในชุดเจ้าสาวให้ทั่ว! นำนางกลับมาให้ข้า!”เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วจวนชินอ๋อง

“คิดหรือว่าจะหนีข้าพ้น! อยากรู้จริงๆ แท้จริงแล้วนางเป็นผู้ใดกันแน่ เป็นนางมารหรือเป็นคน”เสียงพึมพำดังอยู่ในลำคอ ดวงตาคมดุลุกโชนวาววับ

แต่แล้วเย่วไท่หรงกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่ข้างหู

         “ท่านอ๋องตื่นบรรทมเถิด ถึงเวลาเสวยยาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงนั้นกล่าวพร้อมเอื้อมมือสัมผัสกับพระหัตถ์ทั้งสองข้างที่กำลังประสานทับกันอยู่บนหน้าอก

         พรึบ! เปลือกตาที่ปิดสนิทกำลังเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยฝ้าขาวบดบังดวงตาดำจนเจ้าของร่างอยู่ในความมืดมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว

เฮ้อ! เสียงถอนหายใจดังออกมาเมื่อล่วงรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาแท้จริงแล้วคือความฝันหาใช่ความจริง พร้อมพระวรกายถูกคนสนิทประคองให้ลุกขึ้นมาจากฟูกนอนมาอยู่ในท่านั่ง

         “ข้าฝันถึงนางอีกแล้วเหลียงมู่ ฝันเห็นเจ้าสาวในชุดขาวนางมาหาข้าอีกแล้ว คราวนี้มาปรากฏกายถึงในห้องหอกันเลยทีเดียว”ชินอ๋องหนุ่มรับสั่งกับเหลียงมู่ซึ่งเป็นขุนพลข้างกาย

         ใบหน้าของเหลียงมู่ ขุนพลคนสนิทที่คอยดูแลชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่มาโดยตลอด ได้แต่ก้มมองถ้วยยาตรงหน้าอย่างเงียบๆ

เย่วไท่หรงหรือชินอ๋องแห่งต้าฉู่ ถูกพิษร้ายจากแคว้นอู๋ทำลายดวงตาจนต้องกลายเป็นคนตาบอดมานานหลายเดือนแล้ว พระองค์ทรงได้รับชัยชนะอย่างงดงามและสามารถยึดครองแคว้นอู๋นำกลับไปถวายพระเชษฐาได้เป็นผลสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันกลับต้องเสียดวงตาไปทั้งสองข้าง

เพราะแคว้นอู๋ใช้วิธีสกปรกเจตนาเพื่อทำลายการมองเห็นของผู้บัญชาการทัพจากต้าฉู่ ด้วยคาดคิดว่าหากทำสำเร็จจะไม่สามารถนำทัพได้อีกต่อไป แต่กลับผิดคาดแม่ทัพใหญ่ผู้กล้ายังคงสามารถนำทัพต่อไปได้จนสามารถยึดแคว้นอู๋ได้เป็นสำเร็จ ซึ่งใช่ว่ายาพิษจะใช้ไม่ได้ผลเพียงแต่ไม่ได้ทำให้ตาบอดโดยทันทีแต่มันค่อยๆ มืดบอดลงทุกวันจนกระทั่งสูญสิ้นการมองเห็นอย่างถาวร

“มีข่าวสารของฝ่าบาทส่งรายงานกลับมาหรือยัง”เย่วไท่หรงถามคนสนิทกลับไป

เหลียงมู่เงยหน้าขึ้นมองอยู่เพียงครู่พร้อมรายงานกลับไป

“ฝ่าบาทมีสาสน์กลับมาพ่ะย่ะค่ะทรงดีพระทัยมากที่พระองค์จะเสด็จกลับแคว้น คาดว่าอีกไม่นานเหลียงเฉาที่ล่วงหน้าไปก่อนก็จะนำกองทัพถึงเมืองหลวงอีกในไม่ช้า ทันทีที่พระองค์เสด็จถึงเมืองหลวง ฝ่าบาททรงจัดเตรียมฉลองชัยชนะให้แคว้นน้อยใหญ่ล่วงรู้ไปจนทั่ว ทรงเฝ้ารอพระองค์หวนกลับคืนอยู่ตลอดเวลา”

คำกล่าวของเหลียงมู่ทำให้เย่วไท่หรงได้แต่ยิ้มออกมาบางๆ ซึ่งรอยยิ้มดังกล่าวช่างแสนเศร้ายิ่งนัก มือใหญ่ทั้งสองข้างยื่นออกไปคล้ายรอรับถ้วยยาที่คนสนิทนำมาให้เป็นประจำพร้อมเอ่ยขึ้น

“ได้เบาะแสของดวงตาสวรรค์หรือไม่ สมุนไพรในตำนานนี้มีจริงหรือเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก”รับสั่งถามรับถ้วยยา

“กระหม่อมได้เบาะแสมาว่าดวงตาสวรรค์ปรากฏอยู่ที่แคว้นฉินพ่ะย่ะค่ะ ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นเรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้เพราะสมุนไพรนี้ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อน”เหลียงมู่รายงานกลับไปพร้อมทอดสายมองแม่ทัพใหญ่ของเขายกถ้วยยาขึ้นดื่มจนหมดพลางส่งกลับคืนมาให้

“ดูท่าข้าจะต้องไปเยือนแคว้นฉินเสียแล้ว หากได้เบาะแสเช่นนั้นไม่ลองมีหรือจะรู้เพราะเท่าที่ผ่านมาก็ลองมาหมดแล้วทุกวิธีไม่ใช่เหรอ จะลองเชื่อตำนานปรัมปราอีกสักครั้งมันจะเป็นอะไรไป

ถ้าแม้แต่ดวงตาสวรรค์ก็ยังรักษาดวงตาของข้าไม่ได้ก็ไม่ต้องขวนขวายให้เหนื่อยอีกต่อไป แค่ยอมรับสภาพที่ข้าจะต้องตาบอดไปชั่วชีวิต ซึ่งทุกวันนี้จะว่าไปก็เริ่มคุ้นชินกับชีวิตที่อยู่ในความมืดแล้ว”

รับสั่งของชินอ๋องแห่งต้าฉู่ทำเอาเหลียงมู่ซึ่งเป็นคนสนิทสงสารพระองค์เป็นที่สุด ไม่คาดคิดเลยว่าความหวังของต้าฉู่ที่ฝากไว้กับว่าที่เจ้าแคว้นคนต่อไปในภายภาคหน้าจะต้องมีสภาพเช่นนี้

“กระหม่อมเชื่อว่าสวรรค์เบื้องบนจะต้องประทานความเมตตาให้แก่พระองค์อย่างแน่นอน ทั้งชีวิตทรงทุ่มเทเพื่อแคว้นและฝ่าบาทมาโดยตลอดอย่าเพิ่งหมดหวังพ่ะย่ะค่ะ”

คำกล่าวของคนสนิททำให้เย่วไท่หรงได้แต่พยักหน้าขึ้นลง พระองค์ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมานานหลายเดือนแล้วและพยายามที่จะปรับตัวอยู่กับมันให้ได้ หากต้องอยู่กับความมืดไปตลอดกาล

“หากชาตินี้ไม่สามารถได้มองเห็นอีกต่อไป แต่อย่างน้อยขอสวรรค์เบื้องบนได้โปรดให้ข้ามีโอกาสเห็นสตรีที่อยู่ในความฝันของข้ามาโดยตลอดสักเพียงครั้งก็ยังดี!”

         รับสั่งที่มีความหวังเพียงน้อยนิด แม้จะล่วงรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เย่วไท่หรงมีเพียงสตรีในชุดเจ้าสาวที่คอยมาอยู่เป็นเพื่อนพระองค์ในความฝัน

         นางเข้ามาอยู่ในหัวใจนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พานพบ

         นางคือสตรีหนึ่งเดียวที่อยู่ในความทรงจำและความมืดมิด

         และนางคือความหวังที่พระองค์คาดว่าจะมีตัวตนอยู่จริง!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักจอมโจร
9.7
ความดื้อรั้นนำพาฝนทิพย์ไปสู่สถานการณ์อันตราย เมื่อเธอเห็นการโจรกรรมของกลุ่มเซบาสเตียนจนถูกจับตัวมาไว้ที่ท้ายรถเพื่อปิดปาก แม้ลูกน้องจะทำพลาดที่พาเธอมาด้วย แต่เซบาสเตียนกลับขู่ฆ่าทิ้งเพื่อดัดนิสัยและขจัดตัวเกะกะ ท่ามกลางความตึงเครียดบนเฮลิคอปเตอร์ที่มุ่งหน้าสู่เกาะลึกลับ ฝนทิพย์ต้องใช้สติเข้าสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากโจรหนุ่มผู้เย็นชา ทว่าภายใต้เหตุการณ์วิกฤตนี้เองที่โชคชะตากำลังจะเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความผูกพันที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
หลี่เหมยลี่นักธุรกิจสาวเก่งหลุดมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนผู้ไร้ค่าในนิยายที่เคยอ่าน แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เธอกลับได้รับพรสวรรค์พิเศษทั้งวิชาแพทย์ การต่อสู้ และการแปลงโฉม เพื่อใช้ปกป้องตนเองและพี่น้องให้รอดพ้นจากการเป็นหมากทางการเมืองในแคว้นจ้าว ท่ามกลางอันตรายเธอยังต้องเผชิญกับความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษลึกลับนัยน์ตาหงส์ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อสุดเข้มข้นนี้