ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

จ้าวย่าเจิน คุณหมอสาวผู้พบความลี้ลับในภาพวาดตำหนักโบราณที่ได้รับเป็นของขวัญ เธอสังเกตเห็นชายปริศนาในรูปนั้นเติบโตขึ้นอย่างน่าประหลาดในทุกวัน จนกระทั่งโชคชะตาได้นำพาเธอหลุดเข้าไปในโลกเร้นลับนั้นและเผชิญหน้ากับอุปราชหนุ่มแห่งเทียนจิน ผู้ครองตำหนักไร้รักอันแสนเย็นชา ชายคนเดียวกับที่เธอเคยเฝ้ามองผ่านผืนผ้าใบทุกคืน ความผูกพันที่เกิดขึ้นท่ามกลางความอ้างว้างกำลังจะเปลี่ยนตำหนักที่ไร้หัวใจให้กลับมาอบอวลด้วยความรักและไร้ซึ่งความกังวลอีกครั้งในดินแดนแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ร่างเล็กอรชรก้าวเดินสำรวจจนกระทั่งเข้ามาหยุดยืนมองห้องนอนใหญ่ และพบว่ามีภาพเขียนพู่กันจีนขนาดใหญ่ใส่กรอบไม้แกะสลักลวดลายโบราณสวยงามมากจนสะกดสายตาของจ้าวย่าเจินเอาไว้กับที่ทันทีที่ได้พบภาพเขียนดังกล่าว

“ห้องพักของเราเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ มีภาพเขียนใส่กรอบเอาไว้ในห้องแบบนี้ด้วยเหรอ หรือว่าจะเป็นของตกแต่งเพิ่มเติมที่ไม่ได้มีเพียงแค่ห้องเปล่าๆ เท่านั้น ห้องครัวยังมีเตาแก๊สกับที่ดูดควันให้ ห้องน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ห้องนอนเล็กไม่มี มีแต่ห้องนอนใหญ่มีภาพเขียนติดไว้บนฝาผนัง เออ..ก็แปลกดีนะห้องนี้มีของแถมให้หลายรายการเลย ห้องอื่นมีเหมือนเราหรือเปล่านะ” หญิงสาวยืนพึมพำพลางก้าวเท้าเข้าไปมองภาพเขียนดังกล่าวใกล้ๆ

ในขณะที่หญิงสาวกำลังยืนมองภาพเขียนตรงหน้าด้วยความชื่นชม เธอกลับมีความรู้สึกดูเหมือนว่าภาพวาดดังกล่าวมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

“ทำไมภาพนี้มันเหมือนวาดไม่เสร็จอย่างนั้นเหรอ แต่ไม่ใช่สิคล้ายกับว่ามีภาพวาดที่จะต้องต่อจากภาพนี้ออกไปอีก แสดงว่าภาพนี้จะต้องใหญ่กว่านี้แน่นอนเลย” หญิงสาวพูดพลางมองไปทางตะปูที่เจาะเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราวกับว่ากำลังรอภาพส่วนที่เหลือมาแขวนต่อจากกัน

จ้าวย่าเจินยกมือขึ้นกอดอกมองภาพดังกล่าวอยู่เพียงครู่ก่อนจะนึกถึงภาพวาดที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา

ร่างเล็กหันหลังกลับเดินออกจากห้องนอนใหญ่อย่างรวดเร็วเดินตรงไปที่ชั้นวางซึ่งมีของขวัญที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่ที่ผ่านมา ก่อนจะแกะกระดาษสีน้ำตาลที่ห่อภาพวาดดังกล่าวออกจนเผยให้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับภาพดังกล่าวปรากกฎอยู่ตรงหน้า

“ภาพวาดคล้ายที่พักอะไรสักอย่าง ดวงจันทร์วาดซะเหมือนจริงเลย ดอกไม้สีขาวโปรยปรายก็วาดซะเหมือนมีชีวิตรายละเอียดสีคล้ายกับภาพวาดที่อยู่ในห้องเลยหรือว่าภาพนี้จะเป็นชิ้นที่เหลือต้องนำมาต่อติดกันจริงๆ” จ้าวย่าเจินพูดพลางครุ่นคิดตามก่อนจะรีบก้าวเดินกลับไปที่ห้องนอนใหญ่ตามเดิม

และทันทีที่นำภาพวาดที่อยู่ในมือมาวางต่อกันซึ่งเป็นภาพขนาดใหญ่เป็นแนวตั้ง ความสูงของภาพเท่ากับประตูห้องนอนคือสองร้อยเซนติเมตรและมีความกว้างขนาดหนึ่งร้อยยี่สิบเซนติเมตรเลยทีเดียว

“โอโห่! ภาพนี้สูงกว่าตัวคนอีกทำราวกับว่าวาดถอดแบบออกมาจากของจริงเลย ยิ่งมองเหมือนกับว่ามีชีวิตเลยแฮะหรือว่าเราตาฝาดไปเองหรือเหล่านะ” หญิงสาวบ่นพึมพำ

ในขณะที่สายตากำลังจับจ้องส่วนอื่นๆ ของภาพวาดอยู่ในขณะนั้น ก็เหลือบไปเห็นเหนือบานประตูที่ปรากฏอยู่ในภาพวาดปรากฏป้ายชื่อที่ติดอยู่เหนือบานประตูดังกล่าวเขียนเป็นอักษรจีนเก่าที่ไม่มีใครในยุคสมัยปัจจุบันสามารถอ่านออกได้ ซึ่งจะมีเพียงผู้เชี่ยวชาญทางด้านอักษรโบราณจากกองโบราณคดีเท่านั้นจึงจะแปลความหมายดังกล่าวออกมาได้ว่าแท้จริงแล้วสถานที่ในภาพวาดนั้นคือแห่งหนใด

แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันพลันบังเกิดขึ้น ในขณะที่สายตาของจ้าวย่าเจินมุ่งความสนใจไปที่ส่วนอื่นของภาพวาด อักษรจีนโบราณจากยุคเก่าในภาพเขียนดังกล่าวกลับแปรเปลี่ยนไปทันที กลับกลายเป็นอักษรจีนที่คนในยุคปัจจุบันสามารถอ่านออกได้ขึ้นมาทันใดอย่างน่าอัศจรรย์

โดยที่จ้าวย่าเจินซึ่งกำลังยืนชื่นชมภาพวาดอยู่ในขณะนั้นก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นเพราะสายตาจับจ้องอยู่แต่ภาพผู้ชายตรงหน้า สวมชุดโบราณสีดำทะมึนเกล้าผมยกสูงยืนเอามือไพล่ไว้ทางด้านหลัง หญิงสาวเห็นภาพชายที่อยู่ในภาพเขียนกำลังยืนหันหลังให้ในลักษณะนั้นราวกับว่าเขากำลังยืนมองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าอยู่พร้อมกันกับเธอ

ภาพวาดของชายคนดังกล่าวสวมอาภรณ์โบราณของชนชั้นสูง สังเกตจากกวานที่ใช้ครอบมวยผมนั้นมีลักษณะสวยงามกว่าชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแต่คุณหมอสาวคนสวยหรือจะสนใจเพราะเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์มาหาใช่เรียนรู้ทางด้านโบราณคดีจึงจะสามารถวิเคราะห์ในเชิงประวัติศาสตร์ได้

ชายในภาพวาดยืนอยู่ในระยะไกลกำลังมองตำหนักตรงหน้าท่ามกลางแสงจันทราดวงใหญ่ที่สาดแสงในยามราตรีกาล ก่อนจะเหลือบสายตาเห็นป้ายชื่อที่แปรเปลี่ยนจากอักษรโบราณเป็นอักษรจีนสมัยใหม่

“ตำหนักเย่วเชียง!!!” จ้าวย่าเจินอ่านป้ายชื่อที่ติดอยู่เหนือบานประตูทางเข้าด้วยความแปลกใจ

“สิ่งปลูกสร้างในภาพนี้เป็นตำหนักโบราณอย่างนั้นเหรอ! ตำหนักเย่วเชียงความหมายตรงตัวก็คือตำหนักพระจันทร์ ถึงว่าทำไมมีดวงจันทร์อยู่ในภาพวาดนี้ด้วย แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครทำไมมายืนหันหลังให้กับภาพวาดแบบนี้ด้วยนะ ตอนจิตรกรกำลังวาดไม่ให้หลบไปก่อนอย่างนั้นเหรอ...แปลกจังเลยแฮะ”

หญิงสาวยืนบ่นพึมพำก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือกดสั่งเฟอร์นิเจอร์ซึ่งเป็นชุดห้องนอนพร้อมคิดหาตำแหน่งวางคร่าวๆ เอาไว้ในใจพลางเหลือบสายตามองภาพเขียนดังกล่าวอยู่เป็นระยะ

“แปลกจังเลยแฮะ ทำไมเราถึงได้รู้สึกว่าภาพวาดตำหนักเย่วเชียงยิ่งมองยิ่งเหมือนเข้ามาใกล้มากขึ้นด้วยนะ เมื่อครู่ยังรู้สึกว่าเหมือนจะอยู่ไกลกว่านี้อีก” หญิงสาวพูดพลางเกาศีรษะตัวเองไปมาก่อนจะเพ่งมองภาพวาดตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจอีก

เวลาผ่านไปกว่าห้านาทีจ้าวย่าเจินได้แต่ส่ายใบหน้าตัวเองไปมาเมื่อรู้สึกว่าได้ทดลองอะไรบ้าบออะไรก็ไม่รู้ลงไป พลางเดินถอยหลังออกมาจากห้องนอนใหญ่อย่างช้าๆ

“ท่าทางเราจะประสาทแน่เลย ยืนมองภาพวาดตำหนักโบราณนั้นอยู่ได้เป็นนานสองนานก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือเป็นเพราะว่าเมื่อคืนมัวแต่เก็บของทำให้พักผ่อนน้อยไปหน่อยหรือเปล่า” หญิงสาวบ่นพึมพำพลางก้าวเดินออกจากห้องนอนโดยไม่สนใจอะไรอีกเพื่อออกไปข้างนอกหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น

ทันทีที่ร่างของจ้าวย่าเจินก้าวออกไปจากห้องนอนดังกล่าว ภาพวาดตำหนักโบราณเริ่มแปรเปลี่ยนไปทันที

เมื่อดวงจันทร์ที่อยู่ในภาพวาดเริ่มทอแสงเรืองรองออกมา ดอกไม้นานาพรรณที่อยู่ในภาพวาดดังกล่าวก็เริ่มโอนเอนไปมาตามกระแสลมที่พาดผ่านรวมไปถึงเสื้อผ้าของบุรุษที่อยู่ในภาพวาดก็เริ่มสะบัดพลิ้วไหวไปมาตามกระแสแรงลม

ภาพวาดของผู้ชายสวมชุดโบราณสีดำทะมึนค่อยๆ เคลื่อนไหวไปมาเขากำลังก้าวเดินตรงไปที่ตำหนักตรงหน้า ก่อนจะหันใบหน้าที่เห็นเพียงด้านข้างเท่านั้นพร้อมรอยยกยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้น เมื่อตำหนักเย่วเชียงสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเสียงเอ็ดอึงดังออกมาจากภาพวาดดังกล่าว

“หมอหลวง! รีบไปตามหมอหลวงมาโดยเร็วพระชายาไม่ไหวแล้ว! หมอหลวง!!!” เสียงเรียกหาหมอหลวงดังกึกก้องประหนึ่งว่าดังอยู่ในความฝัน หากแต่ความเป็นจริงแล้วดังออกมาจากภาพวาดดังกล่าว

พรึบ! บริเวณส่วนใบหน้าของจ้าวย่าเจินโผล่อยู่ตรงหน้าประตูอย่างรวดเร็วด้วยเพราะเธอได้ยินเสียงเมื่อครู่อย่างชัดเจน

“เสียงใครเรียกหาหมอหลวง!” หญิงสาวพูดพลางใช้สายตาสำรวจไปทั่วห้องนอนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

“หูฝาดอย่างนั้นเหรอ! ดูท่าสงสัยฉันรีบต้องกินข้าวเช้าเสียแล้วกระมัง นี่มันก็เก้าโมงแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเราไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนถึงตอนนี้ก็เลยรู้สึกหิวจนหูอื้อตาลาย ทำให้เห็นและได้ยินในสิ่งที่ไร้สาระสิ้นดี” จ้าวย่าเจินกล่าวพร้อมยักไหล่ไหวมาพลางส่ายหน้าไปมาติดต่อกัน

ติ๊งต๊อง! ติ๊งต๊อง! เสียงออดหน้าประตูห้องพักดังกึกก้องขึ้นภายในห้องพักของคุณหมอคนสวย และนั่นทำให้จ้าวย่าเจินหันกลับไปมองประตูห้องของพักของเธอพร้อมให้ความสนใจอยู่กับผู้ที่กำลังมาเยือนอยู่ในขณะนี้

“เฟอร์นิเจอร์มาส่งครับ!” เสียงร้องเรียกของพนักงานส่งของและติดตั้งจากศูนย์เฟอร์นิเจอร์ที่หญิงสาวไปเลือกซื้อเอาไว้ล่วงหน้าและให้นำมาส่งที่ห้องพักในวันนี้

“สักครู่นะคะ” หญิงสาวตอบรับกลับไปพลางก้าวเดินไปเปิดประตูห้อง ซึ่งพนักงานส่งของและพนักงานติดตั้งกำลังยืนรออยู่จำนวนสี่คน พร้อมเริ่มลำเลียงเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาส่งและยื่นใบตรวจสินค้าเพื่อให้คุณหมอคนสวยทำการตรวจสอบสินค้าอีกครั้ง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
8.6
โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
หน้าปกนวนิยาย หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน คู่ชีวิตเบต้าของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำหลังถูกหมาป่าทำร้าย เขาลืมเลือนว่าฉันกำลังตั้งครรภ์และหันไปหาเอเวลิน แกมม่าสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นรักแท้ พร้อมดูแคลนว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่คู่ควร เมื่อความรักพังทลาย ฉันจึงยอมยกเลิกพันธะเพื่อให้เขาได้สมหวัง ทว่าในวันที่ฉันเข้าพิธีแต่งงานกับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับมาทวงถามถึงลูกด้วยความคลุ้มคลั่ง ฉันจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย บัดซบสิ้นดี! เกิดใหม่ทั้งทีกลับต้องอุ้มท้องให้ทรราช
7.8
จ้าวเหม่ยต้องพบจุดจบอันคาดไม่ถึงเมื่อเครื่องทำน้ำอุ่นขัดข้องจนช็อตเธอเสียชีวิตขณะกำลังอ่านนิยายและก่นด่าตัวเอกที่เป็นทรราชผู้โหดเหี้ยม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งวิญญาณของเธอให้มาเกิดใหม่ในร่างพระสนมของทรราชคนนั้นพอดี ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นเธอต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกเดิมหรือยอมจำนนต่อโชคตาที่ต้องอุ้มท้องทายาทให้กับชายที่เธอเคยตราหน้าเอาไว้ มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและบทสรุปที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
หน้าปกนวนิยาย บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
Li Mengyao is reborn into the body of a twelve-year-old girl just as her mother, a naive concubine, is framed and banished from the Li estate for causing a miscarriage. Armed with the Purgatory Jade Bracelet that followed her from death, she must navigate a new life in exile. While the Li family sacrifices them to appease a powerful clan, Mengyao’s arrival with a mystical artifact changes everything. No longer a timid child, she faces the harsh reality of her abandonment with newfound power.
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักบรรพกาล : ภาคองค์ชายเก้ากับพระสนมบ้า
8.7
เมื่อศิลาสวรรค์ลิขิตให้เหวินฉางเทียนจวิน มหาเทพผู้ครองสามโลกต้องคู่กับเจียงอิ้งเยว่ มนุษย์สาวผู้ต่ำต้อย ทว่าหยกจันทราและด้ายแดงกลับแตกสลายจนวาสนาขาดสิ้น มหาเทพจึงจุติเป็นองค์ชายจ้าวเฟยหลงเพื่อตามหาสิ่งวิเศษและเผชิญวิบากรักกับนางผู้ถูกสาปให้เป็นแมวสีขาวในยามกลางวัน ความแตกต่างระหว่างเทพและมนุษย์ท่ามกลางคำสาปเผ่ามารจะสั่นสะเทือนสวรรค์และเปลี่ยนโชคชะตาที่เคยพลัดพรากให้สมหวังได้หรือไม่ในตำนานรักสี่พันปีนี้
หน้าปกนวนิยาย มงกุฎเลือด
9.8
หลังถูกคนรักและน้องสาวทรยศจนตายในสนามรบ นางได้โอกาสเกิดใหม่เพื่อทวงคืนความแค้น นางสละทิ้งเกียรติยศที่ถูกขโมยและคู่หมั้นชั่วช้าเพื่อเลือกแต่งงานกับอ๋องอวี้ผู้พิการและเย็นชา ท่ามกลางคำดูหมิ่นนางกลับใช้ความสามารถรักษาเขาและร่วมมือกันวางแผนโค่นล้มศัตรูที่เคยทำร้ายนาง เมื่อความจริงเปิดโปงและเขากลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง ทั้งคู่จึงจับมือกันสำแดงอำนาจที่แท้จริงเพื่อสยบคนทั้งแผ่นดินและครอบครองบัลลังก์อย่างสง่างาม