ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาบาน

สาบาน

เฟิ่งหวงฟื้นจากความตายด้วยความแค้นอันแรงกล้า นางสาบานจะลากศัตรูลงนรกไปพร้อมกันภายใต้ความช่วยเหลือของปีศาจลึกลับ แผนการเริ่มต้นด้วยการปลอมตัวเป็นบุตรสาวเศรษฐีผู้โง่งมเพื่อล่อแมลงเม่าเข้ากองไฟ ทว่าปีศาจกลับถีบนางออกไปกลางถนนจนเกือบถูกม้าเหยียบเพื่อเร่งเร้าสถานการณ์ ทำให้นางได้พบกับเทียนเหิงอย่างไม่คาดฝัน นางจึงเริ่มสวมบทบาทสตรีผู้น่าสงสารที่หนีรอดจากโจรป่าเพื่อแฝงตัวเข้าสู่เมืองหลวงและเริ่มต้นการแก้แค้นที่เดิมพันด้วยชีวิตและวิญญาณ
ตอน
แชร์

ตอน 3

หัวหน้าโจรมองตั๋วเงินที่ได้รับ จากนั้นก็โยนลงพื้นด้วยความโมโห “สมบัติพวกเจ้ามีเพียงเท่านี้ เจ้าอยากตายหรือไง”

“ข้าขอเบิกเงินมาหมดแล้วจริง ๆ แต่เขาบอกว่ามีเงินเพียงเท่านี้ หากอยากได้ทั้งหมดต้องใช้เวลาอีกหลายวัน”

“ไอ้เทียนเหิงเจ้าเล่ห์” หัวหน้าโจรด่าไม่เลี้ยง

“เรียนหัวหน้าตอนที่เรากลับมาคนของมันก็ติดตามมาด้วย โชคดีที่ข้ารู้เสียก่อนจึงจัดการไปแล้ว”

หลินเฟยจิวหันมองคนพูด คนที่ว่าคงเป็นพี่ไป๋เฉิน เขาต้องมาซวยเพราะนางไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร

“ในเมื่อเงินไม่ได้ แถมยังต้องเสียเวลาเปล่า” หัวหน้าโจรหันมามองนางจากนั้นก็บีบคางนางเอาไว้ “ถ้าเช่นนั้นก็ใช้ตัวเจ้าแทนเงินแล้วกัน”

“ไม่นะ อย่าทำบุตรสาวข้าเลย” เสียงบิดามารดานางร้องขอ แต่พวกมันก็ไม่ฟังรีบใช้ผ้าปิดปาก จากนั้นก็ลากนางไปยังมุมห้อง ต่อหน้าบิดามารดานาง ต่อหน้าทุกคนโจรชั่วฉีกเสื้อผ้านางทิ้งไม่เหลือ

เสียงนางกรีดร้องอย่างเจ็บปวด น้ำตารินเพื่อขอร้องให้พวกมันหยุดมือ ยามใบหน้าหยาบชั่วนั้นก้มลงย่ำยีนาง เสียงหัวเราะของพวกมันกล่อมประสาทเกือบทำให้นางเสียสติ

“ได้โปรดละเว้นข้าด้วยเงินท่านก็ได้ไปแล้ว จำนวนเงินนั้นมากพอที่จะให้พวกท่านกินใช้ไปตลอดชีวิตได้โปรดปล่อยข้า”

นางเว้าวอนเท่าไรแต่ก็เหมือนสูญเปล่า เสียงเสื้อนางฉีกขาดเหมือนดังหัวใจนางที่ตายในทันที หลินเฟยจิวพยายามยกมือไหว้ขอร้องพวกมัน แต่ความเมตตาพวกมันก็ไม่มีให้นาง สองมือพยายามปัดพวกมันออกไปแต่พวกมันก็พยายามยัดสิ่งน่ารังเกียจใส่ตัวนางจนสำเร็จ

กรี๊ด!!! นางร่ำร้องแทบขาดใจ ยิ่งร้องก็ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกมัน ดวงตานางที่พร่ามัวมองบิดามารดาที่กำลังมองบุตรสาวด้วยความเจ็บปวด “ได้โปรดข้าไม่อยากให้พวกท่านเห็น” นางเอ่ยขอร้องในสิ่งที่คิดมองคนบนตัวนางหัวเราะแล้วหันไปสั่ง

“จัดการ!!”

“ไม่!!!” หลินเฟยจิวหันมองพวกมันที่ยกดาบขึ้นจากนั้นก็ปาดคอมารดานาง

“ก็คุณหนูบอกว่าไม่อยากให้พวกเขาเห็น ข้าก็ทำให้แล้วอย่างไรเล่า”

เสียงบิดานางร้องเรียกฮูหยิน “พวกแก มันชาติชั่ว ขอให้พวกแก ไม่ตายดีตายไปก็ไม่ได้ผุดได้เกิด”

เพียะ!! เสียงมือคนร้ายตบปากบิดานางจากนั้นก็เชือดคออีกคน

กรี๊ด!!! เสียงนางกรีดร้อง

หลินเฟยจิวมองภาพตรงหน้าอย่างคนเสียสติ นางกรีดร้องใช้มือตะเกียกตะกายหวังเพียงจะคลานไปหามารดา แต่ยิ่งทำพวกมันก็ยิ่งกดนางลงพื้น ดวงตานางเต็มไปด้วยน้ำตาเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเสียใจ

ตอนนี้นางไม่สนอะไรไม่ว่าพวกมันสักกี่คนที่วนเวียนอยู่บนตัวนาง เป็นเพราะนางหรือเป็นเพราะใครทำให้บิดาและมารดาต้องมาตายอย่างอนาถ

“อย่าทำให้มันตายเด็ดขาด ตราบใดที่เรายังไม่ได้เงินทั้งหมด”

บิดามารดานางตายไปแล้ว เงินพวกนั้นจะมีประโยชน์อะไรสำหรับนาง ในเมื่อตัวนางก็กลายเป็นสตรีแปดเปื้อนมีมลทิน สู้ตายไปไม่ดีกว่าหรืออย่างไร

นางหันมองโจรที่อยู่บนตัวนางยามเมื่อพ่นน้ำออกมาเสร็จก็ยกขึ้นสะบัดหน้าแล้วเรียกคนอื่นมาต่อ ช่วงจังหวะนั้นนางหันมองเห็นดาบที่มันวางเอาไว้ จึงคิดหมายจะหยิบขึ้นมาปาดคอตัวเองให้ตาย

แต่แล้วเท้าของโจรที่มาใหม่ก็เหยียบมือนางเอาไว้

“คุณหนูถึงท่านอยากตายก็ตายไม่ได้หรอก” เสียงมันหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ จากนั้นก็ปัดดาบที่ว่าออกไปไกลนาง สีหน้ามันเต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ มือมันกำลังจะถอดกางเกงเพื่อมาย่ำยีนางต่อ!!

ฉึก!! เสียงดาบลอยมาปักที่กลางอกพวกมัน นางหันมองไปยังทิศทางของดาบก็พบว่าเป็น “เทียนเหิง”

เทียนเหิงเห็นสภาพของหลินเฟยจิวก็ระเบิดความโกรธออกมา

“ฆ่าพวกมันให้หมด!! อย่าเหลือให้หลุดรอดสักคนเดียว!!”

นางมองภาพตรงหน้า หากเกิดเรื่องนี้ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องในวันนี้กับนาง นางคงหวาดกลัวและไม่กล้ามอง แต่ตอนนี้ไม่ใช่นางมองคนที่ย่ำยีนางค่อย ๆ ตายทีละคนด้วยความสะใจ ทอดมองภาพตรงหน้าเหมือนเป็นสิ่งสวยงาม

ยามที่เทียนเหิงเดินมาหานางตัวนางกลับหันหน้าอีกฝั่ง

“พี่เหิงอย่าเข้ามา”

เทียนเหิงถอดเสื้อคลุมของเขาวางบนตัวนาง แต่มือหลินเฟยจิวก็ปัดมือเขาออก “อย่าแตะต้องตัวข้า”

“พี่มาช่วยเจ้าเฟยจิว”

“ข้าไม่เหลืออะไรแล้วพี่เหิงข้าอยากตาย” นางหันมองดาบข้างตัวเขาคิดหมายจะหยิบขึ้นมาฆ่าตัวเองให้ตาย แต่เทียนเหิงมีหรือจะยอมให้นางทำได้สำเร็จ เขาจับมือนางไว้แน่น “จิวเออร์เจ้าต้องมีชีวิตต่อไป”

“ท่านพ่อท่านแม่พวกเขา..”

เทียนเหิงพยักหน้ารับรู้ “ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ แต่ยังไงเจ้าก็ห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด”

สายตาหลินเฟยจิวมองไปยังร่างบิดามารดาจากนั้นน้ำตาก็รินไหลออกมาไม่ขาดสาย สตินางตอนนี้หลุดลอยแล้วปล่อยให้เทียนเหิงอุ้มนางแล้วออกจากกระท่อมที่แสนน่ารังเกียจ

เทียนเหิงอุ้มนางลงมาจากภูเขามองคนที่อยู่ในอกเขาหมดสติไปแล้วเขาก็ยิ่งร้อนใจ จังหวะที่วางนางลงบนรถม้าก็มีคนจากสกุลหวังมาถึงพอดี

หวังเยี่ยนเฉินลงจากม้าด้วยสีหน้าตกใจ รีบเข้ามาดูหลินเฟยจิวด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของนางก็แสดงความโกรธคิดหมายจะขึ้นไปจัดการพวกมันอีก

“ข้าฆ่าพวกมันหมดแล้ว ส่วนนาง..” เทียนเหิงมองคนด้านในรถม้า เขาที่เป็นคนนอกอยากจะพานางกลับไปก็ทำไม่ได้

“ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือบุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”

หวังเยี่ยนเฉินพูดจบก็ขอตัวหลินเฟยจิวกลับไปยังสกุลหวัง ส่วนศพของหลินห้าวอี้และฮูหยินซือหงก็ส่งกลับสกุลหลินเพื่อทำพิธีต่อไป

เทียนเหิงได้แต่มองรถม้าของสกุลหวังขับเคลื่อนออกไป

“คุณชายจะปล่อยไปอย่างนี้หรือขอรับ ดูก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้มีเงื่อนงำ”

เขาเองก็คิดเช่นนั้น แต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อคนคนนั้น คือ สามีของหลินเฟยจิว ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรนอกเหนือจากช่วยนางได้

“ส่งคนไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด เรื่องนี้คงไม่ใช่โจรปล้นธรรมดาแน่”

อย่าให้เขารู้ว่าสกุลหวังมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเขาจะไม่เอาพวกมันไว้แน่ นึกถึงสภาพของหลินเฟยจิวแล้วมือเขาก็กำแน่นกว่าเดิม

“เฉือนเนื้อพวกมันเป็นชิ้นแล้วโยนให้หมาป่ากิน”

คนของเขาเงยหน้ามองคนสั่ง แม้ตายไปแล้วก็ยังไม่สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำไว้กับคุณหนูสกุลหลิน

คนในรถม้ามองไปยังสตรีที่หมดสติ สภาพนางเนื้อตัวช้ำไม่เหลือสภาพมุมปากคนเป็นสามีก็ยกขึ้นเหยียด ไม่แม้แต่จะอยากแตะต้องสตรีตรงหน้า เมื่อถึงสกุลหวังเขาก็สั่งให้คนยกนางไปยังเรือนหลังสุด

วางร่างสตรีที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาโดยไม่คิดถนอม จากนั้นก็สั่งให้บ่าวมาเช็ดเนื้อตัวให้รอคอยให้นางฟื้นจากการหมดสติ

หลินเฟยจิวลืมตาขึ้นในวันที่สอง ยามเมื่อลืมตาก็พบสามีนางกำลังจับมือเอาไว้แน่น

“เจ้าฟื้นแล้วจิวเออร์ฮูหยินรักของข้า”

นางน้ำตารินมองมือที่เขากุมมือนาง จึงพยายามดึงมือออกแต่มือเขาก็ไม่ยอมปล่อยนาง “ข้าไม่รังเกียจเจ้าไม่เคยรังเกียจสักนิด ไม่ว่ายังไงเจ้าก็เป็นจิวเออร์ของข้าตลอดไป เป็นภรรยาที่ข้ารักที่สุด”

น้ำตานางซาบซึ้งในสิ่งที่ได้ยินไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นบุรุษที่ดีเช่นนี้

“ท่านพ่อท่านแม่ข้า”

“ไม่ต้องห่วงจิวเออร์ ข้าให้คนเตรียมงานหมดแล้ว เจ้าพักรักษาตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยห่วงเรื่องอื่น”

“ข้าจะไปหาท่านพ่อท่านแม่” นางจะลุกขึ้นจากเตียงแต่แล้วก็ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นได้

หวังเยี่ยนเฉินทำสีหน้าไม่พอใจอย่างรังเกียจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นห่วงยามเมื่อนางมองเขา “เจ้าควรรักษาตัวเองก่อน จะลุกขึ้นไปในสภาพแบบนี้ให้คนเห็นไม่ได้” ปลายประโยคเหมือนจะรำคาญและขึ้นเสียง

ทำให้หลินเฟยจิวถึงกับนิ่งอึ้งมองภาพตรงหน้าหรือนางหูฝาดไป

“ข้าเป็นห่วงเจ้ามากรู้ไหมจิวเออร์ เจ้าพักอีกสักสองสามวัน แล้วค่อยไปกราบพวกท่านแล้วกัน”

นางไม่อยากมีปัญหาไม่อยากให้เขากังวลใจจึงยอมเชื่อฟังแล้วนอนดังเดิม “ข้าจะไปดูงานที่บ้านสกุลหลิน เจ้าก็นอนพักไปก่อนค่ำ ๆ ข้าจะมาใหม่”

นางมองคนเป็นสามีออกจากห้อง ก่อนหันมองห้องที่ไม่คุ้นเคย นี่ไม่ใช่ห้องของนาง หรือเขาจะรังเกียจนางจึงพานางมาเก็บไว้ห้องนี้

แต่สีหน้าแววตาเขาก็แสดงว่าเป็นห่วงนาง คำพูดเขาก็บอกว่า ไม่รังเกียจ แต่นางเองต่างหากที่รังเกียจตัวเอง ชีวิตต่อจากนี้นางจะอยู่ได้เช่นไร หลินเฟยจิวหันมองรอบห้อง นางอยากหาอาวุธมาปลิดชีวิตนางแต่ก็ไม่มี หันมองต้นตอของเสียงฝีเท้าตามมาด้วยเสียงเปิดประตู

จึงพบว่าเป็น “หวังเหลียนจู่” น้องสาวของสามีนาง

“พี่สะใภ้ท่านฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่ว่าตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็รีบมานั่งใกล้เตียงของนาง ดวงตามองหลินเฟยจิวตั้งแต่หัวจรดเท้า มองรอยช้ำที่มีอยู่ทั่วตัวก็ยกมุมปากขึ้นเหยียดก่อนจะหายไป

ดวงตานั้นตวัดมองนางแล้ว “ข้าเสียใจกับเรื่องของสกุลหลิน อย่างที่สุด พี่สะใภ้ต้องรีบรักษาตัวให้ดีหายไว ๆ นะเจ้าคะ”

หลินเฟยจิวมองคนตรงหน้าหรือที่ผ่านมานางเข้าใจอีกฝ่ายผิดว่าไม่ชอบหน้านาง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงความจริงใจแล้ว นางก็ควรจะลืมเรื่องในอดีตไป

เสียงเหมือนมีคนเดินเข้ามา เมื่อนางหันมองก็พบว่าเป็นแม่นมกุ้ย นางเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น ส่งจดหมายให้กับหวังเหลียนจู่จากนั้นสีหน้าของคนอ่านจดหมายก็ตกใจ

“ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” สีหน้าหวังเหลียนจู่เป็นกังวลอย่างที่สุดหันไปสั่งบ่าวที่ติดตามออกไปให้หมดแล้วปิดประตูให้แน่นหนา จากนั้นก็หันมาทางนางแล้วส่งจดหมายนั้นให้นางอ่าน

หลินเฟยจิวมองข้อความจดหมายด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่า พวกมันตายไปหมดแล้วหรือ เหตุใดจึงมีคนส่งจดหมายมาขู่ได้

“พี่สะใภ้พวกเราจะทำยังไงดี หากเรื่องนี้แพร่ออกไปไม่เพียงแค่พี่จะเดือดร้อน แม้แต่สกุลหวังเราเองก็คงไม่มีหน้าเอาไว้บนบ่าแน่”

ในจดหมายที่ว่านั้นกำลังขู่เอาสมบัติที่เหลือของสกุลหลินที่ เทียนเหิงเก็บเอาไว้ นางจะทำเช่นไรดี?

รักษาเกียรติของสามี หรือรักษาสมบัติของสกุลหลิน?

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GVL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GVL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
8.8
โชคชะตาขีดให้หวางเย่หลิงต้องเผชิญหน้ากับอิ๋งชวนโหวผู้แสนอำมหิตแห่งกู้กง เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองของทางการสูญหายไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างปริศนา เพื่อรักษาชีวิตทุกคนในตระกูลให้รอดพ้นจากโทษประหาร เย่หลิงจึงต้องยอมสละตนเข้าสู่จวนโหวในฐานะสตรีของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและการช่วงชิง โดยที่ท่านโหวผู้เลือดเย็นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวและใช้เธอเป็นกุญแจสำคัญในการตามหามารดาที่หายสาบสูญไปของเขา
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย กุ้ยเฟยที่ถูกลืม
9.0
เจี่ยลี่อิงเชฟสาวจากยุคปัจจุบันเสียชีวิตจากการโหมงานหนัก แต่เธอกลับได้โอกาสครั้งที่สองในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งในตำหนักเย็น แม้จะถูกกักขังแต่ด้วยบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและตั้งมั่นว่าจะไม่ขอข้องแวะกับฮ่องเต้ แต่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำอาหารเลิศรสแทน ลี่อิงเริ่มสร้างสรรค์เมนูที่คนโบราณไม่เคยเห็นอย่างหม้อชาบู นำพาความตื่นตาตื่นใจมาสู่เหล่าข้ารับใช้ในวังวนแห่งรสชาติที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง