
ลิขิตรักบรรพกาล : ภาคองค์ชายเก้ากับพระสนมบ้า
ตอน 3
ซือไฮ่ปาฮวง
ซือไฮ่ปาฮวงคือดินแดนของเหล่าเทพเจ้า อันประกอบไปด้วย สายเลือดมังกร ปกครองอยู่บนสรวงสวรรค์ 9 ชั้นฟ้าทิศอุดรและทะเลทั้ง 4 สายเลือดจิ้งจอกเก้าหาง ปกครอง 5 ดินแดน อันได้แก่ อาคาเนย์ หรดี อีสาน พายัพและบูรพา นอกจากนี้ยังมีสายเลือดหงส์ที่เป็นเทพบรรพกาลเช่นเดียวกับสายเลือดมังกรและสายเลือดจิ้งจอกเก้าหาง
นอกจากนี้ยังมีสายเลือดเทพเจ้าที่แยกออกไปอีก คือสายเลือดปีศาจซึ่งปกครองตัวเองอยู่ในดินแดนทิศประจิมและดินแดนทิศทักษิณ ทั้งสองดินแดนนี้เป็นที่อาศัยของสายเลือดเทพเจ้าฝ่ายมารที่มิอาจไปถึงพระนิพพานได้ ด้วยเพราะยังหลงเหลือกิเลสในทางชั่วร้าย แม้แต่จอมมารคางค่ายประมุขของเผ่าปีศาจที่บรรลุญาณถึงขั้นที่ 8 ก็ยังมิอาจหลุดพ้นจากกิเลสของความอยากเป็นใหญ่ใน 3 โลกหล้า จึงมิยอมที่จะผสมผสานสายเลือดไปกับเผ่าบรรพกาล ตั้งตนกลายเป็นจอมมารปีศาจไม่ขึ้นตรงกับสายเลือดสวรรค์
ดินแดนซือไฮ่ปาฮวงดังกล่าวล้วนอยู่ใต้อาณัติของเหวินฉางเทียนจวิน ทรงเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้และเป็นมหาเทพแห่งสงครามองค์ปัจจุบัน มีพระชนม์มายุ 220,000 ปี บำเพ็ญตบะจนบรรลุญาณถึงขั้นที่ 8 ทรงได้รับการเลี้ยงดูจากเทพบิดรและเทพมารดาเฉกเช่นเดียวกับเทพจันทรา ตั้งแต่แรกอวตารมาจากดวงจันทร์ ตลอดระยะเวลาหลายแสนปีที่ผ่านมาพระองค์ต้องออกทำศึกสงครามกับเหล่าปีศาจ ณ ทิศประจิมและทิศทักษิณมาโดยตลอด
ด้วยเพราะจอมมารคางค่าย ซึ่งเป็นประมุขของเหล่าปีศาจ และมีอายุถึง 350,000 ปี บำเพ็ญตบะจนบรรลุขั้นที่ 8 จึงทำให้มีอิทธิฤทธิ์ของจอมมาร เต็มไปด้วยพลังมากมายล้นเหลือและทระนงตนคิดว่ามีญาณแก่กล้าอยู่เหนือกว่าจอมเทพเหวินฉาง
หากแต่ญาณตบะฝ่ายมารแตกต่างจากญาณตบะฝ่ายสวรรค์ดั่งฟ้ากับเหว และดั่งนรกกับสวรรค์ฉันใดก็เช่นนั้น จนแล้วจนรอดจอมมารคางค่ายก็มิอาจฝ่าด่านบุกทำลายแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าได้สมความตั้งใจของตน
ตราบเวลาหนึ่งแสนปีที่ผ่านมา จอมมารคางค่ายไม่ยอมก้มหัวสวามิภักดิ์ต่อเหวินฉางเทียนจวิน เพราะต้องการเป็นใหญ่เหนือฟ้าและดินรวมไปถึงครอบครองตลอดทั้ง 3 โลก เป็นเหตุให้กองทัพสวรรค์และกองทัพของเหล่าปีศาจ เปิดฉากต่อสู้และจะต้องให้อีกฝ่ายสยบศิโรราบลงให้แก่ตน
และในยามนี้การต่อสู้ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ใกล้จะปิดฉากลง เมื่อเหวินฉางเทียนจวิน ทรงมีพระบัญชาเรียก 36 ขุนพลของทัพสวรรค์ ตั้งค่ายกลศิลาพิฆาตมารเพื่อหยุดสงครามระหว่างเทพเจ้าและปีศาจ
เมื่อกาลเวลาล่วงเลยเข้าสู่หนึ่งแสนปี เพราะทันทีที่เหวินฉางเทียนจวิน สามารถบรรลุญาณตบะขั้นที่ 9 ได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้พระองค์สำเร็จเป็นมหาเทพนับตั้งแต่สร้างสามโลกนี้ขึ้นมารองเทพบิดรและเทพจันทรา
ทันทีที่พระองค์บรรลุญาณตบะขั้นที่ 9 จึงตั้งพระทัยที่จะเปิดค่ายกลศึกศิลาพิฆาตมาร โดยจะทำการเปิดผนึกศิลาสวรรค์ ซึ่งเทพบิดรได้ทรงร่ายเวทย์ปิดผนึกเอาไว้เมื่อหลายแสนปีก่อน
เมื่อครั้งทรงสร้าง 3 โลกเป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้หยกจันทราคือของวิเศษที่เทพบิดรทรงประทานให้แก่เหล่าเทพเจ้าในเผ่ามังกร เพื่อนำไปใช้ทำลายหมู่มารและปีศาจ รวมไปถึงสรรสร้างสรรพสิ่งให้แก่ 3 โลก
ทว่าการจะร่ายเวทย์เปิดผนึกศิลาสวรรค์ดังกล่าวเพื่อนำหยกจันทรา ซึ่งเป็นของวิเศษจากเทพบิดรมาใช้ปราบจอมมารคางค่ายนั้น จำต้องบำเพ็ญตบะบรรลุถึงขั้นที่ 9 ให้เป็นผลสำเร็จ
เพราะการเปิดผนึกศิลาสวรรค์แต่ละครั้ง หากมิได้บรรลุญาณขั้นที่ 9 แล้วไซร้ นอกจากจะไม่สามารถนำมาใช้ปราบมารได้แล้ว ยังทำให้ดวงจิตต้องแตกดับไปชั่วพริบตาต้องดับขันธ์ก่อนกำหนดเวลาอันสมควรทันที
แต่ถึงกระนั้นแม้จะบรรลุญาณขั้นที่ 9 แล้วก็ตามที หากมิได้ทรงญาณในขั้นที่ 9 ติดต่อกันเป็นเวลาสามพันปีการเปิดศิลาสวรรค์เพื่อนำมาใช้ทำลายหรือสรรสร้างสรรพสิ่งให้แก่สามโลก จะทำให้ผู้ที่ร่ายเวทย์เปิดผนึกนั้นต้องดับขันธ์เช่นกัน
แต่ถ้าทรงญาณได้ตามครบกำหนดสามพันปี จะสูญเสียพลังบำเพ็ญทั้งหมดและเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งการหลับใหลยาวนานถึงหนึ่งแสนปีหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูพลังบำเพ็ญให้หวนกลับคืนมา
และเหวินฉางเทียนจวินก็ทรงเลือกที่จะใช้วิธีเปิดผนึกศิลาสวรรค์ ทั้งๆ ที่ทรงญาณตบะขั้นที่ 9 ได้เพียงแค่หนึ่งร้อยปีเท่านั้น เพื่อทำลายล้างจอมมารคางค่ายให้สูญสิ้นไปจากทิศประจิมและทิศทักษิณรวมไปถึงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปีศาจและมวลหมู่มารไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กและหรือคนชรา
คุณอาจจะชอบ





