ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สัญญาแค้นรักนางบำเรอ

สัญญาแค้นรักนางบำเรอ

เมื่อพันธสัญญาถูกสร้างขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและการล้างแค้น ทว่าท่ามกลางความเกลียดชังนั้นกลับมีความรู้สึกรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างซับซ้อนและยากจะถอนตัว บทสรุปของข้อตกลงครั้งนี้จะลงเอยด้วยความเจ็บปวดหรือความสุขกันแน่ เมื่อเขาและเธอต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจระหว่างการชำระความแค้นที่ฝังรากลึก หรือจะยอมปล่อยวางทุกอย่างเพื่อรักษาความรักที่สวยงามเอาไว้ในท้ายที่สุดของเรื่องราว
ตอน
แชร์

ตอน 2

"พี่เบลหมายถึงอะไรคะ? "

"เมื่อคืนแกได้ไปรู้จักกับผู้ชายต่างชาติที่ไหนรึเปล่า และอย่าบอกว่าที่นั่นไม่มีชาวต่างชาติละเพราะผับย่านสุขุมวิทนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะอย่างกับอะไรดี"เมื่อเห็นน้องสาวทำท่าไม่รู้เรื่องอยู่แบบนั้นคนเป็นพี่สาวอย่างเธอก็ทนไม่ไหวพูดออกไปตรงๆ ทันทีและดักคอน้องสาวที่มักจะกลัวเธอเป็นห่วง

"จะว่ามีก็มีค่ะแต่ต้าร์ไม่ได้ไปทำความรู้จักกับคนต่างชาติเลยสักคนและเมื่อคืนต้าร์ก็กลับก่อนคนอื่นๆ ไม่เชื่อพี่เบลโทรไปถามฟ้าได้เลยนะคะ"น้ำทิพย์พูดพลางอธิบายและกล่าวถึงเพื่อนเธอให้พี่สาวเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ถ้าไม่เชื่อเธอคงต้องตามไปลากเพื่อนๆ ของเธอให้ลุกขึ้นจากที่นอนมานั่งคุยกับพี่สาวเธอให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ แต่ก่อนที่พี่สาวเธอจะพูดอะไรความสงสัยของเธอก็เกิดขึ้นชิ่งถามผู้เป็นพี่สาวก่อนทันที

"พี่เบลมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ"น้ำทิพย์ถามขึ้นอย่างเป็นกังวลเมื่อลองสังเกตสีหน้าของพี่สาวก็พบว่ามีรอยความเป็นห่วงเธอเต็มไปหมดก่อนที่คนเป็นพี่สาวจะพูดออกมาให้น้องสาวคลายความกังวลลงแต่ก็ไม่มากพอที่คนเป็นน้องสาวที่ขี้กังวลและเป็นห่วงจะเลิกสนใจ

"เมื่อคืนมีเรื่องที่ผับกลัวแกจะเป็นอันตรายเลยมาหาแกที่คอนโดนะ"

"พี่เบลแน่ใจนะคะว่าไม่มีเรื่องอะไรนอกจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่ผับ" เธอก็ยังคงสงสัยกับการมาครั้งนี้ของพี่สาวเธอ

"อืม ไม่มีอะไรแล้ว"เบลล่าตอบด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เธอไม่อยากบอกเรื่องที่มีคนของผู้ชายที่ชื่อมาร์คเก้อร์ ควอลมาคัสที่เป็นนักธุรกิจชื่อดังโทรมาติดต่อให้เธอไปเป็นคู่ควงของเขา แต่คนที่มาร์คเก้อร์ต้องการจริงๆ ไม่ใช่เธอเลยแต่เป็นน้องสาวของเธอเองด้วยความที่เธอเป็นห่วงน้องสาวแท้ๆ ของเธอมากจนคนรอบข้างมองว่าเธอขี้หวงน้องสาวจนเกินไป และที่เธอให้ผู้เป็นพ่อสืบหาข้อมูลก็พบว่าเขานั้นเสือผู้หญิงจนหาใครเทียบไม่ได้และยังมีนิสัยที่ร้ายกาจเอามากๆ ถ้าใครขัดใจเขาและแน่นอนเธอรู้นิสัยของน้องสาวดีว่าคนอย่างน้ำทิพย์ไม่ยอมทำเรื่องที่เขาต้องการเด็ดขาดและเธอก็ยอมรับว่าเธอเคยเป็นคู่หลับคู่นอนให้กับพวกดารานายแบบมาแล้วหลายคน เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้นแต่ผู้เป็นพ่อบอกว่าเพื่อที่เธอจะได้เป็นคนดังและมีคนยอมรับ มีชื่อเสียงที่โด่งดังเธอขัดใจพ่อไม่ได้และเธอรู้ดีว่ามันไม่ดีต่อน้ำทิพย์อย่างแน่นอนสำหรับเบลล่าแล้วน้ำทิพย์ก็ยังดูเด็กเกินไปที่จะเจอเรื่องอะไรแบบนี้แม้อายุเราจะเท่ากันก็ตาม

เธอไม่อยากให้น้องของเธอต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายอะไรอีกแค่เรื่องของแม่และพ่อก็ทำให้น้ำทิพย์เป็นคนนอกครอบครัวและไม่มีตัวตนฐานะอะไรในครอบครัวเธอแล้ว และถ้ามาเจอแบบนี้น้ำทิพย์คงไม่อยากอยู่ที่นี่แน่ๆ แค่นี้น้ำทิพย์ก็มักจะบ่นกับเธอว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ตลอดเวลาที่พ่อมาพบกับน้ำทิพย์ เธอเป็นห่วงและรักน้องสาวคนนี้มากตั้งแต่เด็กเธอทั้งสั่งสอนทั้งเลี้ยงดูน้องสาวคนนี้จนมีอนาคตดีๆ แต่ก็ต้องพังลงเมื่อพ่อขอเธอทั้งสองคนไม่ยอมรับและสั่งให้น้ำทิพย์ไปทำงานตามผับตามบาร์แทนที่จะได้ทำงานตามที่เธอฝัน

"แล้วเรื่องชาวต่างชาติที่พี่ถามล่ะ"

"พอดีคนที่มีเรื่องเป็นพวกมาเฟียนะ กลัวแกจะโดนลูกหลงไปด้วย"เบลล่าตอบไปอย่างแนบเนียนจนคนเป็นน้องสาวยอมที่จะเลิกสงสัยและขอตัวไปอาบน้ำให้ตัวเองสดชื่นกว่านี้เพื่อที่จะได้มาคุยเล่นกับพี่สาวของเธอ

"อ๋อ ไม่ต้องห่วงต้าร์หรอกค่ะ เดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะจะได้มาคุยสบายๆ กว่านี้ พี่เบลเหม็นกลิ่นเหล้าที่ตัวต้าร์แย่แล้ว"

"ไปอาบเถอะ งั้นพี่ก็จะกลับเลยเพราะอีกครึ่งชั่วโมงพี่มีถ่ายแบบอยู่ไกลจากที่นี่ด้วยพี่ไม่อยากไปสาย"

"งั้นพี่เบลก็รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย"น้ำทิพย์พูดพลางยิ้มตอบออกมาก่อนจะโบกมือลาพี่สาวและเดินกลับเข้าห้องนอนไปเพื่อจะอาบน้ำโดยไม่รู้เลยว่านพพลเพื่อนข้างห้องที่ยื่นรออยู่หน้าห้องของน้ำทิพย์ เมื่อเห็นประตูเปิดก็รีบหามุมหลบพี่สาวเจ้าของห้องทันทีเมื่อเห็นว่าเบลล่าเดินออกมาและเดินตรงไปที่ลิฟต์และเข้าลิฟต์ไปแล้วนพพลก็ถือวิสาสะเปิดประตูห้องของน้ำทิพย์เข้ามาในห้องแต่ก็ไม่พบหญิงสาวก่อนจะได้ยินเสียงเพลงที่เปิดดังออกมาจากในห้องนอนเขาเลยตัดสินใจคิดว่าน้ำทิพย์คงอาบน้ำ

นั่งรออีกนิด จะเป็นไรไปทียืนรออยู่หลายนาที ยังรอได้เลย นพพลคิดเช่นนั้นก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนั่งที่โซฟาพร้อมกับเปิดทีวีรอน้ำทิพย์อาบน้ำเสร็จโดยที่เจ้าของห้องก็ไม่รู้ตัวว่ามีแขกเข้ามานั่งรอเพราะเปิดเพลงดังพอประมาณที่จะไม่ได้ยินเสียทีวีจากห้องนั่งเล่น

ยี่สิบนาทีต่อมา

น้ำทิพย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องนอนแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างของนพพลนั่งท่าสบายๆ ดูทีวีก่อนจะแสดงสีหน้าเอือมระอาและปรับมันให้เป็นปกติเมื่อเดินมานั่งลงข้างๆ นพพล เมื่อการที่โซฟายุบยวบลงข้างๆ ทำให้คนที่เอาแต่นั่งดูทีวีพูดขึ้นทั้งที่สายตายังไม่ยอมหันมามองหญิงสาวข้างกายที่นั่งเช็ดผมอยู่

"มีอะไรจะบอกฉันมั้ย"

"ไม่มี และก็กลับห้องของนายไปได้แล้ว ฉันจะทำงานที่ค้างไว้"น้ำทิพย์พูดโดยไม่หันไปมองหน้าเช่นกัน เธอไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องส่วนตัวและครอบครัวของเธอมากกว่านี้ เธอไม่อยากจะจดจำหรือนึกถึงมันและที่สำคัญเธอไม่อยากให้พี่สาวของเธอต้องกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น

"เฮ้ๆ เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนรึเปล่าเนี่ย"แต่มีเหรอที่คนอย่างนพพลจะกลับห้องง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้คำตอบ นพพลไม่เพียงไม่ลุกตามที่น้ำทิพย์บอก แต่ยังยกขามาวางทับขาของหญิงสาวแล้วนอนลงหลับตาทำตัวตามสบายจนน้ำทิพย์ยอมในที่สุด เธอคิดในใจว่ายังไงนพพลก็เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่แล้วเพราะตลอดเวลาที่เธอเจอปัญหาต่างๆ ก็มีแต่นพพลคอยช่วยเหลือตลอดอยู่เคียงข้างเธอ

"ก็ได้ๆ อยากรู้อะไรก็ถามมาแต่มีข้อแม้"ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมเปิดปากพูดเพียงแต่มีข้อตกลงกับนพพลเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนของเธอคนนี้จะไม่ปริปากเผยพูดเรื่องนี้กับใครเพราะเธอเหนื่อยแล้วที่จะพูดและคอยตอบคำถามที่เธอไม่อยากจะพูดถึงมัน

"ตกลงครับผม พูดข้อแม้ของเธอมาเลย"นพพลรีบลุกขึ้นนั่งหลังตรงพร้อมกับพูดตอบตกลงทันทีจนคนเป็นเพื่อนอย่างน้ำทิพย์แสดงสีหน้าเอือมระอากับนิสัยจอมยุ่งเรื่องคนอื่นอย่างนพพล

"ขอแค่นายไม่ปากรั่วไปบอกคนอื่นก็พอ"

"ที่ผ่านมาเคยรึไงกัน บอกมาเถอะน้าาา"

"ฉันมีพี่สาวฝาแฝด"ในที่สุดหญิงสาวก็ตอบออกไปแต่ก็ยังรั้งปากไม่ให้พูดมากกว่านี้

"นั้นก็คือคุณเบลล่าที่มาหาเธอเมื่อชั่วโมงก่อนใช่มั้ย"

"อืม รู้แล้วก็ห้ามไปบอกใครล่ะ"

"ทำไม ฉันไม่เข้าใจเลยนะว่าเธอกับพี่สาวจะปิดบังคนอื่นทำไม อาชีพที่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายเลยนะ"นพพลถามอย่างสงสัยว่าเพื่อนสาวจะปิดบังคนอื่นไปทำไมแม้จะรู้มาบ้างว่าพ่อของเธอสั่งเธอว่ายังไงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอมีพี่สาวอย่างเบลล่าที่เป็นนางแบบ เมื่อตอนเรียนจบแล้วได้งานทำใหม่ๆ น้ำทิพย์กลับไปบอกที่บ้านแต่ที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนั้น น้ำทิพย์กลับมาร้องไห้ที่คอนโด นพพลเข้ามาเจอพอดีเลยเข้ามาปลอบและถามไถ่เรื่องราว น้ำทิพย์เล่าว่าที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนี้เท่านั้น เธอไม่ได้เล่าเรื่องอะไรอีกเลยและแน่นอนว่าเธอไม่ได้ลาออกจากงานออกแบบเพชร เขาให้คำแนะนำว่าเธอควรจะหางานอื่นบังหน้าแทนงานนี้และในที่สุดเธอก็หางานบังหน้าได้คือไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับส่วนงานที่ออกแบบก็รับมาทำที่บ้านบ้างที่บริษัทบ้างและช่วงที่มีงานใหญ่ต้องเข้าบริษัทไปคุยกับลูกค้า เธอทำแบบนี้มาได้สองสามปีแล้วและทางบ้านก็เห็นดีด้วยกับการที่น้ำทิพย์ไปบอกกับคนที่บ้านว่าได้งานเป็นเด็กเสิร์ฟ จนบางครั้งเขาที่เห็นการกระทำของเพื่อนสาวแบบนี้ก็นึกสงสารและจะไปคุยกับทางบ้านให้แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง

"เพราะพี่เบลเป็นคนโปรดของพ่อ พ่อเคยบอกกับฉันว่าหลังที่แม่คลอดพวกฉันได้ห้าปีแม่ก็ทิ้งพ่อไป ฉันอยากไปอยู่กับแม่แต่พ่อไม่ให้ไปและคอยบอกฉันเสมอว่าอย่าแสดงตัวเป็นลูกของพ่อให้ทำตัวเหมือนคนทั่วไปที่เป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้นเพื่อที่พี่เบลจะได้มีชีวิตดีๆ ฉันไม่ได้คิดว่าพี่สาวตัวเองไม่เก่งนะเพราะตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ฉันเรียนเก่งกว่าพี่เบล มีความสามารถมากกว่าเรียนรู้และจดจำได้เร็วกว่าเพราะแบบนี้พ่อเลยสั่งห้ามฉันยุ่งเกี่ยวกับที่บ้านส่วนนามสกุลก็ใช่ของแม่แทน"หญิงสาวพูดออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนพพลเห็นแบบนั้นจึงดึงร่างบอบบางของเพื่อนสาวเข้ามากอดปลอบและนิ่งเงียบฟังน้ำทิพย์ระบายมันออกมา

"ตั้งแต่จำความได้เวลาพ่อพาไปไหนผู้คนถามว่าเราสองคนเป็นฝาแฝดกันพ่อก็บอกว่าเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องเท่านั้นและพ่อก็เอาแต่แนะนำพี่เบลให้คนอื่นๆ รู้จักทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูกพ่อจนกระทั่งพี่เบลได้เป็นนางแบบทุกคนก็ลืมฉันเหมือนฉันไม่มีตัวตนหลังจากนั้นฉันก็เลือกที่จะมาใช่นามสกุลแม่จริงๆ และคอยตามหาแม่ตลอดเวลา"น้ำทิพย์หยุดพูดก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าซุกไหล่นพพลเพื่อเป็นที่พึ่งเหมือนคราวก่อนๆ ที่นพพลจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นที่ปรึกษาเสมอและเขาก็พอจะดูออกว่าน้ำทิพย์ไม่อยากพูดออกมาอีกแล้วจึงกอดปลอบร่างบางนั้นอยู่แบบนั้นจนร่างบางเงียบไปเองเกือบชั่วโมงกว่าก่อนจะผละออกจากกัน

"เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวงานที่เหลือฉันจะทำให้เอง งั้นฉันขอไปเอางานฉันที่ห้องก่อน"

"ขอบคุณน่ะพล ยังไงก็ช่วยหน่อยนะ"น้ำทิพย์เอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องไปนอนเพื่อพักผ่อนก่อนจะลุกมาช่วยนพพลทำงานที่ค้างไว้เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งแบบให้กับนายจ้างแล้ว น้ำทิพย์ลุกขึ้นเดินแยกกับนพพลเดินไปที่ห้องนอนก่อนที่เธอไม่รีรอคิดอะไรมากล้มตัวลงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มก่อนจะหลับตาลงและสติทุกอย่างก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกบังคับให้แต่งงาน ฉันก็ตกเป็นเป้าของพ่ออันธพาลของเจ้าบ่าว
8.2
หยวนอินถูกพี่สาวหักหลังจนสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายแปลกหน้าในคืนเรียนจบ ซ้ำร้ายแฟนที่คบมานานยังทอดทิ้ง เธอจึงถูกบีบให้แต่งงานกับโจวจือรุ่ยเพื่อพยุงครอบครัว ทว่าโจวไป่เฉินพ่อบุญธรรมมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกลับคอยปกป้องเธออย่างผิดปกติ ความลับดำมืดเปิดเผยว่าเขาคือชายในคืนนั้น แต่เมื่อความรักก่อตัวเขากลับผลักไสเธออย่างเลือดเย็น จนวันที่เธอเริ่มชีวิตใหม่กับชายอื่น เขากลับมาอ้อนวอนขอโอกาสด้วยความคลั่งรัก ทว่าหยวนอินในวันนี้จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างของใครอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย มลทินรักซาตาน
7.8
หลังทนทุกข์กับชีวิตสมรสที่ไร้ค่ามาหนึ่งปี ตรีภพกลับปฏิเสธการหย่าร้างอย่างหนักแน่น แม้หญิงสาวจะตัดพ้อถึงความเจ็บปวดที่ต้องอยู่กับคนไร้หัวใจ แต่เขากลับใช้กำลังเข้าหาเพื่อปิดปากเธอด้วยจุมพิตที่ดุดัน ทว่าเมื่อเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาก็เริ่มได้สติและยอมถอยห่างพร้อมคำขอโทษจากหัวใจ ตรีภพวิงวอนขอโอกาสสุดท้ายเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต โดยสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีกต่อไปในฐานะสามีที่เคยละเลยเธอมาร่วมปี
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90
8.9
หลินจิงซูผู้เคยมีชีวิตล้มเหลวเพราะครอบครัวที่เห็นแก่ตัว ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ย้อนเวลากลับไปยังปี 1990 เธอจึงใช้ความรู้จากอนาคตเข้าคว้าโอกาสทองทางธุรกิจเพื่อสร้างฐานะจนมั่งคั่งและก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพล การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการเพียงความสำเร็จ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเอาคืนและบดขยี้ทุกคนที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอในอดีตอย่างสาสม ท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่เธอกลายเป็นผู้คุมเกมทั้งหมด