ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไวรัสรักหัวใจพยาบาท

ไวรัสรักหัวใจพยาบาท

ฝ้ายนิล หญิงสาวผู้แบกรับความเจ็บปวดจากอดีตของคนรอบข้าง ทั้งเพื่อนรักที่ถูกทำร้ายและพี่สาวที่ถูกสามีหลอกลวงจนหมดตัว ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นปมในใจที่ทำให้เธอสร้างกำแพงอคติและหวาดกลัวความรักอย่างรุนแรง ทว่าโลกที่แสนเย็นชาของเธอต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ กริญจน์ เพลย์บอยหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ก้าวเข้ามาทลายกำแพงนั้น จากความขัดแย้งที่ไม่ลงรอยกันดั่งขมิ้นกับปูน กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่แสนอบอุ่นซึ่งช่วยเยียวยาหัวใจอันบอบช้ำของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

และนั่นต่อมา ก็ทำให้เธอพลอยตกใจด้วย

“เอ ลุงคะ แล้วนี่ ลุงรู้จักกับคนขับรถเบ๊นซ์คันนั้นไหมล่ะคะ”

และคนขับแท็กซี่คนเดิมสั่นหน้าอีกตอบ

“โอ้ย ไม่หรอกอีหนู แต่ว่า ไอ้ประเภทที่มีการเฉี่ยวชนกับรถเบ๊นซ์ก็พอมีเหมือนกัน หรือว่าจะเป็นไอ้พวกนี้”

เมื่อคนขับพูดอย่างนั้น เลยพลอยทำให้จิตใจของฝ้ายนิลไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียแล้ว

นี่เธอปะเหมาะเคราะห์ร้ายหรือเปล่า

เหมือนกับคนหนีเสือมาปะจระเข้ด้วย

หญิงสาวพยายามครุ่นคิดอย่างมีสติ

“งั้น ลุง ก็ช่วยเร่งเครื่องแรงๆกว่านี้ได้ไหมคะ ไปหาจอดในย่านที่ชุมชนให้กับหนูหน่อย เอ้อ พอที่หนูจะหารถคันใหม่แทนได้ง่าย เพราะหนูอยากจะกลับบ้าน”

ฝ้ายนิลบอกความประสงค์

พร้อมทั้งพยายามชะเง้อมองหาคนขับรถเบ๊นซ์ เพราะว่าสีรถที่ดูเหมือนกับคุ้นเคย ว่าเห็นที่ไหนมาก่อน

“อ๋อนี่ คิดจะเร่งเครื่องหนีอีกหรือยังไง”

เลยทำให้กริญจ์สบถออกมาพร้อมกับเหยียบคันเร่งเพิ่มแบบไม่ลดละ

จนเขานั้นสามารถวิ่งแซงตีคู่กับรถแท็กซี่

คันที่เป็นเป้าหมายได้แล้ว

เพราะกริญจ์ขับรถขนาบอยู่ทางด้านขวา ดังนั้นเขาจึงลดไขกระจกลง เพื่อให้เห็นหน้าชัดเจน

จากนั้นพอฝ้ายนิลมองเห็นหน้าชัดเจน ถึงกับตกใจในทันที

“อ๋อ นายบ้า คนนั้นเอง ตามมาอีกจนได้”

และเสียงบ่นออกมาของเธอทำให้คนขับหันมาถามอีก

“อ้าว นี่ หนูรู้จักกับคนขับด้วยหรือ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ คงจะเป็นคนบ้าน่ะ คะ พวกโรคจิตที่คิดจะทำมิดีมิร้าย เอ้อ กับหนู”

เมื่อฝ้ายนิลตัดสินใจพูดออกไปอย่างนั้น

พอถึงสี่แยกข้างหน้า ก็เริ่มจะเป็นชุมชนใหญ่ที่มีผู้คนอยู่ในละแวกนั้นค่อนข้างหนาตาแล้ว คิดว่าผู้โดยสารจะปลอดภัย

“งั้น แจ้งตำรวจดีไหม ล่ะหนู เอ้อ ให้ลุงแจ้งไปที่วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน แต่ว่า ใกล้ๆจะถึง ลุงจะหยุดจอดให้หนู ตรงสี่แยกข้างหน้า มันเป็นชุมชนใหญ่ ที่หนูปลอดภัย”

“ได้ค่ะ คุณลุง” หล่อนตอบ

และในความคิดของฝ้ายนิลคิดว่าไหนๆชะตากรรมของเธอก็ต้องมาเจอกับคนโรคจิตแบบนี้

มันคงหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ แน่นอน

ถ้าเป็นแบบนี้ งั้นมาปะทะหน้ากันดีกว่า

สู้กันซึ่งหน้า

หล่อนไม่กลัวใครหรอก คนอย่างฝ้ายนิลเสียอย่าง

ก็กลางชุมชนเลยล่ะ

เพราะคิดว่าเขาคงไม่กล้าทำอะไร ที่ดูน่าเกลียดหรอก

เอ หากแต่ถ้ามีอะไรที่ดูร้ายแรงมากกว่านี้

เธอก็สามารถที่จะร้องตะโกนและวิ่งเข้าหาชาวบ้านตรงหน้า และให้คนแถวนั้นช่วยเหลือก็ได้

ฝ้ายนิลคิดหาทางป้องกันและทางหนีทีไล่

และในขณะนั้น สำหรับคนขับรถเบ๊นซ์

อย่างกริญจ์ เขาก็หัวเสียอย่างหนักเลยทีเดียว เพราะนี่ขนาดวิ่งตีคู่ขนาบกันขนาดนี้

เจ้าแท็กซี่ยังไม่หยุดจอดอีก มันน่าโมโหนัก และกลับเพิ่มความเร็วอีกจนว่า

เขาต้องรีบเร่งให้เท่ากัน เพราะเมื่อเกิดอาการที่หมั่นไส้เข้ามากๆ

เขาก็เลยบีบแตรให้เสียงดังลั่นสนั่นไปหมด

โดยไม่สนใจชาวบ้านจะตกใจมากแค่ไหน

“ฮึ ดูเอาเถอะ นายคนนี้มาทำโมโหบีบแตรไล่หลัง อย่างนี้ เอ้อ ลุง คะ หนูว่าจอดที่ตรงนี้ก็ได้ แล้วนี่ค่ะ สตางค์ค่ารถ ไม่ต้องทอนนะคะ เพราะเดี๋ยวหนูจะขึ้นคันใหม่ ”

หล่อนกลัวคนขับไม่ปลอดภัย ในสวัสดิภาพ เพราะถูกคุมคาม จากอันธพาลข้างถนนคนนั้น

ฝ้ายนิลพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนขับ

“เอ ไม่เป็นไร หรอกหนู ลุงไม่รับหรอกนะ ยังส่งไม่ถึงปลายทาง ให้หนูเก็บเอาไปต่อคันอื่นต่อเถอะ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก”

หากคนขับรถนั้นเอ่ยปฏิเสธ

แต่ว่าทางฝ้ายนิลก็ไม่ยอมเช่นกัน

“แต่ไม่ได้นะคะคุณลุง เพราะหนูใช้บริการไม่ได้นั่งเปล่าๆ และก็ถือว่าเป็นความสบายใจของหนูด้วย นะคะ ถ้าลุงไม่รับ หนูไม่สบายใจแน่ถ้าไม่ได้จ่ายค่ารถ กว่าที่ลุงจะหาลูกค้าคนใหม่ได้อีก ก็นานนะคะ รับไปเถอะ”

ซึ่งฝ้ายนิลก็คะยั้นคะยอให้คนขับนั้นรับเงินค่าโดยสาร

ซึ่งเธอก็หยิบแบ๊งค์ร้อยหนึ่งใบ พร้อมกับคว้ากระเป๋าของตนเองเตรียมพร้อมจะลงในทันที

เมื่อคนขับนั้นหยุดจอดให้ชิดติดริมฟุตบาธ จากนั้นเธอก็เปิดประตูลงจากรถในทันที

พร้อมกับรีบวิ่งตรงไปข้างหน้า ซึ่งมีสะพานลอยอยู่ตรงบริเวณสี่แยกไฟแดง

เธอคิดว่าจะข้ามสะพานลอย

ไปดักเรียกแท็กซี่ ที่ฝั่งโน้นดีกว่า ยอมเสียเวลาหน่อย

แต่ว่าคงหนีพ้นจากผู้ชายโรคจิตคนนั้นอย่างแน่

ฮึ คนที่นำความเดือดร้อนมาให้เธอในเวลานี้ไง

เพราะกริญจ์กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เมื่อเขาขับจนสามารถแซงหน้าหญิงสาวตัวเล็กได้

และรถไปจอดหยุดอยู่ตรงบริเวณเสาไฟฟ้าที่มืดสนิทตรงนั้น ดูเปลี่ยวบ้าง

แม้จะมีบ้านเรือนของผู้คน แต่ก็เงียบและปิดไฟดับสนิท จากนั้นรีบล๊อครถ

แล้วตัดสินใจวิ่งสวนกลับมายังทิศทางที่หญิงสาวนั้นเป็นฝ่ายวิ่งตรงมา

เพราะหล่อนไม่คาดคิดนั่นเอง และเมื่อฝ้ายนิลมองเห็นชัดเจน

ดังนั้นหญิงสาวจึงพยายามจะวิ่งย้อนกลับไปยังที่เดิมอีกเพราะเขาวิ่งมาดักหน้าอย่างนี้

เพื่อจะหนีเขาไปให้ไกล

เพราะนี่เขาเล่นเอามือคว้าและกอดรัดร่างของหล่อนจนแทบจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ จนสิ้นอิสรภาพเลยทำให้หล่อนต้องดื้อดึงเขาพร้อมกับแข็งขืน

“เป็นไงล่ะ แม่คุณ นี่ ฉันบอกแล้วไงว่า เธออย่าฤทธิ์มาก บอกให้อยู่เฉยๆ เพราะฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”

สำหรับหล่อนนั้นก็เห็นมีวิธีเดียวที่จะช่วยตัวเองได้ในยามนี้ ก็คือ เออออส่งๆไป

ถ้านายคนบ้านี้พูดอย่างที่เขารับปากไว้ก็ดี

ดังนั้นเธอจำเป็นต้องพูดดีกับเขาไปด้วย

เพราะตอนนี้จะให้ทำอะไรได้ เพราะสถานการณ์มันบังคับอีก

สำหรับฝ้ายนิล เจอคนบ้า อารมณ์เถื่อน

หลังจากนั้นเขาใช้วิธีลากจูงมือพร้อมกับแกมบังคับหล่อนให้ไปกับเขาด้วยกันกับเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามฟ้ามาเจอรัก
8.9
โชคชะตานำพาคนสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชาดั่งยอดเขาสูง เขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยมีคำนิยามตนเองว่าเลวทรามยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียงเท่านั้น ในขณะที่ เดือนเมษา คือหญิงสาวผู้สดใส เฉลียวฉลาด และช่างพูด เสน่ห์และรอยยิ้มของเธอทำให้ทุกคนหลงรักจนสาวๆ ต่างพากันอิจฉา การพบกันของความมืดมนและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
9.2
แป้งร่ำ หญิงโสดวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งความเหงาทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอข้ามมิติไปอยู่ในร่างแม่ม่ายที่ต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาป่วนชีวิตของเธออย่างไม่คาดฝัน การผจญภัยครั้งใหม่ในต่างโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอุปสรรคจึงได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นตัวแทนอีกแล้ว ราชินีกลับมา
9.3
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตในฐานะคู่หมั้นของเจตน์พัฒน์และน้องสาวที่พี่ชายรัก จนกระทั่งหทัยแฝดผู้พี่ที่ทิ้งงานแต่งไปกลับมาพร้อมคำลวงว่าป่วยหนัก เพียงครู่เดียวทุกคนก็หันไปเข้าข้างเธอ แม้ฉันจะถูกลอบทำร้ายด้วยแมงมุมพิษหรือถูกใส่ร้ายจนโดนเฆี่ยนตี พวกเขาก็มองว่าฉันเป็นแค่ตัวแทนไร้ค่าที่น่ารำคาญ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อพวกเขาปล่อยให้ฉันห้อยอยู่ริมผาเพื่อรอความตาย ทว่าฉันรอดมาได้และเลือกจัดฉากจบชีวิตตัวเองเพื่อกลับมาล้างแค้นในฐานะวิญญาณที่คอยหลอกหลอนคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายวิศวะ
8.2
รีนลดาตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเธอไม่ได้ครองตัวโสดอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้นกลับซับซ้อนเกินกว่าจะเรียกว่าแฟน เพราะเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างไปไกลแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับรุ่นพี่วิศวะจอมบงการที่เคยสั่งห้ามไม่ให้เธอทำตัวสนิทสนมหรือแม้แต่ทำเป็นรู้จักกันในที่สาธารณะ ความอึดอัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายเมื่อเธอตัดสินใจเชิดหน้าสู้เพื่อพิสูจน์จุดยืนของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาของเขา คุกของเธอ
9.7
หลังชดใช้โทษจำคุก 7 ปีแทนเคทน้องสาวบุญธรรม ดอนคู่หมั้นของฉันกลับทอดทิ้งฉันทันทีที่ถึงบ้านเพื่อไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ ฉันถูกเนรเทศไปอยู่ห้องเก็บของแคบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนจิตใจลูกรักของครอบครัว ทั้งที่ฉันคือลูกแท้ๆ ที่ต้องสูญเสียอนาคตและอิสรภาพเพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาใช้งาน แต่ในความมืดมิดนั้น ข้อเสนอรับทำงานลับจากอดีตที่มาพร้อมตัวตนใหม่และการย้ายถิ่นฐานคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลงเพื่อทิ้งอดีตอันโหดร้ายนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย บัวยั่วเพลิง
8.5
บัวบูชาตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและพร้อมจะสู้จนถึงที่สุดเมื่อถูกแม็กซ์เวลคุกคาม แต่เขากลับทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดด้วยการยืนกรานที่จะสวมกางเกงยีนกลับคืนให้เธอ แม้หญิงสาวจะพยายามปฏิเสธและขัดขืนเพียงใด ชายหนุ่มร่างใหญ่ก็ไม่ยอมแพ้ เขาดึงข้อเท้าเธอเข้าหาตัวจนเธอถลารูดไปบนโซฟา ก่อนจะจัดการใส่กางเกงผ่านสะโพกและบั้นท้ายงามงอนอย่างทุลักทุเลจนสำเร็จ เมื่อเขารูดซิปและติดกระดุมให้เรียบร้อย แม็กซ์เวลจึงถอนใจพลางเปรยทิ้งท้ายว่าตอนถอดออกนั้นง่ายดายกว่าตอนใส่คืนให้เธอมากนัก