
สาบาน
ตอน 3
หัวหน้าโจรมองตั๋วเงินที่ได้รับ จากนั้นก็โยนลงพื้นด้วยความโมโห “สมบัติพวกเจ้ามีเพียงเท่านี้ เจ้าอยากตายหรือไง”
“ข้าขอเบิกเงินมาหมดแล้วจริง ๆ แต่เขาบอกว่ามีเงินเพียงเท่านี้ หากอยากได้ทั้งหมดต้องใช้เวลาอีกหลายวัน”
“ไอ้เทียนเหิงเจ้าเล่ห์” หัวหน้าโจรด่าไม่เลี้ยง
“เรียนหัวหน้าตอนที่เรากลับมาคนของมันก็ติดตามมาด้วย โชคดีที่ข้ารู้เสียก่อนจึงจัดการไปแล้ว”
หลินเฟยจิวหันมองคนพูด คนที่ว่าคงเป็นพี่ไป๋เฉิน เขาต้องมาซวยเพราะนางไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
“ในเมื่อเงินไม่ได้ แถมยังต้องเสียเวลาเปล่า” หัวหน้าโจรหันมามองนางจากนั้นก็บีบคางนางเอาไว้ “ถ้าเช่นนั้นก็ใช้ตัวเจ้าแทนเงินแล้วกัน”
“ไม่นะ อย่าทำบุตรสาวข้าเลย” เสียงบิดามารดานางร้องขอ แต่พวกมันก็ไม่ฟังรีบใช้ผ้าปิดปาก จากนั้นก็ลากนางไปยังมุมห้อง ต่อหน้าบิดามารดานาง ต่อหน้าทุกคนโจรชั่วฉีกเสื้อผ้านางทิ้งไม่เหลือ
เสียงนางกรีดร้องอย่างเจ็บปวด น้ำตารินเพื่อขอร้องให้พวกมันหยุดมือ ยามใบหน้าหยาบชั่วนั้นก้มลงย่ำยีนาง เสียงหัวเราะของพวกมันกล่อมประสาทเกือบทำให้นางเสียสติ
“ได้โปรดละเว้นข้าด้วยเงินท่านก็ได้ไปแล้ว จำนวนเงินนั้นมากพอที่จะให้พวกท่านกินใช้ไปตลอดชีวิตได้โปรดปล่อยข้า”
นางเว้าวอนเท่าไรแต่ก็เหมือนสูญเปล่า เสียงเสื้อนางฉีกขาดเหมือนดังหัวใจนางที่ตายในทันที หลินเฟยจิวพยายามยกมือไหว้ขอร้องพวกมัน แต่ความเมตตาพวกมันก็ไม่มีให้นาง สองมือพยายามปัดพวกมันออกไปแต่พวกมันก็พยายามยัดสิ่งน่ารังเกียจใส่ตัวนางจนสำเร็จ
กรี๊ด!!! นางร่ำร้องแทบขาดใจ ยิ่งร้องก็ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากพวกมัน ดวงตานางที่พร่ามัวมองบิดามารดาที่กำลังมองบุตรสาวด้วยความเจ็บปวด “ได้โปรดข้าไม่อยากให้พวกท่านเห็น” นางเอ่ยขอร้องในสิ่งที่คิดมองคนบนตัวนางหัวเราะแล้วหันไปสั่ง
“จัดการ!!”
“ไม่!!!” หลินเฟยจิวหันมองพวกมันที่ยกดาบขึ้นจากนั้นก็ปาดคอมารดานาง
“ก็คุณหนูบอกว่าไม่อยากให้พวกเขาเห็น ข้าก็ทำให้แล้วอย่างไรเล่า”
เสียงบิดานางร้องเรียกฮูหยิน “พวกแก มันชาติชั่ว ขอให้พวกแก ไม่ตายดีตายไปก็ไม่ได้ผุดได้เกิด”
เพียะ!! เสียงมือคนร้ายตบปากบิดานางจากนั้นก็เชือดคออีกคน
กรี๊ด!!! เสียงนางกรีดร้อง
หลินเฟยจิวมองภาพตรงหน้าอย่างคนเสียสติ นางกรีดร้องใช้มือตะเกียกตะกายหวังเพียงจะคลานไปหามารดา แต่ยิ่งทำพวกมันก็ยิ่งกดนางลงพื้น ดวงตานางเต็มไปด้วยน้ำตาเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเสียใจ
ตอนนี้นางไม่สนอะไรไม่ว่าพวกมันสักกี่คนที่วนเวียนอยู่บนตัวนาง เป็นเพราะนางหรือเป็นเพราะใครทำให้บิดาและมารดาต้องมาตายอย่างอนาถ
“อย่าทำให้มันตายเด็ดขาด ตราบใดที่เรายังไม่ได้เงินทั้งหมด”
บิดามารดานางตายไปแล้ว เงินพวกนั้นจะมีประโยชน์อะไรสำหรับนาง ในเมื่อตัวนางก็กลายเป็นสตรีแปดเปื้อนมีมลทิน สู้ตายไปไม่ดีกว่าหรืออย่างไร
นางหันมองโจรที่อยู่บนตัวนางยามเมื่อพ่นน้ำออกมาเสร็จก็ยกขึ้นสะบัดหน้าแล้วเรียกคนอื่นมาต่อ ช่วงจังหวะนั้นนางหันมองเห็นดาบที่มันวางเอาไว้ จึงคิดหมายจะหยิบขึ้นมาปาดคอตัวเองให้ตาย
แต่แล้วเท้าของโจรที่มาใหม่ก็เหยียบมือนางเอาไว้
“คุณหนูถึงท่านอยากตายก็ตายไม่ได้หรอก” เสียงมันหัวเราะอย่างน่ารังเกียจ จากนั้นก็ปัดดาบที่ว่าออกไปไกลนาง สีหน้ามันเต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ มือมันกำลังจะถอดกางเกงเพื่อมาย่ำยีนางต่อ!!
ฉึก!! เสียงดาบลอยมาปักที่กลางอกพวกมัน นางหันมองไปยังทิศทางของดาบก็พบว่าเป็น “เทียนเหิง”
เทียนเหิงเห็นสภาพของหลินเฟยจิวก็ระเบิดความโกรธออกมา
“ฆ่าพวกมันให้หมด!! อย่าเหลือให้หลุดรอดสักคนเดียว!!”
นางมองภาพตรงหน้า หากเกิดเรื่องนี้ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องในวันนี้กับนาง นางคงหวาดกลัวและไม่กล้ามอง แต่ตอนนี้ไม่ใช่นางมองคนที่ย่ำยีนางค่อย ๆ ตายทีละคนด้วยความสะใจ ทอดมองภาพตรงหน้าเหมือนเป็นสิ่งสวยงาม
ยามที่เทียนเหิงเดินมาหานางตัวนางกลับหันหน้าอีกฝั่ง
“พี่เหิงอย่าเข้ามา”
เทียนเหิงถอดเสื้อคลุมของเขาวางบนตัวนาง แต่มือหลินเฟยจิวก็ปัดมือเขาออก “อย่าแตะต้องตัวข้า”
“พี่มาช่วยเจ้าเฟยจิว”
“ข้าไม่เหลืออะไรแล้วพี่เหิงข้าอยากตาย” นางหันมองดาบข้างตัวเขาคิดหมายจะหยิบขึ้นมาฆ่าตัวเองให้ตาย แต่เทียนเหิงมีหรือจะยอมให้นางทำได้สำเร็จ เขาจับมือนางไว้แน่น “จิวเออร์เจ้าต้องมีชีวิตต่อไป”
“ท่านพ่อท่านแม่พวกเขา..”
เทียนเหิงพยักหน้ารับรู้ “ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ แต่ยังไงเจ้าก็ห้ามโทษตัวเองเด็ดขาด”
สายตาหลินเฟยจิวมองไปยังร่างบิดามารดาจากนั้นน้ำตาก็รินไหลออกมาไม่ขาดสาย สตินางตอนนี้หลุดลอยแล้วปล่อยให้เทียนเหิงอุ้มนางแล้วออกจากกระท่อมที่แสนน่ารังเกียจ
เทียนเหิงอุ้มนางลงมาจากภูเขามองคนที่อยู่ในอกเขาหมดสติไปแล้วเขาก็ยิ่งร้อนใจ จังหวะที่วางนางลงบนรถม้าก็มีคนจากสกุลหวังมาถึงพอดี
หวังเยี่ยนเฉินลงจากม้าด้วยสีหน้าตกใจ รีบเข้ามาดูหลินเฟยจิวด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของนางก็แสดงความโกรธคิดหมายจะขึ้นไปจัดการพวกมันอีก
“ข้าฆ่าพวกมันหมดแล้ว ส่วนนาง..” เทียนเหิงมองคนด้านในรถม้า เขาที่เป็นคนนอกอยากจะพานางกลับไปก็ทำไม่ได้
“ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือบุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”
หวังเยี่ยนเฉินพูดจบก็ขอตัวหลินเฟยจิวกลับไปยังสกุลหวัง ส่วนศพของหลินห้าวอี้และฮูหยินซือหงก็ส่งกลับสกุลหลินเพื่อทำพิธีต่อไป
เทียนเหิงได้แต่มองรถม้าของสกุลหวังขับเคลื่อนออกไป
“คุณชายจะปล่อยไปอย่างนี้หรือขอรับ ดูก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้มีเงื่อนงำ”
เขาเองก็คิดเช่นนั้น แต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อคนคนนั้น คือ สามีของหลินเฟยจิว ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรนอกเหนือจากช่วยนางได้
“ส่งคนไปสืบเรื่องนี้ให้ละเอียด เรื่องนี้คงไม่ใช่โจรปล้นธรรมดาแน่”
อย่าให้เขารู้ว่าสกุลหวังมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเขาจะไม่เอาพวกมันไว้แน่ นึกถึงสภาพของหลินเฟยจิวแล้วมือเขาก็กำแน่นกว่าเดิม
“เฉือนเนื้อพวกมันเป็นชิ้นแล้วโยนให้หมาป่ากิน”
คนของเขาเงยหน้ามองคนสั่ง แม้ตายไปแล้วก็ยังไม่สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำไว้กับคุณหนูสกุลหลิน
คนในรถม้ามองไปยังสตรีที่หมดสติ สภาพนางเนื้อตัวช้ำไม่เหลือสภาพมุมปากคนเป็นสามีก็ยกขึ้นเหยียด ไม่แม้แต่จะอยากแตะต้องสตรีตรงหน้า เมื่อถึงสกุลหวังเขาก็สั่งให้คนยกนางไปยังเรือนหลังสุด
วางร่างสตรีที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาโดยไม่คิดถนอม จากนั้นก็สั่งให้บ่าวมาเช็ดเนื้อตัวให้รอคอยให้นางฟื้นจากการหมดสติ
หลินเฟยจิวลืมตาขึ้นในวันที่สอง ยามเมื่อลืมตาก็พบสามีนางกำลังจับมือเอาไว้แน่น
“เจ้าฟื้นแล้วจิวเออร์ฮูหยินรักของข้า”
นางน้ำตารินมองมือที่เขากุมมือนาง จึงพยายามดึงมือออกแต่มือเขาก็ไม่ยอมปล่อยนาง “ข้าไม่รังเกียจเจ้าไม่เคยรังเกียจสักนิด ไม่ว่ายังไงเจ้าก็เป็นจิวเออร์ของข้าตลอดไป เป็นภรรยาที่ข้ารักที่สุด”
น้ำตานางซาบซึ้งในสิ่งที่ได้ยินไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นบุรุษที่ดีเช่นนี้
“ท่านพ่อท่านแม่ข้า”
“ไม่ต้องห่วงจิวเออร์ ข้าให้คนเตรียมงานหมดแล้ว เจ้าพักรักษาตัวให้ดีก่อนแล้วค่อยห่วงเรื่องอื่น”
“ข้าจะไปหาท่านพ่อท่านแม่” นางจะลุกขึ้นจากเตียงแต่แล้วก็ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นได้
หวังเยี่ยนเฉินทำสีหน้าไม่พอใจอย่างรังเกียจแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นห่วงยามเมื่อนางมองเขา “เจ้าควรรักษาตัวเองก่อน จะลุกขึ้นไปในสภาพแบบนี้ให้คนเห็นไม่ได้” ปลายประโยคเหมือนจะรำคาญและขึ้นเสียง
ทำให้หลินเฟยจิวถึงกับนิ่งอึ้งมองภาพตรงหน้าหรือนางหูฝาดไป
“ข้าเป็นห่วงเจ้ามากรู้ไหมจิวเออร์ เจ้าพักอีกสักสองสามวัน แล้วค่อยไปกราบพวกท่านแล้วกัน”
นางไม่อยากมีปัญหาไม่อยากให้เขากังวลใจจึงยอมเชื่อฟังแล้วนอนดังเดิม “ข้าจะไปดูงานที่บ้านสกุลหลิน เจ้าก็นอนพักไปก่อนค่ำ ๆ ข้าจะมาใหม่”
นางมองคนเป็นสามีออกจากห้อง ก่อนหันมองห้องที่ไม่คุ้นเคย นี่ไม่ใช่ห้องของนาง หรือเขาจะรังเกียจนางจึงพานางมาเก็บไว้ห้องนี้
แต่สีหน้าแววตาเขาก็แสดงว่าเป็นห่วงนาง คำพูดเขาก็บอกว่า ไม่รังเกียจ แต่นางเองต่างหากที่รังเกียจตัวเอง ชีวิตต่อจากนี้นางจะอยู่ได้เช่นไร หลินเฟยจิวหันมองรอบห้อง นางอยากหาอาวุธมาปลิดชีวิตนางแต่ก็ไม่มี หันมองต้นตอของเสียงฝีเท้าตามมาด้วยเสียงเปิดประตู
จึงพบว่าเป็น “หวังเหลียนจู่” น้องสาวของสามีนาง
“พี่สะใภ้ท่านฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่ว่าตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็รีบมานั่งใกล้เตียงของนาง ดวงตามองหลินเฟยจิวตั้งแต่หัวจรดเท้า มองรอยช้ำที่มีอยู่ทั่วตัวก็ยกมุมปากขึ้นเหยียดก่อนจะหายไป
ดวงตานั้นตวัดมองนางแล้ว “ข้าเสียใจกับเรื่องของสกุลหลิน อย่างที่สุด พี่สะใภ้ต้องรีบรักษาตัวให้ดีหายไว ๆ นะเจ้าคะ”
หลินเฟยจิวมองคนตรงหน้าหรือที่ผ่านมานางเข้าใจอีกฝ่ายผิดว่าไม่ชอบหน้านาง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงความจริงใจแล้ว นางก็ควรจะลืมเรื่องในอดีตไป
เสียงเหมือนมีคนเดินเข้ามา เมื่อนางหันมองก็พบว่าเป็นแม่นมกุ้ย นางเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น ส่งจดหมายให้กับหวังเหลียนจู่จากนั้นสีหน้าของคนอ่านจดหมายก็ตกใจ
“ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” สีหน้าหวังเหลียนจู่เป็นกังวลอย่างที่สุดหันไปสั่งบ่าวที่ติดตามออกไปให้หมดแล้วปิดประตูให้แน่นหนา จากนั้นก็หันมาทางนางแล้วส่งจดหมายนั้นให้นางอ่าน
หลินเฟยจิวมองข้อความจดหมายด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่า พวกมันตายไปหมดแล้วหรือ เหตุใดจึงมีคนส่งจดหมายมาขู่ได้
“พี่สะใภ้พวกเราจะทำยังไงดี หากเรื่องนี้แพร่ออกไปไม่เพียงแค่พี่จะเดือดร้อน แม้แต่สกุลหวังเราเองก็คงไม่มีหน้าเอาไว้บนบ่าแน่”
ในจดหมายที่ว่านั้นกำลังขู่เอาสมบัติที่เหลือของสกุลหลินที่ เทียนเหิงเก็บเอาไว้ นางจะทำเช่นไรดี?
รักษาเกียรติของสามี หรือรักษาสมบัติของสกุลหลิน?
คุณอาจจะชอบ





