
แค้นนี้ต้องชำระ
ตอน 3
ชิงเหอสไลด์หน้าจอรับสายที่โทรมา “ฉันอยู่บนรถคุณแล้ว”
“โอเค” บทสนทนาของทั้งคู่จบลงแค่นั้น
ชิงเหอวางสาย ก่อนโยนโทรศัพท์ไปตรงเบาะข้าง ๆ ปลายบุหรี่ของเธอเรืองแสงสีแดงสดตัดกับความมืดในตัวรถ เธอจ้องไปที่โรงแรมและจมดิ่งอยู่ในความคิดของเธอ
จั้นถิงดูรับมือยากขึ้นทุกที เธอกำลังครุ่นคิดว่าวิธีไหนจะได้ผลมากกว่ากัน จะใช้ไม้แข็งหรือไม้อ่อน?
ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจใช้ทั้งสองวิธีเพื่อเอาชนะใจเขา
เพียงเวลาไม่นาน ก็มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเข้ามายังลานจอดรถ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงพร้อมด้วยลูกน้องกำลังเดินไปยังรถยนต์ของพวกเขา
รถของจั้นถิงจอดอยู่ใกล้ ๆ กันนี้เอง รถฮาร์คิมรุ่นลิมิเต็ดสีดำราคาหลายสิบล้านที่ผลิตและพัฒนาขึ้นมาโดยจิ่งซิน กรุ๊ป เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วในงานอินเตอร์เนชันนอล มอเตอร์ โชว์ เธอเอนตัวพิงเบาะขณะที่จ้องมองพวกเขาผ่านกระจกที่ลดตัวลง ท่ามกลางควันบุหรี่ เธอกำลังจ้องมองเสิ่นเหยียนเป่ยล่ำลาจั้นถิงอยู่
หลังจากที่รถฮาร์คิมแล่นออกไป ผู้ช่วยของเหยียนเป่ยก็ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ ก่อนขับไปรับเสิ่นเหยียนเป่ยที่ยืนรออยู่
ผู้ช่วยลงไปเปิดประตูให้เขา พอขึ้นมาในรถ เสิ่นเหยียนเป่ยชำเลืองมองซ่งชิงเหอ “แผลบนหน้าคุณฉินใช่ฝีมือเธอหรือเปล่า?” เขาถาม แต่น้ำเสียงกลับบ่งบอกว่ารู้คำตอบดีอยู่แล้ว
หญิงสาวมองบุหรี่ที่ค่อย ๆ ดับลง เธอไม่ได้ปฏิเสธ “ใช่ ฝีมือฉันเอง”
“ปกติคุณไม่ทำแบบนี้นี่”
เธอเข้าใจความหมายที่เหยียนเป่ยต้องการจะสื่อ สิ่งที่ทำกับหล่อนเหมือนจะเบาเกินไป “แค่เตือนเองน่า” เธออธิบาย หากฉินซิงหยู่มาทำให้เธอโกรธอีก คราวหน้าเธอไม่ยั้งมือแน่
‘ซิงหยู่คิดอะไรอยู่นะ มาสั่งให้ฉันอยู่ห่าง ๆ เหยียนเป่ยกับจั้นถิงงั้นเหรอ
ตลกจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน มีหน้ามาออกคำสั่งฉัน ทำตัววางก้ามเกินตัวไปแล้วนะ ฉินซิงหยู่!’ ชิงเหอหรี่ตาลง
ความเงียบเข้าครอบงำในรถอีกครั้ง หลังจากมาถึงโรงแรมที่ชิงเหอพักอยู่ ผู้ช่วยก็หยุดรถ หญิงสาวเดินลงจากรถไป เหยียนเป่ยลดกระจกลงมาพูดว่า “ตอนนี้ทุกคนในเมืองหวยรู้เรื่องที่คุณกลับมาแล้ว ผมยังเหลืองานที่ต้องสะสางอีกมาก ที่เหลือคุณจัดการเอาเองแล้วกัน โชคดีนะ”
ชิงเหอทัดผมไปด้านหลังก่อนยกมือขึ้นมาโบกให้เขาโดยไม่หันหลังกลับมา “เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะ”
เธอดูมีชีวิตชีวากว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ
เหยียนเป่ยไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากรอชิงเหอเดินเข้าโรงแรมระดับสี่ดาว เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยออกรถ
คืนนี้เป็นคืนแรกที่ชิงเหอกลับมายังเมืองหวย เธอได้เช็คอินห้องพักในโรงแรมนี้ไว้ก่อนแล้ว ห้องพักที่มีขนาดห้องกว่า 50 ตารางเมตร ราคาเกือบ 2500 ต่อคืน เธอจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก หากเธอตัดสินใจอยู่ต่อยาว ๆ
ชิงเหอวางแผนจะอยู่เมืองนี้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด การเข้าพักโรงแรมที่มีทั้งรูมเซอร์วิสและบริการซักอบรีด ดีกว่าไปเช่าห้องพักที่ต้องจ้างพนักงานทำความสะอาดชั่วคราวเป็นไหน ๆ
หลังจากเช็ดผิวหน้าทำความสะอาดล้างเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว ชิงเหอรินเหล้าใส่แก้วให้ตัวเอง ก่อนมานั่งลงหลังหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส ยามมองลงไปเห็นวิวยามค่ำคืนของเมืองหวย เธอก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง
‘เมืองหวยที่รัก ซ่งชิงเหอกลับมาแล้ว! ดื่ม!’
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชิงเหอเปลี่ยนจากชุดราตรีมาสวมเสื้อผ้าแนวสตรีท และออกมาจากโรงแรม
ช่วงเดือนสิงหาคมเช่นนี้เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี ชิงเหอออกจากโรงแรมราว ๆ สามทุ่ม คนอื่น ๆ คงจะกำลังเตรียมตัวเข้านอน ไม่ก็หลับสนิทอยู่ในบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ
หลังจากจ่ายค่าโดยสาร ชิงเหอมายืนอยู่ที่หน้าประตูวิลล่าหลังโต เธอวางมือบนลูกกรงทองสัมฤทธิ์ มองเข้าไปยังตัววิลล่าและลานหน้าด้านหน้า
วิลล่าสูงสามชั้นดูใหม่เอี่ยมเหมือนเมื่อหกปีที่แล้ว คงเพราะบริเวณนั้นได้รับการดูแลอย่างดี ใบไม้ปลิวร่วงอยู่โดยรอบ ลานไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ต้นไม้และพุ่มไม้ถูกตัดแต่งดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในตัวบ้านยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี เหมือนในภาพความทรงจำของเธอ ถึงอย่างนั้น ภายในบ้านกลับปิดไฟมืด เหมือนไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
ชิงเหอมองขึ้นไปยังหน้าต่างบานหนึ่งอยู่หลายนาที ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขโทรออก “สวัสดีค่ะ ลุงโจว นี่ฉันเองนะคะ” เธอพูดทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย
ลุงโจวเคยทำงานให้คุณปู่ของจั้นถิง ก่อนที่จะมาเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของเขา เขาเห็นจั้นถิงมาตั้งแต่เล็ก ๆ และยังซื่อสัตย์กับตระกูลสีมาทั้งชีวิต
หลังได้ยินเสียงของชิงเหอ ลุงโจวก็เงียบไปพักหนึ่ง “สวัสดีครับ คุณชิงเหอ”
ชิงเหอกล่าวต่ออย่างไม่อ้อมค้อม “ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าประตูจิ่นสิ้ววิลล่า ขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมคะ? ขอบคุณล่วงหน้านะคะลุงโจว” ทัศนคติของเธอที่มีต่อพ่อบ้านเฒ่าเต็มไปด้วยความเคารพเช่นแต่ก่อน ทว่าน้ำเสียงของเธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เสียงของเธอดูแตกต่างออกไป แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
คำตอบของลุงโจวกลับไม่ใช่แบบที่หญิงสาวหวังไว้ “ขอโทษด้วยครับคุณชิงเหอ แต่ผมต้องขอถาม คุณจั้นถิงก่อน คุณก็รู้นิสัยของเขาดี”
“ค่ะ ฉันรู้” เธอพูดอย่างเศร้า ๆ
ณ จิ่งซิน กรุ๊ป
ห้องทำงานของซีอีโอบริษัทมีพื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตร พร้อมการประดับตกแต่งที่หรูหรา มีโต๊ะไม้สีเทาเข้มที่ซ่อนอุปกรณ์ไฮเทคไว้มากมายตั้งอยู่ใต้หน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศส
จั้นถิงนั่งทำงานอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสั่งตัดเข้ารูป ใส่แว่นตาป้องกันรังสีบลูเรย์ ดวงตากำลังจดจ่อกับเอกสารในมือ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้า จั้นถิงก็เอื้อมมือไปรับสายนั้น “มีอะไรเหรอ ลุงโจว?”
“สวัสดีครับ คุณจั้นถิง” หลังทักทายผู้เป็นนายเสร็จ พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ก็เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
เพียงสามนาทีผ่านไป ชิงเหอก็ได้รับคำตอบ “คุณชิงเหอครับ คุณจั้นถิงบอกว่า คุณมันไม่มีค่าพอ!”
ด้วยความเป็นมืออาชีพ ลุงโจวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ส่งต่อข้อความจากสีจั้นถิงถึงซ่งชิงเหอ
‘เขาบอกว่าฉันไม่มีค่าพอ! ตลกเป็นบ้า!’
ชิงเหอยิ้มอย่างขมขื่น “อย่างไงก็ขอบคุณนะคะ ลุงโจว”
หญิงสาวคิดว่าลุงโจวจะวางสายไปในทันที กลับกันลุงโจวเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณไม่ควรกลับมาที่นี่อีกแล้วนะครับ คุณชิงเหอ”
ประโยคนั้นทำให้ซ่งชิงเหอถึงกับพูดไม่ออก
เธอรู้ว่าไม่มีใครอยากให้เธอกลับมา แต่เธอไม่คาดคิดว่า แม้แต่พ่อบ้านจะมีทัศนคติเช่นเดียวกันนี้กับเธอ
ชิงเหอยืนยังคงยืนอยู่หน้าประตู จ้องมองไปที่ห้องหนึ่งบนชั้นสอง
เดิมทีห้องนั้นเป็นห้องนอนใหญ่ของเธอกับจั้นถิง หลังจากที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ จั้นถิงก็ขึ้นไปนอนห้องนั้นเพียงไม่กี่ครั้ง เธอจึงใช้เวลาอยู่ในห้องกับลูกชายของเธอเป็นส่วนใหญ่
‘ลูกชายของแม่...’ พอคิดถึงเรื่องนั้นใบหน้าของชิงเหอก็เต็มไปด้วยน้ำตา ใช่แล้ว สถานที่แห่งนี้เคยเป็นดั่งสวรรค์ของเธอ แต่ก็เคยทำให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็นในเวลาเดียวกัน
“แม่” เสียงที่อ่อนหวานสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำของชิงเหอ เสียงเรียกแม่ของลูกชายซึ่งอายุเพียงไม่กี่เดือนของเธอ สร้างความประหลาดใจให้กับเธอไม่น้อย
เฉิงเฉิงยังเด็กนัก ยังเพิ่งเริ่มหัดพูดคำว่าแม่ เขารู้วิธีพูดว่า “พ่อ” ด้วย แต่เขาคุ้นเคยกับคำว่า “แม่” มากกว่า เพราะชิงเหอเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดคอยเฝ้าเลี้ยงดู
ตอนนั้นจั้นถิงเพิ่งเข้าฮุบกิจการของจิ่งซิน กรุ๊ป เขายุ่งมาก ทำให้มีเวลานอนเพียงวันละสามถึงสี่ชั่วโมง นอกจากนี้ การแต่งงานของทั้งคู่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก จั้นถิงจึงไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้เห็น ถ้าเธอโชคดี เขาอาจกลับมาบ้างเดือนละครั้ง
ใบหน้าน้อย ๆ ของเฉิงเฉิงแวบเข้ามาในความทรงจำของชิงเหอ เสียงหัวเราะที่น่ารักของเขาดังก้องครั้งแล้วครั้งเล่า
‘เฉิงเฉิง ลูกน้อยของแม่...’ เฉิงเฉิงอายุเพียงห้าเดือนในขณะนั้น ก่อนเขาจะมีโอกาสใช้ชีวิตภายนอกรั้วนี้ เขากลับต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ต้องนอนหนาวเหน็บอยู่ในหลุมศพมากว่าหกปี
น้ำตาอาบใบสองแก้มของซ่งชิงเหอ หัวใจที่เจ็บปวดราวกับกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยกรงเล็บที่มองไม่เห็นของมารร้าย ทุกครั้งที่เธอคิดถึงเรื่องนี้ เธอจะรู้สึกราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจ
เมื่อรุ่งอรุณมาถึง วันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น เมืองค่อย ๆ ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา คนทำงานตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก พวกเขาทานอาหารเช้า แต่งตัว และออกไปทำงาน พลเมืองสูงอายุต่างมารวมตัวกันออกกำลังกายในสวนสาธารณะของชุมชน ฝึกไทเก๊ก หรือเต้นรำกันเป็นกลุ่ม พ่อแม่ค่อย ๆ ปลุกลูก ๆ ให้ตื่นด้วยน้ำเสียงอันนุ่มละมุน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนในท้ายที่สุด เด็ก ๆ มัวแต่ยุ่งกับการทานอาหารมื้อแรกของวัน และการเตรียมตัวไปโรงเรียน
หลังจากหลับไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงดี สีจั้นถิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดระหว่างทางไปยิม มีข้อความหนึ่งจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ คุณชิงเหอ ยืนรออยู่หน้าจิ่นสิ้ววิลล่าทั้งคืนเลยครับ”
หลังอ่านข้อความจบ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์อันใดทั้งสิ้น เขากดเข้าไปเช็คว่ามีข้อความสำคัญกว่านี้อีกหรือไม่
หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก จั้นถิงได้รับอีกหนึ่งข้อความจากลุงโจว “คุณจั้นถิงครับ เจ้าหน้าที่สุสานเราไปเจอ คุณชิงเหอที่นั่น ผมคิดว่าท่านอาจจะอยากทราบไว้”
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย NightZ [I] THE LOST MEMORIES](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2bb976185001834806827233061/lPl5n0wvyXgA.webp!15491.webp)



