ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาบาน

สาบาน

เฟิ่งหวงฟื้นจากความตายด้วยความแค้นอันแรงกล้า นางสาบานจะลากศัตรูลงนรกไปพร้อมกันภายใต้ความช่วยเหลือของปีศาจลึกลับ แผนการเริ่มต้นด้วยการปลอมตัวเป็นบุตรสาวเศรษฐีผู้โง่งมเพื่อล่อแมลงเม่าเข้ากองไฟ ทว่าปีศาจกลับถีบนางออกไปกลางถนนจนเกือบถูกม้าเหยียบเพื่อเร่งเร้าสถานการณ์ ทำให้นางได้พบกับเทียนเหิงอย่างไม่คาดฝัน นางจึงเริ่มสวมบทบาทสตรีผู้น่าสงสารที่หนีรอดจากโจรป่าเพื่อแฝงตัวเข้าสู่เมืองหลวงและเริ่มต้นการแก้แค้นที่เดิมพันด้วยชีวิตและวิญญาณ
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงกรีดร้องของคนในโลงศพดังลั่น ใช้มือตะเกียกตะกายกรีดไปยังโลงศพที่อยู่เบื้องหน้า น้ำตาไหลรินไม่ขาดสายวิงวอนให้คนที่กำลังใช้จอบตักดินฝังนางทั้งเป็นให้หยุดมือ

แต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้คนอันชั่วร้ายเหล่านั้นต่างเร่งรีบช่วยกันฝังร่างที่ฟื้นขึ้นมาจากฤทธิ์ยาโดยไม่คาดคิด

ไหนบอกว่าตายแล้ว!! ไหนบอกว่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก!! ไม่ได้การ!! อย่างไรพวกเราก็ต้องฝังคนทั้งเป็น

หลินเฟยจิวกรีดร้อง ใช้มือทุบฝาโลงที่ว่า “ปล่อยข้า ใครก็ได้ปล่อยข้า ข้ายังไม่ตาย”

นางยังไม่ตายแต่ถูกฝังทั้งเป็น “พวกท่านโปรดปล่อยข้าไปได้โปรด” เสียงสะอื้นน้ำตาไหลริน พยายามใช้มือเคาะฝาโลง แต่ด้านบนก็ยังมีเสียงดินที่ฝังกลบลงมา

นางไปทำอะไรให้พวกเขา ที่ผ่านมานางทุ่มเทกับสกุลหวังอย่างสุดหัวใจ รักและเทิดทูนผู้เป็นสามี ไม่เคยทำอะไรผิดประเพณี แต่แล้วสิ่งที่นางได้รับ คือความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พวกเขามอบความตายให้นาง ทั้งที่นางยังหายใจ

เจ็บจนแค้นอย่างสุดฝังลึกในใจนางอย่างที่ไม่เคยมีมา หากแต่นางก็ยังมีหวัง หวังเพียงว่าคนที่กำลังลงมือฝังนางจะหยุด

“ท่านพี่ ท่านเคยรักข้าบ้างหรือไม่”

เสียงของนางนั้น ข้างโลงได้ยินชัดเจน หากแต่คนที่ยืนมองอยู่กลับยกยิ้มเหยียดทางมุมปาก “รักอย่างนั้นหรือโง่งมสิ้นดี หากสกุลหลินไม่เป็นก้างขวางคอชิ้นโตของตระกูลข้า อย่าหวังว่าสตรีเช่นเจ้าจะได้แต่งเข้ามา”

ไม่เคยรักนาง ไม่เคยคิดแต่งงาน แต่หวังเพียงสมบัติของตระกูลนาง บัดนี้ตระกูลหลินสิ้นแล้ว บิดามารดานางต้องตายอย่างมีเงื่อนงำ คนทั้งตระกูลสูญสิ้น ล้วนเป็นฝีมือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีนาง

พวกท่านโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เหตุใดจึงได้ทำกับนางเช่นนี้ มือที่ทุบฝาโลงหยุดนิ่ง ไม่ใช่เพราะหมดแรง แต่เพราะรู้ว่าถึงทุบไปอย่างไร พวกเขาก็ไม่เปิดมันให้นางแน่

จบสิ้นแล้วชีวิตในภพนี้ แต่นางก็ไม่อาจตายได้ อย่างไรนางก็ ไม่ตายและไม่อาจจะปล่อยให้พวกมันสงบสุขได้

สวรรค์หากท่านยังฟังข้าอยู่ ได้โปรดช่วยข้าแล้วข้าจะตอบแทนด้วยวิญญาณนี้

สวรรค์หากท่านช่วยข้า ชีวิตที่เหลือข้าจะตอบแทนด้วยการช่วยเหลือคนทุกข์ยาก

นรกหากท่านช่วยข้า ชีวิตที่เหลือข้าจะขายวิญญาณนี้ให้ท่าน แล้วลากคนชั่วพวกนั้นไปสังเวยให้พวกท่านในนรก รับรองว่าท่านจะ ไม่เหนื่อยที่จะต้องวุ่นวายกับพวกมันอีก

สวรรค์หรือนรกใครกันที่จะช่วยนาง?

เสียงด้านบนเหมือนจะเงียบไปแล้ว อากาศที่จะหายใจก็เช่นกัน นั่นหมายความว่านางกำลังจะตาย แต่ดูเหมือนสวรรค์จะยังลงโทษนาง ไม่พอ นางต้องทรมานกับการใกล้ตายถึงสามวันสามคืน

ต้องทรมานกับความหิว ต้องทนมองร่างตัวเองถูกหนูแทะกินทั้งที่ยังรู้สึกตัว ดวงตานางมองไปยังชิ้นเนื้อตัวเองที่หลุดร่อนไม่เหลือสภาพ มองพวกสัตว์ร้ายกัดกินเนื้อนางราวกับเป็นเนื้อสวรรค์

เลือดทุกหยดที่ไหลออกมา ตลอดจนกระดูกที่เหลือโผล่ให้เห็น ต่อตานาง

เรี่ยวแรงสุดท้ายของนาง มือนางมองไปยังกำไลหยกสีเหลืองตรงหน้า จำได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นแรกที่บุรุษที่ชื่อว่า หวังเยี่ยนเฉิน มอบให้นาง

หลินเฟยจิวถอดมันออกมาจากนั้นก็วางไว้บนหน้าท้องนาง มือบางหยิบปิ่นปักผมจากนั้นก็ยกมือขึ้นกรีดข้อมือให้เลือดในกายนางหยดลงไปในกำไลหยก

จะนรกก็ช่าง จะปีศาจก็ได้ หรือจะเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่สิงสถิตอยู่แถวนี้ นางไม่อยากเป็นคนดีแล้ว แต่อยากเป็นปีศาจที่จะลากพวกมัน ลงนรกไปอยู่พร้อมกับพวกท่าน

เสียงกรีดร้องดังขึ้นเสียงนั้นไม่ใช่นาง แต่เป็นวิญญาณปีศาจที่อยู่รอบตัวนาง ดวงตานางมองไปยังแสงสีทองที่ส่องเข้ามาจากนั้นฝาโลงที่ว่าก็ถูกเปิดออก

นางตายไปแล้วใช่ไหม ดวงตานางมองไปยังคนที่โน้มตัวลงมาบุรุษผู้นั้นไม่ใช่สามีนาง ไม่ใช่คนที่นางคาดหวังให้มาช่วย

แต่เป็นบุรุษที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ ใบหน้าแต่งเติมด้วยเครื่องชาดสีแดงเหมือนสตรี หากแต่น้ำเสียงเป็นบุรุษ

“เจ้ายินยอมจะขายวิญญาณใช่หรือไม่”

หรือเขาจะเป็นปีศาจอย่างที่นางร้องขอ เสียงนางไม่อาจพูดออกมาได้ จึงได้แต่ตอบปีศาจตรงหน้าในใจ

“ข้ายอมแลกวิญญาณเพื่อแลกกับชีวิตของพวกมันที่ทำกับข้า”

เสียงหัวเราะของปีศาจตรงหน้านางดังขึ้น มือปีศาจนั้นยกคลี่พัดแล้วโบกเดินรอบโลงของนาง

“งานพวกนี้ข้าทำเองได้คงไม่ต้องรบกวนมนุษย์เช่นเจ้า แต่บังเอิญว่าข้าต้องการสิ่งหนึ่งจากเจ้าต่างหาก”

เขาหมายถึงสิ่งใด ฝีเท้าของเขาหยุดที่ปลายโลงของนาง มุมปากยกขึ้นแสยะยิ้มมีเลศนัย “ความแค้นกับชะตาของเจ้ามีราคา”

สิ้นคำมือเขาก็หุบพัดลงแสงสีทองก็สาดส่องมายังตัวนางอีกครั้งจากนั้นความเจ็บปวดที่นางมีก็หายไป...

หรือว่าชะตานี้จะไม่ยังจบลงแต่กำลังจะเริ่มขึ้นต่างหาก

พวกท่านห้ามตายก่อนเพราะข้ากำลังจะกลับมาแล้ว...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย ข้ามภพหมื่นลี้จรดพู่กันคะนึงหา
9.7
ความรักที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลาและภพชาติถูกถ่ายทอดผ่านปลายพู่กันที่เต็มไปด้วยความโหยหา แม้จะพยายามเรียงร้อยถ้อยคำเป็นบทกวีเพื่อระบายความทุกข์ระทมเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหวนคืนสู่อ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักได้อีกครั้ง ไม่ว่าท่านจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ข้าพร้อมที่จะติดตามไปทุกแห่งหน แม้น้ำตาจะหลั่งรินจนกลายเป็นสายน้ำก็ไม่อาจนำพาเราให้มาพบพานกันได้อีก ความคิดถึงนี้จะยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
8.8
โชคชะตาขีดให้หวางเย่หลิงต้องเผชิญหน้ากับอิ๋งชวนโหวผู้แสนอำมหิตแห่งกู้กง เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองของทางการสูญหายไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างปริศนา เพื่อรักษาชีวิตทุกคนในตระกูลให้รอดพ้นจากโทษประหาร เย่หลิงจึงต้องยอมสละตนเข้าสู่จวนโหวในฐานะสตรีของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและการช่วงชิง โดยที่ท่านโหวผู้เลือดเย็นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวและใช้เธอเป็นกุญแจสำคัญในการตามหามารดาที่หายสาบสูญไปของเขา
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย กุ้ยเฟยที่ถูกลืม
9.0
เจี่ยลี่อิงเชฟสาวจากยุคปัจจุบันเสียชีวิตจากการโหมงานหนัก แต่เธอกลับได้โอกาสครั้งที่สองในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งในตำหนักเย็น แม้จะถูกกักขังแต่ด้วยบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและตั้งมั่นว่าจะไม่ขอข้องแวะกับฮ่องเต้ แต่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำอาหารเลิศรสแทน ลี่อิงเริ่มสร้างสรรค์เมนูที่คนโบราณไม่เคยเห็นอย่างหม้อชาบู นำพาความตื่นตาตื่นใจมาสู่เหล่าข้ารับใช้ในวังวนแห่งรสชาติที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง