ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่อสื่อ

พ่อสื่อ

หญิงสาวผู้มีความลับส่วนตัวที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ตัดสินใจหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายข้างบ้านที่เธอเคยสนิทสนมและไว้วางใจที่สุดในวัยเด็ก หลังจากการกลับมาพบกันโดยบังเอิญอีกครั้ง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อชายหนุ่มอีกคนเกิดเข้าใจผิดคิดว่าเธอแอบชอบเพื่อนสนิทของเขา เขาจึงรีบเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่เป็นพ่อสื่ออย่างกระตือรือร้นด้วยเจตนาแฝงที่หวังจะครอบครองเธอไว้เองตามคติที่ว่าพ่อสื่อมักจะกลายเป็นคนได้หัวใจไปครองเสียเอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

"รีบไปกันเถอะกุ้ง"

สองสาวก้มหน้างุดเดินผ่านผู้อำนวยการไปอย่างเรียบร้อยทว่า ดันถูกผู้อำนวยการหนุ่มเรียกตัวเอาไว้

"เธอสองคน ใช่เด็กทุนรึเปล่า"

"ค่ะ ผอ."

กะรัตเป็นคนตอบ ทำให้พอใจจำต้องหันหน้ามาด้วยเพราะการหันหลังคุยกับผู้ใหญ่มันไม่ดี พอใจเผลอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้อำนวยการหนุ่มที่กำลังยืนทำท่าคิดอะไรบางอย่าง เธอเม้มปากแน่นและรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ พอใจหันหน้าไปตามสัญชาตญาณก็เจอเข้ากับเพื่อนของผู้อำนวยการที่ค่อนข้างดูดีทั้งสองคน

โครงหน้าของทั้งสองคนค่อนข้างคล้ายกัน ส่วนสูงของทั้งสองคนก็ไล่ๆ กัน พอใจมองทั้งสองคนสลับกันอย่างสับสนเธอพยายามนึกว่าเคยเจอทั้งสองคนที่ไหนหรือเปล่าแต่ก็นึกไม่ออก

"ไม่เจอกันนานเลยนะ"

หนึ่งในทั้งสองคนเอ่ยทักเธอขึ้น คนนี้สูง ขาว ดูมีเสน่ห์ไม่เบา ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาพลิ้วไสวไปตามแรงลม ทำให้เธอเผลอมองไปที่ลำคอหนาของเขาที่ค่อนข้างสวยเลยทีเดียว เขาใส่สร้อยเงินเอาไว้แต่เธอไม่รู้หรอกนะว่าเป็นสร้อยอะไร

"อ้าวน้องที่ขายน้ำเต้าหู้ที่สวนรึเปล่าเนี่ย"

คนนี้เป็นคนที่ขับบิ๊กไบค์ เขาเองก็ค่อนข้างดูดีไม่ต่างจากคนที่เอ่ยทักเธอเท่าไหร่ แต่พอเธอรู้ว่าเขารู้ว่าเธอขายของพอใจก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ อย่างน้อยๆ เขาน่าจะต้องเคยกินน้ำเต้าหู้ของเธอ และต้องเคยซื้อมาฝากเพื่อนแน่ ถ้าเขาเป็นคนที่ปากมากสักหน่อยเที่ยวบอกใครต่อใครว่าน้ำเต้าหู้ของเธออร่อยเริศแค่ไหนก็คงดีสินะ

"ทำไมถามไม่ตอบละ จำพี่…"

"เราชื่ออะไรนะ" ผู้อำนวยการหนุ่มถามขึ้นมาในตอนที่หนึ่งในสองคนนั้นตั้งใจจะถามอะไรเธอบางอย่าง ต้องใช่แน่ๆ เธอกับเขาทั้งสองคนต้องเคยรู้จักกันมาก่อนแน่ แต่คนแรกดูเขาแบดบอยไม่น่าเชื่อถือเลย ส่วนคนที่ขับบิ๊กไบค์ก็ดูแบดไม่ต่างกัน เพียงแค่เหมือนกับว่าเขาจะอัธยาศัยดีกว่า

"หนูชื่อพอใจค่ะ"

"หนูชื่อกะรัตค่ะ"

"ฉันจำเธอได้ เธอได้ทุนเรียนดีทุกปีเลยนี่ ปีหน้าก็ปีสุดท้ายแล้วนะเต็มที่เข้าล่ะ"

"ค่ะ ผอ."

"เธอชื่อกะรัตใช่มั้ย เพราะคะแนนเธอทั้งสองคนไม่ห่างกันมากฉันจำได้"

สองเด็กสาวยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะไม่บ่อยนักที่คนเป็นผู้อำนวยการจะจำนักศึกษาได้ แสดงว่าเธอสองคนก็ค่อนข้างเป็นที่สนใจของมหาวิทยาลัยนี้อยู่เหมือนกัน

"แล้วนี่จะไปไหนกัน"

"หนูกับเพื่อนเพิ่งมาถึงค่ะ ผอ."

"อ่อ โอเค งั้นไปเรียนเถอะ ถ้าว่างๆ ก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเพื่อนฉันสิ ตรงนั้นไง"

นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ร้านอาหารหรูใกล้ๆ กับโซนโรงอาหารของที่นี่ ซึ่งพอมองออกไปก็เจอเข้ากับมวลนักศึกษาที่ยืนออกันอยู่ที่หน้าร้านคงไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่าร้านนี้เขาขายดีขนาดไหน

"ค่ะ พอใจกับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ"

เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกใครบางคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับว่าเธอทำความผิดอะไรร้ายแรงเอาไว้มากกว่า เธอไม่เข้าใจเขาคนนั้นจะมองเธอทำไมนักหนา เธอเคยไปวางเรือใบรถเขาหรือก็เปล่า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอผิดอะไร

"เดี๋ยวสิพอใจ"

"คะ? ผอ.มีอะไรจะเรียกใช้พอใจหรือเปล่าคะ"

"ไอ้เข็ม ร้านมึงขาดคนมั้ย กูฝากพอใจไปทำพาร์ทไทม์หน่อยสิ" เพราะรู้ดีว่านักศึกษาที่ได้รับทุนเรียนดีนั้นฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนัก แต่ทว่าทางมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มมีโครงการช่วยนักศึกษาที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์เพียงแค่ไม่มีกี่เดือนก่อนหน้า เพราะเพิ่งจะเล็งเห็นว่านอกจากสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้แล้ว ก็ควรที่จะให้อาชีพและคอยซัพพอร์ตนักศึกษาด้วย

"ไม่รับ!"

"เอ้า! อะไรของมึงวะ ก่อนหน้านี้ยังเห็นบ่นๆ อยู่เลยว่าพนักงานไม่พอ"

เข็มทิศไม่ตอบ แต่กลับยืนจ้องหน้าพอใจตาเขม็ง จ้องเสียจนไทก้ากับลมหนาวที่ยืนอยู่ด้วยต้องเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์

"งั้นน้องพอใจไปทำงานที่สนามแข่งรถของพี่มั้ย" พอใจไม่ค่อยเข้าใจกับพฤติกรรมของเพื่อนผู้อำนวยการเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าเคยเจอกับเขาทั้งสองคนมาก่อน แต่คนหนึ่งกลับมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยพอใจเธอสักเท่าไหร่

หรือว่า…

เธอเคยทำร้ายเขาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวมาก่อน

"พี่ชื่อลมหนาวนะ"

"ค่ะ หนูชื่อพอใจค่ะ"

ปึ้ง!

"เฮือก!" เพื่อนผู้อำนวยการอีกคนเดินไปเตะถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลทำให้พอใจกับกะรัตที่ไม่รู้สถานการณ์สะดุ้ง เธอทั้งสองคนค่อนข้างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอทั้งสองคนงั้นเหรอ

"มันชื่อเข็มทิศ อย่าไปสนใจมันเลย"

ลมหนาวยืนยิ้มแฉ่งให้อย่างใจดี นั่นทำให้พอใจเผลอนึกถึงบางเหตุการณ์ในฝันที่เธอจำได้อย่างเลือนราง เธอจำได้ว่า เธอฝันถึงพี่ผู้ชายใจดีคนหนึ่งอยู่บ่อยๆ ในฝันนั้น เธอไม่เห็นหน้าเขา เธอจำชื่อเขาไม่ได้ เธอจำได้แค่เค้าโครงรูปร่าง และเค้าโครงหน้าเท่านั้น ขนาดในฝันเธอกับพี่ผู้ชายใจดีได้พูดคุยกัน แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแม้แต่น้ำเสียงของเขาเธอก็จำไม่ได้ ทุกครั้งที่เธอนึกถึง เธอจะมีอาการปวดหัวอยู่บ่อยๆ

"งั้นพอใจ กับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน"

ผู้อำนวยการหนุ่มพยักหน้าอนุญาตก่อนที่ทั้งสองสาวจะเดินห่างออกไปโดยมีเข็มทิศที่ยังยืนจ้องมองพอใจอย่างไม่เข้าใจ

"คุณเข็มทิศน่ากลัวเนอะ เขาต้องเป็นพวกที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่เลย" เมื่อเดินออกมาไกลแล้ว กะรัตก็หันกลับไปมองที่กลุ่มของผู้อำนวยการโดยที่เมื่อหันไปก็ต้องรีบหันกลับมาทันทีเพราะเข็มทิศยังยืนจังก้าจ้องมาทางเธอทั้งสองคนอยู่

"เขายังจ้องพอใจไม่หยุดเลย พอใจเคยสาดน้ำเต้าหู้ใส่เขารึเปล่าเนี่ย"

"พอใจก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะกุ้ง แต่คุณเขาจ้องพอใจตลอดเลย เขาน่ากลัวเนอะ" สองสาวหันมาคุยกันซุบซิบ แล้วเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไป

"ไอ้เข็ม น้องเขา…"

"ไม่ต้องย้ำ!" น้ำเสียงของเข็มทิศแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"ไหนมึงบอกน้องเป็นเด็กดี ไม่ลืมบุญคุณไง นี่มึงไปเมืองนอกไม่กี่ปีน้องลืมมึงแล้ว"

ลมหนาวพูดขึ้น แล้วหันไปหัวเราะกับไทก้าที่ยืนส่ายหน้าให้กับเข็มทิศที่ยังจ้องไปบนอาคารเรียน เพราะโครงการทุนการศึกษาที่เขามีขึ้นมาเนี่ย เป็นความคิดของเข็มทิศ แต่การที่พอใจเข้ามาเรียนที่นี่ได้เพราะเธอสอบผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่ได้มีใครช่วยเหลือ

"กูบอกมึงแล้วว่าไม่ให้ทำสวน เสือกห้าวอยากทำ"

"ก็พ่อแม่กูไม่อยู่แล้ว กูจะเก็บไว้ทำไมละ เอาที่ไว้ให้คนทำประโยชน์ดีกว่า"

"เป็นคนดี หรือทำเพื่อใครกันแน่วะ รำคาญฉิบหาย"

"ไอ้สัสลม"

"อะไร อย่ามาขึ้นเสียงกับกูนะไอ้คนที่ถูกลืม"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FEC” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FEC
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เขาคิดว่า ฉันจะยอมทนเงียบๆ
8.9
ในวันครบรอบห้าปี ฉันพบความลับในแฟลชไดรฟ์ของสามีที่ใช้รหัสเป็นวันเกิดรักแรกของเขา ตลอดเวลาที่แต่งงานกัน ฉันเป็นเพียงเงาของคนอื่นที่ไม่มีตัวตนในใจเขาเลย เมื่อเขานำผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำงานและยกโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทให้เธอ พร้อมทั้งตวาดใส่ฉันต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องเธอ ความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง เขาคิดว่าฉันจะยอมก้มหน้าแบกรับความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน แต่เขาคิดผิด ฉันตัดสินใจเทแชมเปญรดหัวเขาต่อหน้าพนักงานทุกคนเพื่อประกาศจุดยืนว่าฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
8.2
เมื่อศัลยแพทย์สาวผู้แสนอ่อนโยนและชาญฉลาด มีความจำเป็นบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี เขาคือชายผู้ครองความเย็นชาและเกลียดชังการผูกมัดเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในโลกมืด ท่ามกลางความขัดแย้งและตัวตนที่ต่างกันสุดขั้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขานั้นช่างโหดร้ายและยากจะหยั่งถึง
หน้าปกนวนิยาย เทพนิยายของฉันพังทลาย ด้วยการหักหลังอันโหดร้ายของเขา
7.8
เก้าปีในฐานะภรรยาของจุลจักร มหาเศรษฐีไอทีผู้แสนดีกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่ออุบัติเหตุทำเขาความจำเสื่อมและมองสถาปนิกสาวอย่างฉันเป็นศัตรู ภายใต้การชักใยของเฮเลนผู้ทะเยอทะยาน เขาพรากชีวิตน้องชายฉัน สั่งหักขาฉันในงานศพ และร้ายกาจที่สุดคือการผ่าตัดชิงเส้นเสียงของฉันไปให้หญิงอื่น ความรักที่เคยมีจึงมอดไหม้กลายเป็นความแค้น ฉันจึงแกล้งตายพร้อมทิ้งหลักฐานทำลายอาณาจักรของเขาไว้เบื้องหลัง ถึงเวลาที่ปีศาจตนนี้ต้องชดใช้ให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย สร้างชีวิตพิชิตฝันหนูน้อยนำโชคในยุค70
9.2
เด็กหญิงวัยหกขวบผู้ถูกย่าแท้ๆ พรากชีวิตจนกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ต้องทนเห็นโศกนาฏกรรมของคนในครอบครัวอย่างสิ้นหวัง เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงเธอจึงย้อนเวลากลับมาเพื่อเปลี่ยนชะตาอันมืดมนและปกป้องทุกคนที่รักด้วยความรู้จากอนาคต แต่การกลับมาครั้งนี้กลับมีเรื่องประหลาดใจ เมื่อคุณแม่ที่เคยอ่อนแอและขี้ขลาดกลับลุกขึ้นมาแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภารกิจทวงคืนความสุขและสร้างชีวิตใหม่ในยุค 70 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงจึงเริ่มต้นขึ้น