ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สัญญาแค้นรักนางบำเรอ

สัญญาแค้นรักนางบำเรอ

เมื่อพันธสัญญาถูกสร้างขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและการล้างแค้น ทว่าท่ามกลางความเกลียดชังนั้นกลับมีความรู้สึกรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างซับซ้อนและยากจะถอนตัว บทสรุปของข้อตกลงครั้งนี้จะลงเอยด้วยความเจ็บปวดหรือความสุขกันแน่ เมื่อเขาและเธอต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจระหว่างการชำระความแค้นที่ฝังรากลึก หรือจะยอมปล่อยวางทุกอย่างเพื่อรักษาความรักที่สวยงามเอาไว้ในท้ายที่สุดของเรื่องราว
ตอน
แชร์

ตอน 2

"พี่เบลหมายถึงอะไรคะ? "

"เมื่อคืนแกได้ไปรู้จักกับผู้ชายต่างชาติที่ไหนรึเปล่า และอย่าบอกว่าที่นั่นไม่มีชาวต่างชาติละเพราะผับย่านสุขุมวิทนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะอย่างกับอะไรดี"เมื่อเห็นน้องสาวทำท่าไม่รู้เรื่องอยู่แบบนั้นคนเป็นพี่สาวอย่างเธอก็ทนไม่ไหวพูดออกไปตรงๆ ทันทีและดักคอน้องสาวที่มักจะกลัวเธอเป็นห่วง

"จะว่ามีก็มีค่ะแต่ต้าร์ไม่ได้ไปทำความรู้จักกับคนต่างชาติเลยสักคนและเมื่อคืนต้าร์ก็กลับก่อนคนอื่นๆ ไม่เชื่อพี่เบลโทรไปถามฟ้าได้เลยนะคะ"น้ำทิพย์พูดพลางอธิบายและกล่าวถึงเพื่อนเธอให้พี่สาวเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ถ้าไม่เชื่อเธอคงต้องตามไปลากเพื่อนๆ ของเธอให้ลุกขึ้นจากที่นอนมานั่งคุยกับพี่สาวเธอให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ แต่ก่อนที่พี่สาวเธอจะพูดอะไรความสงสัยของเธอก็เกิดขึ้นชิ่งถามผู้เป็นพี่สาวก่อนทันที

"พี่เบลมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ"น้ำทิพย์ถามขึ้นอย่างเป็นกังวลเมื่อลองสังเกตสีหน้าของพี่สาวก็พบว่ามีรอยความเป็นห่วงเธอเต็มไปหมดก่อนที่คนเป็นพี่สาวจะพูดออกมาให้น้องสาวคลายความกังวลลงแต่ก็ไม่มากพอที่คนเป็นน้องสาวที่ขี้กังวลและเป็นห่วงจะเลิกสนใจ

"เมื่อคืนมีเรื่องที่ผับกลัวแกจะเป็นอันตรายเลยมาหาแกที่คอนโดนะ"

"พี่เบลแน่ใจนะคะว่าไม่มีเรื่องอะไรนอกจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่ผับ" เธอก็ยังคงสงสัยกับการมาครั้งนี้ของพี่สาวเธอ

"อืม ไม่มีอะไรแล้ว"เบลล่าตอบด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เธอไม่อยากบอกเรื่องที่มีคนของผู้ชายที่ชื่อมาร์คเก้อร์ ควอลมาคัสที่เป็นนักธุรกิจชื่อดังโทรมาติดต่อให้เธอไปเป็นคู่ควงของเขา แต่คนที่มาร์คเก้อร์ต้องการจริงๆ ไม่ใช่เธอเลยแต่เป็นน้องสาวของเธอเองด้วยความที่เธอเป็นห่วงน้องสาวแท้ๆ ของเธอมากจนคนรอบข้างมองว่าเธอขี้หวงน้องสาวจนเกินไป และที่เธอให้ผู้เป็นพ่อสืบหาข้อมูลก็พบว่าเขานั้นเสือผู้หญิงจนหาใครเทียบไม่ได้และยังมีนิสัยที่ร้ายกาจเอามากๆ ถ้าใครขัดใจเขาและแน่นอนเธอรู้นิสัยของน้องสาวดีว่าคนอย่างน้ำทิพย์ไม่ยอมทำเรื่องที่เขาต้องการเด็ดขาดและเธอก็ยอมรับว่าเธอเคยเป็นคู่หลับคู่นอนให้กับพวกดารานายแบบมาแล้วหลายคน เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้นแต่ผู้เป็นพ่อบอกว่าเพื่อที่เธอจะได้เป็นคนดังและมีคนยอมรับ มีชื่อเสียงที่โด่งดังเธอขัดใจพ่อไม่ได้และเธอรู้ดีว่ามันไม่ดีต่อน้ำทิพย์อย่างแน่นอนสำหรับเบลล่าแล้วน้ำทิพย์ก็ยังดูเด็กเกินไปที่จะเจอเรื่องอะไรแบบนี้แม้อายุเราจะเท่ากันก็ตาม

เธอไม่อยากให้น้องของเธอต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายอะไรอีกแค่เรื่องของแม่และพ่อก็ทำให้น้ำทิพย์เป็นคนนอกครอบครัวและไม่มีตัวตนฐานะอะไรในครอบครัวเธอแล้ว และถ้ามาเจอแบบนี้น้ำทิพย์คงไม่อยากอยู่ที่นี่แน่ๆ แค่นี้น้ำทิพย์ก็มักจะบ่นกับเธอว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ตลอดเวลาที่พ่อมาพบกับน้ำทิพย์ เธอเป็นห่วงและรักน้องสาวคนนี้มากตั้งแต่เด็กเธอทั้งสั่งสอนทั้งเลี้ยงดูน้องสาวคนนี้จนมีอนาคตดีๆ แต่ก็ต้องพังลงเมื่อพ่อขอเธอทั้งสองคนไม่ยอมรับและสั่งให้น้ำทิพย์ไปทำงานตามผับตามบาร์แทนที่จะได้ทำงานตามที่เธอฝัน

"แล้วเรื่องชาวต่างชาติที่พี่ถามล่ะ"

"พอดีคนที่มีเรื่องเป็นพวกมาเฟียนะ กลัวแกจะโดนลูกหลงไปด้วย"เบลล่าตอบไปอย่างแนบเนียนจนคนเป็นน้องสาวยอมที่จะเลิกสงสัยและขอตัวไปอาบน้ำให้ตัวเองสดชื่นกว่านี้เพื่อที่จะได้มาคุยเล่นกับพี่สาวของเธอ

"อ๋อ ไม่ต้องห่วงต้าร์หรอกค่ะ เดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะจะได้มาคุยสบายๆ กว่านี้ พี่เบลเหม็นกลิ่นเหล้าที่ตัวต้าร์แย่แล้ว"

"ไปอาบเถอะ งั้นพี่ก็จะกลับเลยเพราะอีกครึ่งชั่วโมงพี่มีถ่ายแบบอยู่ไกลจากที่นี่ด้วยพี่ไม่อยากไปสาย"

"งั้นพี่เบลก็รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย"น้ำทิพย์พูดพลางยิ้มตอบออกมาก่อนจะโบกมือลาพี่สาวและเดินกลับเข้าห้องนอนไปเพื่อจะอาบน้ำโดยไม่รู้เลยว่านพพลเพื่อนข้างห้องที่ยื่นรออยู่หน้าห้องของน้ำทิพย์ เมื่อเห็นประตูเปิดก็รีบหามุมหลบพี่สาวเจ้าของห้องทันทีเมื่อเห็นว่าเบลล่าเดินออกมาและเดินตรงไปที่ลิฟต์และเข้าลิฟต์ไปแล้วนพพลก็ถือวิสาสะเปิดประตูห้องของน้ำทิพย์เข้ามาในห้องแต่ก็ไม่พบหญิงสาวก่อนจะได้ยินเสียงเพลงที่เปิดดังออกมาจากในห้องนอนเขาเลยตัดสินใจคิดว่าน้ำทิพย์คงอาบน้ำ

นั่งรออีกนิด จะเป็นไรไปทียืนรออยู่หลายนาที ยังรอได้เลย นพพลคิดเช่นนั้นก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนั่งที่โซฟาพร้อมกับเปิดทีวีรอน้ำทิพย์อาบน้ำเสร็จโดยที่เจ้าของห้องก็ไม่รู้ตัวว่ามีแขกเข้ามานั่งรอเพราะเปิดเพลงดังพอประมาณที่จะไม่ได้ยินเสียทีวีจากห้องนั่งเล่น

ยี่สิบนาทีต่อมา

น้ำทิพย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องนอนแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างของนพพลนั่งท่าสบายๆ ดูทีวีก่อนจะแสดงสีหน้าเอือมระอาและปรับมันให้เป็นปกติเมื่อเดินมานั่งลงข้างๆ นพพล เมื่อการที่โซฟายุบยวบลงข้างๆ ทำให้คนที่เอาแต่นั่งดูทีวีพูดขึ้นทั้งที่สายตายังไม่ยอมหันมามองหญิงสาวข้างกายที่นั่งเช็ดผมอยู่

"มีอะไรจะบอกฉันมั้ย"

"ไม่มี และก็กลับห้องของนายไปได้แล้ว ฉันจะทำงานที่ค้างไว้"น้ำทิพย์พูดโดยไม่หันไปมองหน้าเช่นกัน เธอไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องส่วนตัวและครอบครัวของเธอมากกว่านี้ เธอไม่อยากจะจดจำหรือนึกถึงมันและที่สำคัญเธอไม่อยากให้พี่สาวของเธอต้องกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น

"เฮ้ๆ เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนรึเปล่าเนี่ย"แต่มีเหรอที่คนอย่างนพพลจะกลับห้องง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้คำตอบ นพพลไม่เพียงไม่ลุกตามที่น้ำทิพย์บอก แต่ยังยกขามาวางทับขาของหญิงสาวแล้วนอนลงหลับตาทำตัวตามสบายจนน้ำทิพย์ยอมในที่สุด เธอคิดในใจว่ายังไงนพพลก็เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่แล้วเพราะตลอดเวลาที่เธอเจอปัญหาต่างๆ ก็มีแต่นพพลคอยช่วยเหลือตลอดอยู่เคียงข้างเธอ

"ก็ได้ๆ อยากรู้อะไรก็ถามมาแต่มีข้อแม้"ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมเปิดปากพูดเพียงแต่มีข้อตกลงกับนพพลเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนของเธอคนนี้จะไม่ปริปากเผยพูดเรื่องนี้กับใครเพราะเธอเหนื่อยแล้วที่จะพูดและคอยตอบคำถามที่เธอไม่อยากจะพูดถึงมัน

"ตกลงครับผม พูดข้อแม้ของเธอมาเลย"นพพลรีบลุกขึ้นนั่งหลังตรงพร้อมกับพูดตอบตกลงทันทีจนคนเป็นเพื่อนอย่างน้ำทิพย์แสดงสีหน้าเอือมระอากับนิสัยจอมยุ่งเรื่องคนอื่นอย่างนพพล

"ขอแค่นายไม่ปากรั่วไปบอกคนอื่นก็พอ"

"ที่ผ่านมาเคยรึไงกัน บอกมาเถอะน้าาา"

"ฉันมีพี่สาวฝาแฝด"ในที่สุดหญิงสาวก็ตอบออกไปแต่ก็ยังรั้งปากไม่ให้พูดมากกว่านี้

"นั้นก็คือคุณเบลล่าที่มาหาเธอเมื่อชั่วโมงก่อนใช่มั้ย"

"อืม รู้แล้วก็ห้ามไปบอกใครล่ะ"

"ทำไม ฉันไม่เข้าใจเลยนะว่าเธอกับพี่สาวจะปิดบังคนอื่นทำไม อาชีพที่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายเลยนะ"นพพลถามอย่างสงสัยว่าเพื่อนสาวจะปิดบังคนอื่นไปทำไมแม้จะรู้มาบ้างว่าพ่อของเธอสั่งเธอว่ายังไงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอมีพี่สาวอย่างเบลล่าที่เป็นนางแบบ เมื่อตอนเรียนจบแล้วได้งานทำใหม่ๆ น้ำทิพย์กลับไปบอกที่บ้านแต่ที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนั้น น้ำทิพย์กลับมาร้องไห้ที่คอนโด นพพลเข้ามาเจอพอดีเลยเข้ามาปลอบและถามไถ่เรื่องราว น้ำทิพย์เล่าว่าที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนี้เท่านั้น เธอไม่ได้เล่าเรื่องอะไรอีกเลยและแน่นอนว่าเธอไม่ได้ลาออกจากงานออกแบบเพชร เขาให้คำแนะนำว่าเธอควรจะหางานอื่นบังหน้าแทนงานนี้และในที่สุดเธอก็หางานบังหน้าได้คือไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับส่วนงานที่ออกแบบก็รับมาทำที่บ้านบ้างที่บริษัทบ้างและช่วงที่มีงานใหญ่ต้องเข้าบริษัทไปคุยกับลูกค้า เธอทำแบบนี้มาได้สองสามปีแล้วและทางบ้านก็เห็นดีด้วยกับการที่น้ำทิพย์ไปบอกกับคนที่บ้านว่าได้งานเป็นเด็กเสิร์ฟ จนบางครั้งเขาที่เห็นการกระทำของเพื่อนสาวแบบนี้ก็นึกสงสารและจะไปคุยกับทางบ้านให้แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง

"เพราะพี่เบลเป็นคนโปรดของพ่อ พ่อเคยบอกกับฉันว่าหลังที่แม่คลอดพวกฉันได้ห้าปีแม่ก็ทิ้งพ่อไป ฉันอยากไปอยู่กับแม่แต่พ่อไม่ให้ไปและคอยบอกฉันเสมอว่าอย่าแสดงตัวเป็นลูกของพ่อให้ทำตัวเหมือนคนทั่วไปที่เป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้นเพื่อที่พี่เบลจะได้มีชีวิตดีๆ ฉันไม่ได้คิดว่าพี่สาวตัวเองไม่เก่งนะเพราะตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ฉันเรียนเก่งกว่าพี่เบล มีความสามารถมากกว่าเรียนรู้และจดจำได้เร็วกว่าเพราะแบบนี้พ่อเลยสั่งห้ามฉันยุ่งเกี่ยวกับที่บ้านส่วนนามสกุลก็ใช่ของแม่แทน"หญิงสาวพูดออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนพพลเห็นแบบนั้นจึงดึงร่างบอบบางของเพื่อนสาวเข้ามากอดปลอบและนิ่งเงียบฟังน้ำทิพย์ระบายมันออกมา

"ตั้งแต่จำความได้เวลาพ่อพาไปไหนผู้คนถามว่าเราสองคนเป็นฝาแฝดกันพ่อก็บอกว่าเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องเท่านั้นและพ่อก็เอาแต่แนะนำพี่เบลให้คนอื่นๆ รู้จักทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูกพ่อจนกระทั่งพี่เบลได้เป็นนางแบบทุกคนก็ลืมฉันเหมือนฉันไม่มีตัวตนหลังจากนั้นฉันก็เลือกที่จะมาใช่นามสกุลแม่จริงๆ และคอยตามหาแม่ตลอดเวลา"น้ำทิพย์หยุดพูดก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าซุกไหล่นพพลเพื่อเป็นที่พึ่งเหมือนคราวก่อนๆ ที่นพพลจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นที่ปรึกษาเสมอและเขาก็พอจะดูออกว่าน้ำทิพย์ไม่อยากพูดออกมาอีกแล้วจึงกอดปลอบร่างบางนั้นอยู่แบบนั้นจนร่างบางเงียบไปเองเกือบชั่วโมงกว่าก่อนจะผละออกจากกัน

"เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวงานที่เหลือฉันจะทำให้เอง งั้นฉันขอไปเอางานฉันที่ห้องก่อน"

"ขอบคุณน่ะพล ยังไงก็ช่วยหน่อยนะ"น้ำทิพย์เอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องไปนอนเพื่อพักผ่อนก่อนจะลุกมาช่วยนพพลทำงานที่ค้างไว้เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งแบบให้กับนายจ้างแล้ว น้ำทิพย์ลุกขึ้นเดินแยกกับนพพลเดินไปที่ห้องนอนก่อนที่เธอไม่รีรอคิดอะไรมากล้มตัวลงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มก่อนจะหลับตาลงและสติทุกอย่างก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลรักเล่ห์การันต์
8.8
เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้ปาลิน มิจฉาชีพสาวฝีมือดีต้องตกหลุมพรางของลูกค้าจอมปลอม เธอถูกบีบให้ทำสัญญาทาสกับชายแปลกหน้าผู้มั่งคั่ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาที่อยากพิสูจน์ว่าเงินคือสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ แม้เธอจะกังวลเรื่องสถานะลับๆ แต่เขากลับยืนยันว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไร้ซึ่งความรักและการผูกมัด โดยเขาสามารถเลี่ยงการแต่งงานที่แสนน่าเบื่อได้ ในขณะที่เธอก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นการตอบแทนในฐานะคู่สัญญาเพียงคนเดียวของเขา
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
พันโทอัคคีลาออกจากกองทัพเพื่อแฝงตัวทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งสาธารณรัฐชาร์มา โดยมีเป้าหมายคือการตามหาน้องสาวที่หายสาบสูญไปในวัง ทว่าเขากลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าพิธีวิวาห์กับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ราชวงศ์ ท่ามกลางภารกิจสืบหาความจริงที่นำไปสู่เบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป ทิ้งไว้เพียงหลานสาวตัวน้อยในความดูแลของชีค จากความขัดแย้งในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่แสนหวานซึ้งท่ามกลางไฟสงครามและอุปสรรคอันตราย
หน้าปกนวนิยาย ระทวย
9.6
เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของหญิงสาวคนหนึ่งที่ลอบเก็บความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อชายในฝันเอาไว้ในใจเพียงลำพัง โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าฝ่ายชายเองก็แอบมีใจและเฝ้ามองเธออยู่เช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างซ่อนความรู้สึกเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อความบังเอิญนำพาให้หัวใจสองดวงที่ตรงกันได้โคจรมาพบกันในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จนนำไปสู่เรื่องราวความโรแมนติกที่ทำให้หัวใจต้องสั่นไหวและระทวยไปกับความรักที่ต่างฝ่ายต่างถวิลหามานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย รักนอกสมรส
9.6
แก้วรุ้งใฝ่ฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอตั้งท้องกับซีโร่ นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนดีในสายตาใครต่อใคร ทว่าเบื้องหลังความสุภาพเขากลับซ่อนความลับเรื่องการจดทะเบียนสมรสโดยไร้รักเอาไว้ เมื่อเขารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ เสือผู้หญิงที่ไม่เคยง้อใครจึงต้องยอมสยบเพื่อตามตื้อเธอ แม้แก้วรุ้งจะตราหน้าว่าเขาผิดศีลธรรมที่มีพันธะอยู่แล้ว แต่ซีโร่ก็ไม่ยอมแพ้และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคือคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเขาและลูกในครรภ์
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักคาสโนว่า
8.9
เมื่อศิวัฒน์คาสโนว่าหนุ่มพยายามใช้กำลังบีบคั้นหญิงสาวในอ้อมกอด เธอจึงขู่จะฟ้องบิดาถึงพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจนี้ แต่เขากลับอ้างว่าผู้ใหญ่เป็นคนเปิดทางให้พร้อมยัดเยียดสถานะภรรยาให้อย่างหน้าไม่อาย แม้เธอจะพยายามขัดขืนและทุบตีแผงอกหนาเพียงใดก็ไร้ผล จนกระทั่งเขาเสนอเงื่อนไขให้ยอมรับรอยหอมเพื่อแลกกับอิสรภาพ เธอจึงตัดสินใจฝังคมเขี้ยวลงบนแขนของเขาอย่างแรงจนชายหนุ่มต้องยอมปล่อยตัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม