หน้าปกนวนิยาย ตะวันพ่ายจันทร์

ตะวันพ่ายจันทร์

8.1 / 10.0
เมื่อจันทริกาต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีที่เธอไม่ได้ก่อ ชีวิตที่เคยมีหวังกลับมืดมนลงทันทีที่รังสิมันต์เปลี่ยนจากชายผู้อบอุ่นดั่งแสงตะวันเป็นเพชฌฆาตผู้ไร้ความปรานี เขาลงทัณฑ์เธอด้วยความแค้นเพราะเชื่อว่าเด็กสาวที่เขาเคยตกหลุมรักคือต้นเหตุที่ทำลายครอบครัวและลูกเมียของเขา จากความรักอันแสนหวานกลายเป็นความโหดร้ายที่กัดกินหัวใจ เมื่อตะวันสาดแสงทำลายล้างจันทร์ที่หนาวเหน็บให้พังทลายลงด้วยมือของเขาเอง

ตะวันพ่ายจันทร์ ตอนที่ 1

“พี่คะๆ พี่ทำกระเป๋าเงินหล่นค่ะ”

เสียงหวานใสที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ร่างสูงซึ่งเพิ่งกดวางสายโทรศัพท์หยุดชะงักอย่างเป็นอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเสียงเสียงนั้นกำลังเอ่ยเรียกใคร ทว่าความกังวานหวานใสนั้นกลับสามารถสะกดเขาให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ หันมามอง เพราะภายในใจร้องบอกและอยากรู้เหลือเกิน ว่าหน้าตาเจ้าของเสียงอันแสนไพเราะนั้นเป็นอย่างไร

และคำตอบที่ได้รับก็ทำให้หัวใจของรังสิมันต์เกิดอาการกระตุกอย่างไร้เหตุผล ภาพเด็กสาวรูปร่างเพรียวระหงที่มัดผมหางม้าเป็นพวงไว้ด้านหลัง อวดใบหน้ารูปไข่อันหวานสมตัว จนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องสำรวจมองทุกรายละเอียดบนใบหน้านั้นอย่างไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อน 

‘เธอ’ อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย บนหน้าอกปักอักษรย่อชื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ผิวหน้าใสละมุนเหมือนผิวเด็ก ไร้เครื่องสำอางใดๆ ปกปิดความงดงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รังสิมันต์พอใจไม่น้อย คิ้วเรียวได้รูปรับกับดวงตาที่สวยดั่งนางกวางสาว ตาคู่นั้นเปล่งประกายแต่เจือไว้ด้วยความเศร้าบางอย่างที่ชวนให้อยากค้นหา จมูกโด่งรับกับเครื่องหน้า และสิ่งที่ทำให้จังหวะการหายใจของเขาผิดปกติ เช่นเดียวกับจังหวะการเต้นของหัวใจเมื่อครู่นี้ก็คือ ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อแบบธรรมชาติให้มา มันทำให้เขาเกิดคำถามในใจว่า เคยมีผู้ชายคนไหนประทับรอยจูบลงบนปากสวยๆ นั้นหรือยัง และถ้าหากว่าปากของเขาได้ประกบลงไปบ้างล่ะ มันจะให้ความรู้สึกเช่นไร

“กระเป๋าของพี่ค่ะ”

เสียงหวานใสดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมือเรียวบางยื่นกระเป๋าหนังสีดำแบบบุรุษมาให้ตรงหน้า ทำให้รังสิมันต์หลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ตาคมกะพริบถี่ๆ และละจากดวงหน้าใสหวานเป็นครั้งแรก เพื่อก้มลงมองว่ามันใช่กระเป๋าสตางค์ของเขาจริงๆ หรือไม่

“ขอบคุณครับ” รังสิมันต์เอ่ยขึ้นและยื่นมือไปรับเมื่อเห็นว่ากระเป๋าอันคุ้นตาใบนั้นเป็นของตน เขาคงทำมันหล่นตอนล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เอ่ยตอบอะไร แค่พยักหน้าน้อยๆ แล้วทำท่าว่าจะเดินหนีไป ทำให้รังสิมันต์ต้องรีบเรียกไว้ทันที

“เดี๋ยวก่อนครับน้อง”

“คะ? พี่มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ” 

รังสิมันต์ไม่ตอบในทันที แต่เปิดกระเป๋าแล้วหยิบเอาธนบัตรฉบับละพันออกมาห้าใบ ก่อนจะยื่นสิ่งที่ใครๆ ก็เรียกว่าเงินให้กับเด็กสาว เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนน้ำใจความเป็นเด็กดีของเธอ

“พี่ให้ รับไปสิ”

“หนูไม่รับหรอกค่ะ หนูแค่เห็นว่าพี่ทำกระเป๋าเงินหล่นก็เลยเอามาคืนพี่” เด็กสาวปฏิเสธพร้อมกับส่ายหน้า

“แต่พี่อยากให้รางวัลกับเด็กดี”

“หนูไม่ได้ทำอะไรมากถึงขนาดจะต้องได้รางวัลขนาดนี้ เงินนี่ตั้งหลายบาท พี่เก็บไว้เถอะค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ”

ว่าแล้วเด็กผู้หญิงในชุดมัธยมปลายก็เดินจากไปพร้อมกับดึงสายตาของรังสิมันต์ให้มองตามไปด้วย จนกระทั่งเห็นว่าเธอเดินเข้าไปในร้านเค้กแห่งหนึ่ง

เท้าของเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นก้าวตามไปอย่างเป็นอัตโนมัติ เธอไม่รับเงินจากเขา อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้ตอบแทนน้ำใจอันงดงามของเธอเป็นอย่างอื่นบ้างนะ แม่เด็กน้อยผู้น่ารักของฉัน

ไฟร้านเบเกอรีในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเชียงใหม่ ถูกประดับด้วยสีส้มนวลตาผิดกับบรรยากาศภายนอกร้านซึ่งสว่างจ้าด้วยแสงของดวงไฟสีขาว เค้กมากมายหลายแบบวางเรียงรายกันอยู่ในตู้กระจกใส เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรอย่างละลานตา จันทริกากวาดมองความสวยงามของเค้กก้อนนั้นก้อนนี้อยู่ชั่วขณะ ก่อนจะบอกพนักงานร้านหยิบก้อนที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นแล้วให้ชิ้นหนึ่ง 

“ทำไมไม่เอาใหญ่ๆ กว่านี้ล่ะ”

เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของร่างสูงซึ่งเพิ่งได้เจอกันเมื่อครู่นี้ ทำให้จันทริกาเกิดอาการสะดุ้งเล็กน้อย ไม่เชิงว่าตกใจแต่แปลกใจมากกว่าที่เห็นว่าเป็นเขา

“พี่...” เสียงหวานเอ่ยเรียกสั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้ามีชื่อว่าอะไร 

“เลือกสิ อยากได้กี่ปอนด์ก็ตามสบายเลย เดี๋ยวพี่ซื้อให้” รังสิมันต์บอกอย่างใจดี แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังเริ่มสวมวิญญาณป๋าสายเปย์กับเด็กคนนี้ต่างหาก เธอจะรู้ไหมนะหนูน้อยว่าต่อให้เธอเหมาเค้กทั้งร้าน เขาก็จ่ายได้ โดยไม่แม้แต่จะกระเทือนยอดเงินในบัญชีธนาคารของเขาด้วยซ้ำ

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเอาชิ้นนี้ชิ้นเดียวก็พอ หนูกินคนเดียวน่ะค่ะ” จันทริกาปฏิเสธเช่นเดิมและอธิบายถึงเหตุผลที่เลือกเค้กชิ้นตัดแบ่งนั้น

“ให้พี่จ่ายให้นะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูจ่ายเองได้”

“เถอะน่า ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เราเก็บกระเป๋าตังค์คืนให้พี่ เมื่อกี้พี่ให้เงินเราก็ไม่รับ คราวนี้พี่ขอเลี้ยงเค้กก็แล้วกัน”

“งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เสียงใสๆ กล่าวขอบคุณพร้อมทั้งยกมือไหว้อย่างน่ารัก ทำเอารังสิมันต์รับไหว้แทบไม่ทัน คาสโนวาผู้มีประสบการณ์ช่ำชองรีบควบคุมอาการเงอะงะของตัวเองให้สงบ ก่อนจะพาเธอขยับไปยังหน้าเคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงินค่าเค้กชิ้นเท่าขี้ตาแมวในความคิดของเขา

จันทริกาส่งเค้กชิ้นนั้นให้กับพนักงานเพื่อใส่ถุงหิ้ว ส่วนรังสิมันต์ทำหน้าที่เป็นคนจ่ายเงิน เธอยืนรอเงียบๆ ขณะที่อีกคนใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นมองมายังเด็กสาวที่ยืนข้างๆ ราวกับจะประทับภาพเธอเอาไว้ในใจให้ได้มากที่สุด

“ได้แล้วค่ะ” พนักงานร้านเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นถุงเค้กและเงินทอนมาให้ 

เด็กมัธยมปลายรับเค้ก หากแต่เจ้าของห้างกลับไม่ยอมรับเงินทอน เขาบอกให้พนักงานเก็บไว้เป็นทิป ทำให้จันทริกาเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความประทับใจและซาบซึ้งใจ นอกจากเขาจะมีน้ำใจกับเธอแล้ว เขายังมีน้ำใจกับพนักงานร้าน ซึ่งเธอรู้ดีว่าคนทำงานระดับแบบนี้ต้องเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้เงินแต่ละบาท แม้อาจจะไม่เหนื่อยดังเช่นกรรมกรที่ต้องตรากตรำกรำแดด ทว่างานบริการไม่มีงานไหนที่สบายหรอก

อ่านต่อ

สารบัญ ตะวันพ่ายจันทร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์