
สนมใบ้ ไร้ศักดิ์
ตอน 3
หินก้อนเล็กก้อนใหญ่ถูกปาเข้าใส่มือสังหารแม่นเหมือนจับวางหินหลายก้อนถูกปาเข้าที่ศรีษะใบหน้าและลำตัว
“อย่า เสี่ยวเจิ้งหนีไปกันเถอะ”
แต่เสี่ยวเจิ้งหาสนใจคำพูดของจงหลินไม่ มือสังหารชะงักมือยกมืออีกข้างขึ้นกุมศรีษะที่มีเลือดไหลอาบเพราะก้อนหินก้อนไม่เล็กนักจากฝีมือการปาหินของเสี่ยวเจิ้ง คราวนี้จงหลินจึงช่วยปาก้อนหินเข้าใส่มือสังหารจนหนีกระเจิดกระเจิง
เสี่ยวเจิ้งวิ่งเข้าไปพยุงร่างสูงที่กำลังจะล้มลง ชิงกวานอ๋องปรายตามองเสี่ยวเจิ้งก่อนที่สติจะดับวูบลงไป
“ท่านอา ชิงกวานอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง”
อู๋อินเฉิงก้าวขายาวๆด้วยความเร่งรีบยังจวนชิงกวานอ๋อง ร่างสูงวัยกลางคนนอน บนแท่นนอน มีหมอหลวงกำลังตรวจดูอาการบาดเจ็บ นางกำนัลและองค์รักษ์ต่างรายล้อม
“ฝ่าบาท”
ขยับกายลงจากแท่นนอนแต่อู่อินเฉิงพยุงไว้เสียก่อน
“ท่านอาไม่ต้องลำบากท่านกำลัง บาดเจ็บ”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท กวานชิงอ๋องบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยไม่ได้สาหัสอะไรคมกระบี่ไม่ถูกจุดสำคัญ”
“ใครกันช่างทำเรื่องร้ายแรงเพียงนี้”น้ำเสียงขุ่นเคือง
“การเดินมาเพื่องานราชพิธีบวงสรวงบรรพบุรษในครั้งนี้ ข้าชิงกวานอ๋องคิดไว้แล้วว่าต้องมีผู้ปองร้าย”
“ท่านอาหลานสัญญาจะสืบสวนตามหาคนที่ …ลอบทำร้ายท่านอาให้จงได้”
“ในครั้งนี้หากไม่ได้เสี่ยวเจิ้ง และจงหลินมาช่วยไว้ ข้าชิงกวานอ๋องคงกลายเป็นผี”
“คงต้องปูนบำเน็จให้คนผู้นั้น”
“ข้าชิงกวานอ๋องไร้ผู้สืบสกุลหามีบุตรชายคงจะต้องสู่ขอนางมาเป็นสะใภ้ ตอนนี้จึงทำได้เพียงนำนางมาเลี้ยงดูในตำแหน่งบุตรีบุญธรรม”
อู๋อินเฉิงยิ้ม บางๆ
“ดียิ่งแล้วท่านอาจะได้มีคนคอยดูแล แต่ทว่าคงต้องสืบหาชาติกำเนิดกันเสียหน่อยเกรงว่าจะเป็นคนที่ตั้งใจเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์เพราะท่านอาเป็นถึงชิงกวานอ๋อง”
ชิงกวานอ๋อง ยิ้ม
“เด็กคนนี้ ในสายตาชิงกวานอ๋องคงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เพราะนางไม่ลังเลที่จะช่วยคนใกล้ตายเช่นข้า”
"ท่านแม่ ต้องเรียกเสี่ยวเจิ้งว่าคุณหนูได้แล้วท่านอ๋องหายจากอาการบาดเจ็บ ท่านอ๋องจะจัดงานเปิดตัวบุตรีบุญธรรม"
ป้าจงอ้าปากค้าง
"เป็นวาสนาของเจ้าแล้ว สวรรค์คงเห็นใจเจ้าลำบากมาไม่น้อยดีแล้วต่อไปข้ากับหลินลี่จึงวางใจ"
จงหลินพยักหน้ากุมมือเสี่ยวเจิ้งที่ส่ายหน้าไปมา ส่งภาษามือให้เข้าใจว่าหากทั้งจงหลินและป้าจงไม่อยู่ที่นี่ด้วยกัน เสี่ยงเจิ้งก็ไม่อยู่
จงหลิน จับให้เสี่ยวเจิ้งนั่งลงแปรงผมให้ช้าๆ
“ดูนี่ ดูใบหน้างดงามของเจ้าก่อนเเสี่ยวเจิ้ง ทุกอย่างเป็นเพราะสวรรค์กำหนดไว้แล้ว ว่าเจ้าจะต้องเป็นบุตรีบุญธรรมของท่านอ๋อง”
“พวกเจ้าก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่ คอยดูแลเสี่ยวเจิ้ง นางอาภัพพูดไม่ได้บางทีพวกเจ้าอาจเข้าใจที่นางพูดแล้วส่งต่อมายังข้า”
องครักษ์ข้างกายหยวนกังเข็นรถเข็นที่ชิงกวานอ๋องนั่งบนนั้นเข้ามาในห้อง เสี่ยวเจิ้ง จงหลินและป้าจงต่างย่อกายลงตรงหน้าอย่างอ่อนช้อย
“เสี่ยวเจิ้ง ข้าไม่ส่งสาวใช้ให้เจ้าเพราะกลัวว่าเจ้าจะอึดอัด ให้แม่นางจงแม่ลูกคอยดูแลเจ้า ข้าคิดว่าเจ้าก็คงต้องการเช่นนี้ พรุ่งนี้ให้ช่างตัดอาภรณ์ชุดใหม่ให้พวกเจ้าเข้ามาวัดตัวในจวนอ๋อง และให้ร้านเครื่องประดับนำเครื่องประดับมาเยอะหน่อยให้พวกเจ้าเลือก”
“ขอบคุณท่านอ๋อง”
จงหลินเอ่ยปากแทนคนทั้งหมด ที่ย่อกายลงพร้อมกันอีกครั้ง
“เฮ้อ สมบัติมากมายของข้าเวลาใกล้จะตายไปก็กลับติดตัวไปไม่ได้ แม้มีสมบัติมากมายจะจ้างคนคุ้มกันก็ไม่มีใครมาทันเวลา มีเพียงเจ้าเสี่ยวเจิ้งที่มือเปล่าช่วยข้าไว้ยามยาก หากจะพูดไป ข้ากับเจ้าคงมีวาสนาเกื้อกูลกันมาก่อน”
เสี่ยวเจิ้งยิ้มส่งสัญญาณมือแสดงความขอบคุณ
“หยวนกังรับคำสั่ง ต่อไปคุณหนูให้เรียกคุณหนูเจิ้งเหม่ยอิง และเชื่อฟังคำสั่งคุณหนูเหมือนดังคำสั่งของข้า”
"น้อมรับคำสั่งท่านอ๋อง”
หยวนกังประสานมือ หันไปสบตากับเสี่ยวเจิ้งยิ้มๆ
“อีกไม่มีกี่วันเมื่อข้าหายดีจึงจัดงานรับขวัญเจ้าดีไหม เพื่อประกาศออกไปทั่วเขตวังหลวงว่าชิงกวานอ๋องรับบุตรีบุญธรรม ที่งดงามเพียบพร้อม”
เสี่ยวเจิ้งโบกมือห้ามว่าไม่ควรจัดงาน
"ไม่ได้ ข้าชิงกวานอ๋องไร้ภรรยาและลูกได้เจ้าคอยเกื้อกูล เจ้าช่วยชีวิตข้าข้ามอบทุกอย่างให้เจ้าจึงสมควรแล้วต่อไปอย่าถือเป็นบุญคุณเพราะนี่คือข้าที่ต้องตอบแทนเจ้าที่ช่วยชีวิตข้า"
จงหลินดึงเสี่ยงเจิ้งให้ย่อกายลงพร้อมกัน
อู่อินเฉิงก้าวขายาวๆ ป้อคุนก้าวตามแทบไม่ทัน
"ฝ่าบาท ช้าหน่อยพ่ะย่ะค่ะ"
"ส่งคนตามสืบที่มาที่ไปของเสี่ยวเจิ้งคนนั้นให้เร็วที่สุด ก่อนที่ท่านอาจะยกย่องนางในตำแหน่งใดๆ "
"ฝ่าบาท ท่านอ๋องไม่มีภรรยาและลูกรับนางเป็นลูกบุญธรรมก็เหมาะสมยิ่งแล้ว"
"ท่านอาเป็นน้องคนเล็กของเสด็จพ่อ ยังหนุ่มแน่นอีกทั้งยังไม่มีภรรยาเป็นคนอ่อนโยนมีไมตรี แล้วยังรูปงามเป็นหนึ่งเจ้าคิดว่าหญิงยากไร้ที่เข้ามาเพื่อต้องการแค่เพียงที่พักพิงหรือไร"
"แต่หากท่านอ๋องจะยกทรัพย์สมบัติให้นางก็ไม่แปลก เพราะนางช่วยชีวิตท่านอ๋องหรือหากท่านอ๋องจะยกย่องนางเป็นภรรยานั่นก็ยิ่งไม่แปลก เพราะท่านอ๋องเองยังหนุ่มแน่นเพิ่งจะสามสิบต้นๆ ฝ่าบาท จะทรงห้ามปรามท่านอ๋องได้หรือไร"
อู่อินเฉิงหยุดเดินหันมามองป้อคุน
"ข้าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครหลอกลวงท่านอา ข้าเชื่อว่าหญิงนางนี้ไม่ได้เข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
ป้อคุนถอนหายใจประสานมือจากไป
อู่อินเฉิงก้าวเดินเข้าไปในตำหนักชิงหนิงกง หมิงเยว่นั่งเย็บถุงหอมสีชมพูสีที่อู่อินเฉิงโปรดปราน
“หมิงเยว่ของข้า ช่างขยันเสียจริง ถุงหอมของข้าไม่เคยจะซ้ำกันในแต่ละวัน”
“หมิงเยว่เพียงได้ทำสิ่งเล็กน้อยให้กับฝ่าบาท”
คุณอาจจะชอบ





