ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เสน่หากุมภัณฑ์ (ภาคเสริม แก้วอสุรา)

เสน่หากุมภัณฑ์ (ภาคเสริม แก้วอสุรา)

แม้ไอศูรย์ กษัตริย์แห่งปรมะนครจะได้ครองคู่กับวิรัลย์อย่างสมหวัง แต่ใจเขากลับไม่เคยเป็นสุข เมื่อโอรสฝาแฝดที่กำเนิดจากก้อนดินศักดิ์สิทธิ์อย่าง ‘เจ้าวรรศ’ และ ‘เจ้าศวรรย์’ ต่างมีรูปโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ ในฐานะพ่อ เขาพร้อมปกป้องลูกรักจากภยันตรายทั้งปวงด้วยชีวิต ทว่ากุมารยักษ์ทั้งสองกลับซ่อนความเจ้าเล่ห์เกินกว่าใครจะคาดคิด งานนี้ดูท่าว่าสองแฝดจอมแสบกำลังจะพา ‘ลูกเขย’ มาสั่นคลอนหัวใจคนเป็นพ่อให้ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเสียแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

ถึงจะตกปากรับคำ แต่ใจก็มิได้ยินดี ครั้นออกจากท้องพระโรงมา ปล่อยให้ข้าราชบริพารได้รับรองคณะทูตจากสราลีแล้วสิ้น ในหัวก็ขบคิดเป็นการใหญ่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

เดินครุ่นคิดมาเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกคราก็มาอยู่ที่ตำหนักของเจ้าวรรศแล้ว สายตาเหลือบมองไปยังพลับพลาหน้าตำหนัก เห็นโอรสองค์โตนอนเอกเขนกชมนกชมไม้ พลันก็เดินเข้าไปหา ปากส่งเสียงร้องเรียก

“เจ้าวรรศ”

อสุราหนุ่มที่นอนไขว่ห้างรับลมหันมามองตามต้นเสียง ครั้นเห็นว่าเป็นบิดาก็รีบลุกขึ้น ยกมือประนมแนบอก

“พ่อยักษ์ใหญ่มีธุระสำคัญใดรึ ถึงได้มาหาลูกจ๋าถึงที่ตำหนักเช่นนี้”

ไอศูรย์ไม่พูดในทันที ทิ้งตัวลงนั่งก่อน ถอนหายใจอีกระลอกใหญ่ เมื่อเห็นสายตาของเจ้าวรรศมองมาอย่างสงสัยถึงได้เอ่ยขึ้น

“เมื่ออรุณรุ่งมีคณะราชทูตจากแคว้นสราลีมาทาบทามน้องเจ้าให้ไปดูตัวกับองค์ยุพราชของพวกมัน”

เจ้าวรรศร้องอ๋อ เรื่องนี้เขาได้ยินมาแต่เช้าแล้ว หากทว่าหาได้ใส่ใจด้วยไม่เห็นว่าเป็นธุระกงการใดของตน

“แล้วอย่างไรรึพ่อจ๋า”

“องค์ยุพราชของพวกมันมีนามว่าองค์นวิน พวกมันว่ากันว่ารูปงามองอาจ สมบุรุษยักษา”

เรื่องนั้นเจ้าวรรศก็รู้ แต่...

“แล้ว?”

ถามออกไปจนได้ ไอศูรย์ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ก็ไม่อย่างไร พ่อแค่อารมณ์เสีย พ่อไม่อยากให้เจ้าศวรรย์ไปดูตัว แต่พ่อยักษ์น้อยของเจ้ากลับเห็นดีเห็นงามด้วยยิ่ง”

“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าพ่อยักษ์ใหญ่ตกปากรับคำไปแล้ว?”

ไอศูรย์พยักหน้า ถอนหายใจออกมาอีกครา พานทำให้เจ้าวรรศพยักหน้ารับด้วยอีกคน แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี อารมณ์เสียเรื่องนี้แล้วแวะเวียนมาหาเขา เขาจะช่วยการใดได้

ทว่าอีกไม่กี่เพลาให้หลังก็ตระหนักได้ทันควันเมื่อฉับพลันไอศูรย์ก็คิดการชั่วออก

“พ่อมาคิดๆ ดู จะว่าไปแล้ว เทียบเจ้ากับเจ้าศวรรย์ เจ้านั้นมีปัญญาเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าน้องของเจ้าอยู่โข หากสราลีมาทูลขอเจ้าไปดูตัว พ่อคงจะยินดี ไม่มีบ่ายเบี่ยง เพราะพ่อเชื่อว่าเจ้าเอาตัวรอดได้ดีกว่าเจ้าศวรรย์ยิ่งนัก”

คนฟังย่นคิ้วทันที สมองประมวลผล เข้าใจความนัยของบิดาได้ฉับพลัน

“ทั้งหมดทั้งมวลที่พ่อยักษ์ใหญ่กล่าวมา ใจความเดียวคือจะให้ลูกจ๋าไปดูตัวแทนเจ้าศวรรย์ใช่หรือไม่”

เจ้าวรรศถามไปตามตรง ไอศูรย์เลิกอ้อมค้อมแล้ว พยักหน้าอย่างจำนน

“ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก และใช่ ช่วยไปแทนน้องเจ้าที”

ได้ฟัง เจ้าวรรศก็ปั้นหน้างองุ้ม เขานอนเล่นชมนกชมไม้อยู่เฉยๆ แท้ๆ จู่ๆ ก็มีเรื่องชวนปวดหัวเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ฤๅสวรรค์จะลงโทษที่เขาเอาแต่เตร็ดเตร่ ไม่ยอมฝึกวิชาหรือเรียนรู้ศาสตราใดเช่นเจ้าศวรรย์กัน?

“เหตุใดลูกจ๋าต้องไป”

เจ้าวรรศถามอย่างอิดออด ไอศูรย์เห็นก็รู้ว่าโอรสองค์โตของตนเกียจคร้านในการทำเรื่องยุ่งยาก เขาจึงไม่ใคร่อยากจะให้เจ้าวรรศได้ลำบากใจนักถึงได้ไม่เคี่ยวเข็ญใดๆ ทั้งที่ในภายภาคหน้าเจ้าวรรศจะต้องขึ้นรั้งเป็นกษัตริย์ต่อจากเขา อีกทั้งเพลานี้ก็เป็นถึงองค์ยุพราช แต่ครานี้จำเป็นต้องให้ลำบากใจแล้ว อย่างน้อยก็ทำหน้าที่ยุพราชเสียหน่อยเถิด

“เพราะเจ้าศวรรย์ช่างไร้เดียงสา”

ได้ยินความในใจของบิดา เจ้าวรรศก็เบ้หน้าโดยพลัน

“เจ้าศวรรย์เนี่ยนะ?”

มีเพียงแต่เขาที่รู้กระมังว่าแฝดผู้น้องนั้นเจ้าเล่ห์จะตาย ภายใต้ท่าทางเซื่องๆ ไม่ประสา หัวอ่อนว่านอนสอนง่ายนั้น แฝงไปด้วยความร้ายกาจเกินผู้ใดจะล่วงรู้ แม้แต่บิดาทั้งสองของเขาเอง แม้แต่เขายังไม่อยากจะวิวาทมีปากเสียงกับเจ้าศวรรย์เลย เพราะรู้ดีว่ากระทำไปก็เสียเปล่า ท้ายที่สุด เขาก็จะเป็นฝ่ายผิดเพราะผู้อื่นเข้าข้างเจ้าศวรรย์ด้วยเอ็นดูแฝดผู้น้องกันหมด

มารยาสาไถยจะตายชัก!

แต่ไอศูรย์ก็ยังคงเชื่อในสิ่งที่เห็นเช่นนั้น พอเจ้าวรรศทำท่าไม่เชื่อ เขาก็ว่าออกมาอีก

“ใช่ เอาเถิดน่า ไปแทนน้องที แล้วช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อด้วยว่าองค์นวินเป็นเช่นไร กล้าแกร่งดั่งคำที่ราชทูตแคว้นสราลีกล่าวไว้หรือไม่ พ่อจะได้เบาใจว่าหากพ่อสิ้นไป องค์นวินจะได้ปกป้องน้องได้หากน้องของเจ้าจำต้องอภิเษกเป็นคู่ตุนาหงันกับองค์นวินจริง”

เป็นห่วงแต่เจ้าศวรรย์นั่นล่ะ!

เจ้าวรรศหาได้อิจฉาริษยาผู้เป็นน้องหรอก เพียงแต่คิดว่าพ่อยักษ์ใหญ่ของเขานั้นถูกอนุชาตัวดีหลอกเสียจนหมดสิ้น ผู้ใดว่าเขาเจ้าเล่ห์กัน เขาก็แค่มีอุปนิสัยเปิดเผย หาได้ชอบเสแสร้งแกล้งทำไร้เดียงสาดั่งเช่นเจ้าศวรรย์

“วันๆ เจ้าเอาแต่เกียจคร้าน ไม่ปฏิบัติราชกิจเฉกเช่นที่องค์ยุพราชควรจะกระทำ เพลานี้ได้โอกาสก็จงไปเสีย ไม่เช่นนั้นแล้วพ่อจะทำโทษให้เจ้าไปอยู่ที่ชายแดนกับทัพทหาร”

เห็นเจ้าวรรศไม่ตอบตกลงเสียทีก็แสร้งขู่ แต่มีหรือที่เจ้าวรรศจะสะทกสะท้าน จะส่งเขาไปแห่งหนตำบลใดก็เท่านั้นล่ะ อย่างไรเสียเขาก็เกียจคร้านอยู่ดี ได้ออกไปนอกเขตพระราชฐานเป็นเรื่องดีเสียด้วย เพราะอุดอู้อยู่แต่ในนี้ช่างน่าเบื่อนัก

ทว่าเจ้าวรรศก็หาได้ตอบโต้สิ่งใด คิดเพียงแต่ว่าได้เดินทางไปดินแดนแคว้นอื่นบ้างก็ดี คงจะเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อยหากได้ชมความรุ่งโรจน์ของสราลี จึงเหลือบมองบิดาแล้วยื่นมือไปตรงหน้า

“มีอันใด”

ไอศูรย์ย่นคิ้วยู่ ถามบุตรชายที่ยกยิ้มเผล่

“หากลูกจ๋าตกปากรับคำแล้วไซร้ ของรางวัลของลูกจ๋าล่ะ”

“ไหว้วานเท่านี้ จำต้องมีของรางวัลด้วยรึ”

เจ้าวรรศดึงมือกลับ เชิดหน้าขึ้นทันที

“แล้วแต่พ่อยักษ์ใหญ่นะ ไม่มีของแลกเปลี่ยนลูกจ๋าก็ไม่ไป เสียเวลาเล่นสนุก ทั้งยังเสี่ยงให้พ่อยักษ์น้อยขุ่นเคือง สู้นอนเล่นอยู่ที่ตำหนักดีกว่า”

ไอศูรย์ถึงกับกัดฟันกรอด

เล่นแง่แสนกลนัก เจ้าเล่ห์เพทุบายได้ผู้ใดมา!

แต่แล้วก็ต้องจำยอมเมื่อเห็นเจ้าวรรศยกมือประนมทำท่าจะกราบลา ทำให้เขาต้องรีบตอบตกลง

“เออๆ อยากได้สิ่งใดกันเล่า”

“โตเทพอัสดร1ของพ่อยักษ์ใหญ่”

เจ้าวรรศรีบเอ่ยทันที ไอศูรย์ถึงกับย่นคิ้ว

“เพียงแค่โตเทพอัสดรเท่านั้นรึ”

“จ้ะ ตัวที่พ่อยักษ์ใหญ่ใช้เป็นพาหนะยามออกศึกเลย”

ไอศูรย์ไม่ได้หวงหรอกที่เจ้าวรรศเอ่ยขอพาหนะคู่ใจเช่นนั้น แต่...

“เจ้าจะเอาโตเทพอัสดรฝีเท้าดีไปเพื่อการใดกัน”

เจ้าวรรศหันมายักคิ้วหลิ่วตา “เผื่อว่าองค์นวินมีรูปงาม ลูกจ๋าจะได้ลักพาตัวกลับปรมะของเรา ตบแต่งเป็นชายาเสียเลย”

ไอศูรย์ตบเข่าฉาดอย่างต้องใจ

“ดีมากลูกรัก อย่ายอมให้ผู้ใดข่มเหงเจ้าหรือน้องของเจ้าได้ พวกเจ้าจะต้องเป็นฝ่ายอยู่เบื้องบนเท่านั้น”

เรื่องยุลูกนี่ถนัดนัก!

ที่ต้องยุเป็นเพราะพิจารณาจากคำบอกเล่าของเหล่าราชทูตแห่งแคว้นสราลีแล้ว หากองค์นวินองอาจเหี้ยมหาญเช่นนั้น มิแคล้วเจ้าศวรรย์คงได้ถูกข่มเหง ส่งเจ้าวรรศที่มีชั้นเชิงและมากเล่ห์กว่าไปกำราบเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แม้ว่าเจ้าวรรศจะเกียจคร้านเพียงใด แต่เรื่องฝีไม้ลายมือในเชิงดาบก็หาได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด อีกทั้งรูปร่างรึก็สูงใหญ่ แม้ว่าจะมีดวงหน้างดงามเพียงใด กระนั้นก็เรียกได้ว่าองอาจน่าเกรงขามยิ่งนัก

เจ้าวรรศนั่นล่ะสมควรไป ไม่ผิดแล้ว!

ไอศูรย์กระหยิ่มยิ้ม ขณะที่เจ้าวรรศคิดวางแผนการในหัว ที่ร้องขอโตเทพอัสดรฝีเท้าดีของบิดาไป หาใช่จะใช้ลักพาตัวองค์นวินกลับมาหรอก เขาเอาไว้ใช้เผื่อว่าจะต้องหลบหนีหากไปก่อกวนทำการใดให้แคว้นสราลีขุ่นข้องเข้าเท่านั้นล่ะ

รู้รักษาเอาตัวรอดเป็นยอดดี ทำการชั่วช้าสิ่งใดไว้...ไม่เก็บไม่เช็ด เผ่นแน่บหนีลูกเดียว สิ่งนั้นคืออุปนิสัยซุกซนที่น่าโดนวิรัลย์จับมัดแล้วโบยหวายวันละสามรอบ

“เช่นนั้นแล้ว พ่อจะสั่งการให้การิตตระเตรียมทุกสิ่งสรรพไว้ให้พร้อม” ไอศูรย์เอ่ยชื่อทหารเอกของตนออกมา เจ้าวรรศพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะต้องชะงักเมื่อไอศูรย์นึกบางสิ่งออก “แต่เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลับระหว่างพ่อกับเจ้า แล้วก็เจ้าศวรรย์ เข้าใจหรือไม่ จะให้พ่อยักษ์น้อยรู้มิได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น...”

ว่าพลางใช้นิ้วทำท่าเชือดคอตนเอง เจ้าวรรศพยักหน้ารับระรัวเลยทีเดียว ตายอย่างอนาถทั้งพ่อทั้งลูกแน่นอนหากวิรัลย์รับรู้ ก่อนที่เจ้าวรรศจะรับคำ

“พ่อยักษ์ใหญ่มิต้องห่วง พ่อไม่พูด ลูกจ๋าไม่พูด เจ้าศวรรย์ไม่พูด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เป็นแน่”

มั่นใจว่าวิรัลย์ไม่รู้เช่นนั้นเป็นเพราะเจ้าวรรศและเจ้าศวรรย์เป็นฝาแฝดที่มีใบหน้าและรูปร่างเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก หลายครั้งหลายคราทีเดียวที่ข้าราชบริพารจำสับสนสลับกันไปมา หากไม่สังเกตจากลักษณะการพูดจาและท่าทางแล้ว คงจะแยกไม่ออกกันเลยทีเดียว

“เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วย”

ตบบ่าลูกรักแล้วจากไป ปล่อยให้เจ้าวรรศยิ้มย่องเพียงลำพังกับความหรรษาที่จะอุบัติในอีกไม่กี่เพลาต่อจากนี้

เกียจคร้านมากเท่าใดก็จะระริกระรี้ขึ้นมามากเท่านั้นเมื่อได้เล่นซุกซน

เห็นทีแคว้นสราลีคงจะได้วุ่นวายชวนหัวกันยกใหญ่แล้วกระมัง...

***

วันเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ทิวาให้หลัง เจ้าวรรศสวมรอยเป็นเจ้าศวรรย์ รีบร้อนออกจากปรมะไปกับขบวนเสด็จที่ทางสราลีตระเตรียมไว้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางตามคำสั่งของไอศูรย์ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะกราบลาวิรัลย์ก่อน แต่ก็จำต้องรีบเร่งไปด้วยไอศูรย์มีคำสั่ง พร้อมทั้งอ้างว่าเกรงจะเสียเวลาในการเดินทาง

ในเมื่อเป็นคำสั่งก็มิอาจขัดขืนได้ ยอมปล่อยให้ไปโดยมีการิตติดตามไปด้วย เหตุที่ส่งการิตไปนั้นเป็นเพราะไอศูรย์เองก็เป็นห่วงเจ้าวรรศ ถึงจะรู้ดีว่าโอรสองค์นี้เอาตัวรอดได้ แต่ก็ไม่วายหวงแหนตามประสาบิดา การิตก็เห็นดีด้วยจึงรับคำสั่งโดยมิหน่ายหนี แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนชั่วครั้งนี้

เว้นเสียแต่เจ้าศวรรย์ที่เพิ่งรู้หลังจากที่แฝดผู้พี่ของตนจากไปแล้วด้วยไอศูรย์เรียกตนไปพบที่พลับพลาในสวนพฤกษาเพื่อบอกกล่าวเรื่องนี้ ความยินดีพร่างพราย รอยยิ้มปรากฏให้เห็นบนดวงหน้าผุดผาด เพราะเขาเองก็หาใช่ยักษ์ที่ชอบตะลอนท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยเฉกเช่นเชษฐา การได้อยู่ที่ตำหนักของตนนั้นสุขล้นยิ่งกว่าสถิตอยู่ในวิมานไหนๆ

“ลูกจ๋าต้องขอบพระคุณพ่อยักษ์ใหญ่เป็นอย่างยิ่งจ้ะที่เมตตาลูกจ๋าถึงเพียงนี้”

ดีใจเสียจนเก็บท่าทีไว้ไม่ได้ คุกเข่าก้มกราบแนบตักบิดาที่นั่งอยู่บนตั่งเบื้องหน้า

“เพราะพ่อรักเจ้านัก ถึงได้มิยอมให้ตกเป็นของผู้ใด”

มือใหญ่ลูบเรือนผมนุ่มสลวยของโอรสองค์เล็กแผ่วเบา ขณะที่เจ้าศวรรย์ยิ้มระรื่น

“ลูกจ๋าก็รักพ่อยักษ์ใหญ่เช่นกันจ้ะ”

ออดอ้อนเอาใจบิดาเป็นการใหญ่ ไอศูรย์ก็ชื่นใจยิ่งนัก ไม่ว่าอย่างไรเจ้าเขี้ยวน้อยฝาแฝดตนนี้ก็หาได้โตขึ้นเลย ทว่า...ความสุขนั้นก็เป็นอันต้องมลายเมื่อทั้งสองได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกล

“รักกันมากเหลือเกินนะ”

หันขวับไปมองก็เห็นว่าเป็นวิรัลย์ ทำเอาสองพ่อลูกผละออกจากกันอย่างพร้อมเพรียง เสียวสันหลังวาบราวกับรู้ชะตาชีวิตตน

“นะ...น้องยักษ์มาทำอะไรที่สวนพฤกษาแต่เช้าจ๊ะ”

ถามไปราวกับโง่งม วิรัลย์หรี่ตามอง ว่าเนิบนาบ

“แล้วเหตุใดข้าจะมาที่นี่ไม่ได้”

“มะ...มาได้จ้ะ ที่พี่ถามเป็นเพราะเห็นว่าเจ้านอนหลับฝันดีอยู่ จึงสงสัยนักว่าเหตุใดถึงตื่นเช้ากัน”

หลับฝันดีอย่างนั้นรึ...วิรัลย์แกล้งหลับต่างหาก ด้วยสังเกตเห็นความผิดปกติจากท่าทางของไอศูรย์ที่ดูลับๆ ล่อๆ มาตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้จึงลอบมาดูว่าคิดแผนชั่วอะไรไว้ ที่เอะใจนั่นก็เป็นเพราะเช้านี้เป็นวันที่จะต้องส่งเจ้าศวรรย์ไปยังแคว้นสราลี แต่เมื่อเขาตื่นมาก็ไม่พบขบวนราชทูตแล้ว มีแต่ไอศูรย์เท่านั้นที่ย่องออกจากตำหนักแล้วมุ่งหน้ามาที่นี่ แล้วก็จริงเสียด้วยที่ไอศูรย์มีแผนชั่ว เพราะสิ่งที่สองพ่อลูกสนทนาพาทีกันก่อนหน้านั้น ล้วนเข้าหูเขาแล้วหมดทั้งสิ้น

“เจ้าวรรศล่ะ”

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ถามถึงโอรสองค์โตทันที ไอศูรย์ละล่ำละลักพูดทันใด

“เจ้าวรรศก็อยู่นี่อย่างไรล่ะจ๊ะ”

เหลือบมองไปยังเจ้าศวรรย์ด้วย เจ้าศวรรย์เองก็รู้งาน รีบสวมรอยเป็นแฝดผู้พี่ทำท่าทางองอาจ ทำตาวาววับเจ้าเล่ห์ให้เหมือนกับคนที่ถูกถามหา

“ลูกจ๋าอยู่นี่จ้ะพ่อยักษ์น้อย”

วิรัลย์สูดลมหายใจเข้าปอด พ่นทิ้งออกมาอย่างระอา

“พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่งมถึงขนาดแยกแยะลูกตัวเองไม่ออกเลยหรือไร”

ทั้งไอศูรย์ ทั้งเจ้าศวรรย์ต่างเย็นต้นคอวาบไปตามๆ กัน

ถึงผู้ใดจะแยกสองแฝดนี้ไม่ออก แม้แต่ไอศูรย์เองที่บางคราก็สับสน แต่มีเพียงวิรัลย์เท่านั้นที่แยกออกเพียงมองหน้า ไม่จำเป็นต้องสังเกตท่าทางการพูดใดก็รู้ได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าวรรศ ผู้ใดเป็นเจ้าศวรรย์

และทันทีที่เห็นว่าแผนการแตกย่อยยับ ความลับไม่มีในโลกอีก เจ้าศวรรย์ก็รีบยกมือขึ้นประนมแนบอกทันที

“ลูกจ๋าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ได้รับปากกับราชครูไว้ว่าจะไปร่ำเรียนตำราการปกครองที่ตำหนักหลวง ลูกจ๋าทูลลาพ่อๆ จ้ะ”

ก้มกราบแล้วเผ่นแน่บไปโดยไว ทิ้งให้ไอศูรย์บ้าใบ้อ้ำอึ้งเมื่อเห็นลูกรักก้าวหนีไปโดยไวเท่านั้น

ไอ้ที่ก่อนหน้ารักพ่อยักษ์ใหญ่นักหนาอะไรนั่นเป็นเพียงลมปากรึ!?

อยากจะตัดพ้อลูกใจจะขาด แต่เมื่อเห็นสายตากรุ่นโกรธของวิรัลย์ พร้อมกับเขี้ยวข้างหนึ่งที่งอกยาวแล้ว ไอศูรย์ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“มีสิ่งใดจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่”

“มีจ้ะพ่อตาหวาน มีเยอะเลย”

แม้ไอศูรย์จะเป็นถึงกษัตริย์ แต่วรรณะในครัวเรือนนั้นช่างต่ำต้อยเสียจริง มิแปลกหากลูกจะเผ่นหนีเอาตัวรอดเช่นนี้

ความผิดนั้นก่อร่วม แต่เมื่อถูกวิรัลย์จับได้ขึ้นมาก็...ตัวใครตัวมัน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HQX” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HQX
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ชาดสีเลือด 红血
7.9
หลินเหมยหญิงสาวผู้แบกความแค้นเต็มหัวใจได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อชำระความแค้นกับสามีที่เคยร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผูกสัมพันธ์กันไว้ การกลับมาในครั้งนี้เป็นการเดิมพันด้วยเหตุผลและบทเรียนจากอดีตที่เคยผิดพลาด ท่ามกลางเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและแรงอารมณ์ เธอจะต้องเลือกว่าจะก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริงหรือจะต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและความแค้นในครั้งนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
ฮวาเย่ห์หยวนธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้เลอโฉมจำต้องรับโองการสวรรค์เพื่อหยุดยั้งมหาสงคราม หน้าที่ของนางคือการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารลี่เซี่ยนผู้ไร้ความปรานี ทว่าในระหว่างภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากอาเซี่ยนบุรุษลึกลับผู้แสนดีจนเริ่มสั่นคลอน แม้แผนการยั่วยวนจอมมารจะสัมฤทธิ์ผล แต่ฮวาเย่ห์หยวนกลับติดกับดักหัวใจจนกลายเป็นทาสรักของศัตรูเสียเอง นางจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่ท่ามกลางความรักที่แสนอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพเจอความรัก
8.9
วิญญาณหญิงสาวผู้เยือกเย็นจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาสู่ร่างสตรีขี้โรคยุคโบราณ ชีวิตใหม่กลับเต็มไปด้วยขวากหนาม เธอต้องทนทุกข์จากบิดาที่หมางเมิน และต้องระวังตัวจากแม่เลี้ยงใจร้ายที่จ้องกลั่นแกล้งสารพัด ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในโลกที่ไม่คุ้นเคย เธอจำต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ทว่าในจังหวะที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่าง คอยเคียงข้างและช่วยพลิกเปลี่ยนชะตากรรมอันเลวร้าย การปรากฏตัวของเขานำพาเธอไปสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์พาฬนิล
8.9
เมื่อเสือดำหนุ่มอย่างเฮยอวิ้นได้พบกับหญิงสาวที่บุกรุกเข้ามาถึงถิ่นที่อยู่ของเขาโดยไม่คาดคิด ท่ามกลางพันธสัญญาโบราณที่แบ่งแยกโลกของมนุษย์และสัตว์ป่าออกจากกันอย่างชัดเจนมาแสนนาน การปรากฏตัวของเจ้าสาวปริศนาคนนี้กลับปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น เฮยอวิ้นเฝ้ามองเหยื่ออันโอชะด้วยความหิวกระหาย พร้อมที่จะลิ้มรสชาติแสนหวานที่ก้าวเข้ามาหาเขาเองถึงที่ในฐานะอาหารมื้อพิเศษที่ยากจะปฏิเสธได้
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่วบุตรสาวอนุภรรยาวัยสิบหกถูกบังคับสลับตัวเพื่อวิวาห์กับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยม ณ ชายแดนใต้ แม้ฐานะคือฮูหยินเอกแต่เขากลับเย็นชาใส่ ยกเว้นเพียงยามอยู่บนเตียงที่แผดเผานางด้วยไฟปรารถนา กู้ตงหยางตราหน้านางว่าคนสกุลจ้าวคือพวกปลิ้นปล้อนและประกาศกร้าวว่าจะทำให้นางพบแต่ความทุกข์ระทมเพื่อชดใช้ความผิด หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวทำได้เพียงนิ่งรับชะตากรรมพลางตั้งคำถามว่าชีวิตนี้จะยังมีโอกาสสัมผัสความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่