
รัญจวนรัก
ตอน 3
เวลานี้ร่างเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของม่านมุก กำลังนั่งซุกตัวอยู่ในรถคันหรูหราที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนยามค่ำคืน แอร์ภายในรถที่เย็นฉ่ำจนทำให้เธอหนาวเข้าถึงกระดูก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงแค่แอร์เท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ เพราะชายหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดไปไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกกลัว
เธอกับเขาเหมือนคนแปลกหน้ากันก็ว่าได้ ม่านมุกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร อายุเท่าไหร่และทำอะไรมาบ้าง แต่จะว่าไปเรื่องเหล่านั้นอาจไม่จำเป็นที่ต้องรู้ เพราะรู้ไปก็คงไม่ได้อะไร
“เธอชื่ออะไร” ประโยคคำถามที่เป็นภาษาไทยดังขึ้นทำลายความเงียบ นั่นทำให้ม่านมุกค่อนข้างแปลกใจไม่น้อยที่ชายตรงหน้าออกเสียงพูดได้ชัดเจนขนาดนี้ เพราะคิดว่าเขาจะพูดไทยไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เกลค่ะ”
“เรียนจบหรือยัง”
“จบแล้วค่ะ” ม่านมุกเอ่ยตอบกลับไป
“ดี” เขาเอ่ยรับแค่นั้นและก็ไม่ได้หันมาคุยอะไรกับม่านมุกต่ออีกเลย กระทั่งเธอตัดสินใจเป็นฝ่ายถามขึ้นเอง
“เราจะไปไหนกันคะ”
“กระบี่”
“กระบี่เหรอคะ” สีหน้าของม่านมุกเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ
“ใช่...หรือว่าเธอมีปัญหาอะไร” แม้จะเอ่ยถามแต่ชายคนข้างๆ กลับไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าของผู้หญิงหนึ่งเดียวในรถด้วยซ้ำไป
“คือ...ไม่มีใครบอกเกลว่าเราจะไปกระบี่กัน”
“นั่นมันปัญหาของเธอ ไม่ใช่ของฉัน” น้ำเสียงห้วนๆ ตอบกลับมาให้คนฟังยิ่งสลด มันไม่ใช่ปัญหาของเขาจริงๆ อย่างที่ว่านั่นแหละ
“ล่ะ...แล้วต้องไปกระบี่กี่วัน”
“เจ็ดหรืออาจจะมากกว่านั้น”
“เกลขอตามไปทีหลังได้ไหมคะ”
“ทำไม!” คราวนี้จากที่นั่งไม่มองหน้า อลันก็ถึงกับเหลียวมามองหน้าสาวน้อยที่มีค่าตัวถึงห้าล้านทันที แววตาของเขาที่ดุดันสะท้อนแสงไฟจากริมถนนนั่นทำให้ม่านมุกกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่นี่คือผลจากการที่เธอได้เลือกแล้วจึงจำต้องยอมรับมันต่อไป
“คืดว่าเกล”
“หรือยังไม่ได้ล่ำลาคนรักของเธอ ฝากบอกเขาว่าฉันเอาเธอมานอนด้วยแค่ไม่กี่วันเดี๋ยวก็ส่งคืนให้แล้ว อาจมีอะไรบุบสบายไปบ้าง แต่คงแค่นิดๆ หน่อยๆ ยังไงฉันจะจ่ายค่าชดเชยให้”
“คุณจะเอาเกลไปฆ่าทิ้งหรือเอาไปทำอะไรก็ได้เพราะนั่นมันเป็นสิทธิ์ของผู้ซื้ออย่างคุณ แต่ที่เกลขอตามไปทีหลังไม่ใช่เพราะเรื่องจะไปล่ำลาใครนอกจาก...”
“นอกจาก อะไร”
“แม่...”
“แน่ใจเหรอว่าแค่แม่”
“แน่ใจ แต่ถ้าคุณจะไม่เชื่อก็ตามใจ”
“อย่าสำคัญตัวเองผิด เธอเป็นใครทำไมฉันถึงต้องเชื่อ” อลันมองม่านมุกนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีจะสนอกสนใจอะไรเธอเป็นพิเศษ
“ค่ะ...เกลรู้ตัวเองดีว่าเป็นแค่ของ...ชิ้นหนึ่งเท่านั้น”
“รู้ก็ดี”
“ขอร้องเถอะค่ะ เกลแค่อยากไปบอกแม่ว่าจะไปกระบี่กับคุณ แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ขอแค่นี้ได้ไหมคะ” ม่านมุกเอ่ยขอร้องชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ อันที่จริงเธอโทรศัพท์ไปบอกแม่ก็ได้แต่กลับไม่ทำแบบนั้น เพราะอยากกลับไปกอดแม่ด้วย
“เกลขอร้อง เกลไหว้คุณก็ได้” เอ่ยจบม่านมุกก็ยกมือไหว้เขาทันที แต่อลันกลับเมินใส่เธอ เขาปล่อยให้รถขับต่อไปเรื่อยๆ โดยคนขับรถซึ่งก็คือลูกน้องคนสนิทคอยมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะๆ ว่าจะมีคำสั่งอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่
รถคันหรูยังคงเคลื่อนตัวต่อไปเรื่อยๆ ม่านมุกได้แต่นั่งก้มหน้าถอนหายใจอยู่เงียบๆ นั่นเพราะรู้สึกหมดหวังที่จะได้กลับบ้านเพื่อบอกแม่เข้าแล้วจริงๆ แต่จู่ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้น
“บอกทางไปบ้านเธอให้ลูกน้องฉันรู้ซะ”
“ขอบคุณค่ะ” ม่านมุกหันมายิ้มรับทั้งที่มีน้ำตาอาบแก้มอยู่ แต่รอยยิ้มของเธอมันยิ่งทำให้อลันหงุดหงิด ผู้หญิงอะไรเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วนัก
เมื่ออลันอนุญาตม่านมุกก็ไม่รีรอ เธอรีบบอกลูกน้องของเขาที่เวลานี้ทำหน้าที่ขับรถอยู่ให้รู้ว่าบ้านของเธอนั้นอยู่ที่ไหนทันที ไม่นานรถคันหรูมูลค่าหลักสิบล้านก็เปลี่ยนพิกัด โดยย้อนกลับเข้ากรุงเทพฯ พร้อมมุ่งหน้าไปยังบ้านของม่านมุกทันที
ผ่านไปไม่นานรถหรูคันใหญ่ก็จอดเทียบหน้าบ้าน ที่เป็นกึ่งปูนกึ่งไม้หลังขนาดกลาง ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่รวมถึงตอนนี้มืดมากแล้วส่งให้บรรยากาศรอบๆ เงียบสนิทออกจะติดไปทางวังเวงเสียด้วยซ้ำ เพื่อนบ้านที่อยู่หลังไกลๆ ก็ต่างพากันแยกย้ายเข้านอนแล้ว
“ฉันให้เวลาเธอสิบนาที”
“ค่ะ” เอ่ยรับเสร็จม่านมุกก็ออกไปจากรถ เธอเดินคล่องแม้รอบๆ ตัวแทบจะมองอะไรไม่เห็น ซึ่งทันทีที่เปิดประตูเหล็กเก่าๆ หน้าบ้านเสร็จ แสงไฟจากในตัวบ้านและตรงทางเดินก็สว่างขึ้น
“กลับมาแล้วเหรอเกล” เสียงของคนเปิดไฟเอ่ยถามขึ้น นั่นเพราะมานั่งรอลูกสาวมาตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตอนนี้ ซึ่งเกือบจะตีสองเข้าไปแล้ว
“ค่ะแม่ ขอโทษนะคะพอดีวันนี้งานมันติดพัน” ม่านมุกจำเป็นต้องโกหกอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรลูก ว่าแต่กินข้าวกินปลามาหรือยัง” คนเป็นแม่ที่เวลานี้ร่างกายซูบผอมลงไปมากเดินมายิ้มให้ พร้อมกับยื่นมือหยาบกร้านและผอมแห้งเพราะมีแค่หนังหุ้มกระดูกขึ้นมาลูบใบหน้าสวยหวานของบุตรสาว นั่นทำให้ม่านมุกรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ มันตื้ออยู่ในอกจนอยากร้องไห้แต่ต้องกลั้นไว้
ตั้งแต่จำความได้เธอก็มีแม่และพี่สาวอีกคน แม่กับพี่รวมถึงบ้านหลังนี้คือโลกทั้งใบของเธอ พอโตหน่อยถึงได้รู้ความจริงว่าพ่อนั้นหนีไปมีครอบครัวใหม่ที่รวยกว่า ทอดทิ้งแม่ให้เลี้ยงดูเธอกับพี่มาอย่างยากลำบาก
ภาพที่เห็นจนชินตามาตั้งแต่เด็กคือแม่ทำงานทุกวันทำทุกอย่าง ล้างจาน เย็บผ้า ขายของ กระทั่งแม่ได้งานประจำที่โรงงาน แต่เพราะทำที่นั่นมานาน ทำหามรุ่งหามค่ำและขาดการดูแลตัวเอง ส่งผลให้เคมีจากโรงงานสะสมในร่างกาย จนแม่เธอป่วยเป็นมะเร็งชนิดหายากให้การรักษายากตามไปด้วย รวมไปถึงค่ายาที่แพงลิบลิ่วที่ส่วนใหญ่เป็นยานอกเวชระเบียนทั้งนั้น
เธอเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ในขณะที่พี่สาวนั้นเลือกที่จะทำงานอย่างเดียว ซึ่งม่านมุกเองก็รู้ว่าพี่ทำงานอะไร แบบไหน นานๆ จะกลับมาบ้านหรือส่งเงินให้สักครั้ง งานที่ว่าเป็นงานสบายๆ ที่เธอก็ถูกพี่สาวชักชวนให้ไปทำ
“เป็นเมียน้อยแล้วไง ฉันไม่แคร์ เพราะความรักสำหรับฉันมันกินไม่อิ่มท้องหรอกยัยเกล”
“แต่เกลไม่อยากให้พี่หลงผิด เลิกได้ก็เลิกเถอะนะพี่เบล”
“อืม...ไว้ฉันจะคิดดูแล้วกัน” ม่านไหมพยักหน้ารับไปอย่างนั้นเอง เธอมาที่บ้านเพื่อเกลี้ยกล่อมน้องสาวให้ไปทำงานเหมือนเธอ นั่นเพราะมีนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งคือเพื่อนสนิทของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอ เคยเห็นหน้าม่านมุกตอนที่เธอนัดน้องสาวไปกินข้าวเกิดสนใจอยากเลี้ยงดู ไม่ใช่มานั่งฟังน้องเทศนาแบบนี้
คิดย้อนไปแล้วม่านมุกก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาหนักๆ แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอหนีมันก็หวนเข้ามาในเส้นทางชีวิต เพราะตอนนี้เธอก็เลือกจะขายตัวให้ใครสักคนเพื่อ…เงิน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แม่คะ...คือเกลต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดสักเจ็ดวันนะคะ” ม่านมุกบอกกำหนดเวลาคร่าวๆ ที่เธอพอจะบอกได้ก่อน
“งานอะไร ทำไมไปนานขนาดนั้นกัน…หืม” สีหน้าของดาหลาแสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะเธอไม่เคยอยู่ห่างกับม่านมุกนานแบบนี้มาก่อน มากสุดก็แค่สองวันหนึ่งคืน ผิดกับม่านไหมลูกสาวคนโตรายนั้นห่างกันจนชินเสียแล้ว
“งานด่วนนะค่ะ ได้เงินมามากโขทีเดียว ถ้าเกลได้เงินก้อนนี้มา แม่ก็เข้าผ่าตัดได้แล้ว แม่อดทนรอเกลกลับมานะคะ” แม้จะยิ้มให้ผู้เป็นแม่ แต่ภายในใจของม่านมุกนั้นกำลังร่ำร้อง เพราะเธอรู้ว่างานที่ว่าคืองานอะไรแต่ก็พูดออกไปไม่ได้ ส่วนพี่สาวก็โยนภาระเรื่องนี้ให้เธอรับผิดชอบเพียงคนเดียวมาตั้งแต่ต้น ขอความช่วยเหลืออะไรก็บ่ายเบี่ยงบอกแค่ว่าไม่มีไม่มีท่าเดียว
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2bb97e3f5001834806827233239/wYK9PcffXwAA.webp!15491.webp)




