
ข้าโหด ทว่าข้าคือสุดที่รักของท่านอ๋อง
ตอน 3
เสิ่นสุยยินสวมเสื้อผ้าแบบลวก ๆ แล้วก็ขยับเข้าไปใกล้ลู่จินหวย แววตาของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และรักใคร่
“ฝ่าบาท เหตุใดพระองค์ตื่นแล้วมิเรียกหม่อมฉันล่ะเพคะ?”
ลู่จินหวยมองพิจารณาเสิ่นสุยยิน ราวกับเขาต้องการจะรู้ว่าเวลานี้นางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เห็น ๆ อยู่ว่าเมื่อกี้นี้นางยังร้องไห้เงียบ ๆ อยู่เลย แต่แล้วเวลานี้นางกลับพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มประหนึ่งไม่เป็นอันใดเลยเสียอย่างนั้น
ลู่จินหวยลุกขึ้นนั่งและดึงเสิ่นสุยยินเข้ามากอดไว้พลางพูดว่า “ตื่นแต่เช้ามาทำอันใดหรือ นอนกับข้าอีกสักพักหนึ่งก่อนสิ”
“ฝ่าบาทประทับอยู่ที่นี่มาทั้งคืนแล้ว หากวันนี้พระองค์ทรงยังมิยอมเสด็จไปอีก เกรงว่าผู้คนข้างนอกจะพูดจาว่าร้ายถึงพระองค์ได้นะเพคะ”
“ทำไมหรือ? เจ้ามิอยากให้ข้าอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้าแล้วหรือไร?”
“สุยยินต้องอยากอยู่กับพระองค์ตลอดเวลาเป็นแน่อยู่แล้วเพคะ ในแต่ละวันพระองค์ทรงมีงานมากมายก่ายกอง แล้วสุยยินจะปล่อยให้ความปรารถนาส่วนตัวของตนเองไปขัดขวางการทำงานของพระองค์ได้เยี่ยงไรล่ะเจ้าคะ?
นอกจากนี้ ที่หอเจียวฟ่างแห่งนี้ก็มีผู้คนมากหน้าหลายตานัก ขืนพระองค์อยู่ที่นี้ตลอด ชื่อเสียงของพระองค์จะเสียหายได้นะเพคะ” เสิ่นสุยยินขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีของนางดูเหมือนกำลังเป็นห่วงลู่จินหวยอย่างสุดหัวใจ
ลู่จินหวยสังเกตเห็นสีหน้าของเสิ่นสุยยินและตอบกลับไปว่า “นาน ๆ ทีเจ้าจะรู้ความเช่นนี้ เห็นทีข้าคงต้องตกรางวัลให้เจ้าหน่อยเสียแล้ว บอกมาเถิด เจ้าอยากได้อันใดหรือ?”
“การได้รับใช้ฝ่าบาทคือพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดของสุยยินแล้วล่ะเพคะ เรื่องอื่นสุยยินมิบังอาจฝันถึงหรอกเพคะ”
เสิ่นสุยยินรู้แก่ใจดีว่าลู่จินหวยมาที่หอเจียวฟ่างเพื่อเสิ่นหลิวเยว่ ถึงแม้นางจะพาเขามาที่ห้องของนาง แต่หากนางบอกให้ลู่จินหวยพานางออกไปจากหอเจียวฟ่างในตอนนี้ ลู่จินหวยจะต้องคิดว่านางกำลังวางแผนร้ายอยู่เป็นแน่ ถึงเวลานั้นลู่จินหวยก็คงจะเมินเฉยนาง แล้วนางยังจะทำเช่นไรได้อีก?
ตอนนี้นางจึงทำได้เพียงข่มความคิดเอาไว้ก่อนและพยายามทำให้ตนเองดูเป็นคนที่มีจิตใจดีเข้าไว้
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ลู่จินหวยรู้สึกพอใจมากกับพฤติกรรมที่ดูว่านอนสอนง่ายและรู้ความของนาง
ลู่จินหวยเล่นผมของเสิ่นสุยยินพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “นาน ๆ ทีเจ้าจะรู้ความและเอาใจใส่เช่นนี้ ในเมื่อข้าลั่นวาจาไปแล้วว่าจะตกรางวัลให้เจ้า เจ้าก็จงบอกมาตามตรงเถิด เงิน ทอง อัญมณี ของโบราณหายาก เจ้าสามารถร้องขอมาได้เลย ข้าให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละ”
หลังจากได้ยินลู่จินหวยพูดมาเช่นนี้ เสิ่นสุยยินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง ดูเหมือนว่าลู่จินหวยจะไม่ได้มีความคิดที่จะพานางออกไปจากหอเจียวฟ่างเลย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ตอนที่เสิ่นสุยยินกำลังจะตอบ เสียงเคาะประตูก็ดันดังขึ้นมาขัดจังหวะนางเสียก่อน
เดิมทีนางก็ไม่ได้อยากจะสนใจอันใดหรอก แต่เสียงเคาะกลับยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับว่าหากไม่ยอมเปิดประตูก็จะไม่หยุดเคาะอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าไปดูเสียว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ลู่จินหวยเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาระดับนึงกับเสียงเคาะ
เสิ่นสุยยินตอบรับอย่างเชื่อฟัง แต่ตอนที่ลุกขึ้นสายตาของนางกลับเย็นชาขึ้นมา ใครกันที่ไร้มารยาท มาตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้?
เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่า ผู้ที่ยืนอยู่ข้างนอกคือหลิวซิง สาวใช้ของเสิ่นหลิวเยว่
ทันทีที่เสิ่นสุยยินเห็นหลิวซิง นางก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ใดคือผู้อยู่เบื้องหลัง แต่นางก็ยังพูดขึ้นมาด้วยความอดทนว่า “เหตุใดถึงได้ไร้มารยาทเช่นนี้ ฝ่าบาทยังมิตื่นเลย หากเสียงดังรบกวนพระองค์ขึ้นมาจะทำเช่นไร?”
หลังจากที่เสิ่นสุยยินพูดเตือน หลิวซิงถึงได้เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา นางกลัวว่าอาจจะไปทำให้ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยได้
แต่จะมานึกเสียใจเอาตอนนี้ก็คงจะสายเกินไปแล้ว นางจึงทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “แม่นางสุยยิน แม่นางของพวกเราป่วย ท่านช่วยไปดูหน่อยสิเจ้าคะ”
“ป่วยงั้นหรือ?” เสิ่นสุยยินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ลึก ๆ ในใจไม่เชื่อสิ่งที่หลิวซิงพูด
เมื่อวานยังดี ๆ อยู่เลย แล้ววันนี้จะป่วยได้อย่างไร?
คงเพราะลู่จินหวยกระมัง?
เป็นวิธีที่นำมาใช้ได้ไม่เคยเบื่อเลยจริง ๆ
“ป่วยงั้นหรือ?” ปฏิกิริยาโต้ตอบของลู่จินหวยกับเสิ่นสุยยินเหมือนกันไม่มีผิดเลย พอได้ยินว่าเสิ่นหลิวเยว่ล้มป่วยก็รู้สึกค่อนข้างที่จะประหลาดใจ
เสิ่นสุยยินพยักหน้า แล้วก็พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงว่า “เพคะ สาวใช้ของท่านพี่บอกมาเช่นนี้เพคะ”
“ข้าจะไปดูนางเสียหน่อย” พอลู่จินหวยพูดจบก็ลงจากเตียงมา
คุณอาจจะชอบ





