ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชะตาร้ายลวงรัก

ชะตาร้ายลวงรัก

ฟางหลินจำต้องเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อบ้านเมืองและตอบแทนบุญคุณบิดาด้วยการอภิเษกสมรสทางการเมืองกับองค์ชายต่างแคว้น แม้จะได้ครองตำแหน่งพระชายาอย่างสมเกียรติ แต่เธอกลับต้องเผชิญกับความเย็นชาจากสวามีที่ไร้ใจ เนื่องจากเขามีหญิงคนรักอยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธนาการที่มิอาจขัดขืน ฟางหลินจึงต้องเผชิญหน้ากับชีวิตสมรสที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมและการกดขี่ข่มเหงเพียงลำพังในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย
ตอน
แชร์

ตอน 3

“พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยหม่อมฉันหรือเพคะ”

เสียงใสถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่มีเพียงแค่นางที่ไม่เต็มใจ เขาเองก็ไม่เต็มใจเช่นกันใช่หรือไม่ คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างใช้ความคิด ถึงแม้จะรู้ดีว่าเชื้อพระวงศ์โดยมากก็มักจะแต่งงานเพื่อความเหมาะสม หาได้มีเรื่องรักใคร่มาเกี่ยวข้อง หากแต่นางเองก็เป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง ย่อมอยากแต่งให้บุรุษที่รักยิ่งไม่ได้เชียวหรือ ถึงแม้จะมิมีใจทว่าท่าทางรังเกียจกันเช่นนี้ ก็เกินจะรับไหว

“คำพูดข้าเจ้าไม่เข้าใจตรงไหน หรือสตรีซีจิ้งจะโง่เขลาเบาปัญญา หูพิการถึงได้ไม่เข้าใจคำพูดของข้า”น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกไป พร้อมด้วยสายตาที่มองมาอย่างดูแคลน จ้าวฟางหลินสูดลมหายใจเข้าปอดจนสุดเพื่อข่มกลั้นโทสะในใจเอาไว้ ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าใช้วาจาหยาบคายกับนางเช่นนี้ องค์ชายแคว้นฉู่ไม่เพียงแค่ป่าเถื่อนดังคำร่ำลือ ทว่าฝีปากยังจัดจ้านกว่าสตรีบางผู้บางคนเสียอีก เพียงแค่เจอหน้า ยังมิทันได้พูดจากลับต่อว่าต่อขานนางเสียแล้ว

“เช่นนั้นเหตุใดองค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่ไม่ทรงปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรกเลยล่ะเพคะ จะให้หม่อมฉันทนลำบากเดินทางมายังบ้านป่าเมืองเถื่อนของพระองค์ด้วยเหตุใด”ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่ยินยอม นางเองไม่ใช่สตรีสามัญชน มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นซีจิ้งจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องยอม

 “เจ้า!...”

เหลียงเฟิงไห่ได้ยินคำพูดดูแคลนของพระชายาหมาดๆของตนเอง โทสะในใจก็พุ่งทะยานจนแทบทะลุเพดานตำหนัก ใครเล่าจะไปคิดว่าสตรีบอบบางแลอ่อนโยน กิริยาดูเหมือนจะว่าง่ายหัวอ่อน ยามเผชิญหน้ากับเขาตามลำพังกลับกล้าเถียงเขาเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่ดูเบาไม่ได้เสียจริง

จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ไร้ซึ่งความสนใจต่อพระสวามีรูปงามของตนเอง ในเมื่อเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับนาง และนางเองก็ไม่ได้อยากจะแต่งกับเขาภายภาคหน้าก็ต่างคนต่างอยู่เป็นเช่นนี้ก็นับว่าดีไม่ใช่น้อยจ้าวฟางหลินไม่สนใจบุรุษตรงหน้าอีก ดวงตาหวานกวาดมองรอบห้อง ก่อนจะเดินไปนั่งที่หน้ากระจก ทว่าหางตายังคงเห็นคนตัวโตยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่กลางห้องหากเขาจะยืนหน้าเขียวคล้ำตรงกลางห้องเช่นนั้นก็หาได้เกี่ยวอันใดกับนางไม่

เหลียงเฟิงไห่มองร่างอรชรที่เดินผ่านหน้าเขาไปนั่งลงตรงหน้ากระจก และเริ่มปลดเครื่องประดับที่อยู่บนศีรษะของนางออกช้า ๆ โดยที่ไม่สนใจการมีอยู่ของเขาเลย นึกแล้วก็อยากฆ่าคนขึ้นมา

“หึ!...ฮ่องเต้กับฮองเฮาแคว้นซีจิ้งสั่งสอนบุตรีได้ดีเสียจริง ฝีปากช่างเยี่ยมยอด ข้าเหลียงเฟิงไห่นับถือนับถือ”จ้าวฟางหลินขบกรามแน่น อีกฝ่ายดุด่าตำหนินาง นางรับได้ แต่การดูแคลนไปถึงบิดามารดาของนาง นางรับไม่ได้และไม่ยินดียอมรับ ผู้เป็นพระธิดาของแคว้นซีจิ้งผุดลุกขึ้น มือบางกำปิ่นปักผมเอาไว้แน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมา

“อย่าได้บังอาจมากล่าวหาเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของหม่อมฉัน”เหลียงเฟิงไห่ขมวดคิ้วเข้ม ดวงตาคมมองทุกการกระทำของนาง แล้วยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยันจ้าวฟางหลินเห็นการกระทำอันหยาบคายของอีกฝ่าย โทสะในใจก็ยิ่งทบทวีสาวเท้าก้าวไปหาเขาด้วยท่าทางคุกคาม

“เหลียงเฟิงไห่ เจ้าเองเป็นเชื้อพระวงศ์ตัวข้าเองก็เป็นเชื้อพระวงศ์ ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่ข้าองค์หญิงแห่งซีจิ้งจะต้องก้มหัวให้รัชทายาทแคว้นฉู่เช่นเจ้า”เหลียงเฟิงไห่ยกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมมองสตรีตรงหน้าด้วยความเย้ยหยันดูแคลน ก่อนสาวเท้าเข้าหาองค์หญิงแห่งซีจิ้งด้วยท่าทางคุกคามไม่ต่างกัน

“เช่นนั้นให้ข้าเปิดสงครามเลยดีหรือไม่”เปิดสงคราม บุรุษตรงหน้าเห็นเรื่องสงครามเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือไร ดวงตาเรียวจดจ้องใบหน้าคมด้วยแววตาแค้นเคืองความอดทนของจ้าวฟางหลินหมดสิ้นลงในทันทีมือบางยกปิ่นปักผมง้างขึ้นหมายจะจ้วงแทงคนตรงหน้าให้สิ้นลม หากเขาสิ้นลมสงครามก็สิ้นสุด ทว่าไม่ทันที่นางจะขยับแขน ข้อมือบางก็ถูกมือหนารวบยึด พร้อมกับกระชากนางเข้าแนบอก

“จะได้รู้กันไปว่าสงครามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะพระชายาบรรณาการเช่นเจ้า”

 ไหนเสด็จแม่กล่าวว่าชาวฉู่มิได้โหดร้ายอย่างไรเล่า เท่าที่นางเห็นยังห่างไกลคำนั้นนัก เหลียงเฟิงไห่ช่างมีฝีปากคมกล้านัก และหน้าหนาเกินบุรุษใดในใต้หล้าเสียจริง

“มองหน้าข้าอย่างนั้นหมายความว่าเช่นไรหรือพระชายาบรรณาการ วางปิ่นปักผมในมือของเจ้าลงเสียฟางหลิน หยุดความคิดของเจ้าลงอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ความอดทนของข้าไม่มากพอจะมาล้อเล่นกับเจ้า” เสียงเย็นชาขององค์รัชทายาทเอ่ยออกไป เขาไม่แน่ใจนักว่าสตรีที่ถูกโทสะเข้าครอบงำจะสามารถทำเรื่องใดลงไปได้บ้าง

นอกจากไม่วางแล้วองค์หญิงฟางหลินยังพยายามจะจ้วงแทงลงมาอีกครั้งดวงตาแข็งกร้าวเงยหน้ามองสวามีไม่ลดละ เหลียงเฟิงไห่จึงจำต้องบีบข้อมือนางจนแดงช้ำ ปิ่นปักผมหล่นลงสู่พื้นทันที

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเหลียงเฟิงไห่เจ้าคนป่าเถื่อน”

“ป่าเถื่อนหรือ...มาลองดูกันสิว่าคนป่าเถื่อนแบบข้าจะทำสิ่งใดได้บ้าง ดี!!!...ในเมื่อเจ้าอยากแต่งเชื่อมสัมพันธไมตรี เช่นนั้นก็มาเชื่อมกับข้าก่อนเถอะ”

แควก!!!

เสียงอาภรณ์สีแดงขาดออกจากกันเพราะแรงกระชาก จ้าวฟางหลินเบิกตากว้างอย่างตกใจ มือบางรีบยกขึ้นมาปิดบังหน้าอกกลมกลึง กระชากเพียงครั้งแต่อาภรณ์มงคลและเอี๊ยมตัวน้อยก็ขาดไปทั้งสอง การกระทำนี้หากไม่เรียกป่าเถื่อนจะเรียกอย่างไรได้อีก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเหลียงเฟิงไห่” เสียงหวานทั้งตวาดทั้งสั่นไหว ความหวาดกลัวเกาะกินไปทั้งจิตใจ 

องค์รัชทายาทหนุ่มจ้องมองหน้าอกที่ไร้อาภรณ์ด้วยสายตานุ่มลึก เลือดลมในกายพลันร้อนรุ่มกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกายนางโชยเข้ามาในจมูก จากตอนแรกเพียงแค่ต้องการสั่งสอน ทว่าไม่ทันเสียแล้วเหลียงเฟิงไห่หมดความอดทนลงแล้ว

ร่างหนาลากพระชายาตนเองลงไปที่เตียง เขาผลักให้นางล้มตัวลงไปนอนบนนั้น มือหนาตามลงไปกระชากอาภรณ์ที่เหลืออยู่ให้ขาดออกจากกัน ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าของพระชายาขาวดุจน้ำนมแพะ สายตาคมจ้องมองไปอย่างต้องการ เมื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางจนเกือบหมด เขาก็ยืดตัวตรงและลงมือปลดอาภรณ์ของตนเองออกไปบ้างแท่งหยกร้อนดีดดันออกมา ใบหน้าหวานหันหนีอย่างไม่อาจทนมองแก้มใสซับไปด้วยสีเลือด เฟิงไห่แสยะยิ้มออกมา จ้าวฟางหลินรู้ตัวแล้วไม่ควรไปยั่วโทสะขององค์รัชทายาทป่าเถื่อนพระองค์นี้ ร่างอรชรขยับหนีไปจนสุดเตียง ทว่าก็ไม่อาจพ้นบุรุษที่ถูกครอบงำด้วยราคะ

“จะหนีไปที่ใดฟางหลิน เรามาทำพิธีสุดท้ายให้เสร็จสิ้นเถิด”

“องค์รัชทายาทจะทรงทำอะไร ถอยไปนะเพคะ”

“ทำอะไรหรือหึ!!!... ก็ทำให้เจ้ารู้จักคำว่า ป่าเถื่อน หยาบช้าอย่างไรเล่า” จ้าวฟางหลินเบิกตากว้าง ในใจสั่นระรัวตื่นกลัว เมื่อคาดเดาได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะทำให้นางรู้จักคำว่า ป่าเถื่อน หยาบช้าด้วยวิธีการใด

“หยุดนะเพคะ จะทรงทำเช่นนี้ไม่ได้ หม่อมฉันไม่ยินดี”

“ในเมื่อเจ้าแต่งให้ข้าแล้ว จะยินดีหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ”เมื่อตระหนักได้ถึงสถานะของตนยามนี้จ้าวฟางหลินพลันสะท้านในอก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟัน

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะถือเสียว่าทำทานสักครั้ง” ทำทาน!เหลียงเฟิงไห่ขบกรามแน่น ดวงตาอาบไล้ไปด้วยโทสะ

“เช่นนั้นข้าจะช่วยส่งเสริม ให้คืนนี้เจ้าได้ทำทานทั้งคืน” เอ่ยจบมือหนาก็จับที่ข้อเท้าเล็ก ออกแรงดึงรั้งโดยที่ไม่ทันให้จ้าวฟางหลินได้ตั้งตัว แผ่นหลังบางล้มลงบนเตียงกว้าง ยังไม่ทันได้คิดหาทางโต้ตอบ กางเกงตัวในตัวสุดท้ายก็ถูกฉีกขาด

เสียงกรีดร้องไม่ทันได้หลุดสักเพียงครึ่งคำ เหลียงเฟิงไห่ก้มลงไปมอบจุมพิตเร่าร้อนให้กับพระชายาตนเอง มือหนาบีบเคล้นไปที่หน้าอกอวบเสียเต็มมือ ลิ้นร้อนชื้นกระหวัดไปทั่วโพรงปากน้ำหวานไหลย้อยลงมาอย่างไม่อาจห้าม องค์รัชทายาทหนุ่มส่งมือหนาลงไปที่กลีบบุปผางาม นิ้วร้ายค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปยังช่องคับแคบ องค์หญิงต่างแคว้นเบิกตาขึ้น น้ำตาไหลออกมาจากปลายหางตา ความเจ็บปวดพุ่งเข้าร่างกายอย่างไม่ทันตั้งตัว นางจึงกัดลงไปที่ลิ้นชื้นของสวามีอย่างเต็มแรง กลิ่นคาวคลุ้งของสนิมฟุ้งกระจายไปทั่วโพรงปากของทั้งคู่

“ไม่คิดว่าองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะชอบบทรักที่เจ็บปวดเช่นนี้ ดี!!!...เห็นว่าเจ้าชอบข้าก็จะสนองให้”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GRL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GRL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย ชะตารักบุปผางาม
8.2
โชคชะตาที่ยากจะคาดเดานำพาหญิงสาวผู้หนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เธอเคยทำไว้โดยไม่ตั้งใจ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับบุรุษจากชนเผ่าฮู่เหลียนผู้แสนป่าเถื่อนในสายตาผู้อื่น ทว่าเธอกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงและแง่มุมที่ดีงามของเขา ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถมเข้ามา เธอกลับพบว่าตนเองต้องติดอยู่กลางความรักอันยิ่งใหญ่กับชายหนุ่มถึงสองคน สุดท้ายแล้วบทสรุปของหัวใจจะเป็นไปตามอำนาจแห่งฟ้าดินหรือจะเป็นตัวเธอเองที่ลิขิตเส้นทางรักนี้
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ
7.8
เมื่อความรักและความภักดีถูกทำลายลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัสจากคนสนิทที่สุดทั้งสองคน หญิงสาวผู้ถูกหลอกลวงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจึงได้อธิษฐานจิตก่อนสิ้นลมหายใจเพื่อวอนขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอปรารถนาที่จะได้รับชีวิตที่สดใสและดีกว่าเดิมเพื่อก้าวพ้นจากโศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยเผชิญมา การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนโชคชะตาอันมืดมนให้กลายเป็นอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก
8.4
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน