ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพร้ายโหยหารัก

แม่ทัพร้ายโหยหารัก

องค์ชายอิ๋งหยางผู้ถูกสาปให้มีใบหน้าอาถรรพ์จนต้องใส่หน้ากากสีเงินปกปิดไว้ เพราะใครที่จ้องมองเขาจะต้องกลายเป็นหินและพบจุดจบอันน่าสยดสยอง เขาจึงถูกเนรเทศไปเป็นแม่ทัพปีศาจที่ชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน จนกระทั่งจางเพ่ยอัน หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากยุคปัจจุบันได้หวนคืนสู่อดีตตามคำเรียกขานของวิญญาณฝาแฝด ดวงชะตาพิฆาตของนางคือสิ่งเดียวที่สามารถต้านทานคำสาปและหยุดยั้งหายนะจากการล่มสลายของแคว้นได้ นางจึงเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวที่เคียงคู่แม่ทัพผู้โหยหารักได้ตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

คริสต์ศักราช 2018

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเจดีย์ห่าน Giant Wild ในเมืองโบราณซีอานในมณฑลส่านซีประเทศจีนเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ของรัฐขนาดใหญ่ ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด ภายในพิพิธภัณฑ์มีสิ่งของกว่าสามแสนเจ็ดหมื่นชิ้น รวมทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพวาดเครื่องปั้นดินเผาเหรียญตลอดจนวัตถุที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ทองคำและเงิน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1983 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2001 และมีลักษณะของการสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมของราชวงศ์ถัง

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ส่านซีแห่งนี้มีพื้นที่หกหมื่นห้าพันตารางเมตร มีพื้นที่อาคารห้าหมื่นห้าพันหกร้อยตารางเมตร ห้องเก็บพระธาตุทางวัฒนธรรมแปดพันตารางเมตร ห้องโถงนิทรรศการของหนึ่งหมื่นหนึ่งพันตารางเมตร และคอลเลกชันสามแสนเจ็ดหมื่นวัตถุ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ Tang โดยมี “ห้องโถงอยู่ตรงกลางอาคารที่มีชั้นในหลายมุม” มีความสง่างามและใหญ่โต โออ่าด้วยการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งแสดงถึงประเพณีพื้นบ้านและลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น

มณฑลส่านซีเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโบราณของจีนถึงสิบสามราชวงศ์ นับตั้งแต่โจว,ฉิน ,ฮั่นและราชวงศ์ถัง ซึ่งเต็มไปด้วยโบราณวัตถุทางวัฒนธรรม เมื่อพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ส่านซีสร้างเสร็จจึงได้รวบรวมโบราณ วัตถุล้ำค่ากว่าสามแสนเจ็ดหมื่นชิ้นซึ่งขุดพบในมณฑลส่านซีรวมทั้งเครื่องถ้วยสำริดรูปปั้นเครื่องปั้นดินเผาและภาพวาดฝาผนังในสุสานของราชวงศ์ถัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีรูปปั้นเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมากมาจากสุสานของราชวงศ์ที่อยู่รอบเมือง

ภายในอาณาบริเวณของพื้นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ มีอาคารสร้างขึ้นโดยใช้ต้นแบบจากสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นสถานที่รองรับสำหรับศึกษาและค้นคว้าวิจัยข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชนชาติจีน ก็อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน หลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายถูกขุดพบทุกวันตามหัวเมืองและมณฑลต่างๆ ที่เคยเกิดอารยธรรมโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน มีเจ้าหน้าที่นับร้อยชีวิตอยู่ภายในศูนย์วิจัยแห่งนี้รวมไปถึงนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

ซึ่งนักศึกษาในคณะประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณกรรมและปรัชญา ซึ่งอยู่ในช่วงชั้นปีสุดท้ายของแต่ละมหาวิทยาลัยจะถูกส่งมาฝึกงาน แยกย้ายไปตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ก่อนจะมารวมอยู่ที่จุดเดียวกันคือที่ส่านซี เนื่องจากเป็นเพียงแห่งเดียวที่มีสถาบันวิจัยค้นคว้าอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับพิพิธภัณฑ์

ภายในห้องวิจัยค้นคว้าในขณะนี้ ทั้งนักศึกษาฝึกงานและนักวิจัยกำลังนั่งก้มหน้าก้มตา ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์กันอย่างคร่ำเคร่ง โบราณวัตถุมากมายที่ถูกค้นพบภายในมณฑลส่านซีถูกทยอยนำเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน และมอบหมายให้นักศึกษาฝึกงานรวมไปถึงนักวิจัยต่างพากันช่วยดูแลรับผิดชอบ

“อันอัน!” เสียงเรียกของหัวหน้าทีมงานวิจัยเรียกขานดังก้องขึ้นภายในห้อง

หญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงในลักษณะมวยผมเกล้าขึ้นสูงเอาไว้ตรงกลางศีรษะ สวมแว่นตาสายตาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากโบราณวัตถุตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งเหลือประมาณ

“ค่ะหัวหน้า!” เธอขานรับกลับไปทันทีพลางหันกลับไปมองทางต้นเสียงที่เรียกหา

ร่างระหงลุกจากเก้าอี้ทำงานเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมวิจัย พลางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้

“หัวหน้าเรียกอันอันมีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ” หญิงสาวถามกลับไป ท่ามกลางสายตาของสาวใหญ่กำลังมองแม่สาวน้อยตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง

“หายดีแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงได้กลับมาทำงาน หมอให้พักรักษาตัวหนึ่งเดือน แต่นี่อะไรยังไม่ถึงสามอาทิตย์เธอก็กลับมาทำงานแล้ว ไม่เจ็บแผลถูกยิงแล้วอย่างนั้นเหรอ”

จางเพ่ยอัน สาวน้อยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งมาหมาดๆ ส่งยิ้มหวานกลับไปเมื่อหัวหน้างานของเธอถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงอาการบาดเจ็บเพราะถูกกลุ่มอันธพาลไล่ยิงกันเองเรื่องขัดผลประโยชน์ แล้วเธอบังเอิญถูกลูกหลงในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นมีคนได้รับบาดเจ็บหลายรายและเสียชีวิตหนึ่งราย

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะหัวหน้า ไม่เจ็บและปวดแผลแล้ว ขี้เกียจนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ สู้มาทำงานไม่ได้ คิดถึงงานที่ทำค้างเอาไว้รีบกลับมาทำดีกว่าค่ะ” จางเพ่ยอันตอบกลับไป

“ไม่เป็นไรแล้วก็ดีจะได้สบายใจ ดีที่พวกอันธพาลถูกทางการจับยกแก๊งกันหมด เห็นข่าวออกทางทีวีกันอย่างครึกโครม คนเจ็บตายในวันนั้นไม่รู้ตั้งกี่คน พวกนี้สมควรต้องจำคุกตลอดชีวิตไม่ต้องออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นได้อีก” แม่หัวหน้างานบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมเลื่อนถาดที่วางอยู่ตรงหน้าเธอให้ลูกน้องสาว

“งานใหม่ของเธอ”

จางเพ่ยอันมองถาดใบขนาดย่อมที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งถูกเลื่อนมาไว้ตรงหน้าเธออยู่ในขณะนี้

“วัตถุโบราณล็อตใหม่เพิ่งขุดพบจากเมืองซีอานส่งมาให้ตรวจสอบ ฉันขอมอบให้เธอค้นคว้าหาข้อมูลว่ารูปแบบลักษณะและลวดลายที่ปรากฏเป็นของชนชั้นใด ประเมินอายุมาด้วยนะว่าก่อนยุคจิ๋นซีฮ่องเต้หรือยุคจักรพรรดิ” หัวหน้าทีมงานวิจัยซึ่งเป็นสตรีสาวรุ่นใหญ่วัยสี่สิบตอนต้นกล่าวพร้อมมองถาดตรงหน้าซึ่งภายในนั้นมีห่อผ้าวางเอาไว้

“รับทราบค่ะ!” หญิงสาวขานรับอย่างแข็งขันพร้อมเอื้อมมือรับถาดตรงหน้ามาถือเอาไว้

“เออ... วัตถุโบราณชิ้นนี้เร่งค้นคว้าไหมคะ พอดีอันอันยังมีงานค้างเก่าอยู่อีกยังทำไม่เสร็จเลยค่ะหัวหน้า” หญิงสาวถามกลับไปด้วยความอยากรู้

“พักงานเก่าเอาไว้ก่อน ชุดเกราะในยุคจิ๋นซีถูกขุดพบมากมายเต็มสุสาน ข้อมูลที่ได้รับมาก็ไม่แตกต่างจากที่มีอยู่ แต่งานที่เพิ่งมอบให้เธอรับผิดชอบ ทีมงานขุดค้นเพิ่งพบสุสานใหม่ สันนิษฐานว่าอาจเป็นของราชวงศ์ก็ได้เพราะข้าวของที่พบแตกต่างจากสุสานขุนนางหรือชนชั้นคหบดี ซึ่งยังไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับจิ๋นซีฮ่องเต้หรือเปล่า ค้นคว้าหาข้อมูลชิ้นล่าสุดมาให้ฉันก่อนนะอันอัน” หัวหน้าทีมงานตอบกำชับกลับมา

“โอเคค่ะ อันอันเข้าใจแล้ว” หญิงสาวตอบกลับไปพร้อมฉีกยิ้มกว้างส่งให้หัวหน้างานของเธอ ก่อนจะได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยบางอย่างกลับมา

“มีอีกเรื่องที่ฉันลืมบอกเธอไป” หัวหน้างานกล่าวพร้อมทอดสายตามองลูกน้องในสายงาน

“อะไรเหรอคะหัวหน้า” หญิงสาวถามกลับไปทันทีด้วยความสงสัย

“ผลงานการค้นคว้าและวิจัยของเธอเท่าที่ผ่านมาถือว่าแม่นยำและถูกต้องมากที่สุดเลย ฉันพอใจในการทำงานและความทุ่มเทของเธอมากเลยนะอันอัน เดี๋ยวช่วงบ่ายไปรายงานตัวที่ห้องพัฒนาบุคลากร ฉันเซ็นคำสั่งบรรจุให้เธอเป็นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยค้นคว้าของที่นี่ให้แล้ว”

ใบหน้าหวานของสาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปี มีอาการชะงักงันเมื่อได้รับข่าวดีจากปากหัวหน้างานของเธอ หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับการบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยภายในเวลาเพียงแค่หกเดือนเท่านั้น

“จะ... จริงเหรอคะหัวหน้า!” หญิงสาวถามย้ำกลับไปเพื่อความแน่ใจ

ใบหน้าของผู้สูงวัยกว่าพยักหน้าติดต่อกัน พร้อมคลี่ยิ้มด้วยความเอ็นดูส่งกลับมา

“ฉันจะไปหลอกเธอทำไมอันอัน ตรงกันข้ามมันเป็นเรื่องจริง คนมีความสามารถและมีพรสวรรค์แบบนี้ ดูงานชิ้นไหนไม่เคยพลาดเลยว่าเป็นของจริงหรือของปลอม คนอื่นยังต้องใช้เวลาค้นคว้าอยู่เป็นนาน ตรงกันข้ามถ้าวัตถุโบราณชิ้นไหนอยู่ในความรับผิดชอบ ไม่เคยประเมินอายุผิดพลาดมิหนำซ้ำยังล่วงรู้ว่ามาจากยุคสมัยใดอีกด้วย”

และนั่นทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างสุดขีด ที่เธอได้งานมั่นคงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นหลักประกันของชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดีพอจะเชิดหน้าชูตาตระกูลจางได้ขึ้นมาบ้าง ไม่ต้องดิ้นรนไปหางานพิเศษทำเพื่อเลี้ยงดูตัวเองอีกต่อไป

แต่ถ้าจะทิ้งงานพิเศษดังกล่าวก็ทำไม่ได้เพราะงานดังกล่าวทำให้จางเพ่ยอันมีรายได้นำมาจับจ่ายจิปาถะได้อย่างสบายโดยไม่เดือดร้อนแม้แต่น้อย ด้วยเพราะหญิงสาวเป็นเด็กกำพร้าเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็ก และอยู่เผชิญโลกใบนี้เพียงตามลำพัง ไร้ญาติขาดมิตรนับตั้งแต่ลืมตาดูโลกใบนี้

“อันอันดีใจจังเลยค่ะหัวหน้า! ที่ได้บรรจุเข้าทำงานที่นี่! หนู... หนู... ดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย” หญิงสาวเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย

ในขณะที่หัวหน้างานรุ่นใหญ่นั่งอมยิ้มด้วยความดีใจแทนเด็กสาวไม่แพ้กัน

“ฉันภูมิใจในตัวเธอจริงๆ นะอันอัน นี่คือผลของความตั้งใจและมานะพยายาม คนมีพรสวรรค์และเก่งๆ แบบนี้ต่อไปก็จะก้าวเดินได้อย่างมั่นคงและเติบโตแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ต้องน้อยใจในโชคชะตาที่ผ่านมา นับตั้งแต่นี้ต่อไปจงกำหนดโชคชะตาของเราเองนะจางเพ่ยอัน” หัวหน้างานสาวใหญ่เอ่ยชื่อแซ่ของหญิงสาวเน้นหนัก

หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กันครั้นได้ยินเช่นนั้น

“อันอันจะจดจำคำสั่งสอนของหัวหน้าเอาไว้อย่างขึ้นใจเลยค่ะ ขอบพระคุณหัวหน้ามากค่ะ” เธอกล่าวพร้อมก้มศีรษะคำนับผู้อาวุโสกว่าด้วยความเคารพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปิติยินดีอย่างเห็นได้ชัด

ร่างระหงของหญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะล่าถอยออกจากห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้างาน โดยมีสายตาของผู้สูงวัยกว่ามองตามหลังด้วยความเอ็นดูนาง

ครั้นถึงโต๊ะทำงานส่วนตัว จางเพ่ยอันวางถาดที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะ ดวงตาคู่สวยหันกลับไปมองภาพถ่ายของพ่อและแม่ที่จากไปเพราะอุบัติเหตุรถคว่ำตั้งแต่หญิงสาวมีอายุเพียงแค่หกเดือนเท่านั้น พ่อและแม่ของเธอต่างเป็นลูกโทนด้วยกันทั้งคู่ ญาติมิตรล้วนล้มหายตายจากไปหมด ที่มีอยู่ก็เพียงแค่ญาติห่างไกลลิบลิ่ว ไม่มีความสามารถที่จะอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยมีฐานะยากจนและอยู่ในชนบท

หญิงสาวจึงถูกเลี้ยงดูจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาโดยตลอด บ่อยครั้งที่มีผู้อุปการะนำไปเลี้ยง ทว่าแต่ละรายเลี้ยงจางเพ่ยอันได้ไม่ถึงปี ถ้าไม่ตายยกครัวก็ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จนต้องนำกลับมาคืนสถานรับเลี้ยงเด็กตามเดิม ซึ่งต่างพากันพูดปากต่อปากว่า วันเดือนปีเกิดของสาวน้อยคนงามเป็นดวงพิฆาตหากแม้นอยู่ร่วมกับผู้ใด คนใกล้ตัวจะต้องมีอันเป็นไปและเป็นเช่นนี้ทุกครอบครัว

และนี่เป็นสาเหตุทำให้หญิงสาวเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาโดยตลอด จนกระทั่งอายุสิบแปดปี พ้นวัยเยาวชนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตามกฎหมาย จางเพ่ยอันจึงออกมาเผชิญชีวิตอยู่เพียงลำพังนับตั้งแต่นั้นมา ทำงานหาเลี้ยงตัวเองและเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไปด้วยพร้อมกัน

จนกระทั่งสามารถเรียนจบคณะประวัติศาสตร์ เกรียตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและเป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ซึ่งหญิงสาวยังได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาโทและกำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้ควบคู่ไปกับการทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยวิจัย ซึ่งต้องทดลองงานนานถึงหนึ่งปี

แต่หญิงสาวกลับได้รับการบรรจุเข้าทำงานภายในระยะเวลาเพียงแค่หกเดือนเท่านั้น พร้อมกับเงินเดือนประจำหกพันสามร้อยยี่สิบหยวนต่อเดือน และสวัสดิการมากมายที่รัฐมอบให้ในฐานะที่เธอเป็นบุคลากรของรัฐนั่นเอง มือน้อยเรียวสวยเอื้อมหยิบภาพถ่ายของพ่อและแม่มากอดเอาไว้แนบอกด้วยความรักและคิดถึงอย่างสุดหัวใจ

“พ่อขาแม่ขา อันอันทำได้แล้ว ตอนนี้หนูได้บรรจุเข้าทำงานในพิพิธภัณฑ์เป็นนักประวัติศาสตร์และนักวิจัยเหมือนพ่อกับแม่แล้วนะคะ พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวของหนูไหม” หญิงสาวพึมพำบอกพ่อแม่ของเธอในรูปภาพก่อนจะยกขึ้นหอมด้วยความชื่นใจพลางวางลงบนโต๊ะดั่งเดิม

มือเรียวดึงถาดที่มีห่อผ้าขาวพร้อมคลี่ออกอย่างรวดเร็ว เพื่อลงมือทำงานตามที่ได้รับมอบหมายมา ทันทีที่ห่อผ้าดังกล่าวถูกเปิดออก ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าอยู่เช่นนั้นนิ่งนาน เมื่อตรงหน้าของเธอคือปิ่นหยกโบราณ แกะสลักลายมังกรตรงส่วนหัวเห็นได้อย่างชัดเจน

นิ้วเรียวสวยค่อยๆ เอื้อมมือหยิบปิ่นโบราณ และทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสถูกตัวปิ่น ฉับพลันภาพเลือนรางปรากฏขึ้นให้เธอได้เห็นขึ้นมาโดยพลัน ร่างบุรุษในอาภรณ์เลอค่าสูงใหญ่ตระหง่านค่อยๆ บรรจงปักปิ่นที่แกะสลักเป็นลายหงส์ลงบนมวยผมของสตรีสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างเห็นได้ชัด

"หนึ่งปิ่นหนึ่งต่างหู ของคู่เคียงแทนใจข้า อยู่แนบชิดกายเจ้าตราบสิ้นชั่วฟ้าดิน" เสียงทุ้มก้องกังวานพร่ำบอกโฉมตรูซึ่งเป็นนางในดวงใจ

“หนึ่งปิ่นหนึ่งหัวใจจากข้า ขอมอบให้ท่านดูแลตราบสิ้นชีพชีวาวาย” สตรีสาวสูงศักดิ์ตอบกลับไปพร้อมมอบปิ่นแกะสลักลวดลายมังกรในมือของนางมอบให้คนรัก

ร่างสูงใหญ่ทะมึนโน้มกายลงเพื่อให้คนรักปักปิ่นดังกล่าวด้วยมือของนางเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างยิ่งยวด

“อันอัน!” เสียงเรียกของเพื่อนร่วมงานดังขึ้น

พรึบ! ภาพเลือนรางที่มองไม่เห็นใบหน้าบุรุษและสตรีซึ่งเป็นคนในสมัยโบราณดับวูบลงไปทันที

“ไปทานข้าวกลางวันกันเถอะ เที่ยงแล้ว” เพื่อนร่วมงานเอ่ยปากชวน

หญิงสาวสะบัดศีรษะของตัวเองไปมา พร้อมค่อยๆ กลืนน้ำลายลงคอเมื่อจู่ๆ ก็เห็นภาพประหลาดเกิดขึ้นกับเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต

“ไปกินกันเถอะ วันนี้ฉันห่อข้าวมาด้วย อีกอย่างหัวหน้าเพิ่งมอบงานใหม่มาให้ทำ ฉันขอดูก่อนว่าจะต้องเริ่มค้นคว้าจากตรงไหนก่อนดี” หญิงสาวปฏิเสธเพื่อนร่วมงานอย่างนุ่มนวล

“ตามใจเธอเถอะย่ะ อย่าหักโหมมากก็แล้วกัน เดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะลำบาก” เพื่อนร่วมงานกล่าวเตือนพลางหันหลังกลับก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“อ่อ! เธอยังรับดูดวงและทำนายโชคชะตาอยู่หรือเปล่าแม่ซินแสคนดัง” เพื่อนร่วมงานถามกลับมา

หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กันพร้อมเงยหน้าขึ้นมอง

“ฉันก็ยังรับดูดวงอยู่ตลอดนั่นแหละ เลิกงานจากที่นี่ก็ไปเปิดร้านรับดูดวงทุกวัน ถ้าไม่มีอาชีพนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าจิปาถะได้เล่า” จางเพ่ยอันตอบกลับไป

เพื่อนร่วมงานฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจครั้นได้ยินเช่นนั้น

“ดีเลยเดี๋ยวช่วงค่ำๆ จะไปที่ร้านเธอให้ดูดวงญาติผู้พี่ของฉันเสียหน่อย เผื่อจะได้มีทางแก้ไขได้… ว่าแต่ดูฟรีได้ไหม”

หญิงสาวส่งยิ้มกลับไปอย่างเย็นยะเยือก ดวงตาหวานลุกวาววับขึ้นมาทันทีเมื่อเจอการต่อราคาสุดหฤโหดเช่นนั้น

“ฉันใช้พลังเยอะนะยะที่จะต้องดูดวงโชคชะตาให้ ของแบบนี้ต้องทุ่มเทและเรียนรู้จากครูบาอาจารย์ เอาเป็นว่าราคาไม่ลดร้อยห้าสิบหยวนเหมือนเดิม แต่ให้ถามได้สามข้อ เป็นยังไง แค่นี้พอใจไหม”

“ว้าว! แม่หมออันอันใจดีให้ถามได้สามข้อเสียด้วย แล้วเจอกันค่ำๆ นะ ฉันจะพาญาติผู้พี่ไปดูดวงกับเธอ” เพื่อนร่วมงานกล่าวพร้อมใช้มือตบลงบนบ่าของหญิงสาว

จางเพ่ยอันส่งยิ้มแห้งๆ กลับไปพลางมองตามหลังเพื่อนร่วมงาน

“คำถามละร้อยห้าสิบหยวน ให้ถามฟรีตั้งสามข้อฉันต่างหากสิยะที่ขาดทุนแทนที่จะได้เงินสี่ร้อยห้าสิบหยวนกลับได้แค่นั้น” แม่สาวน้อยบ่นรำพึงรำพัน

เมื่องานพิเศษของเธอคือการเป็นหมอดู คอยดูดวงและทำนายโชคชะตารวมไปถึงการจัดวางฮวงจุ้ยในทำเลมงคล ซึ่งเป็นพรสวรรค์ส่วนตัวของหญิงสาวที่มีมาตั้งแต่กำเนิด จางเพ่ยอันมีญาณสัมผัสพิเศษสามารถเห็นเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้ และก็นำมาใช้ประโยชน์เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพตัวเองตั้งแต่ออกมาเผชิญโลกอยู่ตามลำพัง

ทว่าการดูดวงของเธอก็อยู่ภายใต้ขอบเขต ช่วยได้ บรรเทาได้ แต่ไม่ฝืนกฎเกณฑ์ของโชคชะตาและลิขิตของสวรรค์เบื้องบน เพราะจางเพ่ยอันมีกฎเหล็กที่ลูกค้าประจำต่างล่วงรู้กันดี และราคาไม่เคยปรับขึ้นยังคงราคาเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นอกเสียจากลูกค้าจะมอบสินน้ำใจให้เอง จึงทำให้หญิงสาวมีลูกค้าประจำมาใช้บริการมากมาย เป็นอาชีพเสริมที่ทำรายได้ให้อย่างงดงาม บางเดือนมีรายรับหลายหมื่นหยวนเลยทีเดียว ทำให้มีความเป็นอยู่อย่างสบายกว่าเดิมยิ่งนัก

หญิงสาวค่อยๆ หันกลับมามองปิ่นหยกโบราณที่เพิ่งขุดพบจากสุสานแห่งใหม่ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสงสัยอย่างยิ่งยวด เธอยกมือขึ้นเท้าคางกับขอบโต๊ะเมื่อได้เห็นภาพที่จู่ๆ ปรากฏขึ้นมา ว่ามีปิ่นหยกสองอัน ในมือของจางเพ่ยอันขณะนี้คือปิ่นหยกแกะสลักลวดลายมังกรเป็นของบุรุษ ส่วนของสตรีสาวคนรักของเขาเป็นปิ่นหยกแกะสลักลายหงส์ เหตุใดหนอหญิงสาวจึงเห็นภาพเจ้าของปิ่นหยกโบราณชิ้นนี้ขึ้นมาได้

“ปิ่นหยกอันนี้มีเจ้าของ แถมมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่โบราณเลยทีเดียว เสียดายที่เห็นภาพไม่ชัดก็เลยไม่รู้ว่าเป็นของคนในยุคไหน มีหน้าตาเป็นยังไงบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่าคนในสมัยโบราณจะมีหน้าตาแบบไหน ถ้าเหมือนในภาพวาดของจิตรกรขี้เหร่ตายชัก สงสัยปิ่นหยกอันนี้ท่าทางน่าจะอยู่ช่วงก่อนราชวงศ์ฉินเสียแล้วกระมัง” หญิงสาวพึมพำพร้อมยกปิ่นโบราณตรงหน้าขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทันใดนั้นเอง

“ปิ่นนี้เป็นของข้า!” เสียงปริศนาดังขึ้นอยู่ด้านหลังของเธอ

ในขณะที่เจ้าตัวกำลังหมุนปิ่นหยกไปมา เพื่อสำรวจอย่างละเอียด

“เฮ้ย! จู่ๆ จะมาบอกว่าเป็นของใครกันง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงกันล่ะคุณ ปิ่นหยกอันนี้เป็นของโบราณที่เพิ่งขุดค้นพบในสุสาน” เธอตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะเอะใจเมื่อคำถามที่เพิ่งได้ยินนั้นช่างโบราณเสียนี่กระไร

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาโดยพลัน พร้อมดวงตาคู่สวยมองตรงไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งยังไม่ได้เปิดทำงาน กำลังสะท้อนภาพร่างบุรุษสูงใหญ่ในชุดเกราะแม่ทัพยืนอยู่ทางด้านหลังของเธอ

แกร๊ง! ปิ่นหยกที่อยู่ในมือตกลงบนโต๊ะทำงานทันที

ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีด เมื่อเธอเห็นบุรุษในชุดเกราะโบราณระดับแม่ทัพยืนอยู่ทางด้านหลังของเธอ ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินปิดบังเอาไว้อย่างมิดชิดมิเห็นโฉมหน้าอันแท้จริงแม้แต่น้อย ภายในมือถือดาบง้าวขนาดใหญ่ใบมีดคมกริบวาววับ ยืนมองเธอผ่านหน้ากากดังกล่าวดวงตาไม่กะพริบ

“เจ้าเป็นผู้ใด! ใยจึงมีปิ่นของข้าไว้ในครอบครอง!” บุรุษภายใต้หน้า กากสีเงินเอ่ยถามเสียงนุ่มนวลกลับมา

“หา!” จางเพ่ยอันอุทานออกมาโดยพลัน ดวงตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตาไม่กะพริบ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
9.1
เรย์ คาร์เทอร์ เจ้าพ่อมาเฟียร้ายแห่งอาณาจักรคาเทอร์ (เพื่อนรักของหมอกฤษฎิ์จากคุณหมอที่รัก เรย์ของน้องแก้มใส) โคตรโหด โคตรเถื่อน โคตรร้าย มองความรักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลับมาแพ้ทางให้สาวขี้ยั่วขี้อ่อยอย่างเธอพลอยไพลิน พลอยไพลิน สาวสวย Sexy ขี้ยั่ว ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เธอไม่เคยรู้เลยว่าความกล้าที่นำพาให้เธอเดินเข้ามาในโลกสีเทาของเขา จะทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอถูกพันธนาการเอาไว้กับผู้ชายที่ชื่อเรย์ คาร์เทอร์อย่างหมดสิ้นหนทางที่จะหลีกหนีไปไหนได้
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย นางฟ้าของนักฆ่า
8.6
ท่ามกลางวังวนแห่งการล้างแค้นและอันตราย หญิงสาวผู้มีจิตใจบริสุทธิ์และงดงามต้องตกเป็นเป้าหมายในเงื้อมมือของนักฆ่าเลือดเย็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าความไร้เดียงสาและดวงตาคู่งามที่แสนตราตรึงกลับสั่นคลอนโลกที่เคยเงียบเหงาของเขาอย่างรุนแรง ทุกวินาทีที่ได้ใกล้ชิดกลายเป็นบททดสอบหัวใจ เมื่อความอ่อนโยนเริ่มหลอมละลายความเย็นชาให้จางหายไปในที่สุด เรื่องราวความรักท่ามกลางวิถีมือสังหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้