
เสด็จอาเลิกตามใจพระชายาสักทีเถอะ
ตอน 2
ทั้งที่เห็นกันอยู่ว่าคนที่ตกลงมาได้รับบาดเจ็บคือเซียวหยี่เกอ แต่เซียวหยี่ฝูกลับร้องไห้เสียใจยิ่งกว่าคนอื่น ท่าทางร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายนั่น ทำให้นายท่านทั้งสองของตระกูลเซียวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ต่างเข้ามาปลอบนาง
“เด็กโง่ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน เจ้ากับเกอเอ๋อร์ต่างก็เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่ พวกเจ้าบาดเจ็บ พ่อกับแม่ก็ต่างเสียใจ” เซียวจ้านรักเอ็นดูลูกบุญธรรมคนนี้อย่างสุดใจ
เซียวฮูหยินถึงขนาดตำหนิเซียวหยี่เกอ “เกอเอ๋อร์ ปกติเจ้าซนจนเป็นนิสัยก็ว่าไปอย่างหนึ่งแล้ว แต่ทั้งที่เจ้ารู้ว่าท่านพี่ของเจ้าร่างกายไม่แข็งแรง เจ้ายังพาท่านพี่ของเจ้าขึ้นไปบนภูเขาที่สูงขนาดนั้น โชคดีคนที่ตกลงมาเป็นเจ้า ถ้าท่านพี่ของเจ้าตกลงมาเป็นอะไรไป แล้วจะทำยังไง?”
เซียวหยี่เกอมองภาพนี้ด้วยสายตาเย็นชา นางจำได้ว่าเมื่อชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้ เซียวหยี่ฝูร้องไห้อยู่ จู่ ๆ ก็เป็นลมไป จากนั้น ทุกคนแม้กระทั่งท่านหมอก็ต่างถูกเรียกตัวไป เหลือทิ้งไว้เพียงนางคนเดียวในห้อง เหมือนกับว่าพวกเขาลืมไปว่ายังมีนางอยู่
เมื่อนึกมาถึงตอนนี้ นางก็แอบหยิกตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่ง นางเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาทันที “ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของเกอเอ๋อร์ เกอเอ๋อร์ได้ยินมาว่าบนภูเขามีหญ้าแห่งความโชคดี หญ้านี้สามารถรักษาโรคของท่านแม่ให้หายได้ เกอเอ๋อร์อยากให้ท่านแม่หายเร็ว ๆ ... เกอเอ๋อร์ไม่ดีเอง ไม่ควรพาท่านพี่ไปด้วย เลยทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นห่วง เกอเอ๋อร์ควรจะไปคนเดียว...”
นางพูดพลางล้วงหญ้าแห่งความโชคดีออกมา แล้วยังตั้งใจปกปิดรอยขีดข่วนที่แขนไว้ด้วย
เมื่อชาติก่อน หลังจากที่นางเก็บหญ้าแห่งความโชคดีมาแล้ว เพราะเห็นเซียวหยี่ฝูร้องไห้จนเป็นลมไป ก็เลยมอบผลงานทั้งหมดให้กับเซียวหยี่ฝู นายท่านเซียวทั้งสองคิดว่าเซียวหยี่ฝูเป็นคนเก็บยามา ก็ยิ่งรักเอ็นดูเซียวฝูมากขึ้น
เซียวจ้านที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างทันที “เกอเอ๋อร์ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าหญ้าแห่งความโชคดีสามารถรักษาโรคของท่านแม่ของเจ้าได้? ”
เซียวหยี่เกอก้มหน้าลงอย่างเสียใจ “หลายปีที่ผ่านมา ข้าศึกษาตำราแพทย์มาโดยตลอด สรรพคุณของหญ้าแห่งความโชคดีข้าก็เห็นมาจากตำราแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง...”
“เจ้าหมายความว่า หลายปีที่ผ่านมานี้ เจ้ายืนหยัดที่จะศึกษาตำราแพทย์ก็เพื่อจะรักษาอาการป่วยของท่านแม่ของเจ้าให้หายอย่างนั้นหรือ?” เซียวจ้านตกใจเป็นอย่างมาก เขาคิดมาโดยตลอดว่า นางแค่ชอบเล่นซุกซนเอาแต่ใจเท่านั้น ไม่อยากฝึกฝนงานฝีมือก็เลยไปศึกษาตำราแพทย์ แต่กลับไม่คิดว่า...
เซียวหยี่เกอพยักหน้าเบา ๆ นางในชาติก่อนพูดไม่เก่ง บวกกับนางสงสารเซียวหยี่ฝูที่อ่อนแอ ดังนั้นเรื่องทุกอย่างจึงเก็บไว้ในใจทั้งหมด แต่ชาตินี้ นางรู้ว่าตัวนางควรทำยังไงแล้ว
เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อเซียวฮูหยินได้ยิน ก็เอ็นดูนางจนน้ำตาไหลออกมาทันที “ยัยเด็กโง่เอ๋ย ทำไมไม่พูดมาตั้งแรกล่ะ? แม่ก็ป่วยมานานแล้ว กินยาอะไรก็ไร้ผล เจ้าว่าภูเขาสูงขนาดนั้น ถ้าตกลงมาแล้วเป็นอะไรขึ้นมา จะทำยังไง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
เซียวหยี่เกอยิ้มแล้วส่ายหน้า :“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ เกอเอ๋อร์ไม่เจ็บเจ้าค่ะ ขอเพียงสามารถรักษาอาการป่วยของท่านแม่ให้หาย แม้เกอเอ๋อร์จะตกลงมาตาย เกอเอ๋อร์ก็เต็มใจ”
“พูดจาเหลวไหล! แม่ได้เสียลูกไปครั้งหนึ่งแล้ว จะให้เสียลูกเป็นครั้งที่สองได้ยังไง” เซียวฮูหยินกอดนางทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิด
ท่านหมอหวังที่อยู่ข้าง ๆ รับหญ้าแห่งความโชคดีจากมือของเซียวหยี่เกอ หลังจากมองอย่างละเอียดแล้ว ก็พูดขึ้นด้วยความดีใจว่า “เป็นหญ้าแห่งความโชคดีจริง ๆ ! อาการป่วยของท่านฮูหยินมีความหวังแล้ว หญ้าแห่งความโชคดีปกติแล้วหายากมาก คุณหนูรองมีใจจริง ๆ ข้าจะไปจัดยาถอนพิษอีกสองสามชุด ต้มกับหญ้าแห่งความโชคดี จะต้องสามารถรักษาอาการป่วยเรื้อรังหลายปีของท่านฮูหยินได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณท่านลุงหวังมากเจ้าค่ะ” เซียวหยี่เกอมอบหญ้าแห่งความโชคดีที่เหลือให้กับท่านหมอหวัง
เซียวฮูหยินมีอาการไอเป็นเลือดมาโดยตลอด กินยามาตลอดหลายปี ก็ยังไม่เห็นอาการดีขึ้น ตอนนี้ ได้ยินว่าสามารถหายขาดได้ ทุกคนก็ดีใจเป็นอย่างมาก
เซียวหยี่ฝูเห็นว่าท่านพ่อท่านแม่ต่างเข้าไปห้อมล้อมน้องสาว เดิมทีตัวนางก็เป็นเพียงคนนอก ก็รู้สึกเสียใจ ร่างกายโซซัดโซเซ ดูเหมือนกำลังจะล้มลง โชคดีที่สาวใช้ข้าง ๆ ประคองไว้ทัน “คุณหนูใหญ่!”
เป็นอย่างที่คิดไว้ หลังจากเซียวฮูหยินได้ยินแล้วก็เดินเข้าไปทันที “ฝูเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ฝูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร น้องสำคัญกว่า...” ปกติแล้ว คนเรามักจะสงสารคนที่อ่อนแอกว่า และเซียวหยี่ฝูก็แสดงความอ่อนแอน่าสงสารออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าสามารถเรียกความสงสารจากทุกคนได้
“จะพูดว่าน้องของเจ้าสำคัญกว่าได้อย่างไร พวกเจ้าต่างเป็นลูกของข้า ต่างสำคัญด้วยกันทั้งนั้น” เซียวฮูหยินเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก
“ท่านแม่ ข้ามีความรู้ด้านการแพทย์ ให้ข้าดูอาการให้กับท่านพี่เถอะเจ้าค่ะ” เซียวหยี่เกอรู้แน่นอนว่า นี่เป็นลูกไม้ที่เซียวหยี่ฝูใช้อยู่เป็นประจำ ดังนั้น นางเลยแสดงเป็นจับชีพจรให้กับผู้ที่เป็นพี่สาว ชีพจรของนางเต้นเป็นจังหวะ มีพลัง ไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ เสแสร้งจริง ๆ ด้วย!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพี่แค่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้น พักผ่อนสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวฮูหยินถอนหายใจยาว ๆ ด้วยความโล่งอก นางลูบมือของเซียวหยี่ฝู แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ฝูเอ๋อร์ เจ้าร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก อย่าคิดเพ้อเจ้ออีก เจ้ากับเกอเอ๋อร์ต่างก็เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของข้า รีบกลับห้องไปพักผ่อนเถอะ เดือนหน้าก็เป็นพิธีปักปิ่นของพวกเจ้าแล้ว จะป่วยไม่ได้เด็ดขาด”
“เจ้าค่ะ ฝูเอ๋อร์ขอตัวก่อน” เซียวหยี่ฝูถอยออกไปอย่างมีมารยาท
“ท่านผู้เฒ่า องค์รัชทายาทมาแล้วขอรับ!” ในเวลานี้ คนรับใช้ก็เข้ามารายงาน
เชียนซือเฉิน! เมื่อเซียวหยี่เกอได้ยินชื่อนี้ มือก็กำหมัดแน่นทันที ชายชั่วสารเลว! แต่ในเวลานี้ นางยังไม่มีความสามารถที่จะฆ่าเขาได้ จึงทำได้เพียงเก็บความเกลียดชังทั้งหมดที่มีไว้ในใจ
ฆ่าพวกเขา มันก็จะทำให้พวกเขาสบายเกินไป นางจะทำให้พวกเขาได้ลิ้มลองรสชาติความทรมานที่นางได้เจอมาทั้งหมด!
“ฝูเอ๋อร์ ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าเกิดเรื่องที่บนเขา เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” เชียนซือเฉินพุ่งเข้ามาที่เรือนหน้า และเจอกับเซียวหยี่ฝูเข้าพอดี ก็เลยสอบถามขึ้นด้วยความรีบร้อนใจ
“ท่านพี่ซือเฉิน ฝูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรเพคะ มีเพียงน้องสาวของข้า นาง...” นางอยากพูดแต่พูดออกมาไม่หมด น้ำเสียงนุ่มนวลมักทำให้คนรู้สึกสงสารนางโดยไม่รู้ตัว
เมื่อได้ยินว่านางไม่เป็นไร ความตึงเครียดบนหน้าของเชียนซือเฉินก็หายไปทันที ไม่รอให้นางพูดจบ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วพูดขัดจังหวะนางขึ้นว่า “เจ้าไม่เป็นไรก็ดี ทำเอาข้าตกใจไปหมด!”
เซียวหยี่เกอมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา ในเวลานี้เชียนซือเฉินยังเป็นคู่หมั้นของนางอยู่ แต่ตอนนี้ ในสายตาของเขามีเพียงเซียวหยีฝู และเป็นห่วงแค่เซียวหยี่ฝูคนเดียว ไม่สนใจว่านางจะเป็นจะตาย แต่ที่น่าตลกก็คือ นางในชาติก่อน กลับเอาตัวเองไปใกล้ชิดกับเขาอย่างไร้ยางอาย
“ท่านพี่ซือเฉิน ท่านพี่ไปดูน้องสาวของข้าเถอะ” เซียวหยี่ฝูพูดเตือนเชียนซือเฉินขึ้นเบา ๆ
“คารวะองค์รัชทายาท!” เซียวจ้านและคนอื่น ๆ รีบเข้าไปคารวะ
“ตามสบาย ไม่ต้องมากความ!” เชียนซือเฉินโบกมือ เดินก้าวเข้าไปตรงหน้าเซียหยี่เกอ เมื่อเห็นแผลที่มือของนาง ก็ขมวดคิ้วแน่นทันที “เกอเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
“แผลเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ” เซียวหยีเกอดึงมือของตัวเองออกมาอย่างไร้ร่องรอย และมองผู้ชายตรงหน้าอย่างเย็นชา ภาพเมื่อชาติก่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าของนางอย่างรวดเร็ว แผลแค่นี้เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดกับสิ่งที่พวกเขารังแกนาง ดูถูกนาง ทำลายวรยุทธของนาง หักแขนขาของนาง ใช้ตะขอเจาะเข้าไปในกระดูกหัวไหล่ของนาง ใช้มีดกรีดแขนของนางแล้วปล่อยให้เลือดไหลออกมาแล้ว เทียบกันไม่ได้เลย!
เชียนซือเฉินตกใจนิ่งไป มองนางด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย คิดกับตัวเองว่า :ปกติแล้ว ยัยเด็กคนนี้ถูกเข็มตำนิดเดียวก็เจ็บจนร้องเสียงดังแล้ว แต่วันนี้ที่บาดเจ็บนั้น ตามหลักแล้ว นางน่าจะซุกเข้ามาร้องไห้ให้เขาปลอบในอ้อมแขนของเขาเหมือนกับเมื่อก่อนถึงจะถูก เขาเองก็ได้เตรียมใจไว้แล้ว แม้จะต้องแสดงละครก็จะกอดนางไว้ ทำไมถึงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลยล่ะ?
คุณอาจจะชอบ





