หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอกับจอมบงการ

นางบำเรอกับจอมบงการ

7.9 / 10.0
วิธาดาตัดสินใจสารภาพรักกับธัญญ์ ชายผู้จมอยู่กับอดีตและมอบหัวใจให้แต่น้องสาวของเธอ แม้จะรู้ว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่เธอก็ยอมเปิดเผยความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนนั้นเพื่อยืนยันว่าเขาคือคนแรกของเธอ หญิงสาวเลือกที่จะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกแม้ต้องเผชิญกับท่าทีรังเกียจและการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจากปากของเขาที่ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะรักเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ถูกคนที่รักที่สุดปฏิเสธอย่างเลือดเย็น

นางบำเรอกับจอมบงการ ตอนที่ 1

สายตาเศร้าสร้อยของวิธาดามองธัญญ์อยู่ไกลๆ แม้เธอจะมาส่งเขาที่สนามบินเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใกล้ ได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาเพียงกลับมางานสำคัญของพี่ชายและกำลังจะกลับไปเรียนต่อ ซึ่งเธอคงไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกหลายปี

เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว แม้จะรู้อยู่แก่ใจ ไม่รู้จะตอกย้ำให้เสียใจทำไมกัน แม้จะบอกให้ตัดใจ แต่ตัดใจจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักที

เธอควรเฝ้ามองดูเขามีอนาคตที่ดี เรียนจบกลับมา เขาต้องมาดูแลกิจการของครอบครัว เธอเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเขาจน ต่ำต้อย ทำให้รู้ว่าคนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ

บางคนทำตัวร่ำรวยแต่เป็นหนี้สิน รวยแค่เปลือกนอก ไม่ได้ร่ำรวยจริง บางคนมีเงินทองมากมายแต่ไม่อวดอ้าง

... แต่ถึงอย่างไร ในสายตาของเขา มีแต่ผู้หญิงอีกคนอยู่เต็มหัวใจ จนไม่มีพื้นที่ไว้มองผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว

ผู้หญิงคนนั้นคือ พิณทิรา น้องสาวของเธอนั่นเอง

ร่างอรชรหันหลังกลับเมื่อเธอยืนส่งเขาจนพอใจ วิธาดาเดินไปยังรถของตัวเอง ก่อนสตาร์ทรถขับออกมาด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก

จริงๆ แล้ว ลึกๆ เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตยังไงกันแน่ เมื่อก่อนแทบไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้เงินไปวันๆ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อน เที่ยวเตร่ตามประสา แต่ตอนนี้ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนแปลงไปหมด

เธอไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่แสดงออก ชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึก สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนให้จบ

นั่นสินะ... เธอทิ้งการเรียนไม่สนใจมานานมากแล้ว

หลายปีผ่านไป...

“ทางนี้เพื่อน” ณัฐโบกไม้โบกมือให้ธัญญ์เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

“ขอบใจมากเพื่อนที่มารับ”

ธัญญ์เอ่ยขอบใจเพื่อนที่ยอมสละเวลามารับเขาถึงสนามบิน นี่เป็นระยะเวลาหลายปีที่เขาได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายและเพื่อนรักก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย

“ไม่เป็นไร นายจะทำให้คนที่บ้านเซอร์ไพรส์หรือไง ถึงไม่ยอมบอกว่ากลับมาแล้ว”

“ก็ใช่ กะว่าจะทำให้ทุกคนประหลาดใจเสียหน่อย”

ณัฐเดินทางไปเรียนต่อพร้อมกับธัญญ์ แต่เขาเรียนจบและเดินทางกลับมาก่อน เนื่องจากต้องกลับมาดูแลกิจการโรงแรมของบิดา เพราะท่านเสียชีวิตกะทันหัน

ส่วนธัญญ์นั้นขออยู่ต่างประเทศต่อ เหตุผลคือยังทำใจเรื่องพิณทิรา หญิงสาวที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ไม่ได้ และเพื่อทำงานเรียนรู้งานที่โน้นอีกระยะ

แต่ในที่สุดบุญคุณที่พยัคฆ์ส่งเสียเลี้ยงดูก็ทำให้ธัญญ์จำต้องกลับมา แม้เขาจะทำงานทำการแล้ว แต่ลุงที่มีพระคุณท่วมหัวยังส่งเงินไปให้เขาเสมอ แล้วเขาจะเนรคุณไม่ยอมกลับมาช่วยงานท่าน ดูจะเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

“กลับมาก็ดี คืนนี้ไปฉลองกันหน่อย นานๆ จะได้เจอกันสักที”

“ได้สิ ไม่ได้กลับเมืองไทยหลายปี รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ” ธัญญ์เอ่ยยิ้มๆ

ธัญญ์เข้าพักที่โรงแรมของเพื่อนพร้อมกับการต้อนรับเป็นอย่างดี เขาลงมายังไนต์คลับด้านล่างตามคำชักชวนของณัฐในเวลาสามทุ่มเศษ

“กิจการโรงแรมของนายเป็นยังไงบ้าง” ธัญญ์เอ่ยถามขณะกวาดสายตามองรอบกาย เขาคิดว่าที่นี่ดึงดูดนักเที่ยวได้มาก อาหาร เครื่องดื่มพร้อมสรรพ บรรยากาศดี เพลงเพราะ แถมสาวๆ ยังบริการไม่ห่าง ณัฐหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชนแก้วกับเพื่อน

“ก็ดี คืนนี้เอาสักกี่คนดี หรือจะแค่ชวนเธอไปเต้นรำด้วยก็ไม่ว่านะ”

“ไม่เอาดีกว่า นายบริการผู้หญิงให้แขกด้วยหรือไง”

ธัญญ์ปฏิเสธด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่อดแปลกใจเสียไม่ได้

“ไม่ใช่ แค่จัดพิเศษให้นายเท่านั้น ยังตัดใจจากพิณทิราไม่ได้หรือไงวะเพื่อน ไหนๆ เค้าแต่งงานไปแล้ว แถมยังเป็นพี่สะใภ้ของนายอีก อย่าไปคิดมากเลย”

“พูดยากว่ะเพื่อน นายไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”

“เอาๆๆ ดื่มๆ ลืมเรื่องทุกข์ใจซะ แค่ผู้หญิงคนเดียว นายเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้หญิงแทบอยากกระโดดเข้าใส่นายแทบทั้งนั้น”

ณัฐส่ายหน้าไปมา

“แต่คนอยากให้กระโดดเข้าใส่ดันไม่ยอมกระโดดนี่สิ”

ธัญญ์ยักไหล่ไปมาอย่างเซ็งๆ เขาชนแก้วกับเพื่อนแก้วแล้วแก้วเล่าจนรู้สึกมึนๆ ความเมาเริ่มมาเยือนเมื่อแอลกอฮอล์แทรกซึมเข้าในกระแสเลือด

อีกด้านของไนท์คลับ...

“โอ๊ย! ยัยวิ ฉันล่ะปวดหัวกับหล่อนจริงๆ เลย เดี๋ยวคุณแม่ของหล่อนก็มาถลกหนังหัวฉันหรอก”

เชอร์รี่หรือชลันธร ชายใจหญิงหรือสาวประเภทสองร้องกรีด กร๊าดอย่างขัดใจเพื่อนนัก

“ปวดหัวก็ไปนอนสิ ยัยเชอร์รี่ แกนี่โง่จริง”

คนเมาหันมาจิ้มหน้าผากเพื่อนตาปรือ

“นี่หล่อน เป็นเสียแบบนี้สิถึงไม่มีใครคบ เมื่อก่อนว่าพอมีบ้าง ตอนนี้ไม่มีเลย”

ชลันธรจิกกัดอีกฝ่าย แต่ตัวเองเลิกคบเพื่อนคนนี้ไม่ได้ แม้ วิธาดาจะดูร้ายกาจแต่จริงๆ มีหลายอย่างน่าสงสารใน เพราะมารดาเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้เธอเอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลา เธอมีความอ่อนแอที่ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น มีเรื่องก็มาระบายให้ฟังอยู่เสมอ จนคิดว่าตัวเองเหมือนคนในครอบครัวเพื่อนรักคนหนึ่ง

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม ยัยกระเชอก้นรั่ว ฉันเลี้ยงแก ฉันเป็นเจ้ามือ แกกินอย่างเดียว อย่ามาบ่น”

“ต๊ายตาย... อกอีแป้นจะแตก ปากเหรอนั่นที่พูด ฉันไม่ได้ขอให้หล่อนเลี้ยงเสียหน่อย เงินฉันน่ะมีเป็นกระบุงใช้ทั้งชาติยังไม่หมด ขึ้นห้องได้แล้ว เมาจะแย่อยู่แล้ว แล้วนี่จะนอนโรงแรมอีกกี่คืน บ้านช่องไม่รู้จักกลับ คนที่บ้านหล่อนจะเป็นห่วงแค่ไหนนี่”

ชลันธรกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แค่ไม่อยากอยู่บ้านก็หนีมานอนโรงแรม แล้วเป็นเวรเป็นกรรมอะไรนี่ ที่ต้องมาเป็นเพื่อนยัยขี้เมาคนนี้ วันนี้อดกินผู้ชายเป็นอาหารเลย แต่ถ้าไม่มา รับรองยัยเพื่อนขี้เมาได้โดนลากไปงาบ เพราะมีพวกอยากงาบวิธาดาอยู่มาก ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนสวย แม้ภายนอกจะดูเป็นสาวเปรี้ยวขี้วีนแต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ใครจนถึงขั้นพาขึ้นเตียง

“หนาย... แตกแล้วเหรอ เฮือก”

วิธาดาหันไปบีบหน้าอกเพื่อนรักเต็มเหนี่ยว

“ยัยชะนีบ้า มาบีบหน้าอกฉันทำไมย่ะหล่อน เดี๋ยวก็เหลวหมดหรอก ฉันเพิ่งไปเสริมมานะย่ะ ต๊าย... อยากจะตายสักสิบรอบ ถ้าไม่คิดว่าหล่อนเป็นเพื่อน ฉันจะตบหล่อนให้คว่ำเลย ให้ตายเถอะ ยัยชะนีหน้าขาว ยัยขี้เมา ยัยบ้า”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปากฮึดฮัดขัดใจเพื่อนเหลือคณา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเป็นอย่างยิ่ง

วิธาดาตาปรือส่ายหน้าไปมาหัวเราะเหมือนคนบ้าเพราะเมาหนัก

“ฮ่าๆๆ ฮิฮิ ยัยกระเชอก้นรั่ว บ่นเหมือนยายแก่เลย น่านงาย... หน้าถึงหะ... เหี่ยวแบบนี้ เฮือก” คนเมาเริ่มอาละวาดหนัก ชี้นิ้วมั่วไปหมด

“ไป! ขึ้นไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว โอ๊ย ให้ผู้ชายลากไปขืนใจซะดีไหมนี่ มันน่านักนังชะนีขี้เมา”

ชลันธรบ่นไม่หยุดปาก รีบจ่ายเงินลากเพื่อนสาวขึ้นห้องทันที

เสียงบ่นของชลันธรได้ยินไปตลอดทาง ไม่ว่าจะเข้าลิฟต์หรือออกลิฟต์ ก่อนจะถึงหน้าห้องพักของโรงแรมหรู

“โอ๊ย! โทรศัพท์หล่นตรงไหนนี่ ซวยจริง คีย์การ์ดก็หาย ให้มันได้แบบนี้สิ อยากจะตายสักร้อยรอบ แล้วฉันจะทำยังไงกับหล่อนดีนี่นังชะนีขี้เมา”

ชลันธรกรี๊ดกราดอย่างขัดใจเมื่อโทรศัพท์หรูราคาแพงหายไปจากกระเป๋า ระหว่างทางที่พยุงเพื่อนเข้าห้อง ตบท้ายด้วยคีย์การ์ดไม่รู้ว่าไปวางลืมไว้ตรงไหน มัวแต่ห้ามคนเมาที่ขาดสติ ไม่สนใจอะไรเอาเสียเลยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนขนาดไหน

“กรี๊ดด!!! ยัยเพื่อนบ้า มาอ้วกใส่ฉันทำไมนี่”

ชลันธรปล่อยร่างเพื่อนสาวรูดลงไปกองกับพื้นตรงระหว่างทางเดินที่จะถึงห้อง

“อุ๊บ ... แหวะ” วิธาดาอาเจียนจนหมดสภาพ

“ยัยวิ ชีอ้วกเต็มเลย โอ๊ย... อยากจะบ้าตาย นั่งรอตรงนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา โอ๊ยๆๆๆ วันนี้มันเป็นวันอะไรนี่”

อ่านต่อ

สารบัญ นางบำเรอกับจอมบงการ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ตอน
อ่านเลย
แชร์