ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผู้โหดเหี้ยมที่เคยนำพาความล่มจมมาสู่ตระกูล ได้รับโอกาสจากดวงตาสวรรค์ให้ย้อนอดีตกลับมาในร่างเดิมเพื่อแก้ไขความผิดพลาด เอลิซาเบธ ลี หรือหยางลี่จู คือวิญญาณในยุคปัจจุบันที่ต้องผสานจิตใจกับร่างอันแสนชั่วร้ายนี้ ท่ามกลางการคัดเลือกพระชายาที่เป็นชนวนเหตุแห่งโศกนาฏกรรม นางหวังจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและเริ่มต้นใหม่กับชินอ๋องบุรุษในฝัน แต่ทว่าเพลิงแค้นที่ซ่อนอยู่ภายในกลับเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง จนเสี่ยงที่จะทำลายล้างทุกสิ่งให้มอดไหม้ลงไปมากกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 1

ภายในห้องร้างที่มีแต่เพียงเสื่อเก่าๆ ปูทับบนกองฟางและผ้าห่มผืนบางเบาที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเศษผ้าขี้ริ้วจึงจะถูก ร่างของหญิงสาวหน้าตามอมแมม ถูกขังเอาไว้ภายในห้องดังกล่าวที่อยู่ท้ายจวน ไม่ให้เห็นแสงตะวันและจันทรา

ร่างของนางผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกได้ดื่มแต่น้ำฝนเท่านั้นเพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอดต่อไป แต่คนที่นำมาขังนั้นตั้งใจฆ่านางให้ตายทางอ้อมอย่างเงียบสนิทที่สุด

         สายลมเย็นยะเยือกพาดผ่านเข้ามาตามช่องลมจนภายในห้องเหน็บหนาวไปถึงกระดูก ริมฝีปากทั้งล่างและบนแตกระแหงจนเลือดไหลแห้งกรังเกาะติดอยู่บนริมฝีปากงามของหญิงสาวไปเอง ถานเย่ย่าบุตรีคนโตของเสนาบดีถานอี้เฉิน ที่เกิดจากฉางฮูหยินหรือฉางอู๋ถง ภรรยาเอกที่สิ้นชีพลงทันทีที่ให้กำเนิดถานเย่ย่า และเพราะการเสียชีวิตของฮูหยินอันเป็นที่รักทำให้ถานอี้เฉินเสียใจต่อการจากไปของนางอย่างยิ่งยวด

         ทันทีที่นางเกิดมาก็ทำให้คนเป็นแม่ต้องตาย ถานอี้เฉินจึงส่งตัวบุตรสาวให้ไปอยู่ที่อื่นโดยฝากน้องสาวภรรยาที่สามีเสียชีวิตไปเพราะถูกเกณฑ์ไปทำสงครามต่างแคว้นและนางก็เป็นหมันจึงทำให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว

ด้วยเหตุนี้ถานอี้เฉินจึงส่งบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาที่เขารักนางเป็นที่สุด ซึ่งยังไม่อาจทำใจมองหน้าบุตรสาวที่เกิดมาได้ จึงส่งทารกน้อยมาให้ฮว่านฮูหยินน้องสาวภรรยาที่ไร้บุตรให้นางเลี้ยงและดูแลแทน

โดยถานอี้เฉินส่งแต่เงินมาให้กับฮว่านฮูหยินเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงเงินเท่านั้น แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมลูกสาวเลยแม้แต่ครั้งเดียวและภายหลังถานอี้เฉินได้แต่งงานใหม่กับบุตรสาวจากตระกูลขุนนางชั้นสูงจากแคว้นเจียงและมีบุตรชายหญิงด้วยกันถึงสามคน หากรวมถึงอนุภรรยาอีกสามคนซึ่งล้วนให้กำเนิดบุตรชายด้วยกันทั้งสิ้น ถานอี้เฉินมีบุตรชายถึงเก้าคนและมีบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินคนใหม่ของเขาซึ่งฉู่อ๋องพระราชทานนางมาให้

การแย่งชิงเพื่อเป็นคนโปรดของบรรดาบุตรชายจึงเกิดการห้ำหั่นกันอย่างเข้มข้นระหว่างคุณชายที่เกิดจากฮูหยินคนใหม่ที่เป็นเมียพระราชทานจากฮ่องเต้และลูกอนุภรรยา

มีเพียงบุตรสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เกิดจากฮูหยินคนใหม่ซึ่งให้กำเนิดบุตรสาวคนที่สองหลังจากคนแรกเป็นบุตรชายและในปีถัดมาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายซึ่งเป็นคนที่สามจากฮูหยินคนใหม่ผู้นี้ ด้วยนางขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสตรีที่เลื่องชื่อในความงามจากแคว้นเจียง จึงทำให้ถานอี้เฉินโปรดปรานฮูหยินผู้นี้มากกว่าภรรยาทุกคน

แต่บุตรสาวคนโตที่เกิดจากฮูหยินคนแรกของฉางอู๋ถงกลับถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของคนเป็นพ่อ นางถูกละเลยและไม่ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของบุตรสาวคนนี้แม้แต่น้อยมีเพียงแค่ส่งเงินไปให้เดือนละหนึ่งร้อยตำลึงไปให้เท่านั้น เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสนอย่างน้อยก็ยังคิดเห็นว่าเป็นลูกที่เกิดจากอดีตฮูหยินผู้ล่วงลับ จวบจนกระทั่งฉู่อ๋องได้มีพระบัญชาให้มีการคัดเลือกพระชายาให้แก่ชินอ๋องซึ่งเป็นพระอนุชา

โดยบุตรีคนโตของขุนนางในระดับเสนาบดีและจากตระกูลขุนนางเก่ารวมไปถึงคหบดีที่มีความสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ของแคว้นฉู่จะต้องถูกส่งตัวเข้าวังหลวงเพื่อทำการคัดเลือกพระชายา

ในขณะที่ตระกูลถานบันทึกของพลเมืองภายในแคว้นฉู่ทะเบียนเกิดกลับปรากฏชื่อของถานเย่ย่าซึ่งเกิดจากฉางฮูหยิน เป็นบุตรีคนโตของตระกูล ด้วยเหตุนี้รายชื่อของนางจึงถูกเรียกให้เข้าร่วมการคัดเลือกพระชายาให้แก่ชินอ๋องในครั้งนี้

เป็นเหตุให้ถานหยี่เหยียนซึ่งเป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินคนใหม่เกิดความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด รวมไปถึงเหลียนฮูหยินซึ่งคนเป็นแม่เจ็บแค้นแทนลูกเสียยิ่งกว่า ที่ลูกสาวของอดีตฮูหยินผู้วายชนม์ไปนานแล้วกลับมีชื่อเข้ารับการคัดเลือกพระชายาชินอ๋องในครั้งนี้ แทนที่จะเป็นถานหยี่เหยียนซึ่งเป็นลูกสาวของนาง แต่เพราะทะเบียนพลเรือนไม่อาจแก้ไขได้และทั่วทั้งแคว้นฉู่ต่างล่วงรู้กันอย่างถ้วนหน้าว่าถานอี้เฉินมีบุตรสาวคนโตที่เกิดจากฉางฮูหยิน

แรงริษยาและความทะเยอทะยานของถานหยี่เหยียนรวมไปถึงเหลียนฮูหยินซึ่งต้องการให้ลูกสาวของนางได้เข้าไปเป็นหนึ่งในพระชายาหรือพระสนมของชินอ๋อง

เพื่ออยากให้ลูกสาวคนโปรดสมหวัง เหลียนฮูหยินจึงได้ลงมือวางแผนจ้างวานให้คนลักพาตัวถานเย่ย่าในขณะที่นางกำลังปลูกผักอยู่ในไร่นำมากักขังไว้อยู่บริเวณท้ายจวนตระกูลถานเพื่อไม่ให้ถานอี้เฉินไปรับนางกลับมาเข้ามาร่วมการคัดเลือกพระชายาชินอ๋อง

สองแม่ลูกมีคำสั่งให้นำบุตรสาวคนโตของตระกูลถานในวัย 20 ปี ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในชนบทที่หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางป่าเขาเต็มไปด้วยธรรมชาติและเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร นางถูกลักพาตัวล่องแม่น้ำมากับเรือจนมาถึงจวนตระกูลถานและถูกนำไปขังไว้ที่เรือนร้างท้ายจวนที่ไม่เคยมีผู้ใดย่างกายเข้ามาใกล้

ด้วยเพราะอยู่ห่างไกลจากเรือนใหญ่มากยิ่งนักประกอบกับพื้นที่ภายในจวนตระกูลถานก็กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีพื้นที่ได้รับพระราชทานจากการทำความดีความชอบจากฉู่อ๋อง จึงถูกละเลยไม่มีผู้ใดสนใจเรือนร้างที่มีอยู่หลายหลังบริเวณท้ายจวนแต่อย่างใด

และการหายตัวไปของถานเย่ย่าอย่างไร้ร่องรอยทำให้ทุกคนเข้าใจว่า นางหลบหนีบิดาเพื่อไม่ให้นำนางกลับเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมคัดเลือกพระชายาชินอ๋อง ทำให้ถานอี้เฉินหัวเสียเป็นอย่างมากที่ได้รับรายงานกลับมาเช่นนั้นแต่ในขณะเดียวกันอีกใจหนึ่งเป็นห่วงลูกสาวคนโตด้วยเช่นกัน

เพราะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าบุตรสาวคนโตของเขาพำนักอยู่ที่ไหน ยกเว้นเหลียนฮูหยินเท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเขาส่งเงินให้บุตรสาวคนโตไปที่เมืองตวนหงทุกเดือนไม่เคยขาดตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ถานอี้เฉินมีความคิดที่จะทำหนังสือแจ้งกลับไปยังวังหลวง เพื่อส่งถานหยี่เหยียนเข้าคัดเลือกแทนถานเย่ย่าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยตั้งใจที่จะแจ้งกลับไปว่าบุตรสาวคนโตของเขาได้สูญหายไปขณะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ไปทุกพื้นที่ของแคว้นฉู่

จนบัดนี้ก็ยังไม่พบตัวสมดั่งใจของสองแม่ลูกที่สามารถก้าวเข้ามาแทนที่ถานเย่ย่าได้เป็นผลสำเร็จ และภาวนาขอให้นางสิ้นใจตายคาเรือนร้างเพราะกว่าจะมีคนมาพบศพก็ไม่สามารถล่วงรู้ว่า ซากศพนั้นเป็นของผู้ใดซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้เลย

ในขณะเดียวกันถานอี้เฉิน ก็ยังมีคำสั่งให้ออกค้นหาบุตรสาวคนโตอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจก่อนจะทำหนังสือส่งไปที่วังหลวงว่าจะเปลี่ยนให้ถานหยี่เหยียนเข้าไปคัดเลือกพระชายาแทน

ด้วยเพราะคนเป็นพ่อรู้สึกสังหรณ์ใจว่า บุตรสาวคนโตกำลังได้รับอันตราย อีกทั้งการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั้นหากจะกล่าวกันว่านางตั้งใจหลบหนีบิดา เพื่อไม่ต้องการเข้าเมืองหลวงไปคัดเลือกพระชายาของชินอ๋องในครั้งนี้ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีวันที่นางจะล่วงรู้ว่าคนเป็นพ่อส่งรถม้ามารับเข้าเมืองหลวงเพื่อกลับจวนสกุลถานด้วยสาเหตุอะไร

แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเหลียนฮูหยินจะล่วงรู้ว่าถานเย่ย่าอยู่ที่ไหน เพราะนางดูแลบัญชีและทรัพย์สินทุกอย่างภายในจวนและล่วงรู้ว่าเขาส่งเงินให้บุตรสาวคนโตเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงเงินซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของถานอี้เฉิน ที่ได้แยกออกจากบัญชีเรือนของจวน

แต่นางก็ไม่เคยห้ามปรามหรือมาก้าวก่ายเรื่องนี้แต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังสนับสนุนให้สามีส่งเงินให้กับบุตรสาวผู้นี้มาโดยตลอดจึงทำให้ถานอี้เฉินไม่สงสัยในตัวเหลียนฮูหยินแม้แต่น้อย

หากแต่ในความเป็นจริงแล้วภายใต้ใบหน้างดงามและรอยยิ้มที่เป็นมิตรและมีไมตรีของเหลียนฮูหยินที่แสดงออกมานั้น เป็นเพียงหน้ากากที่ปิดบังนิสัยอันแท้จริงของนางที่มีความทะเยอทะยานและต้องการก้าวขึ้นมาเหนือกว่าสตรีทุกคน

นางได้ขึ้นมาเป็นนายหญิงของจวนสกุลถาน เป็นภรรยาเอกของขุนนางใหญ่ในราชสำนักฉู่ ซึ่งความใฝ่ฝันของนางไม่ได้ต้องการเป็นเพียงฮูหยิน ของชนชั้นขุนนางแต่ความจริงแล้วนางต้องการเข้าไปอยู่ในชนชั้นเชื้อพระวงศ์

แต่วาสนาของเหลียนฮูหยินนั้นไปไม่ถึงเมื่อนางไม่มีโอกาส แต่ลูกสาวของนางถานหยี่เหยียนยังมีโอกาส และนางต้องได้เข้าไปเป็นพระชายาของชินอ๋องให้ได้แม้จะไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นชายาเอกก็ตามที แต่ถึงกระนั้นก็ขอให้เป็นหนึ่งในอนุชายา ถือได้ว่าไม่ออกแรงเสียเปล่า หลังจากนั้นนางจะผลักดันให้ลูกก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งให้ได้ในภายหลัง ดังนั้นการกำจัดถานเย่ย่าเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

และถานหยี่เหยียนก็มีนิสัยที่ได้รับการถ่ายทอดจากแม่มาอย่างเต็มรูปแบบ แต่จะแตกต่างก็ตรงที่เด็กสาวซึ่งมีอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น เพิ่งจะผ่านพ้นพิธีปักปิ่นไปได้ไม่นานกลับมีใจโหดเหี้ยมและอำมหิตกว่าคนเป็นแม่มากมายหลายเท่ายิ่งนัก

กลางดึกในยามวิกาลเสียงฝีเท้าบ่งบอกว่ามีจำนวนเกินกว่าสองคนขึ้นไปกำลังเดินตรงมายังบริเวณเรือนร้างท้ายจวน ท่ามกลางความมืดมิดที่เต็มไปด้วยอากาศอันหนาวเหน็บ แสงจากคบไฟถูกจุดขึ้นจนลุกโชนไปทั่วเพื่อส่องแสงนำทาง ซึ่งเต็มไปด้วยใบไม้แห้งกองสูงเต็มทางเดินและปกคลุมเรือนร้างหลังนั้นก่อนที่ร่างของชายฉกรรจ์จำนวนสองคนและร่างของถานอี้เฉินเจ้าของจวนมาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้ากระท่อมดังกล่าว

“พวกเจ้ารีบเข้าไปในกระท่อมว่ามีใครอยู่ในนั้นหรือเปล่า”เสนาบดีใหญ่สั่งบ่าวไพร่

“ขอรับ”บ่าวรับใช้ทั้งสองขานรับอย่างรวดเร็วพร้อมรีบเดินตรงไปยังเรือนร้างตรงหน้าก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายใน

         เพียงครู่บ่าวรับใช้หนึ่งในนั้นรีบวิ่งออกมาจากกระท่อมอย่างรวดเร็วเพื่อกลับมารายงานถานอี้เฉิน

         “มีแม่นางผู้หนึ่งอยู่ในกระท่อมขอรับใต้เท้า”สิ้นเสียงของบ่าวรายงาน ถานอี้เฉินรีบเดินตรงไปแทบจะวิ่งก็ว่าได้

         ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในกระท่อมดังกล่าว สายตาเห็นร่างของหญิงสาวในวัย 20 ปีนอนนิ่งไม่ไหวติงในท่าคว่ำหน้าอยู่ในขณะนั้นใบหน้าถูกเส้นผมสีดำตกลงปรกหน้า ร่างกายผ่ายผอมจนแทบจะเหลือแต่โครงกระดูกก็ว่าได้ บริเวณข้อเท้าถูกล่ามโซ่เอาไว้กับเสาไม้กลางเรือนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองและหนีออกไปจากที่นี่ได้

         ถานอี้เฉินรีบตรงเข้าไปที่ร่างดังกล่าวพร้อมดึงคบไฟจากมือของบ่าวมาไว้ในมือ พลางพลิกร่างของหญิงสาวนางนั้นให้มาอยู่ในท่านอนหงายเพื่อพิจารณาใบหน้าของนางให้ชัดเจนว่ามีลักษณะตรงตามภาพวาดที่ฮว่านฮูหยินได้บอกลักษณะเด่นของบุตรสาวคนโตถางเย่ย่าหรือไม่

         พรึบ! ร่างผอมของสตรีนางนั้นถูกพลิกกลับมาอยู่ในท่านอนหงายอย่างรวดเร็ว พร้อมแสงจากคบไฟสาดส่องใบหน้าของนางเผยรูปโฉมให้ถานอี้เฉินได้เห็นบุตรสาวคนโตของเขาถานเย่ย่า ที่เติบโตเป็นสาวเต็มตัวในวัย 20 ปี แม้ว่าจะถูกขังอยู่ภายในเรือนร้างแห่งนี้มานานเกือบเดือน อดข้าวและน้ำแต่นางก็แข็งแกร่งและมีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงเวลานี้ท่ามกลางลมหายใจอันรวยริน

         “ถงเอ๋อ!”ถานอี้เฉินเรียกชื่อฮูหยินคนแรกของเขาที่มักเรียกหานางอยู่เป็นประจำเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องมีภาพวาดบอกตัวตนให้พิสูจน์ว่าจะใช่ถางเย่ย่าบุตรสาวคนโตของเขาหรือไม่ แต่ใบหน้าของนางเป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดี

         ด้วยใบหน้าของถานเย่ย่าถอดแบบคนเป็นแม่ฉางอู๋ถง ฮูหยิน คนแรกเจ้าของหัวใจของถานอี้เฉินผู้เป็นรักแรกและรักแท้ของเขาเพียงหนึ่งเดียวมาโดยตลอดตราบจนถึงทุกวันนี้ ไม่เคยมีวันใดที่สามารถลืมนางไปจากความทรงจำได้แม้แต่น้อย

         ตุบ! คบไฟในมือร่วงหล่นตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วพร้อมสองแขนรีบโผเข้าคว้าร่างงามของบุตรสาวนำมากอดเอาไว้แนบอก ด้วยหัวใจที่สำนึกผิดและสงสารบุตรสาวผู้นี้ของเขาอย่างยิ่งยวด

         “พ่อขอโทษที่เพิ่งมาหาเจ้า! พ่อขอโทษจริงๆ ไม่ต้องกลัวนะพ่อมาช่วยเจ้าแล้ว”สิ้นเสียงคำกล่าวขอโทษถานอี้เฉินหันไปออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้ทันที

         “รีบจัดการตัดโซ่ที่ล่ามลูกข้าเอาไว้เร็วเข้า!”เสนาบดีใหญ่สั่งเสียงกร้าว

         “ขอรับ!”บ่าวรับใช้ทั้งสองขานรับอย่างรวดเร็วพร้อมหนึ่งในนั้นเงื้อดาบที่มีใบมีดคมกริบและหนาซึ่งนำติดตัวมาด้วยฟันลงไปบนโซ่ดังกล่าวอย่างแรง

         แกร๊ง!!! โซ่ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักขาดออกจากกันตามแรงฟันอย่างรวดเร็ว ถานอี้เฉินกระชับร่างของลูกเอาไว้แนบอกพร้อมรีบอุ้มร่างลูกสาวคนโตออกมาจากกระท่อมแทบจะวิ่งเลยก็ว่าได้

         “พอถึงจวนเจ้าคนใดคนหนึ่งรีบแยกไปตามหมอมาดูอาการลูกของข้าเดี๋ยวนี้! รีบไปอย่าได้ชักช้า”เสียงสั่งกำชับอย่างร้อนรน

ถานอี้เฉินรีบมุ่งหน้าเดินตรงกลับไปที่รถม้าซึ่งจอดรออยู่ตรงปากทางเข้าของเรือนร้างด้วยเส้นทางที่จะมุ่งหน้ามาท้ายจวนนั้นเต็มไปด้วยเนินดินและโขดหินมากมายกระจายไปทั่วบริเวณ

         ท่ามกลางความมืดมิดมีเพียงแสงจากคบไฟลุกโชนอยู่สองดวงกำลังรีบเร่งเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ในขณะนั้น โดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีร่างของใครบางคนซ่อนเร้นอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ในชุดคลุมสีดำทะมึนปกปิดร่างและศีรษะกำลังจับจ้องอยู่ที่ดวงไฟซึ่งกำลังลุกโชนพร้อมรอยยกยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้า

         “ในที่สุดก็ช่วยออกมาได้เป็นผลสำเร็จแล้ว คราวนี้ก็เหลือแต่รีบกลับไปรับหน้าที่จวนเท่านั้น”เสียงพึมพำของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมสีดำทะมึนกล่าวออกมาแผ่วเบา

         ร่างในชุดคลุมสีดำค่อยๆ ก้าวเดินออกจากบริเวณเรือนร้างท้ายจวนเพื่อกลับไปที่เรือนใหญ่ของจวนสกุลถานอีกครั้ง เพราะอีกไม่นานจะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

นับตั้งแต่ถานอี้เฉินได้รับจดหมายลับส่งมาบอกว่าถานเย่ย่าไม่ได้หลบหนีหายไปไหน แต่ถูกลักพาตัวและนำมากักขังที่เรือนร้างท้ายจวน และนางกำลังใกล้จะตาย!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาถูกจองจำในพันธนาการเพื่อรับบทลงโทษทัณฑ์อันป่าเถื่อนจากรัฐศาสตร์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแรงหึงหวง เขาใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ พร้อมทั้งใช้ชีวิตของเคนจิโร่และบิดาเป็นเครื่องมือข่มขู่ไม่ให้เธอคิดหนี แม้กัญติญาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบขาดใจ แต่เธอก็จำต้องอดทนต่อสู้กับชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ท่ามกลางความสับสนในใจของรัฐศาสตร์ที่ทวีความหวงแหนในตัวเธออย่างรุนแรงจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย Project N8
7.9
ในอนาคตอันใกล้ที่นวัตกรรมก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน และอวกาศ มนุษย์ต่างชื่นชมความล้ำหน้าจนอาจลืมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมา ปัญหาใหม่ที่แฝงมากับทางออก และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ Project N8 หรือชื่อที่พ้องกับจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังท้าทายว่าโลกพร้อมรับมือกับปลายทางของความก้าวหน้าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกความจริง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานกำพร้าพ่อแม่แต่โชคดีที่ประมุขสกุลหลินรับเลี้ยง ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับพี่ชายที่หลงรัก ทว่าหัวใจต้องแตกสลายเมื่อเขาได้รับสมรสพระราชทานกับฮูหยินโฉมงามที่นางไม่เคยเห็นหน้า แม้นางจะพยายามทำใจยอมรับพี่สะใภ้คนใหม่ แต่ความจริงกลับชวนตกตะลึงเมื่อพบว่าฮูหยินผู้นี้คือจางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ปลอมตัวมา เขาข่มขู่ให้นางเก็บงำความลับนี้ไว้แลกกับการหย่าขาดในหนึ่งปี มิเช่นนั้นตระกูลหลินอาจต้องพินาศลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สยบแค้นรักซาตาน
9.0
กฤษณะจำต้องปกป้องนักโทษสาวที่พัวพันกับกลุ่มค้ายาจากอันตรายรอบด้าน ทว่าเธอกลับเป็นน้องสาวของฆาตกรที่สังหารแฟนสาวของเขาอย่างทารุณ เมื่อพี่ชายเธอชิงตายหนีความผิด กฤษณะจึงมุ่งระบายความแค้นทั้งหมดลงที่เธอเพียงคนเดียว แต่การฝ่าฟันอุปสรรคและความใกล้ชิดในยามวิกฤตกลับค่อยๆ หลอมละลายความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความขัดแย้งและฝีปากที่ปะทะกันอย่างไม่ลดละ หัวใจของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปในแบบที่เจ้าตัวไม่เคยคาดคิด