ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านพี่ได้โปรดไว้ไมตรีต่อตัวข้า

ท่านพี่ได้โปรดไว้ไมตรีต่อตัวข้า

โชคชะตาเล่นตลกเมื่อโจวหลิวหยางจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับกูหลี่เอ๋อร์ตามความปรารถนาของผู้เป็นมารดา แม้ว่ากูหลี่เอ๋อร์จะมอบหัวใจให้เขามาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในใจของเขากลับมีสตรีอื่นที่เฝ้าคำนึงถึงอยู่เสมอ เรื่องราวความรักที่สวนทางกันของหนึ่งคนที่มีใจรักมั่นกับอีกคนที่ยังยึดติดกับคนในความทรงจำจะลงเอยเช่นไร พบกับนิยายโรแมนติกแฟนตาซีเบาสมองจากซีรีส์ฮองเฮาไม่ได้ร้าย ภาคต่อรุ่นลูกที่สามารถอ่านแยกได้อย่างอิสระเพื่อสัมผัสสายใยความผูกพันที่แสนซับซ้อน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เด็กสาวจ้องมองเขาตาแป๋ว คำนั้นของเขานางล้วนได้ยินมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แม้ใจจะรู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่ได้ยิน ทว่าในเมื่อเขายังไม่มีคนอื่นหัวใจของนางก็ดื้อรั้นนัก นางยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง

"แล้วอย่างไรเพคะ ชอบแล้วอย่างไร ไม่ชอบแล้วอย่างไร ในเมื่อเป็นท่านพี่ไม่ปฏิเสธคำขอของเสด็จแม่ และข้าเองก็ยินดีที่จะแต่งกับท่านสุดท้ายแล้วก็เป็นเราสองคนไม่ใช่หรือที่ต้องเลือกเอง"

เขามองนางด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ

"หากข้าบอกเสด็จแม่และขอยกเลิกงานแต่งนี้ หลี่เอ๋อร์เจ้าเป็นสตรีต้องเสียหน้าเพียงใด สตรีที่ถูกบุรุษปฏิเสธอนาคตย่อมไม่มีผู้ใดอยากแต่งด้วยอีก แต่หากเจ้าเป็นฝ่ายเอ่ยปาก ศักดิ์ศรีของเจ้าย่อมไม่ถูกดูแคลน"

กูหลี่เอ๋อร์หัวเราะขัน

"มิต้องมาห่วงใยหลี่เอ๋อร์ในเรื่องนี้เพคะ ต่อให้ต่อไปไม่ได้แต่งกับผู้ใดหลี่เอ๋อร์ก็พึ่งพาตนเองได้"

"หลี่เอ๋อร์เจ้ายังดื้อรั้น ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย"

กูหลี่เอ๋อร์เชิดใบหน้าขึ้น ทั้งยังกอดอก

"ท่านพี่ก็เช่นกันไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย คิดจะให้ข้าเป็นฝ่ายปฏิเสธและล้มเลิกงานแต่งนี้หรือ ท่านพี่ประเมินหลี่เอ๋อร์ต่ำเกินไปแล้ว ท่านบอกไม่ชอบข้าแต่ข้าก็ไม่เห็นว่าในใจของท่านจะมีผู้ใด อีกทั้งเสด็จแม่ก็ต้องการให้ข้าแต่งกับท่าน เพื่อตอบแทนบุญคุณเสด็จแม่หลี่เอ๋อร์ย่อมต้องทำตาม ชีวิตของหลี่เอ๋อร์ล้วนเป็นเสด็จแม่ที่มอบให้ ท่านอย่าได้บังคับให้ข้าทำเรื่องที่เสด็จแม่ไม่สบายพระทัย ข้าไม่เอ่ยปากก่อนเป็นแน่ หากท่านไม่ต้องการไยท่านไม่พูดเองเล่า"

จากนั้นนางก็มองค้อน ใบหน้างามบึ้งขึ้นเล็กน้อยอย่างอวดดีแล้วลุกขึ้นเดินไปชมดอกไม้ ท่าทางไม่สนใจที่จะสนทนากับเขาต่อแล้ว

โจวหลิวหยางลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งขยับมายืนเบื้องหน้านาง เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาหานางช้า ๆ นางยังไม่ยอมสบตาเขา โจวหลิวหยางจึงเชยคางมนแล้วบีบบังคับเล็กน้อย ตรึงใบหน้างามเอาไว้ให้สบตา

"หลี่เอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าข้าเองก็ไม่อาจเอ่ยได้ทั้งหมดส่งผลต่อเจ้าอย่างไรเจ้าก็นับเป็นน้องสาวผู้หนึ่งของข้า ในเมื่อเจ้าดื้อรั้นเช่นนี้ก็ได้ หนึ่งปีต่อจากนี้ก่อนเข้าพิธีสมรสข้าจะทำให้เจ้ารู้เองว่า โจวหลิวหยางมิได้คู่ควรให้เจ้ามอบหัวใจให้เลยแม้แต่น้อย ข้าจะทำให้เจ้าล่าถอยไปเอง"

กูหลี่เอ๋อร์เห็นเป็นเรื่องขบขัน ทั้งยังรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่ถูกคนจับได้ว่านางชอบเขา แต่คนเช่นนางก็ไม่ยอมเสียหน้าง่าย ๆ เช่นกัน

"ท่านพี่เข้าใจผิดแล้วทั้งยังหลงตนเองยิ่ง หลี่เอ๋อร์ไม่ได้คิดมีใจให้ท่าน เพียงแต่การแต่งงานของสตรีล้วนต้องเชื่อฟังบิดามารดาพึ่งพาแม่สื่อ ในเมื่อหลี่เอ๋อร์เป็นคนกตัญญูเสด็จแม่ตรัสเช่นไรหลี่เอ๋อร์ย่อมปฏิบัติตาม ท่านพี่อย่าได้หลงตนเองคิดว่าหลี่เอ๋อร์มีใจให้ท่านสิเพคะ หนึ่งปีต่อจากนี้ไม่แน่ว่าคนที่ไม่อาจตัดใจได้อาจเป็นท่านก็ได้"

โจวหลิวหยางหัวเราะเบา ๆ ทว่าใบหน้าเรียบเฉย

"ได้เป็นข้าที่เข้าใจผิด แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าคนที่หลงตนเองเห็นจะเป็นเจ้าเสียมากกว่า ได้ เช่นนั้นหนึ่งปีต่อจากนี้เราสองคนมาคอยดูว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอ่ยเช่นไร"

กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไป

กูหลี่เอ๋อร์มองตามร่างสูงโปร่งขององค์รัชทายาทจนลับตาแล้วถอนหายใจออกมา

"คนใจดำ"

นางได้แต่ก่นด่าเขาเพียงลำพัง เสี่ยวเหมยนางกำนัลคนสนิทขยับมารินชาให้นายของตนพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยความสงสาร

"องค์หญิง ในเมื่อองค์รัชทายาทไม่มีใจไยองค์หญิงต้องอดทนเพคะ"

นางยิ้มแล้วเอ่ยว่า

"ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะหัวใจของข้าได้มอบให้เขาไปแล้วกระมัง"

หลายวันต่อมาจู่ ๆ ก็มีพระราชโองการให้องค์รัชทายาทพร้อมด้วยพระคู่หมั้นเสด็จในฐานะสามัญชนออกเยี่ยมราษฎรในแดนเหนือ มิหนำซ้ำการเดินทางครานี้ก็เป็นการเดินทางแบบลับ ๆ ไม่ได้ให้ผู้ใดล่วงรู้ คนที่ติดตามองค์รัชทายาทเป็นทหารองครักษ์ฝีมือดีไม่กี่นายเท่านั้น

โจวหลิวหยางเคยปฏิบัติภารกิจเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เขายังนับเป็นชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ทว่าบัดนี้กลับต้องพากูหลี่เอ๋อร์ไปด้วยทำให้เขาค่อนข้างเป็นกังวล

"เสด็จพ่อ การเดินทางยากลำบากจะให้นางติดตามไปได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้โจวจื่อเหลียงมองบุตรชายด้วยสายพระเนตรจนใจ

"เรื่องนี้เจ้าไปคุยกับเสด็จแม่ของเจ้าเถิด พ่อเองก็แย้งนางไปแล้ว แต่นางยังยืนกรานว่าอย่างไรก็ต้องให้หลี่เอ๋อร์ติดตามเจ้าไปด้วย"

"นางเป็นสตรีจะร่วมทางกับบุรุษได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ขอเสด็จพ่อโปรดตรัสเรื่องนี้กับเสด็จแม่ด้วย"

"เป็นสตรีแล้วอย่างไร ยามนั้นที่เสด็จพ่อของเจ้าไปที่เมืองผูก็มิใช่เป็นแม่และเจ้าที่ยังเด็กเพียงนั้นติดตามไปหรือ"

ฉับพลันหลิวฉูฉู่ก็ปรากฏกายในตำหนักทรงงานของฝ่าบาทพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง

โจวหลิวหยางรีบทำความเคารพผู้มาใหม่ แต่เดิมประเพณีคือต้องขานชื่อฮองเฮาก่อนเข้าเฝ้า แต่เป็นเพราะว่าหลิวฉูฉู่นางนี้ไม่เคยทำตามธรรมเนียมมาก่อน ท้ายที่สุดแล้วฝ่าบาทจึงให้ยกเว้นการขานชื่อฮองเฮาปล่อยให้นางเข้านอกออกในตำหนักทรงงานได้ตามใจชอบมาเนิ่นนาน

หลิวฉูฉู่ยอบกายเล็กน้อยถวายบังคมฝ่าบาทก่อนจะเดินไปนั่งเคียงข้างเขา ยังถือวิสาสะยกถ้วยน้ำชาของสามีมาดื่มก่อนจะมองไปยังบุตรชายที่คงกำลังคิดหาวิธีโต้แย้ง

"ที่ไม่อยากให้นางติดตามเป็นเพราะสิ่งใดกันแน่"

โจวหลิวหยางจึงเอ่ยว่า

"เสด็จแม่ น้องหลี่เอ๋อร์เป็นสตรีที่บอบบาง การเดินทางของลูกที่ผ่านมาล้วนไปในฐานะชาวยุทธ์ผู้หนึ่งหลายครั้งต้องปะทะกับชาวยุทธ์และโจรป่า ค่ำที่ไหนนอนที่นั่นมิหนำซ้ำหลายครั้งต้องนอนกลางดินกินกลางทรายลำบากอย่างยิ่ง นางจะทนได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"

หลิวฉูฉู่กลับยิ้ม

"กังวลสิ่งใดกัน วรยุทธ์เจ้าสูงส่งสตรีนางเดียวจะปกป้องไม่ได้หรืออีกทั้งหลี่เอ๋อร์ของแม่ยังมีวรยุทธ์ติดกาย แม้จะสู้เจ้าไม่ได้แต่ก็นับว่าไม่เป็นรองผู้ใด อนาคตหลี่เอ๋อร์ต้องดำรงตำแหน่งฮองเฮา ทุกข์สุขราษฎรต้องให้นางได้เรียนรู้ด้วยตนเอง จึงจะสามารถดำรงตำแหน่งอันสูงส่งนี้ได้ หากนางอดทนไม่ได้แม่อนุญาตให้เจ้าไล่นางกลับไปเมืองผูเสีย ดีหรือไม่"

"แต่เสด็จแม่ลูกก็ยังไม่เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งลูกจะขับไล่นางให้กลับเมืองผูได้อย่างไร”

กล่าวจบหลิวฉูฉู่ก็หันไปมองสามีแล้วกระแอม โจวจื่อเหลียงจึงตีสีหน้าขรึมตรัสออกไป

"รัชทายาท นี่คือราชโองการของข้าผู้เป็นโอรสสวรรค์ เจ้ายังไม่คุกเข่ารับราชโองการ ให้ว่าที่พระชายาติดตามไปดูแลทุกข์สุขราษฎรอีก คุกเข่าเดี๋ยวนี้"

กล่าวจบก็พยักพเยิดทำสีหน้าเป็นเชิงขอร้องบุตรชายว่าให้ทำตามที่สั่งเถิด มิเช่นนั้นเรื่องนี้หลิวฉูฉู่ย่อมไม่ยอมรามือแน่ สุดท้ายโจวหลิวหยางก็ถอนหายใจยาว คุกเข่ารับราชโองการแต่โดยดี

โจวหลิวหยางออกจากตำหนักทรงงาน เขายังกลุ้มใจนักด้วยอย่างไรก็ไม่ต้องการให้กูหลี่เอ๋อร์ติดตามตนไปให้เป็นภาระ และคนที่จะช่วยเขาได้ยามนี้คงมีเพียงนางแล้ว

คิดได้ดังนี้โจวหลิวหยางจึงก้าวเท้ายาวเดินตรงไปที่ตำหนักของกูหลี่เอ๋อร์ คิดว่าจะข่มขู่สาวน้อยนางนั้นให้เกรงกลัวและวิ่งไปอ้อนวอนเสด็จแม่ไม่ขอติดตามเขาไปด้วยตนเอง

เมื่อถึงตำหนักองค์หญิงกงกงขานพระนามองค์รัชทายาทเสด็จ เขาถูกเชิญให้ไปรอที่ห้องโถงรับรอง นั่งรอกูหลี่เอ๋อร์อย่างใจเย็น และในยามนั้นเองที่ร่างอรชรของกูหลี่เอ๋อร์โผล่หน้ามา โจวหลิวหยางก็พบว่าตนเองคิดผิดเสียแล้วที่จะมาข่มขู่สตรีนางนี้

นางอยู่ในชุดของชาวยุทธ์สีเหลืองอ่อนทะมัดทะแมง รวบผมตึงเกล้าเหนือศีรษะรัดเกล้าด้วยหยกสีขาวผ่อง ขับเน้นใบหน้าให้งดงามและบริสุทธิ์ขึ้นหลายส่วน บริเวณรอบเอวยังมีกระบี่อ่อนพันรอบโดยรอบ

โจวหลิวหยางรู้ว่านางมีวรยุทธ์แต่ไม่รู้ว่าอยู่ขั้นไหน แต่เมื่อเห็นกระบี่อ่อนก็คิดว่าฝีมือของนางคงจะสูงส่งไม่น้อย มิเช่นนั้นก็คงไม่สามารถควบคุมกระบี่เล่มนั้นได้

เมื่อนางเห็นเขากลับทำสีหน้าตื่นเต้นยินดี ยังกระโดดดีดขาไปมาเหมือนกวางน้อยตัวหนึ่งที่กำลังมีความสุข นั่นเป็นเพราะกูหลี่เอ๋อร์คิดว่าเขามาเพื่อบอกให้นางเตรียมตัว

"ท่านพี่ หลี่เอ๋อร์พร้อมแล้วเราจะออกเดินทางกันเลยใช่หรือไม่"

โจวหลิวหยางพ่นลมยาวออกมาทางปาก เขามองนางเยียบเย็นแล้วเอ่ยว่า

"หนทางลำบากและอากาศหนาวยิ่งนัก บางคราก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากและความหิว ค่ำที่ใดนอนที่นั่นยังต้องหลบหนีสัตว์ป่า กูหลี่เอ๋อร์การเดินทางร่วมกับข้ามิใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด"

นางกลับยิ้มกว้าง

"ความฝันของข้าคือการออกท่องโลกกว้างตั้งแต่ฝึกวิชากับอาจารย์มาก็มีความฝันนี้มาตลอด เพียงแต่หน้าที่การค้าขายที่เสด็จแม่มอบให้ทำให้ต้องติดอยู่ที่เมืองผู ครานี้ได้โอกาสข้าย่อมไม่พลาดที่จะทำสิ่งนี้ ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้า ข้าดูแลตัวเองได้เพคะ ท่านดูนี่ ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพรหรือตั๋วเงินหลี่เอ๋อร์เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ท่านพี่พวกเรารีบเดินทางเถิดข้าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้วเพคะ"

โจวหลิวหยางได้แต่มองคนอย่างปลงตก เอาเถิดในเมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็คงต้องให้นางติดตามไปแล้ว ทว่าหากหนทางลำบากเกินนางรับไหวเขาย่อมยินดีจะส่งนางกลับเมืองผู และยามนั้นกูหลี่เอ๋อร์ก็คงรามือไปเองด้วยทนความลำบากไม่ไหว

หากมองในแง่ดี ครานี้ก็ถือเป็นโอกาสทำให้นางเกลียดชัง และไม่คิดติดตามเขาอีกต่อไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
8.6
โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย แค้นเมียเก่า ขั้นสุด
7.9
หลังสูญเสียลูกชายและถูกสามีอย่างเจตน์ทรยศด้วยการยกสมบัติให้บิวตี้ น้องสาวบุญธรรมผู้ทำลายชีวิตเธอ เอวาจบชีวิตลงด้วยความแค้น ทว่าเธอกลับตื่นขึ้นมาในร่างวัยเยาว์ ณ สถานสงเคราะห์ในวันที่ครอบครัวมหาเศรษฐีจะมารับอุปการะ ที่นั่นเธอได้พบเจตน์ที่ย้อนเวลากลับมาเช่นกัน เขากล่าวขอโทษและสัญญาจะปกป้องเธอให้ดีกว่าเดิม แต่สำหรับเอวาที่เคยสูญเสียทุกอย่างเพราะคำลวงของเขา เธอไม่มีวันให้อภัยและพร้อมจะทวงคืนความยุติธรรมในชีวิตใหม่นี้ด้วยมือของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี
8.4
Liu Yueqing, a gifted healer and daughter of the Imperial Physician, sacrificed her dreams to be the perfect wife to Gong Liqiang. Despite his public oath of lifelong fidelity, he betrays her after two years by bringing a pregnant mistress into their home. Yueqing discovers she was merely a tool used for her dowry and medical skills while being forced to remain childless. Refusing to endure this deceit, she chooses a tragic end over a life of servitude, cursing their reunion in any future life.
หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜
7.9
เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักที่เคยมีให้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ หมอยาสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ล้นเหลือจึงไม่ยอมทนอยู่ใต้เงาของความเสียใจอีกต่อไป นางตัดสินใจประกาศกร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากเขายังคงทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ การหย่าขาดจากกันคงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อทวงคืนอิสระและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาในฐานะสตรีผู้ไม่ง้อความรักที่ไร้ค่าอีกต่อไป