ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว

ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว

เยี่ยนจิ้นหลิง จิ้งจอกสีเงินผู้เก่งกาจจำต้องลงมือจัดการกับโชคชะตาอันวุ่นวายของ ฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง เพื่อปกป้อง เยี่ยนเยว่ฉี น้องสาวที่รักจากการต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจนสิ้นใจในเรือนหลัง นางตั้งเป้าหมายที่จะทำลายดวงชะตาดอกท้อที่เต็มไปด้วยสตรีมากมายรอบกายเขา เพื่อให้ได้มาซึ่งบุรุษผู้มีรักเดียวตามที่น้องสาวปรารถนา การวางแผนเผชิญหน้ากับอ๋องหนุ่มผู้มีพันธะรัดตัวจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันเพื่อเปลี่ยนอนาคตอันแสนเศร้า
ตอน
แชร์

ตอน 3

เมืองหลวงแคว้นหานทั้งเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ทั้งอาคารบ้านเรือนหรือก็ใหญ่โตสวยงาม มีถนนศิลาดำทอดยาวทำให้การเดินทางในเมืองเป็นไปอย่างสะดวกสบาย

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เมืองหลวงจึงแบ่งออกเป็นหลายเขต ทั้งเขตการค้า เขตรื่นเริง เขตที่อยู่อาศัยของขุนนาง เขตพำนักของเหล่าราชนิกุล และสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นวังหลวงอันใหญ่โตแห่งแคว้น

ไม่ว่าจะมองไปที่ใด ก็เจอแต่ผู้คนแต่งกายด้วยอาภรณ์อันงดงาม นอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นคนจากแคว้นอื่น ๆ ที่เข้ามาลงทุนทำการค้า หรือท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองหลวงที่ได้ชื่อว่างดงามกว่าแคว้นใดในดินแดนใกล้เคียง

ที่นี่เป็นแหล่งรวมสิ่งต่าง ๆ ทั้งในและนอกแคว้น ทำให้บรรยากาศการซื้อขายสินค้าเป็นไปอย่างคึกคัก หากต้องการสิ่งใดเพียงไปหายังย่านการค้าก็จะเจออย่างแน่นอน ทั้งแพรพรรณ ขนสัตว์ เครื่องประดับ รวมไปถึงสมุนไพร ไม่เว้นแม้แต่สัตว์หายากจากต่างแคว้น แต่ถ้าต้องการสั่งทำเครื่องประดับก็เพียงแวะไปยังร้านค้าเก่าแก่ของช่างฝีมือแห่งเมืองหลวง

เนื่องจากอยู่ภายใต้เงาขององค์ฮ่องเต้ทำให้บรรยากาศสุขสงบไร้เรื่องร้ายรบกวน หรือหากจะเกิดเรื่องก็มิพ้นสายตาของมือปราบแห่งเมืองหลวงไปได้

เขตที่อยู่อาศัยของราชนิกุล

ในบรรดาที่พำนักของราชนิกุล จวนฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง ผู้เป็นพระอนุชาร่วมสายพระโลหิตของฮ่องเต้ มู่เหวินหลง กินอาณาเขตกว้างขวางที่สุด

งานประดับตกแต่งและวัสดุในการสร้างล้วนเป็นของชั้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิงโตหินคู่ที่นั่งพิทักษ์ประตูบานใหญ่เคียงข้างองครักษ์หลวงในชุดเกราะน่าเกรงขาม เบื้องหลังบานประตูไม้มะเกลื่อสีดำขลับขนาดใหญ่เป็นทางเดินศิลาทอดยาวถึงประตูโค้งใต้มุขหน้าจวน สองข้างทางขนาบไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่ให้บรรยากาศเคร่งครึม ทำให้เหล่าผู้มาเยือนรู้สึกถึงความสูงส่งของผู้เป็นเจ้าของจวน

ภายในห้องโถงต้อนรับโอ่อ่างดงาม เครื่องประดับตกแต่งและภาพวาดประดับผนังล้วนเป็นสมบัติโบราณมีค่าควรเมือง ที่นั่งประธานตรงกลางโถงทำจากไม้สักฉลุลายพยัคฆ์จากช่างฝีมือของวังหลวง เพิ่มความนุ่มสบายด้วยเบาะผ้าแพรหรูหราสำหรับหน้าร้อน และปูด้วยขนจิ้งจอกเงินสำหรับฤดูหนาว บรรยากาศโดยรอบเคลือบแผงกลิ่นอายอันสูงศักดิ์ของราชนิกุลทุกกระเบียด

ส่วนของเรือนพำนักประกอบด้วยเรือนหลัก เรือนเล็ก และเรือนสำหรับต้อนรับแขกรวมทั้งสิ้นสิบสองหมู่ ระหว่างทางเดินเชื่อมไปยังเรือนต่าง ๆ จะมีสวนไม้ดอกไม้ประดับเจริญตาอย่างยิ่ง นอกจากนี้ภายในจวนยังมีสระบัว สวนหิน รวมไปถึงหุบเขาจำลองขนาดใหญ่อีกด้วย

บัดนี้หิมะละลายสิ้น แม้ยังมีลมหนาวพัดผ่าน แต่ท่ามกลางแสงอาทิตย์อันอบอุ่นก็ช่วยให้อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน

ภายในศาลาริมสระบัวขนาดใหญ่ปรากฏเงาร่างของสองบุรุษ หนึ่งคือถางซือเซิน อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย สหายของผู้เป็นเจ้าของจวนหลังงามนี้ เขามีใบหน้าคมคาย ปากบางคล้ายอมยิ้มเล็กน้อย นัยน์ตาลุ่มลึก สวมอาภรณ์สีฟ้าจากผ้าเนื้อดี เปล่งรัศมีของผู้มีภูมิอย่างเต็มเปี่ยม อีกหนึ่งคือฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง ผมสีดำขลับราวปีกกาถูกครอบเก็บใต้กวานทองซึ่งเป็นเครื่องแสดงฐานะ บุรุษในอาภรณ์สีฟ้าแผ่รัศมีสูงศักดิ์ตามแบบฉบับราชนิกุลอันดับหนึ่ง

“เจ้าคิดนานไปแล้วซือเซิน” มู่เลี่ยงหรงเปล่งวาจาเร่งรัดบุรุษที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระดานหมาก มุมปากระตุกเป็นรอยยิ้มคล้ายเย้ยหยัน นัยน์ตาดุจเหยี่ยวฉายแววเย็นชาเหมือนยามปกติ

“ซือเซินแพ้แล้ว” อัครเสนาบดีกล่าวเสียงขรึม ทว่าหาได้มีแววใส่ใจกับความพ่ายแพ้อยู่ในน้ำเสียงสักนิด

“ผิดแล้ว...หมากของเจ้ามิได้เลว แต่วันนี้สหายของข้าไม่มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า มีเรื่องใดทำให้กังวลใจอย่างนั้นหรือ” มู่เลี่ยงหรงถามพลางละสายตาขึ้นจากกระดานหมาก

ผู้สูงศักดิ์ผินมองนางกำนัลที่ยืนรอรับใช้ เพียงเท่านั้นนางพลันกระวีกระวาดรินชาชั้นดีลงจอกแล้วยื่นให้ผู้เป็นนายอย่างรู้งาน

จมูกโด่งสูดดมไอร้อนแฝงกลิ่นหอมล้ำเลิศก่อนจรดริมฝีปากหยักได้รูปจิบชาเบา ๆ ครั้นเห็นสหายยังคงนิ่งเฉยจึงเอ่ยถามอีกคราหนึ่ง

“ซือเซิน เจ้ามีอะไรก็ว่ามาเถิด”

“งานเลี้ยงชมดอกเหมยปีนี้ ฝ่าบาทอยากให้ท่านอ๋องไปร่วมงานด้วย”

“แค่ชมดอกไม้ หากข้าไม่ไป งานก็คงยังจัดได้อยู่กระมัง อีกอย่าง พระเชษฐาทรงรับปากแล้วว่าจะไม่พระราชทานสาวงามคนไหนให้อีกหากข้ามิได้ร้องขอ” มู่เลี่ยงหรงขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงงานชมดอกเหมยปีก่อน เขาจำต้องแต่งกับบุตรีฝาแฝดของเจ้ากรมอาญามาเป็นชายารองของตน ก่อนหน้านั้นก็ได้ชายารองคนแรกเป็นบุตรสาวเสนาบดีกรมพระคลัง

หลังจากได้ชายารองอย่างไม่เต็มใจสองปีติดต่อกัน มู่เลี่ยงหรง แทบไม่ร่วมงานประเภทรวมเหล่าสตรีอีกเลย หากหลีกเลี่ยงมิได้ บางทีก็หาเรื่องกลับออกจากงานก่อน บางครั้งก็เร้นกายหายออกจากที่นั่ง

ความจริงเขารู้สึกไม่เป็นสุขที่ต้องเสียมารยาทในงานพิธีต่าง ๆ ยิ่งนัก จนในที่สุดท่านอ๋องหนุ่มจึงตัดสินใจเข้าเฝ้าโอรสมังกร แล้วเอ่ยขอคำสัญญาเกี่ยวกับการเลือกพระชายาจากพระเชษฐา พระองค์ก็ทรงรับปากว่าจะไม่พระราชทานหญิงสาวให้หากพระอนุชาไม่ร้องขอ

แต่เหมือนฮ่องเต้มู่เหวินหลงจะชอบอกชอบใจยามเห็นใบหน้าของเขาเปลี่ยนสี หากบุคคลผู้นี้มิใช่ฮ่องเต้ ท่านอ๋องหนุ่มก็อยากจะเอามีดกรีดบนใบหน้าอันรื่นเริงของพระเชษฐาร่วมอุทรยิ่งนัก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้