ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพ่ยลู่เสียน สาวใช้อุ่นเตียง จวนนายอำเภอซ่ง

เพ่ยลู่เสียน สาวใช้อุ่นเตียง จวนนายอำเภอซ่ง

หลังเพ่ยลู่เสียนกินยาบางอย่างเข้าไป ร่างกายกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอย่างรุนแรง หัวใจเต้นระรัวและมีเหงื่อซึมทั่วใบหน้า แม้แต่น้ำเสียงที่เคยปกติก็ยังแหบพร่าอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจนนางแทบทนไม่ไหว หญิงสาวพยายามคว้ามือเกาฟงเสินเอาไว้เพื่อหาที่พึ่งพิง แม้ฝ่ายชายจะพยายามถอยห่างเพื่อไปตามหมอมาช่วยดูอาการ แต่นางกลับพุ่งเข้ากอดรัดเขาไว้แน่นเพราะฤทธิ์ยาที่รุนแรงเกินจะต้านทานไหว เรื่องราวความสัมพันธ์ในจวนนายอำเภอซ่งจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
ตอน
แชร์

ตอน 3

“หน้าตาไม่เลว เอาไปขังที่เรือนตะวันตก”

เสียงเข้มดุดันดังอยู่ด้านนอก เพ่ยลู่เสียนที่อยู่กลางห้องพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด

“เข้าไป!”

คำสั่งแข็งกร้าวมาพร้อมกับแรงเหวี่ยง ทำให้ร่างบอบบางของสตรีคนนั้นซวนเซล้มลงไปเบื้องหน้า ดวงตากลมปิดแน่นทั้งที่ถูกผ้าสีหม่นปิดเอาไว้ คนถูกกระแทกลงพื้นสัมผัสกับความนุ่มนิ่มที่ไม่ต้องใช้สายตามองก็รับรู้ได้ว่าเป็นเรือนร่างด้านหน้าของสตรีในช่วงโตเต็มวัย

“เป็นอะไรหรือไม่”

เสียงอ่อนโยนของเจ้าของอกอวบนุ่มเอ่ยถาม หญิงสาวที่ดูหวาดผวานั้นก็น้ำตาไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง

“ซีหว่าน รีบแก้มัดให้นางก่อน”

เสียงสตรีที่ดังขึ้นอีกครั้งทางด้านขวาทำให้คนมาใหม่คาดเดาได้ว่า เวลานี้รอบตัวนางมิได้มีแค่นางกับเจ้าของอกนุ่มเพียงสองคนเท่านั้น และยามเมื่อผ้าสีหม่นถูกแกะออก หัวใจของคนมาใหม่ก็รู้สึกคลายกังวลลงมาได้หนึ่งส่วน เมื่อพบว่าในเรือนตะวันตกหลังนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วยจริง ๆ

“เจ้าชื่ออะไร ทำไมจึงถูกจับตัวมา แล้วจดจำสิ่งใดได้บ้าง”

สตรีอีกคนหนึ่งรูปร่างสูงเพรียวยืนอยู่หน้าประตูเรือนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าในแววตากลับมีแรงกดดันคาดคั้นบางอย่าง ราวกับนางเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมอาญาที่กำลังไต่สวนพยาน เจียงหว่านหนิงมอง ทำให้เด็กสาวที่มาใหม่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ขยับตัวไปหลบด้านหลังมู่ซีหว่านทันที

“หว่านหนิง เจ้ากำลังทำให้นางกลัว”

“ข้าเพียงอยากรวบรวมข้อมูลเพื่อจะได้ใช้วางแผนหลบหนีเท่านั้น ขออภัยด้วยหากทำให้เจ้าตกใจ” เพ่ยลู่เสียนเอ่ยขึ้นมาเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล ก่อนจะเห็นแววตาวาววับเปล่งประกายอย่างมีความหวัง

“ข้าชื่อ อู๋สือซว่าน ข้าจำได้เพียงว่าชายที่จับตัวข้ามามีรอยสักรูปอินทรีที่อกขวา”

อู๋สือซว่านตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะเจ็ดวันมานี้นางถูกปิดตาเอาไว้ตลอด แม้มีดวงตาที่แจ่มแจ้งก็คล้ายมืดมนราวกับเป็นคนตาบอดผู้หนึ่ง ไม่อาจสังเกตสิ่งใดได้เลย

“เช่นนั้นก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ไหน เดินทางมาจากทิศใด ใช้เวลากี่วัน มาถึงที่นี่ด้วยวิธีไหน” เพ่ยลู่เสียนพยายามค้นหาว่าสถานที่ที่ตนถูกจับอยู่ที่ใด ก่อนสำรวจอู๋สือซว่านที่ดูคลายความกังวลขึ้นกว่าเดิมแล้วเล่าต่อ

“ก่อนหน้านี้ข้าอยู่ที่ค่ายตงหยาง เดินทางด้วยเท้าเจ็ดวันจึงมาถึงที่นี่เจ้าค่ะ แต่ทิศทางใดนั้นข้ามองไม่เห็น”

น้ำเสียงอู๋สือซว่านแผ่วเบาลงเมื่อไม่สามารถตอบคำถามของอีกฝ่ายได้ครบทุกประโยค

มู่ซีหว่านเห็นท่าทางของเด็กสาวก็รู้สึกเอ็นดูและเห็นใจ จึงกระชับมือเล็ก แล้วตบที่หลังมือของนางเบา ๆ

“ไม่ต้องกังวลไป พี่ลู่เสียนเพียงถามดูเพื่อจะได้หาตำแหน่งที่ตั้งของพวกเราเท่านั้น”

เพ่ยลู่เสียนขีดบางสิ่งลงบนพื้นดินกลางเรือน คิ้วเรียวของนางขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยบอก

“ชานเมืองอันฉิน”

อู๋สือซว่าน และสตรีอีกสามนางเดินมารวมตัวกันที่กลางเรือน มองรอยที่เพ่ยลู่เสียนขีดเขียนลงบนพื้นดินด้วยความสนใจ

“พี่ลู่เสียน ท่านเก่งขนาดนี้ สนใจร่วมลงทุนวาดแผนผังเมืองขายกับข้าหรือไม่”

“หลี่เฟิ่งเซียน เจ้าหยุดคิดเรื่องเงินก่อนได้หรือไม่”

มู่ซีหว่านเอ่ยพลางตีไปบนไหล่ของสหาย อู๋สือซว่านมองความสนิทสนมของพวกนางแล้วเผลอยิ้มกว้าง ลืมความทุกข์ใจไปชั่วคราว

“เท่าที่ข้าแอบฟังมา อีกสามวันพวกมันจะขายเราเข้าหอนางโลม พี่ลู่เสียน ท่านวางแผนหลบหนีไว้อย่างไร”

เจียงหว่านหนิงมีความสามารถในเรื่องวรยุทธ แม้ตอนนี้จะเกิดเรื่องให้นางไม่อาจใช้วรยุทธได้ดังเดิม แต่เรื่องความสามารถในการลอบฟังผู้อื่นยังคงใช้ได้ดีเช่นยามปกติ

“หากข้าคาดเดาไม่ผิด คนพวกนี้คงขายเราให้กับหอวารีแคว้นต้าโจว เพราะเป็นเขตที่ใกล้เมืองอันฉินที่สุด เส้นทางจากเมืองอันฉินไปยังแคว้นต้าโจวเป็นภูเขา ไม่อาจใช้รถม้า และไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน ต้องเดินเท้าเท่านั้น มีเพียงโอกาสนี้ที่พวกเราจะหลบหนีได้” เพ่ยลู่เสียนพูดสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่

“เช่นนั้นข้าจะรั้งท้ายสกัดพวกมันเอาไว้เอง พวกท่านเร่งหนีให้เร็วที่สุดก็พอ”

เจียงหว่านหนิงเอ่ยอาสาด้วยท่าทางจริงจังหนักแน่น กลับเป็นมู่ซีหว่านที่กังวลแทน

“หว่านหนิง ตอนนี้ร่างกายของเจ้าไม่อาจใช้วรยุทธได้ มิเช่นนั้น...”

“ข้ามีสหายเป็นหมอเทวดา ยังจะต้องกังวลเรื่องใดอีก”

เพ่ยลู่เสียนหันมองรอบกาย อู๋สือซว่านที่มาใหม่นั้นก็ดูบอบบางไม่ได้ความ เจียงหว่านหนิงแม้ไม่เคยเห็นนางต่อสู้ แต่ฟังจากประโยคที่ไร้ความกังวลแม้ต้องเผชิญกับศัตรูไม่ทราบจำนวน ก็คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีฝีมือไม่ธรรมดา มู่ซีหว่านนอกจากรูปร่างที่โดดเด่นแล้ว ฟังจากคำพูดของเจียงหว่านหนิงและอู๋สือซว่าน ก็มั่นใจว่านางย่อมมีฝีมือการแพทย์ไม่ธรรมดา ส่วนหลี่เฟิ่งเซียน แม้ยามนี้นางไม่แสดงความสามารถที่โดดเด่น แต่ท่าทางไร้ความกังวลแม้ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและอันตราย ก็ชี้ชัดว่านางเป็นสตรีที่ไม่อาจดูแคลนผู้หนึ่ง ดูแล้วคงมีแต่อู๋สือซว่านที่ดูจะไร้ประโยชน์ และเป็นภาระของผู้อื่น

“ซีหว่าน เจ้าสนใจร่วมเปิดโรงหมอกับข้าหรือไม่”

เพ่ยลู่เสียนกลอกตามองบนเมื่อได้ยินหลี่เฟิ่งเซียนเอ่ย ในสถานการณ์เช่นนี้อีกฝ่ายยังคิดถึงเรื่องเงินทองอีก

“เฟิ่งเซียนถ้าต้องแลกเงินกับชีวิตเจ้าจะเลือกอันไหน”

“แน่นอน ข้าเลือกเงินก่อนจะเลือกชีวิตต่อ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ขาดทุนแน่นอน”

เพ่ยลู่เสียนได้ยินแล้วก็คิดว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกันแน่ สวรรค์แกล้งนางใช่ไหม ถึงได้มาเจอคนพวกนี้

สามวันต่อมาเหล่าพ่อค้าทาสก็เปิดประตูเรือนตะวันตกแล้วเข้ามาจับพวกนางมัดมืออีกครั้ง ก่อนจะใช้เชือกเส้นยาวร้อยรัดมัดโยงพวกนางต่อกันเป็นแถวตอนเดียว

“เดินตามมาดี ๆ อย่าได้คิดตุกติก ไม่เช่นนั้นกระบี่ในมือข้าอาจจะพลาดไปถูกคอพวกเจ้าได้”

เพ่ยลู่เสียนที่อยู่ด้านหลังสุดมองไปด้านหน้าก็เห็นอู๋สือซว่านออกอาการสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความตื่นกลัว มู่ซีหว่านรับรู้ได้ถึงความหวาดหวั่นของเด็กสาว ร่างเล็กพลันขยับก้าวมาบดบังนางจากสายตาเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งแปดคน พร้อมกับกระซิบเสียงเบา

"มีพี่สาวคนนี้อยู่ ไม่ต้องกังวล"

อู๋สือซว่านได้ยินคำมั่นของมู่ซีหว่านก็พยักหน้ารับอยู่บนแผ่นหลังบาง

จากนั้นเพ่ยลู่เสี่ยนก็หันมองรอบด้านเพื่อสังเกตว่ามีอะไรที่พอจะหลบหนีได้บ้าง

“รีบพาพวกนางออกมารวมกับพวกด้านหน้า”

ชายชุดดำที่โพกหน้าไว้เอ่ยเสียงกร้าวทรงอำนาจมาจากหน้าเรือน มันคือคนที่ทำร้ายจิวฟงและพ่อบ้านฮุ่ย ยิ่งเห็นนางก็ยิ่งกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ มองคนแปดคนทำท่าทางนอบน้อมก็นึกอยากชิงดาบมาฆ่าปักหัวใจพวกมันเสียตอนนี้

“ขอรับ”

หลังจากที่ถูกพามารวมที่ด้านหน้า เพ่ยลู่เสียนมองหญิงสาวที่กองอยู่เต็มลาน นับจำนวนแล้วมีไม่ต่ำกว่าสามสิบคน คนพวกนี้เหิมเกริมมากไปแล้ว

“พวกเรือนตะวันตกพาไปส่งที่หอวารีแคว้นต้าโจว เรือนตะวันออกส่งไปหอสราญรมย์ เรือนหลังนั่นส่งไปที่โรงบำเรอทาส”

แม้ว่าตัวนางจะไม่เคยมาแคว้นหนิงอัน แต่ก็พอจะทราบว่าหอวารีแคว้นต้าโจวเป็นหอคณิกาอันดับหนึ่งของต้าโจว เลื่องลือขึ้นชื่อเรื่องหญิงงาม เป็นที่ที่บุรุษจากชนชั้นสูงนิยมมาหาความสำราญ ส่วนหอสราญรมย์เป็นหอคณิกาสามัญ ในขณะที่โรงบำเรอทาสคือหอนางโลมชั้นต่ำ รองรับลูกค้าที่มีรสนิยมดิบเถื่อน

ระหว่างที่นางคิดหาทางหนีนั้นก็เห็นอู๋สือซว่านร้องไห้ออกมา หยาดน้ำใสไหลลงอาบแก้ม เม้มปากสะอื้นเบา ๆ ก็ยิ่งนึกถึงสาวใช้ของนาง และแค้นใจพวกพ่อค้าทาสพวกนั้นขึ้นไปอีก

"ดูแล้วสิ่งที่พี่ลู่เสียนคาดเดาคงไม่ผิดนัก เจ้าไม่ต้องกลัวไป"

คำพูดของมู่ซีหว่านทำให้อู๋สือซว่านคลายความกังวลใจลงเล็กน้อย นางเลื่อนสายตามองหญิงสาวทั้งสี่ด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ

“พี่ซีหว่าน แต่ข้ากลัว...”

มู่ซีหว่านหันไปมองหญิงสาวด้วยความห่วงใย อย่างไรนางก็เป็นหญิงสาววัยสิบห้าปี ตลอดชีวิตคงมิเคยพบพานเรื่องเลวร้าย จะตื่นกลัวเช่นนี้ก็ไม่แปลกนัก

“ไม่ต้องกลัว พี่ลู่เสียนไม่เคยคาดการณ์สิ่งใดพลาด”

อู๋สือซว่านพยักหน้ารับ สองเท้าก้าวเดินตามแผ่นหลังของมู่ซีหว่านไม่ห่าง จนกระทั่งตะวันเคลื่อนย้ายมาตรงกลางศีรษะ ชายฉกรรจ์ที่นำทางมาทั้งหกคนก็หยุดเท้าให้พวกนางหยุดพัก

“พี่รอง...จะว่าไปแล้วพวกนางก็งดงามกันไม่น้อย ตอนนี้นายใหญ่ไม่อยู่ ข้าว่าพวกเราหาเรื่องสนุกทำกันดีหรือไม่”

ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงหื่นกาม สายตาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาจ้องมองหญิงสาวทั้งห้า

“นั่นสิพี่รอง ท่านเองก็พอใจเด็กสาวผู้นั้นมิใช่หรือ อย่างไรพวกนางก็ต้องไปเป็นหญิงนางโลมที่หอวารี พวกเราเล่นสนุกกับพวกนางคนละรอบสองรอบคงไม่เสียหายอะไร”

เมื่อถูกบรรดาสหายชั่วยั่วยุ ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าพี่รองก็เริ่มไขว้เขว ยิ่งได้เห็นท่าทางตื่นกลัวของเด็กสาวผู้นั้น ในใจของเขาก็ฮึกเหิมเร่าร้อน หากได้ครอบครองนางสักครั้งสองครั้งคงสุขสมไม่น้อย

“เช่นนั้นพวกเจ้าก็เบามือหน่อย และอย่าได้ทิ้งร่องรอยชัดเจนจนเกินไป”

เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจที่สุด เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหกก็พุ่งตรงไปหาหญิงงามทั้งห้า ทว่าในจังหวะที่ชายคนแรกถึงตัวเจียงหว่านหนิง เชือกที่ข้อมือนางก็หลุดออกเศษถ้วยแตกที่ซ่อนเอาไว้ในปลอกแขน แล้วปาดเข้าที่ลำคอของชายตรงหน้าทันที

“สารเลว ต่ำช้า! บุรุษเช่นพวกเจ้าสมควรตายให้หมด”

ทันทีที่ร่างของบุรุษคนแรกล้มลง คนที่เหลือก็ถอยไปตั้งหลัก ชักกระบี่ขึ้นมาทันที

"สตรีแพศยา เจ้ากล้าลงมือกับอาฉาย ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี"

เจียงหว่านหนิงยกมุมปากขึ้นเย้ยหยันกับคำข่มขู่ที่ได้ยิน เท้าเล็กสะกิดกระบี่บนเอวของร่างชายไร้ลมหายใจขึ้นมาถือ แล้วขยับเท้าเข้าหา ยามที่นางพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง ลมหายใจของบุรุษชั่วก็ดับลงไปอีกหนึ่งคน

ในขณะที่เจียงหว่านหนิงก้าวเท้าสังหารพ่อค้าทาสต่ำช้า หลี่เฟิ่งเซียนก็รีบทรุดตัวลงนั่ง วางมือบนร่างที่ไร้ลมหายใจ เร่งสอดส่ายมือควานหาถุงเงินของอีกฝ่าย ยามที่จับได้ถุงเงินใบโตดวงตาของนางก็เปล่งประกาย หากแต่ในจังหวะที่นางกำลังจะปลดถุงเงินสีดำบนเอวหนา แขนเล็กก็ถูกดึงรั้งจนถุงเงินใบโตหลุดมือ

"พี่ลู่เสียน ถุงเงินของข้า"

“รักษาชีวิตของเจ้าก่อนดีหรือไม่”

เป็นเพ่ยลู่เสียนที่เอ่ยตำหนิเสียงดัง พร้อมกับออกแรงฉุดดึง

หลี่เฟิ่งเซียนได้แต่มองถุงเงินด้วยสายตาอาลัย หากแต่ก็จำใจต้องทอดทิ้งลาภก้อนใหญ่ของตนไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GHM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GHM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
จากทายาทมาเฟียยุค 2000 สู่ร่างเด็กหญิงตัวน้อยในมิติสุดโหดที่กำลังล่มสลาย หงต้องเผชิญโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพลังปราณและธาตุอันแข็งแกร่ง แม้จะมีภารกิจกอบกู้โลกอันยิ่งใหญ่รออยู่ แต่ความทรงจำที่เลือนรางกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ นางต้องเริ่มต้นใหม่จากการปลูกผักประทังชีวิตไปพร้อมกับการกำจัดเหล่ามารร้ายที่รุกราน ท่ามกลางชะตากรรมที่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่จะนำพาความสามารถดั้งเดิมมาเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย นักตกสาว
6.9
ชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วมผู้ใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบต้องพบกับจุดพลิกผัน เมื่อเขาถูกดึงเข้าสู่วังวนของระบบประหลาด เสียงลึกลับของสตรีในโสตประสาทได้มอบหมายภารกิจสุดหฤโหด นั่นคือการเปลี่ยนตัวเองจากคนไร้เสน่ห์ให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการล่อลวงสตรี เงื่อนไขเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นจากมัจจุราชคือการพิชิตใจผู้หญิงให้ได้ภายในเวลาสามสิบวัน หากพลาดพลั้ง ลมหายใจของเขาจะถูกพรากไปตลอดกาล ชะตากรรมบนเส้นด้ายบีบบังคับให้เขาต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อก้าวสู่การเป็นสุดยอดนักรักและเอาชนะความตายให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ชายาเสน่ห
8.4
จากบุรุษผู้สมบูรณ์แบบและได้รับความศรัทธาอย่างสูงสุด กลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนเมื่อโชคชะตานำพาข้ามมิติสู่โลกใบใหม่ ทว่าการเริ่มต้นนี้เต็มไปด้วยขวากหนาม เขาตื่นขึ้นในร่างชายหนุ่มที่ตกเป็นจำเลยสังคมจากการถูกใส่ความ ภาพลักษณ์อันสง่างามในอดีตมลายหายไป เหลือเพียงสถานะผู้ถูกเหยียดหยามและตกเป็นเป้าของเล่ห์กลที่ตนไม่ได้ก่อ เพื่อเอาชีวิตรอด เขาต้องงัดเอาไหวพริบและสติปัญญาอันเฉียบแหลมออกมาใช้ การต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเปิดโปงความจริงจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางศัตรูที่คอยขัดขวาง
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ผู้นี้คืออดีตสุดยอดนักฆ่า
8.2
เมื่ออดีตสปายนักฆ่าฝีมือฉกาจต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของแม่ใจยักษ์ผู้แสนชั่วร้าย ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ด้วยพลังลมปราณและอันตรายรอบด้าน เธอจึงต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่มีทั้งหมดเพื่อปกป้องเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์และใสซื่อที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน การผจญภัยครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดไม่ถึงและการต่อสู้สุดระทึกเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง พวกเขาจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างไรในโลกที่ศัตรูจ้องเล่นงานทุกย่างก้าว