
เพ่ยลู่เสียน สาวใช้อุ่นเตียง จวนนายอำเภอซ่ง
ตอน 3
“หน้าตาไม่เลว เอาไปขังที่เรือนตะวันตก”
เสียงเข้มดุดันดังอยู่ด้านนอก เพ่ยลู่เสียนที่อยู่กลางห้องพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด
“เข้าไป!”
คำสั่งแข็งกร้าวมาพร้อมกับแรงเหวี่ยง ทำให้ร่างบอบบางของสตรีคนนั้นซวนเซล้มลงไปเบื้องหน้า ดวงตากลมปิดแน่นทั้งที่ถูกผ้าสีหม่นปิดเอาไว้ คนถูกกระแทกลงพื้นสัมผัสกับความนุ่มนิ่มที่ไม่ต้องใช้สายตามองก็รับรู้ได้ว่าเป็นเรือนร่างด้านหน้าของสตรีในช่วงโตเต็มวัย
“เป็นอะไรหรือไม่”
เสียงอ่อนโยนของเจ้าของอกอวบนุ่มเอ่ยถาม หญิงสาวที่ดูหวาดผวานั้นก็น้ำตาไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง
“ซีหว่าน รีบแก้มัดให้นางก่อน”
เสียงสตรีที่ดังขึ้นอีกครั้งทางด้านขวาทำให้คนมาใหม่คาดเดาได้ว่า เวลานี้รอบตัวนางมิได้มีแค่นางกับเจ้าของอกนุ่มเพียงสองคนเท่านั้น และยามเมื่อผ้าสีหม่นถูกแกะออก หัวใจของคนมาใหม่ก็รู้สึกคลายกังวลลงมาได้หนึ่งส่วน เมื่อพบว่าในเรือนตะวันตกหลังนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วยจริง ๆ
“เจ้าชื่ออะไร ทำไมจึงถูกจับตัวมา แล้วจดจำสิ่งใดได้บ้าง”
สตรีอีกคนหนึ่งรูปร่างสูงเพรียวยืนอยู่หน้าประตูเรือนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าในแววตากลับมีแรงกดดันคาดคั้นบางอย่าง ราวกับนางเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมอาญาที่กำลังไต่สวนพยาน เจียงหว่านหนิงมอง ทำให้เด็กสาวที่มาใหม่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ขยับตัวไปหลบด้านหลังมู่ซีหว่านทันที
“หว่านหนิง เจ้ากำลังทำให้นางกลัว”
“ข้าเพียงอยากรวบรวมข้อมูลเพื่อจะได้ใช้วางแผนหลบหนีเท่านั้น ขออภัยด้วยหากทำให้เจ้าตกใจ” เพ่ยลู่เสียนเอ่ยขึ้นมาเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล ก่อนจะเห็นแววตาวาววับเปล่งประกายอย่างมีความหวัง
“ข้าชื่อ อู๋สือซว่าน ข้าจำได้เพียงว่าชายที่จับตัวข้ามามีรอยสักรูปอินทรีที่อกขวา”
อู๋สือซว่านตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะเจ็ดวันมานี้นางถูกปิดตาเอาไว้ตลอด แม้มีดวงตาที่แจ่มแจ้งก็คล้ายมืดมนราวกับเป็นคนตาบอดผู้หนึ่ง ไม่อาจสังเกตสิ่งใดได้เลย
“เช่นนั้นก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ไหน เดินทางมาจากทิศใด ใช้เวลากี่วัน มาถึงที่นี่ด้วยวิธีไหน” เพ่ยลู่เสียนพยายามค้นหาว่าสถานที่ที่ตนถูกจับอยู่ที่ใด ก่อนสำรวจอู๋สือซว่านที่ดูคลายความกังวลขึ้นกว่าเดิมแล้วเล่าต่อ
“ก่อนหน้านี้ข้าอยู่ที่ค่ายตงหยาง เดินทางด้วยเท้าเจ็ดวันจึงมาถึงที่นี่เจ้าค่ะ แต่ทิศทางใดนั้นข้ามองไม่เห็น”
น้ำเสียงอู๋สือซว่านแผ่วเบาลงเมื่อไม่สามารถตอบคำถามของอีกฝ่ายได้ครบทุกประโยค
มู่ซีหว่านเห็นท่าทางของเด็กสาวก็รู้สึกเอ็นดูและเห็นใจ จึงกระชับมือเล็ก แล้วตบที่หลังมือของนางเบา ๆ
“ไม่ต้องกังวลไป พี่ลู่เสียนเพียงถามดูเพื่อจะได้หาตำแหน่งที่ตั้งของพวกเราเท่านั้น”
เพ่ยลู่เสียนขีดบางสิ่งลงบนพื้นดินกลางเรือน คิ้วเรียวของนางขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยบอก
“ชานเมืองอันฉิน”
อู๋สือซว่าน และสตรีอีกสามนางเดินมารวมตัวกันที่กลางเรือน มองรอยที่เพ่ยลู่เสียนขีดเขียนลงบนพื้นดินด้วยความสนใจ
“พี่ลู่เสียน ท่านเก่งขนาดนี้ สนใจร่วมลงทุนวาดแผนผังเมืองขายกับข้าหรือไม่”
“หลี่เฟิ่งเซียน เจ้าหยุดคิดเรื่องเงินก่อนได้หรือไม่”
มู่ซีหว่านเอ่ยพลางตีไปบนไหล่ของสหาย อู๋สือซว่านมองความสนิทสนมของพวกนางแล้วเผลอยิ้มกว้าง ลืมความทุกข์ใจไปชั่วคราว
“เท่าที่ข้าแอบฟังมา อีกสามวันพวกมันจะขายเราเข้าหอนางโลม พี่ลู่เสียน ท่านวางแผนหลบหนีไว้อย่างไร”
เจียงหว่านหนิงมีความสามารถในเรื่องวรยุทธ แม้ตอนนี้จะเกิดเรื่องให้นางไม่อาจใช้วรยุทธได้ดังเดิม แต่เรื่องความสามารถในการลอบฟังผู้อื่นยังคงใช้ได้ดีเช่นยามปกติ
“หากข้าคาดเดาไม่ผิด คนพวกนี้คงขายเราให้กับหอวารีแคว้นต้าโจว เพราะเป็นเขตที่ใกล้เมืองอันฉินที่สุด เส้นทางจากเมืองอันฉินไปยังแคว้นต้าโจวเป็นภูเขา ไม่อาจใช้รถม้า และไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน ต้องเดินเท้าเท่านั้น มีเพียงโอกาสนี้ที่พวกเราจะหลบหนีได้” เพ่ยลู่เสียนพูดสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่
“เช่นนั้นข้าจะรั้งท้ายสกัดพวกมันเอาไว้เอง พวกท่านเร่งหนีให้เร็วที่สุดก็พอ”
เจียงหว่านหนิงเอ่ยอาสาด้วยท่าทางจริงจังหนักแน่น กลับเป็นมู่ซีหว่านที่กังวลแทน
“หว่านหนิง ตอนนี้ร่างกายของเจ้าไม่อาจใช้วรยุทธได้ มิเช่นนั้น...”
“ข้ามีสหายเป็นหมอเทวดา ยังจะต้องกังวลเรื่องใดอีก”
เพ่ยลู่เสียนหันมองรอบกาย อู๋สือซว่านที่มาใหม่นั้นก็ดูบอบบางไม่ได้ความ เจียงหว่านหนิงแม้ไม่เคยเห็นนางต่อสู้ แต่ฟังจากประโยคที่ไร้ความกังวลแม้ต้องเผชิญกับศัตรูไม่ทราบจำนวน ก็คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องมีฝีมือไม่ธรรมดา มู่ซีหว่านนอกจากรูปร่างที่โดดเด่นแล้ว ฟังจากคำพูดของเจียงหว่านหนิงและอู๋สือซว่าน ก็มั่นใจว่านางย่อมมีฝีมือการแพทย์ไม่ธรรมดา ส่วนหลี่เฟิ่งเซียน แม้ยามนี้นางไม่แสดงความสามารถที่โดดเด่น แต่ท่าทางไร้ความกังวลแม้ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและอันตราย ก็ชี้ชัดว่านางเป็นสตรีที่ไม่อาจดูแคลนผู้หนึ่ง ดูแล้วคงมีแต่อู๋สือซว่านที่ดูจะไร้ประโยชน์ และเป็นภาระของผู้อื่น
“ซีหว่าน เจ้าสนใจร่วมเปิดโรงหมอกับข้าหรือไม่”
เพ่ยลู่เสียนกลอกตามองบนเมื่อได้ยินหลี่เฟิ่งเซียนเอ่ย ในสถานการณ์เช่นนี้อีกฝ่ายยังคิดถึงเรื่องเงินทองอีก
“เฟิ่งเซียนถ้าต้องแลกเงินกับชีวิตเจ้าจะเลือกอันไหน”
“แน่นอน ข้าเลือกเงินก่อนจะเลือกชีวิตต่อ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ขาดทุนแน่นอน”
เพ่ยลู่เสียนได้ยินแล้วก็คิดว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหนกันแน่ สวรรค์แกล้งนางใช่ไหม ถึงได้มาเจอคนพวกนี้
สามวันต่อมาเหล่าพ่อค้าทาสก็เปิดประตูเรือนตะวันตกแล้วเข้ามาจับพวกนางมัดมืออีกครั้ง ก่อนจะใช้เชือกเส้นยาวร้อยรัดมัดโยงพวกนางต่อกันเป็นแถวตอนเดียว
“เดินตามมาดี ๆ อย่าได้คิดตุกติก ไม่เช่นนั้นกระบี่ในมือข้าอาจจะพลาดไปถูกคอพวกเจ้าได้”
เพ่ยลู่เสียนที่อยู่ด้านหลังสุดมองไปด้านหน้าก็เห็นอู๋สือซว่านออกอาการสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความตื่นกลัว มู่ซีหว่านรับรู้ได้ถึงความหวาดหวั่นของเด็กสาว ร่างเล็กพลันขยับก้าวมาบดบังนางจากสายตาเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งแปดคน พร้อมกับกระซิบเสียงเบา
"มีพี่สาวคนนี้อยู่ ไม่ต้องกังวล"
อู๋สือซว่านได้ยินคำมั่นของมู่ซีหว่านก็พยักหน้ารับอยู่บนแผ่นหลังบาง
จากนั้นเพ่ยลู่เสี่ยนก็หันมองรอบด้านเพื่อสังเกตว่ามีอะไรที่พอจะหลบหนีได้บ้าง
“รีบพาพวกนางออกมารวมกับพวกด้านหน้า”
ชายชุดดำที่โพกหน้าไว้เอ่ยเสียงกร้าวทรงอำนาจมาจากหน้าเรือน มันคือคนที่ทำร้ายจิวฟงและพ่อบ้านฮุ่ย ยิ่งเห็นนางก็ยิ่งกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ มองคนแปดคนทำท่าทางนอบน้อมก็นึกอยากชิงดาบมาฆ่าปักหัวใจพวกมันเสียตอนนี้
“ขอรับ”
หลังจากที่ถูกพามารวมที่ด้านหน้า เพ่ยลู่เสียนมองหญิงสาวที่กองอยู่เต็มลาน นับจำนวนแล้วมีไม่ต่ำกว่าสามสิบคน คนพวกนี้เหิมเกริมมากไปแล้ว
“พวกเรือนตะวันตกพาไปส่งที่หอวารีแคว้นต้าโจว เรือนตะวันออกส่งไปหอสราญรมย์ เรือนหลังนั่นส่งไปที่โรงบำเรอทาส”
แม้ว่าตัวนางจะไม่เคยมาแคว้นหนิงอัน แต่ก็พอจะทราบว่าหอวารีแคว้นต้าโจวเป็นหอคณิกาอันดับหนึ่งของต้าโจว เลื่องลือขึ้นชื่อเรื่องหญิงงาม เป็นที่ที่บุรุษจากชนชั้นสูงนิยมมาหาความสำราญ ส่วนหอสราญรมย์เป็นหอคณิกาสามัญ ในขณะที่โรงบำเรอทาสคือหอนางโลมชั้นต่ำ รองรับลูกค้าที่มีรสนิยมดิบเถื่อน
ระหว่างที่นางคิดหาทางหนีนั้นก็เห็นอู๋สือซว่านร้องไห้ออกมา หยาดน้ำใสไหลลงอาบแก้ม เม้มปากสะอื้นเบา ๆ ก็ยิ่งนึกถึงสาวใช้ของนาง และแค้นใจพวกพ่อค้าทาสพวกนั้นขึ้นไปอีก
"ดูแล้วสิ่งที่พี่ลู่เสียนคาดเดาคงไม่ผิดนัก เจ้าไม่ต้องกลัวไป"
คำพูดของมู่ซีหว่านทำให้อู๋สือซว่านคลายความกังวลใจลงเล็กน้อย นางเลื่อนสายตามองหญิงสาวทั้งสี่ด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่ซีหว่าน แต่ข้ากลัว...”
มู่ซีหว่านหันไปมองหญิงสาวด้วยความห่วงใย อย่างไรนางก็เป็นหญิงสาววัยสิบห้าปี ตลอดชีวิตคงมิเคยพบพานเรื่องเลวร้าย จะตื่นกลัวเช่นนี้ก็ไม่แปลกนัก
“ไม่ต้องกลัว พี่ลู่เสียนไม่เคยคาดการณ์สิ่งใดพลาด”
อู๋สือซว่านพยักหน้ารับ สองเท้าก้าวเดินตามแผ่นหลังของมู่ซีหว่านไม่ห่าง จนกระทั่งตะวันเคลื่อนย้ายมาตรงกลางศีรษะ ชายฉกรรจ์ที่นำทางมาทั้งหกคนก็หยุดเท้าให้พวกนางหยุดพัก
“พี่รอง...จะว่าไปแล้วพวกนางก็งดงามกันไม่น้อย ตอนนี้นายใหญ่ไม่อยู่ ข้าว่าพวกเราหาเรื่องสนุกทำกันดีหรือไม่”
ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงหื่นกาม สายตาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาจ้องมองหญิงสาวทั้งห้า
“นั่นสิพี่รอง ท่านเองก็พอใจเด็กสาวผู้นั้นมิใช่หรือ อย่างไรพวกนางก็ต้องไปเป็นหญิงนางโลมที่หอวารี พวกเราเล่นสนุกกับพวกนางคนละรอบสองรอบคงไม่เสียหายอะไร”
เมื่อถูกบรรดาสหายชั่วยั่วยุ ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าพี่รองก็เริ่มไขว้เขว ยิ่งได้เห็นท่าทางตื่นกลัวของเด็กสาวผู้นั้น ในใจของเขาก็ฮึกเหิมเร่าร้อน หากได้ครอบครองนางสักครั้งสองครั้งคงสุขสมไม่น้อย
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็เบามือหน่อย และอย่าได้ทิ้งร่องรอยชัดเจนจนเกินไป”
เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจที่สุด เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหกก็พุ่งตรงไปหาหญิงงามทั้งห้า ทว่าในจังหวะที่ชายคนแรกถึงตัวเจียงหว่านหนิง เชือกที่ข้อมือนางก็หลุดออกเศษถ้วยแตกที่ซ่อนเอาไว้ในปลอกแขน แล้วปาดเข้าที่ลำคอของชายตรงหน้าทันที
“สารเลว ต่ำช้า! บุรุษเช่นพวกเจ้าสมควรตายให้หมด”
ทันทีที่ร่างของบุรุษคนแรกล้มลง คนที่เหลือก็ถอยไปตั้งหลัก ชักกระบี่ขึ้นมาทันที
"สตรีแพศยา เจ้ากล้าลงมือกับอาฉาย ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี"
เจียงหว่านหนิงยกมุมปากขึ้นเย้ยหยันกับคำข่มขู่ที่ได้ยิน เท้าเล็กสะกิดกระบี่บนเอวของร่างชายไร้ลมหายใจขึ้นมาถือ แล้วขยับเท้าเข้าหา ยามที่นางพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง ลมหายใจของบุรุษชั่วก็ดับลงไปอีกหนึ่งคน
ในขณะที่เจียงหว่านหนิงก้าวเท้าสังหารพ่อค้าทาสต่ำช้า หลี่เฟิ่งเซียนก็รีบทรุดตัวลงนั่ง วางมือบนร่างที่ไร้ลมหายใจ เร่งสอดส่ายมือควานหาถุงเงินของอีกฝ่าย ยามที่จับได้ถุงเงินใบโตดวงตาของนางก็เปล่งประกาย หากแต่ในจังหวะที่นางกำลังจะปลดถุงเงินสีดำบนเอวหนา แขนเล็กก็ถูกดึงรั้งจนถุงเงินใบโตหลุดมือ
"พี่ลู่เสียน ถุงเงินของข้า"
“รักษาชีวิตของเจ้าก่อนดีหรือไม่”
เป็นเพ่ยลู่เสียนที่เอ่ยตำหนิเสียงดัง พร้อมกับออกแรงฉุดดึง
หลี่เฟิ่งเซียนได้แต่มองถุงเงินด้วยสายตาอาลัย หากแต่ก็จำใจต้องทอดทิ้งลาภก้อนใหญ่ของตนไป
คุณอาจจะชอบ





