ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฆาตกรรัก

ฆาตกรรัก

ภาพการจากไปของพ่อแม่ที่ถูกสังหารต่อหน้ายังคงตราตรึงอยู่ในใจมาเฟียหนุ่มอย่างไม่ลบเลือน ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานกลายเป็นเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการล้างแค้นให้สาสม เมื่อเวลาแห่งการเอาคืนมาถึง เขาจึงเลือกพุ่งเป้าไปที่หญิงสาวผู้ใกล้ชิดกับฆาตกรมากที่สุดเพื่อให้เธอเป็นตัวแทนรับกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ เขาหวังใช้เธอเป็นเครื่องมือบีบหัวใจศัตรูให้แตกสลาย และอยากรู้นักว่าหากคนเป็นพ่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของลูกสาวตนเองจะรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายเพียงใด
ตอน
แชร์

ตอน 2

มาเฟียหนุ่มจ้องมองแหวนเงินสลักลายพญาเหยี่ยวที่เด็กสาวห้อยไว้ที่คอ จนตาไม่กะพริบเขาค่อยๆ เงยหน้ามองใบหน้าหน้าตาน่ารักของเธอ พร้อมกับอ่านป้ายชื่อที่ติดไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของเธอ

"เจสสิกา"

"คะ?"

เด็กสาวเข้าใจว่าคุณผู้บริหารหนุ่มเรียกชื่อเธอ เธอจึงขานรับตามมารยาท และเก็บสร้อยคอของเธอกลับไปในเสื้อ

เธอเอียงคอมองใบหน้าของผู้บริหารหนุ่มที่ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม ดวงตาของเขาสีฟ้าคราม และดูหม่นหมอง เขาดูเย็นชา และน่ากลัว

"คุณไปชั้นไหนคะ"

ติ๊ด~

มาเฟียหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับกดลิฟต์เอง เขากดไปที่ชั้นบนสุดโดยที่เด็กสาวหมุนตัวกลับมายืนกอดแฟ้มงานแน่นหันหน้าออกทางประตูลิฟต์ เธอตั้งใจจะมาฝึกงานกับเครือบริษัทเฮนเดอร์สันเพราะเป็นบริษัทที่ใหญ่โต และมั่นคง ถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งอยู่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัย J และอายุเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้นก็ตาม

เธอทำเรื่องขอมหาวิทยาลัยเป็นนักศึกษาภาคพิเศษ คือเรียนทฤษฎีหนึ่งเทอม และฝึกงานหนึ่งเทอม จนมหาวิทยาลัยยอมใจอ่อนเธอไม่ได้ใช้อิทธิพลของคุณพ่อเลยสักนิด เธอตั้งใจใช้ความสามารถของตัวเองล้วนๆ

เจสสิกาถอนหายใจออกมาหนักๆ เหมือนรู้สึกอึดอัดราวกับกำลังถูกจ้องมองจากใครบางคน แต่เธอไม่กล้าหันกลับไป ที่สำคัญเธอต้องออกลิฟต์ก่อนผู้ชายคนข้างหลังนั่นอยู่แล้วเพราะเธอจะมายื่นเอกสารฝึกงานที่นี่

ติ๊ง~

เมื่อถึงชั้นที่หมายของเธอกลับมีมือหนาของคนข้างหลังกดมันปิดลงอย่างหน้าตาเฉย เจสสิกาหันไปมองหน้าผู้บริหารหนุ่มคนนั้นด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่เธอจะพินิจพิจารณาดีๆ แล้วก็เบิกตาโตขึ้นเมื่อจำได้ว่าเขาคือออสติน เฮนเดอร์สัน ผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ และมีธุรกิจลูกอีกหลายอย่าง

"คะ... คุณออสติน"

มาเฟียหนุ่มเหลือบตามองเด็กสาวเพียงนิดแล้วหักนิ้วของตัวเองเล่นจนเกิดเสียงดังกร๊อบ! จนเด็กสาวเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น นี่เธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่าเนี่ย อีตาบ้านี้เหมือนคนโรคจิตเลย เจสสิกาหมุนตัวกลับมาหมายจะกดลิฟต์ออกจากชั้นนี้ให้เร็วที่สุด

พรึ่บ!

ทว่ามือหนาของคนข้างหลังก็กักขังเธอเอาไว้ด้วยการค้ำมือไปทางข้างหน้ากับผนังลิฟต์โดยมีเจสสิกายืนกอดเอกสารแน่นหันหลัง

ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดต้นคอของเธอจนน่ากลัว เขาใกล้เธอเกินไปแล้ว เธอถอนตัวตอนนี้ทันไหมนะ

"พ่อเธอ สบายดีไหมเจส"

น้ำเสียงเย็นเยือกจากคนด้านหลังทำให้เจสสิกาขนลุกเกรียวอย่างน่าประหลาดแต่ที่เธอโมโหคือคนที่ไม่เคยรู้จักกันทำไมคำถามแรกถึงได้ถามถึงพ่อคนอื่นอย่างไม่มีมารยาท

"คะ... คุณรู้จักพ่อฉันด้วยเหรอคะ"

"หึ! ฉันรู้จักพ่อเธอดีเลยแหละ"

อ่า... ถ้าเขารู้จักคุณพ่อของเธอนั่นหมายความว่าเราก็เป็นคนรู้จักกันละสิ แต่ว่านะคุณพ่อของเธอมีเพื่อนที่ดูหนุ่มขนาดนี้ด้วยเหรอ

ติ๊ง~

ลิฟต์แจ้งเตือนถึงชั้นบนสุด ทำให้ประตูลิฟต์เปิดออกกว้างมาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีดำยังไม่ยอมเดินออกไป และเจสสิกาเองก็ไม่ยอมเดินออกไปเพราะเป้าหมายของเธอไม่ใช่ชั้นนี้

"อ่ะ!... ว้ายยยยยย!"

ร่างบางลอยละลิ่วขึ้นเหนือพื้นเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มหิ้วขึ้นพาดบ่าแกร่งเดินตรงไปที่ห้องทำงานที่เป็นส่วนตัวของเขาโดยตลอดทางมีลูกน้องยืนเรียงรายนับสิบคน

"ปล่อยนะ ปล่อยฉันนะ คุณมาอุ้มฉันทำไมคะเนี่ย ปล่อย!!"

ปึ้ง!!

เพล้งงงงง!!

เสียงประตูห้องทำงานปิดลงตามด้วยแฟ้มเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานของมาเฟียหนุ่มถูกปัดลงพื้นอย่างระเนระนาด เขาวางร่างบางลงบนโต๊ะทำงานแล้วถือวิสาสะแทรกกายเข้ากลางหว่างขาของเธอ

"จะ... จะทำอะไร ฉะ.... ฉันสู้นะ!"

สองมือเล็กดันแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มให้ออกห่างเด็กสาวเริ่มหวาดกลัวกับการกระทำของชายคนนี้ ออสตินถือวิสาสะดึงแฟ้มของเธอออกแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เจสสิการีบดันตัวมาเฟียหนุ่มให้ออกห่างแต่กลับถูกเขารั้งร่างของเธอเอาไว้ไม่ให้ถอยหนี

"ฉันสู้นะ คะ... คุณพ่อฉันเป็นตำรวจคุณก็รู้นี่ ถ้าคุณทำอะไรฉะ...!"

"รำคาญ!" เขารำคาญเลยตวาดเธอไปจนเสียงดังลั่นห้อง แววตาของเขาเรียบนิ่งอย่างน่ากลัว เจสสิกาสะดุ้งเฮือกตัวสั่นเพราะความกลัว นี่เธอทำอะไรผิดงั้นเหรอ ทำไมเขาถึงได้ทำกับเธออย่างนี้

"กรี๊ดดดดดดดดดดด!"

มือหนาข้างที่ว่างกระชากเสื้อนักศึกษาของเธอออกจนกระดุมหลุดลุ่ยแล้วหยิบเอาแหวนเงินสลักลายพญาเหยี่ยวขึ้นมาดูอย่างใกล้ชิด หึ! ไม่คิดว่าเหยื่อจะเดินเข้าถ้ำเสือง่ายขนาดนี้

"ยะ... อย่าทำอะไรฉันนะ ฉันฟ้องคุณพ่อแน่ คุณพ่อฉันเป็นตำรวจนะ คะ... คุณ พะ... พ่อ ฉันเอาคุณตายแน่!"

เด็กสาวตัวน้อยกำลังขู่ราชสีห์ที่กระหายการแก้แค้นอย่างเขามันเป็นอะไรที่โคตรโง่เลย วันนี้เขาจะยังไม่กินเหยื่อ มือหนาลูบเนินอกอวบอิ่มของเธอเบาๆ แต่สายตาของเขาที่จ้องมองใบหน้าหวานของเธอมันว่างเปล่าเสียจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขาคิดอะไรอยู่เธอไม่สามารถคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย

ระ... โรคจิต เขามันโรคจิตชัดๆ

"ฉัน ฝากของให้พ่อเธอหน่อย"

"ชะ... ช่วยปล่อยฉันลงก่อนได้ไหมคะ" ขอร้องเขาน้ำเสียงสั่นกลัว

มาเฟียหนุ่มยังใช้มือหนาลูบวนที่เนินอกอวบของเด็กสาวอยู่ไล่สายตามองเธออย่างยากจะคาดเดา

เขาผละตัวลุกขึ้นแล้วถอยห่างเมื่อเจสสิกาเป็นอิสระเธอรีบจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยทันทีแม้ร่างกายจะยังสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว

แต่เธอจะไม่มีวันหลั่งน้ำตาแห่งความหวาดกลัวนี้ออกมาอย่างแน่นอน

เด็กสาวยื่นมือไปข้างหน้าพลางเบือนหน้าหนี เพราะเขาบอกจะฝากของขวัญไปให้คุณพ่อของเธอ เธอจึงต้องใช้มือหนึ่งกุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองไว้ ส่วนอีกมือยื่นไปข้างหน้าเพื่อรับของ

การ์ดเชิญเข้างานเลี้ยงสังสรรค์แห่งหนึ่งถูกวางลงบนมือนุ่มอย่างแผ่วเบา ส่วนตัวคนว่างน่ะเหรอเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองก่อนจะเหลือบตามองเธอ

"กลับไปได้แล้ว"

"ฉะ... ฉันมาขอฝึกงานที่นี่"

"เธอได้ทำงานที่นี่ตั้งแต่ฉันเห็นหน้าเธอแล้ว" ว้าว... เด็กเส้นสินะ เพราะคุณพ่อหรือเปล่านะ แต่การรับพนักงานของเขาค่อนข้างรุนแรงไปหน่อยมั้ยเนี่ย

เจสสิกายิ้มร่าลืมเรื่องที่เขาทำกับเธอไว้จนหมดสิ้น นี่อาจจะเป็นวิธีต้อนรับหรือทักทายของเขาก็ได้เธอพอรู้มาว่าเจ้าของที่นี่มีนิสัยแปลกประหลาด เขาไม่ได้ขืนใจเธอมันก็เพียงพอแล้ว หรือว่าเขาอาจจะชื่นชอบสร้อยคอของเธอก็ได้นะเพราะเขามัวแต่จ้องมันไม่ละสายตาเลยล่ะ

"ขอบคุณนะคะ"

เด็กสาวตั้งท่าจะเดินออกไปแต่เธอก็อายเกินกว่าจะเดินออกไปด้วยสภาพแบบนี้ เธอหันมามองซ้ายมองขวาก่อนจะรวบรวมความกล้าวิ่งกลับไปหามาเฟียหนุ่มที่เอาแต่จ้องมองเธอ

"ขะ... ขอยืมเสื้อสูทของคุณได้ไหม คะ... คือเสื้อฉันคุณทำมันขาดหมดเลย"

---

เผื่อใครสนใจแบบเล่มค้าบบบ 350.- บาท ส่งฟรีไปเลยงับ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
9.7
จางลี่หญิงสาวผู้เติบโตท่ามกลางความชิงชังของครอบครัวและถูกสามีทำร้ายจนสิ้นใจในอดีตชาติ ได้รับโอกาสหวนคืนมามีชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อชำระแค้นที่ฝังลึก นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนเหล่านั้นอยู่อย่างสงบสุขและจะตอบแทนความเจ็บปวดให้อย่างสาสม ท่ามกลางการล้างแค้นที่ดุเดือดกลับมีบุรุษลึกลับคอยติดตามนางอย่างใกล้ชิด แม้จางลี่จะประกาศชัดว่าตนไม่ใช่คนดีเหมือนชาติก่อนและเตือนไม่ให้เขาคาดหวังในตัวนาง แต่บทสรุปของความสัมพันธ์และการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้จะเป็นเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
9.5
อธิเมศร์พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจอย่างณชาณัธฐ์ แม้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายหรือต้องตัดสินใจเหนี่ยวไกสังหารศัตรูหน้าไหนก็ตามที่คิดจะย่างกรายเข้ามาทำร้ายเธอ ความรักครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตและความตาย โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการดูแลและคุ้มครองเธอให้ปลอดภัยไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิแห่งความขัดแย้งที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกระหว่างความเมตตาหรือการปลิดชีพเพื่อรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน
8.2
เฟยเหนียงซินและเฟยหวางอี้ถูกเฟยซือไฉลักพาตัวมายังเมืองหลวนอิงด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกจากปมครอบครัว เขาปักใจเชื่อว่าชินอ๋องเฟยเยี่ยคือต้นเหตุของความทุกข์ จึงตัดสินใจทำลายชีวิตทายาททั้งสองเพื่อระบายโทสะ หลังจากบังคับให้กินยาลบความจำ หวางอี้ถูกส่งตัวแยกไปที่อื่น ส่วนเหนียงซินในวัยเพียงสิบหนาวกลับต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายกว่า เมื่อเธอถูกเปลี่ยนฐานะจากองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ให้กลายเป็นเพียงทาสบนเตียงภายใต้ชื่อเสี่ยวเมา ท่ามกลางกรงขังแห่งตัณหาและความแค้นที่รอวันสะสาง
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก
8.9
ห้าทศวรรษผ่านพ้นไปในสงครามกับสัตว์ประหลาดต่างดาว หน่วยพลีชีพจึงถูกตั้งขึ้นเพื่อเผชิญวิกฤตวันสิ้นโลก ทว่าทหารสามนายกลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เมื่อเพศรองปรากฏขึ้น ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนตายก็เริ่มสั่นคลอน สโนว์ที่เป็นอัลฟ่าหญิงไม่สมบูรณ์ต้องรับมือกับเพื่อนชายทั้งสองที่เป็นโอเมก้าสายดุร้ายซึ่งจ้องจะกดขี่เธอ ท่ามกลางสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิต พวกเขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่าเพื่อนและเอาตัวรอดจากสงครามครั้งนี้ไปพร้อมกันได้หรือไม่