ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Love Pharmacist เภสัชกรไฟฟ้า

Love Pharmacist เภสัชกรไฟฟ้า

ความประทับใจตั้งแต่แรกพบทำให้ผมตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเกิดความปรารถนาแรงกล้าที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเขาให้ได้ ทว่าอุปสรรคสำคัญคือความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างเราสองคนที่ดูเหมือนจะไม่มีวันบรรจบกันได้เลย ผมจึงได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า พลังแห่งความรู้สึกดี ๆ ที่ผมมอบให้ด้วยใจจริงนั้น จะมีอานุภาพมากพอที่จะทลายกำแพงความต่างและเปลี่ยนแปลงหัวใจของเขาให้หันมามองผมในทางเดียวกันได้หรือไม่ในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

#ไฟฟ้า

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มันแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากทุก ๆ วัน จะว่าไปมันก็ไม่เชิงอย่างที่ผมพูดไป ผมนัดกับเพื่อนเพื่อไปหาอะไรสนุกทำในยามเย็น วันหยุดที่ร้านขายยาที่ผมต้องแวะประจำ แต่วันนี้ไม่เปิดผมเลยไม่มีใครให้เตาะเล่น รู้สึกเหงาเหมือนขาดอะไรไป ไม่ได้คุยเล่นกับเขาคนนั้น มันก็เหมือนผมไม่ได้แปรงฟัน ที่เป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นต้องทำ

"ไงวะไฟฟ้า มาพอดีพวกกูก็เพิ่งเริ่ม" กิตเพื่อนของผมทัก เมื่อเดินหน้าเหี่ยวเข้ามานั่งข้างมัน

"ขอเข้ม ๆ เว้ยวันนี้" ผมบอกเพื่อน

"จัดให้ไอ้คุณไฟฟ้าสักหน่อยดิ"

"อารมณ์ไหนวะไอ้ไฟฟ้า มึงดูไม่ปกติเท่าไหร่เลยนะ" เพื่อนอีกคนก็ทักผม ไอ้นี่ชื่อไม้บ้านอยู่ใกล้กับไอ้กิต และมันสองคนก็ตัวแทบติดกันเป็นปาท่องโก๋ มีกิตที่ไหนก็มีไม้ที่นั่น จนบางทีผมก็คิดว่ามันเป็นผัวเมียกัน แต่ไม่ใช่หรอกพวกมันแค่เพื่อนรักเพื่อนสนิทเท่านั้น

"ไม่ปกติตรงไหน ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ แค่วันนี้กูรู้สึกเบื่อนิดหน่อย" ผมพูดพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่ม

"เออปกติก็ปกติ" ได้กิตพูดตัดรำคาญ ซึ่งผมก็ไม่ตอบโต้ต่อ

"ปกติเท่ากับไม่ปกติ" ไอ้ไม้ว่าขึ้น ซึ่งมันสองคนก็ช่างเข้ากันดีเป็นปีเป็นขลุ่ย

"อะไรของมึงเนี่ยไม้ ตรรกะอะไรของมึงแบบนี้" กลาสพูดขึ้นจากที่เงียบอยู่นาน ก็ตั้งแต่ผมมานั่งตรงนี้มันเพิ่งจะพูดขึ้นนี่แหละ

กลาสกับกิตเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน แต่ช่างนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง กลาสเกิดก่อนกิตไม่กี่วินาที มีนิสัยเงียบขรึมดูเป็นผู้ใหญ่ แต่กิตมันโคตรจัญไรแถมยังพูดเก่งอีกต่างหาก ต่างจากพี่ของมันโดยสิ้นเชิง นี่แหละครับเพื่อนของผมที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

"สรุปพวกมึงสามตัวจะมาเถียงกันเรื่องปัญญาอ่อนหรือจะมาดื่มมาผ่อนคลาย ถ้าจะเถียงกูจะได้กลับ" ผมแทรกขึ้นเพราะเริ่มจะรำคาญพวกมันต่อปากกันเต็มที

((("ครับ ๆ คุณไฟฟ้า พวกกระผมขอโทษครับ"))) แล้วไอ้สามตัวเพื่อนรักก็พูดขึ้นพร้อมกันด้วยความประชดประชัน

"กวนตีน" ผมพูดขึ้น จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตากระดกเหล้าเข้าปาก ไม่รู้ทำไมวันนี้มันอยากจะดื่มเหลือเกิน มันเซ็ง มันเบื่อกว่าทุก ๆ วัน

"ดูแลตัวเองด้วยนะกินข้าวให้ตรงเวลาด้วย...เป็นห่วง" กลาสมันบอกก่อนที่ผมกับเพื่อนจะแยกทางกันกลับบ้าน

"ไม่ต้องมาเป็นฮงเป็นห่วงหรอก ตื่นเช้ามากูคิดถึงข้าวก่อนคิดถึงมึงอีก" แล้วความกวนตีนของผมก็เริ่มทำงาน ทั้งที่เพื่อนก็ถามดี ๆ ก็นี่มันนิสัยของผมไง แก้ยาก!

"กูขอให้มึงเดินตกท่ออีกหนไอ้ไฟฟ้า" ดูมันแช่งผม แล้วใครมันจะบ้าเดินไปตกท่อซ้ำสองกันจริงไหม?

"ไม่ได้แดกกูหรอกรอบนี้บอกเลย" ผมแหกปากตามหลังพวกมัน จากนั้นก็หันหลังให้เดินมุ่งตรงไปที่รถด้วยสายตาที่พล่ามัว...และมึนหัวนิด ๆ แต่ผมไม่ได้เมานะแค่ไม่เหมือนเดิมเท่านั้นเอง

"กูขออวยพรมึงไฟฟ้า" กลาสมันก็ยังหันหน้ากลับมาด่าผมต่อ ซึ่งผมก็ได้แต่หันกลับไปโบกมือลาด้วยรอยยิ้มที่อ้อนตีนเพื่อน

ปึก!!!

"เวรเอ๊ย!" ความไม่เหมือนเดิมทำให้ผมเดินชนใครก็ไม่รู้เข้าจัง ๆ จนเซยืนทรงตัวไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องลงไปกองกับพื้น

(ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ) เสียงปริศนาดังขึ้น ซึ่งผมก็มองไม่ชัดว่าเป็นใครหน้าตาแบบไหน แต่เสียงมันช่างคุ้นหูเหลือเกิน น้ำเสียงดูลุกลี้ลุกลน

"วิ่งหนีผีมาหรือไงวะไม่มองทาง" ผมก็พูดออกไปอย่างไพเราะด้วยความหงุดหงิด คือจะถึงรถอยู่แล้วไง แต่ต้องมาเจออะไรที่โคตรซวย

(คุณยาคุม!) ไอ้คนตรงหน้ามันพยุงผมขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตูม ใครมันบ้าบอชื่อยาคุมวะ!? ผมก็ได้แต่สงสัย

"ยาคุมเชี่ยไร ไม่เอากูไม่ซื้อ ให้กูซื้อแดกเองไง?" ผมสวนทันที ฟังแล้วโคตรแสลงหู เตะปากไอ้นี่สักทีดีไหม

"ไม่ใช่...ก็คุณไม่ใช่หรือไงที่ชอบซื้อยาคุมที่ร้านผมแทบทุกวัน"

"!?"

เริ่มละ เริ่มละ ภาพเริ่มฉายในหัวอันชาญฉลาดของผมแล้ว...นายเภสัชฯ หน้าขาวนี่เอง แล้วทำไมเสนอหน้ามาอยู่ตรงนี้ได้วะ ผมก็สงสัยอีกนั่นและ แต่สงสัยคนเดียวไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป

"อ๋อ...นายนี่เอง" ผมพยายามยืนทรงตัวให้ตรง แต่คงยากแล้วขนาดนายเภสัชฯ ที่ยืนใกล้ผม มันยังแยกร่างได้เลย

"อืม ผมเองอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม"

(นั่นมันอยู่ตรงนั้น)

"แล้วทำไมมะ...อือ"

"ชู่"

ผมยังไม่ทันได้อ้าปากกว้าง ๆ ถามเลย ก็รู้สึกว่าตัวปลิวซะก่อน ก็ไอ้เภสัชฯ หน้าขาวมันกระชากผมไปหลบตรงมุมมืดหลังรถยนต์ ที่ดูลับสายตาผู้คน พร้อมกับเอามือปิดปากผมจนสนิทแทบไม่มีช่องว่างได้พูดอะไรได้ นี่มันเรื่องมีอะไรกันอีกวะ

"พวกนั้นไล่ตามนายเหรอ" เห็นหน้านายนี่กลายเป็นคนดีพูดเพราะซะงั้น แล้วผู้ชายบ้าอะไรผิวเนียนฉิบหายเลย ขนาดผมมองใกล้ ๆ ในความมืดยังมองออก ต่างจากหนังหน้าผมเหลือเกินที่มองเผิน ๆ ยังเหมือนหลังกบยังไม่ถลกหนัง ที่จริงก็ไม่น่าจะขนาดนั้นผมก็พูดตามสันดานเว่อ ๆ ไปงั้นแหละ

"อืม" ตอบผมสั้นเกิน ซึ่งผมถามไปตั้งหลายคำ

"ไล่ตามทำไม นายไปแอบแดกเมียพวกมันหรือไง" ผมพูดขึ้นด้วยประโยคที่นายนั่นต้องกลอกตามองบน คงจะฟังแล้วเอือมระอาผมเต็มทนมั้ง

"ปากนี่ไม่หมาพอ ๆ กับหน้าเลยเนาะ" แล้วนายเภสัชฯ ก็สวนผมด้วยความเหน็บแนม แต่คนอย่างไฟฟ้าไม่ได้สะทกสะท้านกับคำแค่นี้หรอก

"ขอบคุณที่ชม...สร่างเมาเลยกู" ผมจึงตอบรับคำชมด้วยความยินดี และตอนนี้ตาผมก็เริ่มสว่างทันที "แล้วนั่นจะไปไหน?" ผมถามทันทีเมื่อนายนั่นลุกเดินหนี

"กลับสิถามแปลก" หันกลับมาพูดกับผมหน้าตาเฉย

"เอ้า! แล้วมึงก็ทิ้งกูไว้แบบนี้เนี่ยนะ"

"ก็ลุกสิ"

"ก็ลุกไม่ไหว เมาโว้ย!!!" ผมที่นั่งชิดพื้นถึงกับต้องแหกปากตะโกน ไม่ได้เรียกร้องความสนใจแต่ลุกไม่ไหวจริง ๆ ปากบอกไหวแต่ขามันไม่ไหวไง จนไอ้หน้าขาวมันรีบยกมือปิดปากผมอีกรอบ

"จะแหกปากทำไม เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาถวายตีนให้กินมื้อดึกหรอก" มันพูดกระชิบใกล้ผม แล้วแม่งลมหายใจกระทบเข้าผิวหน้าผมเต็ม ๆ หัวใจก็เริ่มเต้นแรง...โอ๊ยกูไหวหวั่นแล้วนะ ใกล้กันมากกว่านี้ใจผมคงหลุดจากอกแน่ ๆ

"กลัวเชี่ยไรใส่เดี่ยวแม่ง"

"เก่งฉิบหาย ตายคนเดียวเลยนะ"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FUL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FUL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]
9.7
ในยุคที่ผู้ชายบางกลุ่มสามารถตั้งครรภ์ได้ นภัทร เดือนคณะสุดฮอตดันพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสิงหา หนุ่มหล่อมาดนิ่งเพราะความเมามาย เรื่องราวควรจะจบลงทว่านภัทรกลับหายตัวไปและกลับมาพร้อมกับ น้องณดา เด็กหญิงตัวน้อยที่สิงหามั่นใจว่าเป็นลูกสาวของตน แม้นภัทรจะพยายามปฏิเสธความจริงเพียงใด แต่สิงหาก็ไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจเริ่มแผนการพิชิตใจลูกสาวตัวจิ๋วเพื่อทวงคืนตำแหน่งคุณพ่อและพิสูจน์ความจริงให้ได้ว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าแผดเผา  เพลิงแค้นของฉัน  วันชำระของเขา
7.9
คีรินคือคู่แท้ที่ฉันรักมาตั้งแต่เด็ก แต่ความจริงอันเจ็บปวดเปิดเผยเมื่อฉันพบเขาเริงร่ากับไลลา โอเมก้าสาวที่เขาปกป้องสุดชีวิต เขาถึงขั้นวางแผนทำร้ายฉันจนบาดเจ็บเพียงเพื่อเตือนไม่ให้ฉันยุ่งกับเธอ แถมยังใช้เงินครอบครัวฉันประมูลเพชรให้ชู้รักอย่างหน้าไม่อาย เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นแค่บันไดสู่อำนาจ ในคืนผูกพันธะฉันจึงเลือกปฏิเสธเขาต่อหน้าทุกคน แล้วประกาศแต่งงานกับอัลฟ่าศัตรูผู้เห็นค่าในตัวฉันจริงๆ เพื่อเริ่มต้นการล้างแค้นที่เขามิอาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานกำพร้าพ่อแม่แต่โชคดีที่ประมุขสกุลหลินรับเลี้ยง ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับพี่ชายที่หลงรัก ทว่าหัวใจต้องแตกสลายเมื่อเขาได้รับสมรสพระราชทานกับฮูหยินโฉมงามที่นางไม่เคยเห็นหน้า แม้นางจะพยายามทำใจยอมรับพี่สะใภ้คนใหม่ แต่ความจริงกลับชวนตกตะลึงเมื่อพบว่าฮูหยินผู้นี้คือจางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ปลอมตัวมา เขาข่มขู่ให้นางเก็บงำความลับนี้ไว้แลกกับการหย่าขาดในหนึ่งปี มิเช่นนั้นตระกูลหลินอาจต้องพินาศลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ
9.0
เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว