ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ก็เด็กมันยั่ว Naughty boy

ก็เด็กมันยั่ว Naughty boy

เมื่อมิถุนาต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มจอมกวนที่ชื่อ ใหญ่ ผู้มาพร้อมถ้อยคำคุกคามและท่าทีรุกหนักจนเธอแทบตั้งตัวไม่ติด แม้เธอจะพยายามผลักไสและอ้างถึงคู่หมั้นเพื่อหยุดยั้งความหยาบคาย แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังตอกย้ำความต้องการอันดิบเถื่อนอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ท่ามกลางการยั่วยุและการปะทะคารมที่ดุเดือด เขาพร้อมจะรุกรานเธอทั้งวันทั้งคืนโดยไม่สนมารยาทหรือความถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

เย็นวันศุกร์

เวลาทุ่มสิบนาที รถเก๋งสัญชาติญี่ปุ่นสีขาวแล่นเข้าไปหมู่บ้านจัดสรรในจังหวัดหนึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก ผ่านทั้งสามซอยแรกที่เป็นบ้านแบบทาวน์เฮาส์ ตรงดิ่งไปยังท้ายซอยอันเป็นบ้านสองชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีพื้นที่จัดสวนให้พอได้หายใจหายคอ เป็นซอยเดียวที่บ้านแปดหลังในซอยนั้นราคาสูงที่สุดในโครงการแต่เพราะความเก่าของโครงการที่เนิ่นนานกว่ายี่สิบปีจึงทำให้บ้านสีขาวมันหม่นลง รั้วคอนกรีตมีรอยกระดำกระด่างตามกาลเวลา

รถยนต์คันนั้นจอดหน้ารั้วของบ้านหลังสุดซอย กดเลื่อนกระจกรถลง หยิบรีโมตประตูรั้วขึ้นมากดและมันค่อย ๆ เลื่อนเปิดอย่างเชื่องช้า เธอกดย้ำ ๆ ราวกับว่ามันจะเลื่อนไวขึ้นหากทำอย่างนั้น แต่ก็ไม่

คิ้วสวยได้รูปเหนือดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด ไม่ใช่แค่เรื่องประตูเลื่อนช้าหรอก แต่เพราะเรื่องอื่นสุมรุมอัดแน่นราวกับเธอเป็นถังขยะใบโตที่เทศบาลลืมมาเก็บ

เธอจอดรถในโรงรถด้านข้างรถยนต์เจ็ดที่นั่งที่พ่อของเธอพึ่งเอาคันเก่าที่พึ่งออกมายังไม่ทันถึงสองปีและแน่นอนว่ายังผ่อนไม่หมดแล้วนำไปเทิร์นคันใหม่มาเมื่อต้นปี ถัดไปเป็นรถยุโรปของแม่ที่ผ่อนไม่หมดเช่นเดียวกัน ถัดไปอีกเป็นรถ SUV สัญชาติญี่ปุ่นที่เสียแล้วไม่ยอมนำไปซ่อม จอดทิ้งไว้แบบนั้น

ส่วนเธอผู้เป็นลูกสาวนั้นโดยปกติจะพักที่คอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงานแล้วกลับบ้านเฉพาะวันหยุดเท่านั้น แต่ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ยังดึงดันจะซื้อรถคนละคัน ทั้ง ๆ ที่ที่ทำงานก็อยู่โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดเดียวกันแท้ ๆ และไอ้รถเจ็ดที่นั่งนั่นก็กินน้ำมันเหลือเกิน แต่ก็อย่างที่พ่อกับแม่พูดเสมอแหละ

“ รถยนต์ทรัพย์สินมันเป็นหน้าเป็นตาให้เราได้นะ แกก็รู้จักซื้อรถยุโรปมาขับบ้าง ไม่งั้นก็เจ็ดที่นั่งก็ได้ นี่อะไร ขับรถเก๋งญี่ปุ่นคันเล็ก ๆ ไม่สมฐานะหัวหน้าฝ่ายเลย ลูกครูทองเปลวน่ะเขาพึ่งออกปาเจโร่ตัวใหม่มา สวยเชียว ”

เป็นหน้าเป็นตา สมฐานะ มีเกียรติ คำคำนี้ที่เธอมักจะได้ยินพ่อกับแม่พูดอยู่เสมอ จนบางครั้งต้องเดินหนีเพราะกลัวจะอ้วกเกียรติและศักดิ์ศรีออกมาเสียก่อน

เธอลงจากรถแล้วเปิดประตูรถด้านหลัง หอบกระเป๋าถือและกระเป๋าแล็ปท็อปไว้ในมือก่อนสาวเท้าผ่านต้นมะม่วงอกร่องที่ทั้งดอกทั้งใบร่วงเกลื่อนอยู่เต็มพื้นโดยปราศจากการกวาดเก็บ ต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบบริเวณบ้างก็เหี่ยวเฉา บ้างก็ยืนต้นตายเพราะขาดน้ำขาดการดูแล

เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม ตาโต ปากนิด จมูกหน่อยภายใต้ใบหน้ารูปไข่ ผิวใสอมชมพูตามธรรมชาติ มันควรจะสดใสตามวัยยี่สิบเก้าขวบปีกำลังเป็นวัยเริ่มต้นชีวิต เป็นวัยผลิบานสู่ผู้ใหญ่ เป็นวัยสร้างอนาคตไฟแรงเจิดจ้า แต่ยามนี้มันกลับหม่นหมองเครียดขึ้ง ดวงตาหม่นแสง ไฟในกายที่มันควรจะโชติช่วงกลับริบหรี่ เธอรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินอายุไปเป็นสิบ ๆ ปี

มิถุนา ศญารัตน์ หรือจูน คือหญิงสาวแบกทุกข์วัยยี่สิบเก้าผู้นี้

เธอสาวเท้าเข้าไปในประตูบ้านไม้สักแกะสลักรูปมังกรราคาเกินครึ่งแสนที่ ท่าน ผอ.ประชา ศญารัตน์ พ่อของเธอพึ่งจะสั่งมาเปลี่ยนเป็นครั้งที่สี่ทั้งที่ประตูเดิมก็ไม่ได้พังเสียหาย เหตุผลก็เพราะว่ารองผู้อำนวยการโรงเรียนพึ่งเปลี่ยนเพื่อฮวงจุ้ยบ้านที่ดี ตัวพ่อของเธอเองที่มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็เลยน้อยหน้าไม่ได้ ต้องสั่งที่ใหญ่กว่าและแพงกว่ามาเปลี่ยนบ้างจึงจะสมฐานะและตำแหน่งอันมีเกียรติ

ไอ้ประตูรีโมตหน้าบ้านนั่นก็เหมือนกัน เธอรู้สึกไม่ชอบใจเลยทั้งราคาที่แพงจนไม่สมเหตุสมผล ทั้งสภาพสินค้าที่ดูมะล้องก๊องแก๊ง ติดตั้งมาสามเดือนแต่ซ่อมไปแล้วสี่ครั้ง เหตุผลแค่เพราะแม่ของเธอต้องการอุดหนุนลูกศิษย์ที่พึ่งเปิดร้านทำประตูรีโมต ลูกศิษย์คนนั้นทั้งชมทั้งสรรเสริญยกยอให้ อาจารย์มนีญา ศญารัตน์ คนสวยและใจดีของศิษย์ลองติดตั้งดู เขาจะลดราคาให้เป็นพิเศษ แม้คนเป็นลูกสาวจะลองสืบค้นในอินเทอร์เน็ตดูแล้วว่าร้านอื่นในย่านจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง พบว่าราคาเบากว่าลูกศิษย์แม่เกือบจะครึ่ง แต่ท่านก็ยืนยันว่าจะติดตั้งกับคนนั้นเพราะเขาบอกว่าสินค้าของเขาคุณภาพดีกว่าที่อื่น

ทั้งพ่อและแม่เป็นแบบนี้มาตลอด ใครจะมาขายอะไรให้ ขอแค่สรรเสริญเยินยอ แค่ป้อนคำหวานให้ถูกจิตถูกใจ ทั้งคู่ก็พร้อมจะทำได้ทุกอย่าง

ซึ่งอันที่จริงแล้วมิถุนารู้ดีว่าเหตุผลหลักที่ทั้งพ่อทั้งแม่เป็นแบบนี้ก็เพราะแค่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ สร้างภาพให้ชาวบ้านชาวช่องเห็นว่าตัวเองดี ร่ำรวย น่านับถือ มีเกียรติอะไรก็ว่ากันไป

หรือที่เรียกง่าย ๆ ประสาชาวบ้านว่า หน้าใหญ่ นั่นแหละ

คนเดียวที่รู้ถึงความข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงของบุพการีก็มีแต่เธอเท่านั้น

เงินเดือนผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษและอาจารย์ชำนาญการพิเศษที่อีกสองปีจะเกษียณอายุนั้นถือว่าไม่ได้น้อย รวมสองคนก็แสนกว่าบาท แต่ใบรับรองเงินเดือนของทั้งคู่เหลือรับจริงไม่ถึงเดือนละสามพันบาทด้วยซ้ำไป

เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะกู้ยืมจนหมดทุกสถาบันการเงิน อย่างเดียวที่ไม่ได้กู้ก็เห็นจะมีแต่ระเบิด

ถามว่าเหลือแค่นั้นแล้วพอใช้ไหม คำตอบคือมันจะพอได้ยังไงล่ะในเมื่อทั้งคู่จมไม่ลง หน้าใหญ่ ออกงานสังคมบ่อย ชุดก็ใส่ซ้ำไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ที่ต้องตัดผ้าไหมแพง ๆ ใหม่ทุกงาน ไหนจะค่ากินค่าอยู่ค่าน้ำค่าไฟค่าน้ำมัน ค่าอื่น ๆ อีกจิปาถะ เลยเกิดการกู้หนี้นอกระบบมาหมุนใช้ เอารถเข้าไฟแนนซ์ เอาที่ไปจำนองหรือไม่ก็ขายกินจนมรดกตกทอดจากปู่ย่าตายายไม่เหลือแล้ว

ภาระทั้งหมดก็เลยตกมาที่เธอ ลูกสาวคนเดียวที่โดนกรอกหูมาตั้งแต่จำความได้ว่าเกิดเป็นลูกต้องกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ไม่อย่างนั้นจะเป็นบาป ตกนรกหมกไหม้ชั่วกัปกัลป์ ทำงานได้เงินแล้วก็ต้องเอามาจุนเจือครอบครัวบำรุงดูแลพ่อแม่

มิถุนาไม่ติดใจเลยที่จะต้องกตัญญูดูแลพ่อแม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือแม้จะลำบาก แม้รู้ดีว่าหนี้ท่วมหัว เงินเดือนไม่พอใช้แต่ทั้งคู่ก็ยังจมไม่ลง ใช้จ่ายเงินฟุ้งเฟ้อเกินตัว หาเงินมาให้เท่าไหร่ก็ถมไม่เต็ม เหมือนเทน้ำลงบนผืนทรายละลายหายไปในชั่วพริบตา แต่ถ้าไม่มีให้ก็จะหาว่าเป็นลูกทรพี

คำถามในใจของมิถุนาที่มีมาตลอด คือคนเป็นลูกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ แม้ว่าทั้งคู่จะทำเรื่องแย่กับคนเป็นลูกอย่างไรก็ตามงั้นหรือ ?

ตั้งแต่จำความได้ตั้งแต่อนุบาล มิถุนาต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ตื่นเช้ามาต้องกวาดถูบ้านก่อนไปโรงเรียน เย็นกลับมาต้องรดน้ำต้นไม้ หุงข้าว ล้างจาน โตขึ้นมาอีกนิดเข้าชั้นประถมพอที่จะใช้ไฟได้ก็ต้องรับหน้าที่หัดทำกับข้าวด้วย เสาร์อาทิตย์อย่าหวังจะได้ไปเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านเหมือนเด็กทั่วไป เพราะเธอต้องซักรีดเสื้อผ้าของคนทั้งครอบครัว ทำความสะอาดบ้านขนานใหญ่ทั้งนอกและในบ้าน ตัดต้นไม้ ตัดรั้ว และอีกจิปาถะ

และอีกเหตุผลที่พ่อแม่ไม่ให้เธอไปเล่นกับเพื่อน ๆ ก็เพราะว่า เธอเป็นลูกใคร จะไปเล่นกับลูกชาวบ้านสกปรกมอมแมมได้ยังไง มันไม่สมเกียรติลูกสาวอาจารย์และท่าน ผอ.

ซึ่งมิถุนาเองก็ไม่เข้าใจว่าชาวบ้านชาวช่องเขาไม่มีเกียรติตรงไหน เกียรติไม่ได้ขึ้นอยู่แค่หน้าที่การงานหรือตำแหน่ง เกียรติไม่อยู่ที่อายุหรือผมหงอกบนศีรษะ แต่เกียรติขึ้นอยู่กับการกระทำของคนคนนั้นต่างหาก

บ่อยครั้งที่เด็กหญิงมิถุนาตัวน้อยนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ลำพังเพราะพ่อแม่ไปออกงานกลับบ้านดึก เสาร์อาทิตย์ก็แทบไม่อยู่ติดบ้าน ทิ้งเงินไว้ให้เธอร้อยสองร้อยให้ใช้จ่ายทั้งอาทิตย์ก็มี ขอเพิ่มก็โดนด่าหาว่าใช้จ่ายไม่ประหยัด พ่อแม่มีหนี้มีสินกว่าจะสร้างตัวมาได้ขนาดนี้

เด็กหญิงมิถุนาเรียนรู้ที่จะประหยัดอดออม เมนูประจำบ้านคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่ เรียนรู้ที่จะปลูกผักสวนครัวไว้หลังบ้านเพื่อที่จะนำมาผัดใส่ไข่ราดข้าวกินบ้าง ขนมขบเคี้ยวอย่าไปใฝ่ฝันถึง

เพราะความไม่ค่อยมีเพื่อนทำให้มิถุนาชอบขลุกอยู่ในห้องสมุด อ่านหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่า เจอสูตรผักชุบแป้งทอดกรอบก็ลองเอามาทำดูบ้าง รู้สึกว่ามันอร่อยแทนขนมขบเคี้ยวได้ ก็เริ่มประยุกต์เอาโน่นเอานี่มาชุบแป้งทอด หัดทำอาหารจากสูตรในหนังสือที่พอจะหาวัตถุดิบง่าย ๆ ได้ พอได้คลายความอยากและความเหงาของเด็กน้อยได้บ้าง

แต่ก็นั่นแหละ มันช่วยได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม สุดท้ายเธอก็เป็นแค่เด็กที่ต้องการความรักความอบอุ่นในครอบครัวเหมือนคนอื่นเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยา 72 ชั่วโมง
8.6
ลดาตัดสินใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับพ่อเลี้ยงโอบด้วยความเต็มใจ แม้จะรู้ดีว่าเขาแต่งงานกับเธอเพียงเพราะความจำเป็นและไร้ซึ่งเยื่อใย โอบเคยให้คำมั่นกับปีใหม่คนรักของเขาว่าจะไม่แตะต้องภรรยาทางนิตินามคนนี้เด็ดขาด ทว่าความเร่าร้อนในคืนที่พลั้งเผลอกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป ความเสน่หาที่เกิดขึ้นทำให้เขาเริ่มโหยหาและบุกเข้าหาลดาอย่างไม่อาจห้ามใจ จนทั้งคู่ต่างจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจถอนตัวได้ แต่เส้นทางรักครั้งนี้กลับไม่ได้ราบรื่นและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่รอพิสูจน์หัวใจของคนทั้งสอง
หน้าปกนวนิยาย จากเบี้ยของเขา สู่ควีนของเธอ
9.2
คีรติ นักข่าวสาวผู้ดื้อรั้นจำต้องยอมเป็นคนในลับของอธิป ซีอีโอผู้เย็นชาเพื่อความอยู่รอด แต่ความเร่าร้อนกลับเป็นเพียงแผนการที่เขาใช้เพื่อฝึกให้เธอเชื่องเพื่อผู้หญิงอีกคน เมื่อเขาเลือกปกป้องกมลาและปล่อยให้เธอเผชิญอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในอุบัติเหตุร้ายแรง คีรติจึงตระหนักว่าตนเองเป็นเพียงหมากที่ถูกสังเวย เธอตัดสินใจเผาทุกอย่างทิ้งแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับมหาเศรษฐีอีกคน ทิ้งอดีตที่แตกสลายไว้เบื้องหลังเพื่อแก้แค้นชายที่ทรยศหัวใจเธออย่างเลือดเย็น
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักดวงใจมาร
8.4
บุษกรต้องทนทุกข์ในฐานะนางบำเรอของนาวี ชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจที่กักขังเธอไว้เพียงเพื่อสนองความใคร่ของตนเอง แม้เธอจะพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อถามถึงเหตุผลที่เขาทำร้ายจิตใจกันอย่างทารุณ แต่นาวีกลับตอบอย่างเย็นชาว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจนกว่าเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักจริงๆ คำพูดที่แสนร้ายกาจนี้เปรียบเสมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของบุษกร ย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าสำหรับเขาแล้ว เธอเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่เขายังไม่นึกเบื่อเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายๆของนายเจ้าชู้
8.2
ลินต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ยากจะทนไหวเมื่อเธอตัดสินใจมาหาลีโอ ชายหนุ่มพยายามปลอบประโลมเธอด้วยรอยจูบและคำพูดที่ขอให้เธออดทนอีกนิด แม้ว่าหญิงสาวจะร่ำไห้สะอื้นและวิงวอนให้เขาหยุดสิ่งที่ทำอยู่ แต่ลีโอกลับปฏิเสธโดยอ้างว่าเขายังไม่สามารถหยุดได้ในตอนนี้ ความเสียใจทำให้ลินตัดพ้อในความใจร้ายของเขาและรู้สึกผิดหวังที่พาตัวเองมาพบกับสถานการณ์ที่บีบคั้นอารมณ์เช่นนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งของความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์สวงมาเฟียแค้นรัก (mafia bluff love) ต่อภาคจาก สงครามรักต่างแดน
9.2
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ไร้การป้องกัน แคทรินต้องเผชิญกับข้อความดูถูกจากชายหนุ่มที่สั่งให้เธอทานยาคุมฉุกเฉินเพื่อตัดปัญหาเรื่องลูกที่เขาไม่ต้องการ ด้วยความเจ็บปวดจากการถูกตราหน้าว่าร่านและไร้ค่า เธอจึงตัดสินใจโต้กลับด้วยความเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่มีวันอ้อนวอนขอความรับผิดชอบจากเขาเด็ดขาด พร้อมประกาศกร้าวว่าหากตั้งครรภ์จริงเธอก็พร้อมจะกำจัดมารหัวขนทิ้งไปเสีย ความสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งพังทลายลงเหลือเพียงคนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกันเพียงเท่านั้น