
ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นสาวงามอันดับหนึ่ง
ตอน 2
กลุ่มเมฆสีดำทะมึนขนาดใหญ่เคลื่อนที่อยู่เหนือศีรษะ
ภายในกลุ่มเมฆก้อนนั้นปรากฏลำแสงสีทองที่สว่างวาบๆ ขึ้นเป็นระยะ
หากอยู่ในเวลาปกติ เจียอีคงหาที่หลบ
เธอเองไม่ได้กลัวตาย...แค่ทำตามสัญชาตญาณ
แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงเศร้าและเสียใจอย่างหนัก เธอเลยไม่ได้สนใจรอบตัวเลย
ความกลัวในหัวใจของเธอไม่มีแม้แต่นิดเดียว
ลำแสงสีทองพาดผ่านหน้าเจียอีไปอย่างเฉียดฉิว
แต่เจียอีก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ด้วยท่วงท่าน่าเวทนาเช่นเดิม
“ยัยนั่นนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นนะ” วังลู่จี่พึมพำ
เธอกับเพื่อนเพิ่งแยกย้ายกันกลับ คงเพราะฝนเริ่มตก ชั้นบรรยากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และน่ากลัวเกินกว่าจะอยู่นอกบ้าน
“คงนึกว่าตัวเองเป็นนางเอกในซีรี่ย์หรือไง” ห่าวหรานพึมพำตาม
เฟยฉีขมวดคิ้ว ถึงเขาจะไม่ได้รู้สึกพิเศษกับหญิงผู้นั้น แต่เขาก็ไม่ได้แล้งน้ำใจขนาดนิ่งดูดาย ปล่อยให้หญิงผู้นั้นนั่งทรมานตัวเองได้ ท่ามกลางเสียงคำรามบนท้องฟ้ากับความเปลี่ยนแปลงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ทุกนาที เขาทำใจยืนเฉยๆ และปล่อยให้คนที่เคยรู้จักได้รับอันตรายไม่ได้
เขาตัดสินใจเดินฝ่าสายฝนที่เริ่มซัดกระหน่ำลงมา
จุดหมายปลายทางของเขา คือจุดที่หญิงผู้นั้นนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงนั้น
“เฟยฉี คุณจะทำอะไร มันอันตรายนะ!!” วังลี่จูตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าคำราม
“กลับมาเถอะ ฟ้าร้อง ฟ้าคำรามน่ากลัวจะตาย อย่าไปสนใจยัยนั่นเลย หล่อนอาจจะกำลังเรียกร้องความสนใจอยู่ก็ได้” ห่าวหรานแผดเสียงแหลม รู้สึกไม่พอใจเจียอีเพิ่มขึ้น ผู้หญิงเจ้าปัญหาคนนั่นสร้างเรื่องเก่งจะตายชัก
หล่อนแสร้งทำตัวน่าสงสารไปอย่างนั้นเอง
เฟยฉีไม่ได้ฟังคำทักท้วง เขาเดินตรงไปข้างหน้า ห่างไม่ถึงหนึ่งจั้ง เขาก็น่าจะไปถึงตรงจุดนั่น
แต่ทว่า...
จู่ๆ ลมรอบตัวก็พัดแรงขึ้น เศษใบไม้ที่หล่นอยู่บนพื้นถูกลมลูกใหญ่หอบขึ้นมาและพัดหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ท่ามกลางเม็ดฝนปรอยๆ เฟยฉียกมือป้องบริเวณดวงตา เขากัดฟันเดินไปข้างหน้า แม้การมองเห็นจะไม่เต็มร้อย
บนเก้าอี้ เจียอีไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสักนิด
“ฉันไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว ทุกคนรังเกียจฉัน สิ่งที่ฉันทำไม่มีใครเข้าใจสักคน” เธอพึมพำเสียงแหบ น้ำตายังคงไหลพรากๆ
เธอแค่แอบมองเฟยฉี เธอไม่ได้รบกวนเขาสักหน่อย เธอแค่มองเขาห่างๆ ไม่ได้ทำตัวน่ารังเกียจมากมายขนาดนั้น เธอมักจะถูกวิจารณ์ทั้งที่ตัวเองไม่มีความผิด คนพวกนั้นรุมประณามเธอแบบนั้นได้ยังไง
“คงมีสักที่ ที่คนอย่างฉันได้รับการยอมรับ” เจียอีพึมพำต่อ
เธอแค่อยู่ในที่ที่ไม่ใช่ที่ของตัวเอง
ต้องมีสักที่แหละ ที่ทุกคนรอบตัวยอมรับสิ่งที่เธอเป็น
เจียอีคิดถึงพ่อ แม่ สมัยนั้นเธอไม่เคยต้องหวาดกลัวเลย
แต่เพราะเธออีกนั่นแหละ เพราะเธอดึงดัน ผลลัพธ์ครั้งนั้นทำให้เธอเหลือแค่ตัวคนเดียว
“พาฉันไปอยู่กับพ่อแม่ทีสิ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” เจียอีพึมพำ
จู่ๆ แสงสีทองก็วิ่งปราดจากท้องฟ้าลงมาที่ตัวเธอ เจียอีไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดสักนิด เธอรู้สึกแค่ว่า...ตัวของเธอเบาและลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ รอบตัวที่มืดมิดจนมองไม่เห็นแสงสว่างที่ไหนเลย เธอหลุบเปลือกตาลง ยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอไม่เหลืออะไรให้อาวรณ์บนโลกใบนี้แล้วนี่ ไม่ว่าฟ้าดินหรืออะไรก็ตามจะพาเธอไป ก็ยอมรับแล้วแต่...โชคชะตา
คุณอาจจะชอบ





