
ทาสรักมาเฟีย (มัตตัญญุตา-ฟาริส)
ตอน 3
ฉันก้าวเท้าเข้ามายังคฤหาสน์ แต่แอบแปลกใจว่าทำไมวันนี้ดูเงียบเหงาเหลือเกิน ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องโถงก็ไม่เห็นใคร จึงเดินเข้าไปในครัวเผื่อว่าจะเจอใครอยู่บ้าง
"ป้าทิมคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหน ทำไมบ้านเงียบจัง" ฉันเอ่ยถามป้าทิม ที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาค้นน้ำส้มสดอยู่
"คุณท่านทั้งสองคนอยู่บนห้องทำงานค่ะคุณมัต" ป้าทิมหันมาตอบ ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อจะไปพบคุณพ่อกับคุณแม่ที่ห้องทำงาน หลังจากที่ไปร่วมงานเดินแบบเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ และถ่ายแบบเสื้อผ้าที่เยอรมันมาตั้งหลายวัน ป่านนี้ท่านคงคิดถึงฉันแย่แล้ว
ฉันเดินมาถึงห้องทำงานและกำลังจะเคาะประตูห้อง แต่ดันมองเห็นว่าประตูมันปิดไม่สนิท จึงจับลูกบิดประตูและกำลังจะเปิดเข้าไป แต่กลับได้ยินเสียงคุณพ่อกับคุณแม่คุยกันเสียก่อน
"ทางโน้นติดต่อมาว่าอย่างไรบ้างคะพี่เดช" ฉันได้ยินเสียงของคุณแม่เอ่ยถามกับคุณพ่อ แต่ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไร ก็เลยยืนรออยู่ที่หน้าห้องก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะของท่าน
"ทางนั้นบอกว่าคุณฟาริสนัดให้เราไปคุยด้วยวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องสถานที่จะติดต่อมาบอกอีกที" หัวใจของฉันเต้นแรงทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ฟาริส .. แล้วพ่อฉันมีธุระอะไรล่ะ ถึงต้องนัดคุยกับเขา
"พี่เดชว่าเขาจะยอมให้เราประนอมหนี้ไหมคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณฟาริสเด็ดขาดเรื่องนี้มาก แล้วนี่พี่เดชาก็ผิดนัดชำระเขามาจะเป็นปีแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เงินร้อยล้านที่พี่เดชาเอามา จะเสียดอกเบี้ยไปเท่าไหร่" ฉันถึงกับเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ที่รู้ว่าลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาหนึ่งร้อยล้าน
"พี่ไม่รู้ แต่คิดว่าถ้าเราบอกความจริงไป คุณฟาริสอาจจะเห็นใจเราบ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าพี่เดชาติดการพนันขนาดไหน" ฉันยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งจนทนฟังต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ
"มัต หนูกลับมาแล้วเหรอลูก แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่" คุณแม่เอ่ยถาม แล้วเดินเข้ามาสวมกอดฉันเหมือนกับทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ จากคุณแม่
"หนูได้ยินหมดแล้วนะคะ ลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาจริงๆ เหรอคะ แล้วทำไมเราต้องเป็นคนจ่ายคืนด้วย?" คุณพ่อมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ลุงเดชาบอกกับพ่อว่าจะกู้เงินคุณฟาริสมาลงทุนธุรกิจของเราเพิ่ม พ่อก็เลยเซ็นอนุมัติไป แต่พ่อเพิ่งจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วลุงเดชาเอาเงินไปเล่นการพนันจนหมด" ฉันถึงกับทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงเดชาทำแบบนี้กับครอบครัวเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมาลุงมักจะก่อหนี้สินให้พ่อต้องตามล้างตามเช็ดอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ได้มากมายมหาศาลเหมือนกับครั้งนี้
เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อถึงได้รักลุงเดชามากมายนัก ทั้ง ๆ ที่ลุงเดชาเป็นพี่ชายคนละแม่กับพ่อฉัน หนำซ้ำยังก่อปัญหาให้พ่อเสมอ ซึ่งคำถามนี้ฉันก็เคยถามท่านทุกครั้งที่ลุงเดชาก่อปัญหาให้พ่อ แต่พ่อก็เลี่ยงที่จะตอบทุกที
"แล้วฟาริสเขาว่ายังไงบ้างคะ?"
"พ่อยังไม่ได้คุยกับคุณฟาริส แต่เขาให้คนติดต่อมาแล้ว บอกว่าจะมาคุยกับพ่อด้วยตัวเองวันพรุ่งนี้" ฉันพยักหน้าว่าเข้าใจ แต่อันที่จริงก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฟาริสถึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีลูกน้องที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
"ลุงเดชาไปกู้เงินเขามานานแค่ไหนแล้วคะพ่อ?"
"ลุงเดชาคุยกับพ่อเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน แต่บอกกับพ่อว่าทางโน้นไม่อนุมัติให้กู้ พ่อก็เลยไม่ได้สนใจอะไรอีก เพราะคิดว่ามูลค่าที่เราขอกู้มันคงจะมากเกินไป พ่อก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ว่าจริง ๆ แล้วเขาอนุมัติให้ตั้งแต่แรกแล้ว และจากสำเนาหนังสือเงินกู้ที่ส่งมา ทางนั้นบอกว่าขาดส่งดอกเบี้ยและเงินต้นมาเป็นปีแล้ว"
"แล้วทำไมทางนั้นถึงยอมให้ทางเราขาดส่งดอกเบี้ยนานขนาดนั้นคะ ยอดเงินต้นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ" ฉันอดสงสัยไม่ได้ เพราะมันผิดวิสัยเจ้าของเงินกู้ ที่อยู่ ๆ จะยอมให้ลูกหนี้ตัวเองทิ้งความรับผิดชอบจนเนิ่นนานขนาดนี้
"ลูกก็สงสัยเหมือนกันใช่ไหมมัต" คราวนี้คุณแม่เป็นคนเอ่ยถามฉัน
"ใช่ค่ะ หนูสงสัย" ฉันยอมรับตามความจริงว่าสงสัยเรื่องนี้มาก
"สงสัย.. สงสัยอะไรกัน" คุณพ่อมองหน้าฉันอย่างต้องการหาคำตอบ
"หนูสงสัยว่าฟาริสน่าจะรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่เขาจงใจให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ค่ะ" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก เพราะถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เรื่องนี้มันคงไม่จบง่าย ๆ เป็นแน่
"มัตกำลังคิดว่าคุณฟาริสตั้งใจทำแบบนี้เพื่อแก้แค้นหนูอย่างนั้นเหรอ?" ฉันไม่ได้ตอบคำถามของคุณพ่อ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องเป็นกังวล ทั้งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
"เอาเป็นว่าถ้าพรุ่งนี้เขานัดให้คุณพ่อไปเจรจาเรื่องหนี้ หนูขอไปด้วยนะคะ หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วฟาริสเขาต้องการอะไรกันแน่"
คุณอาจจะชอบ





