
เสน่หาเจ้าสาวจำยอม
ตอน 3
ชุดสูทสีดำที่เข้ารูป เผยให้เห็นร่างอันกำยำของเขา ใบหน้าที่คมคายบวกกับผิวที่ขาวสะอาดสะอ้าน ทำให้เธอละสายตาจากเขาไม่ได้เลย
“เลิกมองฉันซักทีได้แล้ว? มากินข้าวสิ” ชาร์ลส์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างรู้ทัน และเขาไม่หันไปสบตาเธอแม้แต่น้อย
ออร์ทัมหน้าแดงไปด้วยความเขินอาย เธอหลบสายตาเขาในทันที แล้วเสแสร้งแกล้งมองที่อื่น เธอเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้านซ้ายของเขาอย่าเงียบ ๆ
บนโต๊ะหรูสีขาวนั้นเต็มไปด้วยอาหารที่หรูหรามากมายหลากชนิด แต่ไม่ทันไรออร์ทัมก็รู้สึกอิ่มหลังจากทานโจ๊กไปแค่หนึ่งชามเท่านั้น ขณะที่เธอกำลังวางชามและช้อนลงอย่างเงียบ ๆ เธอแอบชำเลืองตาไปมองทางด้านขวาแล้วเธอก็พบว่าชาร์ลส์กำลังขมวดคิ้วจ้องมองเธออยู่ “ทำไมต้องตื่นแต่เช้า ทำไมไม่นอนเยอะ ๆ ”ชาร์ลส์ถาม
“ไม่แล้วค่ะฉันไม่ง่วงแล้ว” ออร์ทัมส่ายหัวของเธอพลางตอบเขา แล้วยังคงหลบสายตาที่มองจ้องมาที่เธออยู่ เธอเองรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปที่ชัดเจนของชาร์ลส์ ท่าทีของเขาแทบจะกลายเป็นคนละคนกับเมื่อวานนี้ เธอเองก็ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นเขาในมุมนี้เช่นกัน แม้ว่าเขาจะยังทำตัวเหินห่างและพยายามไม่สุงสิงกับเธอมากนัก แต่เขาก็สุภาพและอ่อนโยนกับเธอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เธอเลยตัดสินใจที่จะพูดกับเขาดี ๆ “ฉันขอลาพักร้อนมาสามวันแล้ว วันนี้ต้องกลับไปทำงานแล้วค่ะ“
“ทำงานเหรอ?“ ชาร์ลส์รู้สึกสับสนกับสิ่งที่เขาได้ยิน เขาจ้องมองเธอที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะจากข้อมูลที่เขาให้สายลับสืบมา มันไม่มีบอกว่าคุณหนูที่ไม่เอางานเอาการ อยู่กินมีสุขอย่างกับเจ้าหญิงคนนี้ ยังมีงานต้องทำด้วย
“ใช่สิ ทำงาน!” เธอพูดพลางหันไปมองนาฬิกาอย่างเร่งรีบ แล้วไม่ได้สังเกตเห็นความสงสัยของชาร์ลส์ “จะสายแล้ว ฉันต้องไปแล้ว”เธอพูดพลางใส่รองเท้าอย่างทุลักทุเลแล้วจะดันประตูออกไปข้างนอก
“เดี๋ยวก่อน”ชาร์ลส์ไม่รอช้าทำท่าจะคว้าเธอเอาไว้ ชาร์ลส์ยืนขึ้น ติดกระดุมสูทเข้ารูปด้วยนิ้วเรียวยาวของเขา แล้วบอกเธอว่า “ ฉันก็จะไปทำงานด้วย ยังไงเราก็จะไปทางเดียวกันพอดี เดี่ยวฉันไปส่งคุณที่ออฟฟิศเอง”เขาตอบพลางจัดสูทของเขาให้เข้าที่แล้วหันไปหยิบกระเป๋าหนังของเขาขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ทางเดียวกันเหรอ?ออร์ทัมครุ่นคิดในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ทำงานของเธอนั้นอยู่ที่ไหน รู้ได้ยังไงว่าเป็นทางเดียวกัน? แล้วเขาจะไปส่งยังไง?
ในหัวของเธอนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เขาเองก็ยังยืนกรานที่จะไปส่งเธอให้ได้ เธอขึ้นรถอย่างปฎิเสธไม่ได้แล้วบอกที่อยู่ให้กับเขา จากนั้นเธอก็หลับตาเอนตัวลงบนที่นั่งอย่างผ่อนคลาย
ชาร์ลส์หันไปมองร่างบางข้าง ๆ เขาด้วยสายตานิ่งเฉยไม่พูดหรือถามอะไรต่อ แต่ภายในหัวของเขา ความคิดหลายอย่างกลับไม่หยุดแล่นเปรียบเช่นเดียวกับรถคันนี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาเองก็ไม่แน่ใจ
ที่อยู่ที่ออร์ทัมบอกกับเขามานั้น เป็นบริษัทโฆษณาที่มีชื่อเสียงมากในเมื่องอีลานบูนั่น ถึงแม้ว่าบริษัทของเธอจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ก็กำลังพัฒนาอย่างเร็ว อนาคตจะเติบโตเป็นใหญ่ก็ไม่แน่
แต่เท่าที่เขารู้มานั้นบริษัทนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวออร์ติซ เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมลูกสาวของตระกูลออร์ติชถึงได้ทำงานที่นั่น?
พอดีบริษัทของเขากำลังจะมีความร่วมมือกับบริษัทนั้น และเขาก็อยากใช้โอกาสนี้ตรวจดูว่าผู้หญิงคนนี้กำลังเล่นอะไรอยู่
ออร์ทัมตื่นมาในขณะที่ใกล้จะถึงที่ทำงานของเธอพอดี เธอขอให้เขาจอดรถที่ตรงหัวมุมถนนแทนที่จะจอดตรงหน้าออฟฟิศ
เพราะออร์ทัมเกรงว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเพื่อนร่วมงานของเธอผ่านมาเห็นเธอลงจากรถลิมูซีนคันนี้
ชาร์ลส์ไม่ได้พูดอะไร และจอดรถตามที่เธอบอก เธอลงจากรถอย่างอารมณ์ดี ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในตัวอาคาร เธอยังไม่ลืมหันหลังโบกมือลาเขาด้วย
ชาร์ลส์เองก็แอบหลุดขำกับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่ชาร์ลส์เห็นใครบางคนไปทำงานอย่างมีความสุขขนาดนี้
เพราะวันหยุดยาวตั้งสามวัน ทำให้เธอเริ่มขี้เกียจทำงานขึ้นมาเล็กน้อย เธอให้กำลังใจตัวเองก่อนเดินเข้าไปในบริษัท
แม้ว่าตอนนี้ เธอเป็นหนึ่งในตระกูลเทย์เลอร์แล้ว ชีวิตเธอมีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอเธอก็ยังจะสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันทิ้งงานของเธอเด็ดขาด ซึ่งมันเป็นหนทางเดียวที่สามารถทำให้เธอมีรายได้และมีความรู้สึกมั่นคง ทั้งหมดทั้งมวลนั้น อย่างน้อยก็เพื่อใช้จ่ายค่ารักษาที่มหาศาล ให้กับคุณย่าที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล
“อุ๊ย ออทั่มน์ กลับมาสักที!” ไรอัน อดัมส์ ผู้จัดการของบริษัท วิ่งเข้ามาทักทายอย่างร่าเริงทันทีที่ออร์ทัมเดินเข้ามาในบริษัท เมื่อสามปีที่แล้วออทั่มน์เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ตอนนี้เธอก็ได้พัฒนาเป็นผู้วางแผนโฆษณาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของบริษัท
เธอไม่ใช่คนที่มีการศึกษาสูงที่สุด และไม่ใช่คนที่เชื่อฟังที่สุดในบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม สุดท้ายตอนนี้ออร์ทัมนั้น ก็เป็นผู้ช่วยที่มีความสามารถมากที่สุดของไรอันอย่างแน่นอน
ออร์ทัมตกตะลึงเมื่อเห็นชายตรงหน้าเธอ หนวดเคราขึ้นปกคลุมใบหน้าทำให้เขาดูไม่มีสง่าราศีเอาเสียเลย ผ่านไปเพียงแค่สามวันเองนะ ไรอันดูเหนื่อยล้าและทรมานเป็นอย่างมาก
ไรอันเอื้อมมาจับมือเธอและขอร้องกับเธออย่างจริงใจว่า“ออร์ทัม คราวนี้คุณต้องช่วยผมนะ“
จากการเล่าเรื่องที่ตะกุกตะกักของเขา สุดท้ายออร์ทัมถึงเข้าใจได้ว่า เขากำลังจะต้องรับมือกับโปรเจ็คใหญ่ ในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ถึงแม้ทั้งบริษัทจะแก้ไขแผนมามากถึงห้าครั้ง แต่ลูกค้าก็ยังไม่พอใจกับแผนได้ที่ได้ไปสักที ทุกคนในบริษัทรู้สึกท้อและคนที่หงุดหงิดที่สุดก็คงเป็นไรอัน
บริษัทของเขาก่อตั้งขึ้นมาเมื่อนานมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องประสบกับความล้มเหลวครั้งใหญ่
“ลูกค้าเจ้าไหน มันเรื่องเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” ออร์ทัมถึงกับขมวดคิ้วกับสิ่งที่ไรอันบอก
“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ? พวกเขาก็คือไชนน์นิ่งอินเทอร์ไพรส์นั่น...” ไรอันถอนหายใจ และหันมาพูดกับเธอต่อ “งานฉลองครบรอบปีจะจัดขึ้นในวันที่8เดือนหน้า และให้เราทำแผนจัดปาร์ตี้ไวน์ให้ด้วย”
“ ไชนน์นิ่ง อินเทอร์ไพรส์ งั้นเหรอ ?” นั่นไม่ใช่บริษัทของชาร์ลส์หรอกเหรอ?
“พวกเขาบอกเหรอที่จะจัดเป็นปาร์ตี้ไวน์?” ออร์ทัมถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
บริษัทส่วนใหญ่เลือกที่จะเฉลิมฉลองวันครบรอบในลักษณะนี้ เนื่องจากว่าเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันทั่วไปไปในการเฉลิมฉลอง อีกอย่างการพาพนักงานมาเลี้ยงมื้อค่ำที่หรูหรา ก็เป็นการตอบแทนพนักงานที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด แต่เธอกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ เมื่อเธอนึกจินตนาการถึงชาร์ลส์ที่อยู่ในชุดสูท ชนแก้วกันกับพนักงานของเขากลุ่มแล้วกลุ่มเล่าในงานนั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่เธอถามคำถามนี้ขึ้นมา
“เดี๋ยว ไม่นะ. พวกเขาไม่ได้บอก” ไรอันพึ่งนึกขึ้นได้ พวกเขาเพิ่งขอแผนงานฉลองเลี้ยงบริษัท แต่พวกเขาไม่ได้บอกว่าต้องเป็นงานเลี้ยงไวน์
“เอาล่ะ ส่งเอกสารของบริษัททั้งหมดมาให้ฉัน แล้วฉันจะลองดู” ไรอันกล่าวขอบคุณเธออย่างจริงใจเป็นพันครั้ง หากนักวางแผนที่เก่งกาจที่สุดอย่างเธอก็ไม่สามารถทำได้ล่ะก็ เขาต้องขาดทุนในงานนี้แน่ ๆ
จากนั้น ออร์ทัมก็หมกมุ่นอยู่กับงานเลี้ยงนี้งานเดียวทั้งวัน เธอยุ่งวุ่นวายมากจนลืมกินข้าวกลางวัน สุดท้ายเวนดี้ก็เป็นโทรมาเตือน
จะบอกว่าเตือนก็ไม่ใช่ เหมือนเป็นการทวงหนี้มากกว่า
“ออร์ทัม เธอได้กินข้าวแล้วหรือยัง?” เวนดี้ถามอย่างเสเสร้งแกล้งแสดงดั่งแม่ที่เป็นห่วงลูก
ถ้าเธอไม่ได้บังคับออร์ทัมให้แต่งงานกับชาร์ลส์เมื่อวานนี้ ออร์ทัมคงเชื่อใจและซาบซึ้งในความห่วงใยนี้ แต่ตอนนี้...
เธอสูญเสียความรักและเคารพต่อเวนดี้ไปทั้งหมด
“เก็บเอาไว้เถอะค่ะ มีอะไรก็พูดตรง ๆ เลย ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่กับงาน”
“อะไรนะ?” เวนดี้ตะโกนถามต่อ "เธอไปทำงานวันรุ่งขึ้นหลังจากงานแต่งอย่างนั้นเหรอ?”
“แล้วไงละ?” ออร์ทัมเย้ยหยัน “เธอคิดว่าชาร์ลส์จะเอาเงินของเขามาให้ฉันเหรอ?
“ตอนนี้คุณเป็นภรรยาเขาแล้ว เขาไม่ควรทำอย่างนั้นหรือ...” เวนดี้บ่นพึมพำอยู่คนเดียว แต่ออร์ทัมไม่มีเวลามากพอที่จะฟังเรื่องไร้สาระของเธอต่อ เธอจึงตัดสินใจ ขัดจังหวะขึ้นมา “สรุปมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไม่งั้นฉันจะวางสายแล้วนะ”
“เดี๋ยว รอก่อน ...” เวนดี้บอกก่อนที่จะโดนตัดสาย ในความเป็นจริง เวนดี้เองก็ไม่ได้สนใจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของออร์ทัมแม้แต่นิด สิ่งที่เธออยากรู้นั้นก็คือคำสัญญาของชาร์ลต่อหล่อนมากกว่า “ออร์ทัม ตอนนี้เธอก็แต่งงานกับเขาแล้ว เธอช่วยถามลูกเขยของฉันเรื่องสัญญาของเขาให้หน่อยสิ เมื่อไหร่เขาจะทำตามสัญญากันสักทีนะ? คุณย่าของเธอ... กำลังรอค่ารักษาพยาบาลอีกฉบับอยู่ ...”
ออร์ทัมกำนิ้วของเธอแน่นจนมันกลายเป็นสีขาว เธอพยายามอย่างมาก ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ของเธอให้ไม่อาละวาดใส่เวนดี้ “ไว้ใจฉันเถอะ คนอย่างฉันไม่มีทางผิดคำพูดแน่นอน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณย่าของฉัน ฉันสาบานว่าฉันจะทำลายทุกสิ่งที่เป็นของคุณอย่างแน่นอน จำไว้แล้วกัน”ออทั่มน์กัดฟันพูดอย่างโกรธเคือง
เวนดี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ประจบประแจง “อย่ากังวลเรื่องของเธอเลย ยังไงซะ เธอก็เป็นแม่สามีของฉันเหมือนกัน...”
ออร์ทัมตัดสินใจที่จะตัดบทกับเธอ ก่อนที่เธอจะระงับอารมณ์ของตนเองไม่ได้แล้วพลั้งทำอะไรไปเกินกว่าเรื่อง
เธอเองก็เคยฝันเอาไว้ว่าความผูกพันในครอบครัวของเธอจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เธออยากมีครอบครัวในฝันแบบคนอื่น ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับไม่หวังอะไรอีกแล้ว
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfbb45c85001834806839808633/kIpEBgrCekMA.webp!15491.webp)
![หน้าปกนวนิยาย [Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78c6fda95001834806828245668/SjMb6lTwbzIA.webp!15491.webp)


