ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แม่หมอแห่งซูโจว

แม่หมอแห่งซูโจว

หลังสูญเสียพ่อแม่ ชุนลี่มี่และน้องชายต้องเผชิญการกดขี่จากญาติพี่น้องอย่างแสนสาหัส จนเธอตัดสินใจประกาศตัดขาดจากตระกูลชุนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามลำพัง โดยมีพรวิเศษและนิมิตจากสวรรค์เป็นเครื่องนำทาง ทว่านิมิตที่เธอเห็นกลับกลายเป็นภาพชวนตกตะลึง เมื่อชายหนุ่มปริศนาไม่ได้ควบขี่พาหนะทั่วไป แต่เขากำลังควบขี่ตัวเธอเอง! เรื่องราวการผจญภัยของแม่หมอสาวที่ต้องใช้พลังลี้ลับปกป้องน้องชายพร้อมกับค้นหาความจริงในพรหมลิขิตสุดคาดคิดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางโชคชะตาที่แปรผัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

หลังจากที่ปักถุงหอมแล้วเสร็จ ลี่มี่ก็เทียวไปขอรับงานจากเรือนผู้ใหญ่บ้านเป็นว่าเล่น เงินที่ได้มานางแบ่งให้ท่านย่าถือเป็นค่าข้าวปลาอาหารของพวกนางหนึ่งในสามส่วน อีกสองส่วนที่เหลือแอบเก็บเอาไว้ แต่ด้วยกลางวันนางต้องทำงานบ้านไปด้วย จึงต้องถ่างตาทำงานปักในตอนกลางคืนแทน

ตั้งแต่บิดาและมารดาจากไปร่วมเดือน สองพี่น้องมิได้อยู่ในเรือนอย่างสงบสุขสักวัน ไม่เพียงแต่ทำงานหาเงิน แต่งานในบ้าน ลี่มี่และลี่หมิงก็เป็นผู้ที่ช่วยกันทำทั้งหมด เด็กน้อยวัยเพียงสี่หนาวมิเคยได้ออกไปเที่ยวเล่น ต้องมาทำงาน เช็ดถูพื้นเรือนทั้งเรือน ส่วนลี่มี่เองก็ต้องทำความสะอาด ตวงน้ำใส่ถัง ทั้งยังต้องเข้าครัวช่วยป้าสะใภ้ ทั้งที่งานบางอย่างเป็นหน้าที่ของซูเม่ยด้วยเช่นกัน แต่นางกลับมิยอมทำ ลี่มี่เคยนำเรื่องนี้ไปเอ่ยกับท่านย่าแล้ว แต่ท่านย่ากลับกล่าวว่านางและน้องชายถือเป็นผู้อาศัย สมควรที่จะตอบแทนบุตรสาวเจ้าของเรือน หลังจากนั้นเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ลี่มี่ที่มิอยากมีปัญหายุ่งยากใจ จึงได้แต่อดทนอดกลั้น ทั้งที่ภายในใจอยากจะตะโกนด่าทั้งหัวหงอกหัวดำ

“พี่มี่เอ๋อร์ นี่คือสิ่งใดหยือ”

“เรียกว่าเข็ม” มือก็ปักผ้าไป ปากบางก็เอื้อนเอ่ยตอบน้องชายไป

“ใช้ทำสิ่งใดหยือ”

“เข็มใช้เย็บปัก เช่นที่พี่ทำนี่อย่างไร งดงามใช่หรือไม่เล่า”

“โอ้! งดงาม งดงาม” น้องชายตัวน้อยยื่นหน้าเข้ามาดูลวดลายบนผ้าที่ลี่มี่กำลังปักอยู่

“อ่า~ มิขนาดนั้นหรอกๆ” ลี่มี่โบกมือปฏิเสธไปมา ทั้งที่สีหน้ามีความภูมิใจเต็มสิบส่วน หลังจากบิดามารดาตายจากไปนานถึงหนึ่งเดือน ลี่มี่และลี่หมิงก็เริ่มมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น แม้จะยังโศกเศร้า แต่ก็ค่อยๆ กลับมาสดใสเช่นเดิมแล้ว

สองพี่น้องพูดคุยกันอย่างสนุกสนานได้ไม่นาน เสียงแหลมของลูกพี่ลูกน้องอย่างซูเม่ยก็ดังขึ้น

“ลี่มี่ ข้าหิว! เจ้ามีสิ่งใดให้ข้ากินหรือไม่”

เอ่อ ที่ว่าสดใส ก็คงมีเพียงตอนที่อยู่กับน้องชายสองคนเท่านั้น

ลี่มี่จำใจทิ้งน้องชายให้นั่งเล่นในห้องและลุกขึ้นไปเข้าครัว ทำขนมง่ายๆ ให้ซูเม่ยทาน ซูเม่ยมักเรียกใช้นางเช่นนี้เสมอ คราแรกลี่มี่ก็ปฏิเสธ แต่ก็เป็นเช่นเดิม ท่านย่าใหญ่กล่าวว่านางและน้องชาย อาศัยข้าวปลาที่ท่านลุงหามา กินอยู่ประทังชีวิต จึงควรตอบแทนเสียบ้าง ลี่มี่จึงมิอาจโต้เถียงสิ่งใดได้ ยอมทำงานบ้านแทนซูเม่ย ยอมกระทำตนเยี่ยงบ่าวรับใช้ของลูกพี่ลูกน้อง

“อ่อ ท่านพ่อบอกให้ท่านแม่ไปดูตาข่ายดักปลาที่วางไว้ริมแม่น้ำ เจ้าช่วยไปดูแทนที” ซูเม่ยยืนกอดอกมองลี่มี่ที่กำลังทำขนมอย่างคล่องแคล่ว

“อืม ข้าจะไปดูให้” ลี่มี่เอ่ยตอบรับเพียงเท่านั้นก็หันมาสนใจขนมที่ทำต่อ ใบหน้าเรียบนิ่งมิรู้สึกรู้สาของลี่มี่ ทำให้ซูเม่ยที่ตั้งใจกลั่นแกล้งนั้น เสียอารมณ์มิน้อย เดิมทีนางคิดว่าลี่มี่คงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่ถูกนางสั่งให้ทำนั่นทำนี่

“ทำสิ่งใดกันหรือ” เด็กสาวทั้งสองหันไปตามเสียงแหบของผู้เป็นย่า ลี่มี่มิได้เอ่ยตอบสิ่งใด เพียงหันกลับมาทำขนมให้ซูเม่ยต่อ เพราะนางรู้อยู่แก่ใจว่าคำถามนั้น ท่านย่าคงจะเอ่ยถามซูเม่ยมากกว่า ด้านซูเม่ยเมื่อเห็นว่าย่าของตนเดินมา ก็เข้าไปออดอ้อนทันที

“ลี่มี่อยากทานขนม นางจึงมาทำขนมทานเองเจ้าค่ะ เม่ยเอ๋อร์พยายามห้ามแล้ว เพราะเงินทองหายากนัก แต่…นางมิยอมฟังเจ้าค่ะ” ซูเม่ยตีหน้าเศร้าต่อหน้าย่าของตน ลี่มี่ที่ได้ยินดังนั้นถึงกับอ้าปากหวอ งุนงงกับสิ่งที่ซูเม่ยเอ่ยออกมา

มิใช่ว่านางอยากกินหรอกหรือ เอ่ยเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร

ช่วงนี้ชุนฉือเองก็เคร่งเครียดเรื่องเงินทอง ที่สูญเสียไปกับการจัดพิธีศพ และรายได้ที่ลดลงของครอบครัวจึงดุด่าลี่มี่ โดยมิคิดถามไถ่

“ลี่มี่! เจ้ามิรู้หรือว่าครอบครัวมีค่าใช้จ่ายมากมาย เหตุใดจึงนำเครื่องครัวมาทำขนมทานเล่นเช่นนี้ เพียงจะใช้ทำอาหารแต่ละมื้อก็มิพออยู่แล้ว”

“เป็นซูเม่ยที่สั่งข้า-”

“ยังจะนำซูเม่ยมาอ้างอีกหรือ ไปเลยนะ! ออกไปดูตาข่ายดักปลาเสีย วันๆ มิทำสิ่งใด ขลุกตัวอยู่แต่ในห้อง” เสียงก่นด่าของชุนฉือ ทำให้ลี่มี่แทบอยากอาละวาดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำได้เพียง…

ใจเย็น อดทนไว้ อดทน…เอาไว้…

ร่างบางขบกรามข่มอารมณ์ของตน พลางลุกขึ้นเดินกระฟัดกระเฟียดกลับห้องนอนตนเอง เมื่อกลับมาถึง ลี่มี่ก็ตรงเข้าไปซุกหน้าเข้ากับหมอนใบใหญ่

กรี๊ดดดดดดด! อ๊ากกกกกก! ย้า!

เสียงกรีดร้องระบายอารมณ์โมโหของลี่มี่ มิได้ดังหลุดลอดออกไป มือบางทั้งสองทุบลงบนหมอนอย่างอัดอั้น เมื่อระบายอารมณ์จนพอใจก็ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เข้าที่ เตรียมจะออกไปดูตาข่ายดักปลาที่แม่น้ำท้ายหมู่บ้าน แต่…

“พี่มี่เอ๋อร์ คันจมูกหยือ น้องเห็นพี่เอาหน้าถูหมอนไปมา ยุงกัดใช่หยือไม่” ลี่หมิงนั่งมองพี่สาวตาแป๋ว เด็กน้อยคิดว่าพี่สาวคงจะคันจมูก เพราะยามที่เขาคันจมูก เขาก็ชอบเอาหน้าถูไถกับหมอนเช่นกัน

“เอ่อ แหะ ใช่ๆ พี่คันจมูก…ประเดี๋ยวพี่จะไปดูตาข่ายดักปลา อาหมิงของพี่ไปเล่นกับอาเป่าก่อนได้หรือไม่”

“พี่มี่เอ๋อร์ไปนานหยือ แล้วจะกลับมาหยือไม่”

“ไม่นาน เพียงสองเค่อ (30นาที) พี่ก็กลับมาแล้ว” มือบางยกขึ้นลูบศีรษะเล็กของน้องชาย เด็กน้อยตรงหน้าคงกลัวว่า นางจะหายไปเช่นท่านพ่อกับท่านแม่

“ขอยับ น้องจะไปอยู่กับอาเป่าก่อน”

“เด็กดีๆ” ลี่มี่ยกยิ้ม มองตามหลังน้องชายที่ถือของเล่นออกจากห้องไปเล่นกับชุนเป่า เด็กน้อยวัยสามหนาวที่เป็นบุตรชายคนเล็กของท่านลุง

“ลี่มี่ชักช้าอันใดอยู่! วันนี้ข้าจะได้กินปลาหรือไม่” เสียงแหบตะโกนดังลอดเข้ามาในห้องนอนของลี่มี่

“เจ้าค่ะท่านย่า!…เฮ้อ!”

เอาเถิด อย่างน้อยก็ถือว่าอดทนเพื่ออาหมิง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JSJ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JSJ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย