หน้าปกนวนิยาย รอยรักเชลยอสูร

รอยรักเชลยอสูร

9.6 / 10.0
ต้าเฉินกลับมาพร้อมไฟแค้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้น้องสาวที่จากไป โดยเป้าหมายคืออลิน หญิงสาวที่เขาเคยฝากแหวนแทนคำสัญญาว่าให้รอคอยกัน ทว่าชะตาพลิกผันทำให้คนรักกลายเป็นจำเลยที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต เขาตั้งใจจะมอบความตายและลากเธอลงนรกไปพร้อมกับความทรมาน แต่ยิ่งเขาพยายามทำร้ายเธอมากเท่าไหร่ หัวใจของมาเฟียหนุ่มกลับยิ่งคลุ้มคลั่งเพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและการรอคอยที่แสนยาวนาน อลินต้องเผชิญกับอสูรร้ายในคราบคนรักที่เธอจำไม่ได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่กัดกินใจทั้งสองฝ่าย

รอยรักเชลยอสูร ตอนที่ 1

จอมทัพ หรือชื่อเล่น ต้าเฉิน เจ้าของกาสิโนในต่างประเทศ และเป็นเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองไทย 1 แห่ง เขาเป็นลูกครึ่งเสี้ยว บิดาเป็นชาวไต้หวันลูกครึ่งอเมริกัน และแม่เป็นคนไทย จึงสามารถมีธุรกิจที่ต่างประเทศได้ วันนี้เข้ากลายเป็นเจ้าของทั้งหมด เพราะทั้งบิดาและมารดาเสียชีวิต ต้องบินไปกลับไต้หวันเมืองไทย และอเมริกาเป็นว่าเล่น มาเมืองไทยคราวละเป็นเดือน

แต่ไปเมืองนอกคราวละหลายๆ เดือนเช่นกัน ทว่ารอบนี้แทนที่เขาจะได้มาตรวจงานที่เมืองไทยอย่างเดียว กลับต้องมาจัดพิธีศพน้องสาว ที่เขาต้องดูแลแทนพ่อกับแม่ตั้งแต่ ม.6 ยันเรียนจบปริญญา ไม่รู้เพราะปัญหาชีวิตที่ไม่เคยปรึกษาพี่ชายคนนี้ ส่งผลให้เธอเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า จึงทำให้ต้าเอสจบชีวิตลงที่คอนโดมิเนี่ยม

ภายในพิธีศพถูกจัดขึ้นที่มูลนิธิ ไทย- จีน โดยมีจอมทัพเป็นเจ้าของมูลนิธิ เป็นผู้นำและคอยให้ความช่วยเหลือเหล่าคนไทยเชื้อสายจีนมาโดยตลอด ซึ่งมูลนิธิตั้งอยู่ด้านหน้าของหมู่บ้านนั่นเอง แขกเหรื่อหมุนเวียนกันเขามาร่วมงานทั้งวัน จอมทัพและลูกน้องก็ปลีกตัวมารับแขก แต่ถึงกระนั้นก็แทบจะไม่เชิญใคร

รับรู้กันเฉพาะคนรู้จักกันแค่ระแวกใกล้ๆ ก็พอ เพราะการตายของต้าเอส มันนำมาซึ่งแต่คำติฉินนินทา มันเป็นที่เสื่อมเสียแม้ว่าเขาจะไม่แคร์ก็ตาม แต่ไม่อยากให้ใครมาว่าน้องสาวแบบนั้น จึงอยากทำแบบเงียบๆ ไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต

คนมาร่วมงานก็แค่อยากจะมาใส่ใจ เรื่องการตายของต้าเอสเท่านั้น และคงรู้กันหมดแล้วล่ะ จอมทัพคิด พลางเดินเข้าไปในงานพร้อมด้วยลูกน้องนับสิบคน ทุกคนอยู่ในชุดสูทสีดำทั้งหมด แต่เขาค่อนข้องโดดเด่นที่สุดเพราะเป็นนายใหญ่ ผิวขาวแบบคนไทยเชื้อสายจีน สูงใหญ่แบบฝรั่ง จมูกโด่งปากกระจับชมพู แต่ดวงตาเล็กตี๋แบบเอเชีย แต่นัยตาสีน้ำตาลอ่อน จอมทัพเดินผ่านแขกที่กำลังนั่งกินโจ๊ก หลังจากที่มาไหว้เสร็จพอดี จังหวะนั้นเสียงนินทาก็ดังเข้าหู

“เพิ่งได้ข่าวว่า พี่ชายของคนที่ตาย เป็นมาเฟียอยู่ใต้หวันด้วยนี่ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย” เสียงแขกคนหนึ่งกระซิบกัน ตามปกติ แต่ไม่มีใครรู้จักจอมทัพ ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยตัว แทบจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าต้าเอสมีพี่ชาย เพราะหญิงสาวขอไปใช้ชีวิตเพียงลำพังอย่างคนหัวสมัยใหม่ รักอิสระ แต่พอตายมาดันเป็นข่าวดังเสียอีก

“ระดับมาเฟียขนาดนี้ ดันปล่อยให้น้องสาวเป็นไปเป็นเมียน้อยอ่ะเนอะ” เสียงนินทาก็ดังขึ้นอีกและมันก็เล็ดลอดเข้าหูจอมทัพ เพราะถ้าตั้งใจฟังมันก็ได้ยิน

“แหมความรัก มันไม่เข้าใครออกใครนี่น่า” คำนินทายังพ่นออกมาจากปากมนุษย์ป้าไม่หยุด แน่นอนว่าใครนินทาจอมทัพจะได้ยินชัดกว่าปกติ ขณะเดินผ่าน เขาตวัดหางตามองไปที่คนกลุ่มนั้น สายตาเย็นชา แต่น่าเกรงขามพร้อมกับบุคลิกเยื้องย่างอย่างมังกรอันแสนสง่าผ่าเผย ทำให้คนนินทาถึงกับตาด้วยอาการตาโต ก่อนจะก้มหน้าก้มตา แล้วจอมทัพก็เดินเข้าไปในงานตามปกติ แต่คล้อยหลังเสียงซุบซิบก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะแขกบางคนเพิ่งจะมาวันนี้ และก็ยังคงไม่รู้ว่าจอมทัพอยู่ในงาน เพราะคิดแต่เพียงว่าเป็นแขกผู้ใหญ่มาเท่านั้น

“พี่ชายคนที่ตายน่ะ เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากไต้หวันด้วย” มนุษย์ป้าอีกคนเอ่ยขึ้น

“ใช่ๆ เขาว่าไปดูธุรกิจที่ฮ่องกง ใต้หวัน อเมริกา แล้วกลับมาไม่ทันน้องตาย ใครเป็นต้นเหตุการตายน่ะ เตรียมตัวเลย พวกนี้สายโหดด้วยนะคะ” มนุษย์ป้าอีกคนแทรกขึ้น

“แหม มาเฟียมีอิทธิพลในฮ่องกงใต้หวันขนาดนี้ มันต้องโหดสิคะ แล้วนี่ปล่อยให้น้องเป็นไปเมียน้อยเขาได้ล่ะเนี่ย ข่าวรู้กันทั่วทุกสำนักแล้วมั้ง นี่น่าจะฆ่าตัวตายเพราะอับอายล่ะสิท่า”

“อะแฮ่ม! เอ่อ ขอโทษครับ เผื่อจะไม่ทราบว่า... คุณจอมทัพ หรือคุณต้าเฉินอยู่ในงาน” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น เพื่อจะได้หยุดการสนทนาของทุกคน ไม่งั้นจะสนุกกว่านี้ พร้อมกับส่งสัญญาณบอกกลุ่มที่กำลังนินทาเจ้านาย ให้หันไปมองจอมทัพ ซึ่งกำลังเคารพศพน้องสาวอยู่

“เอ่อ เอ่อคือ นะ นะ นั่นเหรอคะ” มนุษย์ป้าขี้นินทาเอ่ยถามเสียงสั่น

“นึกว่าผู้หลักผู้ใหญ่นักการเมืองซะอีก”

“พี่ชายครับ พี่ชายคุณต้าเอส” เขาย้ำอีกครั้งชัดๆ เน้นๆ

“จะเข้าไปทักทายท่านหน่อยไหมครับ” ชายหนุ่มบอกอีกครั้ง ทำเอาป้าๆ ทั้งหลายถึงกับหุบปากแล้วก้มหน้ากินโจ๊กต่อ เวลาเดียวกันนั้นแขกที่เป็นเครือญาติ หรือคนไทยเชื้อสายจีนด้วยกันก็ต่างทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้จอมทัพต้องออกไปต้องรับด้วยตัวเอง

“คนน้อยจังเลยคุณเฉิน” แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามน้ำเสียงหม่นพลางมองไปรอบๆ

“ก็มีแต่พี่น้องเราครับ แล้วก็คนรู้จักใกล้ๆ กัน ผมแทบไม่อยากจะให้เป็นข่าวด้วยซ้ำ” จอมทัพเอ่ยเสียงกดต่ำเรียบๆ แต่หม่นเพราะความเศร้า พลางยืนนิ่งๆ มองไปยังแขกเหรื่อในงาน

“อาเสียใจด้วยนะเรื่องหนูเอส กะทันหันมาก ไม่คิดว่า...”

“ครับ ไม่เป็นไร” จอมทัพรีบแทรกขึ้นทันที และยิ่งหม่นหนักเข้าไปอีกเมื่อต้องนึกถึงการจากไปของน้องสาว จนแขกผู้ใหญ่ท่านนี้ถึงกับเอามือลูบหลังเบาๆ เพราะรู้ว่าจอมทัพอดกลั้นความเสียใจเอาไว้อย่างหนัก นั่นก็เพราะว่าภายนอก จอมทัพเป็นคนที่โคตรแกร่ง เจ็บปวดเสียใจเพียงใดทำได้แค่นิ่ง เพื่อกดตัวเองให้อยู่ภายใต้ความน่าเกรงขาม ฉะนั้นเวลาเสียใจจึงทำได้แค่กัดฟันทน แม้ในหัวใจจะเจ็บปวด แหลกสลายแค่ไหนก็ตาม ฉากหน้าทุกคนจะได้เห็นแต่เพียงความเข้มแข็งดุดัน จะว่าจะแข็งกระด้างตามฉบับของมาเฟียก็ได้ ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา

“เชิญคุณอาด้านในดีกว่าครับ” จอมทัพสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับตัดบท แล้วผายมือเชิญแขกผู้ใหญ่เข้าไปด้านในเพื่อเคารพศพ จากนั้นเขาก็ยืนต้อนรับแขกไปเรื่อยๆ บางคนก็ไม่กล้าเข้ามาคุยด้วยรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร หรือแค่เขายืนเฉยๆ บวกกับสายตาอันแสนเย็นชาก็น่าเกรงขามเกินพอแล้ว อย่าต้องให้คุยเลย โดยเฉพาะกลุ่มที่นินทายิ่งไม่กล้าสบตาเลยด้วยซ้ำ

“คุณท่านครับ ไปนั่งกับแขกผู้ใหญ่ก่อนไหมคครับ” ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้น

“ฉันไม่อยากคุยกับใครตอนนี้” จอมทัพตอบเสียงกดต่ำ

“ผมเข้าใจความรู้สึกครับ” ลูกน้องตอบ แต่จอมทัพก็ตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปงานอีกครั้ง เหมือนจะไปสมทบกับญาติๆ แต่ลูกน้องคนหนึ่งก็เดินมากระซิบจากทางด้านหลังพอดี

“คุณท่านครับ ผมลากตัวมันมาแล้ว” เสียงกระซิบจากคนสนิทเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่น้ำเสียงเหี้ยม ทำให้จอมทัพชะงักฝีเท้าที่กำลังเดิน สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตามีความดุดันเกรี้ยวกราด เมื่อได้ยินเช่นนั้นสันกรามก็ขบกันแน่นจนเห็นเส้นเลือดนูน

“คนที่หนึ่ง” เจ้านายเอ่ยคล้ายกับจะถาม

“ครับคนที่หนึ่ง อยู่หลังห้องประชุม” เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้านายหนุ่มจึงหันไปกลับมองหน้าลูกน้องมือขวาที่ชื่อโจว์

“ให้คนของเราส่วนหนึ่ง ดูแลแขกในงานจนกว่าจะเสร็จ” จอมทัพบอกเสียงเรียบและเบา

“ครับ” คนสนิทรับคำ จากนั้นจอมทัพไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ทว่ากลับเดินออกจากงานไปอย่างช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่น เยื้องย่างสง่าน่าเกรงขาม ปรายตามองแขกในงานเล็กน้อย กระทั่งเดินพ้นออกไป

อ่านต่อ

สารบัญ รอยรักเชลยอสูร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์