ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักมาเฟีย (มัตตัญญุตา-ฟาริส)

ทาสรักมาเฟีย (มัตตัญญุตา-ฟาริส)

ฟาริสเคยเป็นชายหนุ่มธรรมดาที่มอบหัวใจทั้งหมดให้มัตตัญญุตา แต่การถูกคนรักเพียงคนเดียวทรยศอย่างเลือดเย็นทำให้ศรัทธาในความรักของเขาพังทลายลงตลอดกาล เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเธอกลับเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้งในวันที่เขาเปลี่ยนไป มัตตัญญุตาผู้เคยยึดมั่นในรักแต่ต้องจำใจเลือกทางเดินที่ผิดพลาด จึงต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเขาไม่ใช่ในฐานะคนรักเก่า แต่ในฐานะทาสที่ต้องชดใช้ความแค้นในอดีตตามบัญชาของมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปรานีคนเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

ฉันก้าวเท้าเข้ามายังคฤหาสน์ แต่แอบแปลกใจว่าทำไมวันนี้ดูเงียบเหงาเหลือเกิน ร่างเล็กเดินเข้าไปในห้องโถงก็ไม่เห็นใคร จึงเดินเข้าไปในครัวเผื่อว่าจะเจอใครอยู่บ้าง

"ป้าทิมคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหน ทำไมบ้านเงียบจัง" ฉันเอ่ยถามป้าทิม ที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาค้นน้ำส้มสดอยู่

"คุณท่านทั้งสองคนอยู่บนห้องทำงานค่ะคุณมัต" ป้าทิมหันมาตอบ ฉันเอ่ยขอบคุณแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อจะไปพบคุณพ่อกับคุณแม่ที่ห้องทำงาน หลังจากที่ไปร่วมงานเดินแบบเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ และถ่ายแบบเสื้อผ้าที่เยอรมันมาตั้งหลายวัน ป่านนี้ท่านคงคิดถึงฉันแย่แล้ว

ฉันเดินมาถึงห้องทำงานและกำลังจะเคาะประตูห้อง แต่ดันมองเห็นว่าประตูมันปิดไม่สนิท จึงจับลูกบิดประตูและกำลังจะเปิดเข้าไป แต่กลับได้ยินเสียงคุณพ่อกับคุณแม่คุยกันเสียก่อน

"ทางโน้นติดต่อมาว่าอย่างไรบ้างคะพี่เดช" ฉันได้ยินเสียงของคุณแม่เอ่ยถามกับคุณพ่อ แต่ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไร ก็เลยยืนรออยู่ที่หน้าห้องก่อนเพราะไม่อยากขัดจังหวะของท่าน

"ทางนั้นบอกว่าคุณฟาริสนัดให้เราไปคุยด้วยวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องสถานที่จะติดต่อมาบอกอีกที" หัวใจของฉันเต้นแรงทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ฟาริส .. แล้วพ่อฉันมีธุระอะไรล่ะ ถึงต้องนัดคุยกับเขา

"พี่เดชว่าเขาจะยอมให้เราประนอมหนี้ไหมคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณฟาริสเด็ดขาดเรื่องนี้มาก แล้วนี่พี่เดชาก็ผิดนัดชำระเขามาจะเป็นปีแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เงินร้อยล้านที่พี่เดชาเอามา จะเสียดอกเบี้ยไปเท่าไหร่" ฉันถึงกับเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ ที่รู้ว่าลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาหนึ่งร้อยล้าน

"พี่ไม่รู้ แต่คิดว่าถ้าเราบอกความจริงไป คุณฟาริสอาจจะเห็นใจเราบ้าง เพราะเขาก็รู้ว่าพี่เดชาติดการพนันขนาดไหน" ฉันยืนฟังอยู่ครู่หนึ่งจนทนฟังต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ

"มัต หนูกลับมาแล้วเหรอลูก แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่" คุณแม่เอ่ยถาม แล้วเดินเข้ามาสวมกอดฉันเหมือนกับทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ จากคุณแม่

"หนูได้ยินหมดแล้วนะคะ ลุงเดชาไปกู้เงินฟาริสมาจริงๆ เหรอคะ แล้วทำไมเราต้องเป็นคนจ่ายคืนด้วย?" คุณพ่อมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ลุงเดชาบอกกับพ่อว่าจะกู้เงินคุณฟาริสมาลงทุนธุรกิจของเราเพิ่ม พ่อก็เลยเซ็นอนุมัติไป แต่พ่อเพิ่งจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วลุงเดชาเอาเงินไปเล่นการพนันจนหมด" ฉันถึงกับทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลุงเดชาทำแบบนี้กับครอบครัวเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมาลุงมักจะก่อหนี้สินให้พ่อต้องตามล้างตามเช็ดอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ได้มากมายมหาศาลเหมือนกับครั้งนี้

เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อถึงได้รักลุงเดชามากมายนัก ทั้ง ๆ ที่ลุงเดชาเป็นพี่ชายคนละแม่กับพ่อฉัน หนำซ้ำยังก่อปัญหาให้พ่อเสมอ ซึ่งคำถามนี้ฉันก็เคยถามท่านทุกครั้งที่ลุงเดชาก่อปัญหาให้พ่อ แต่พ่อก็เลี่ยงที่จะตอบทุกที

"แล้วฟาริสเขาว่ายังไงบ้างคะ?"

"พ่อยังไม่ได้คุยกับคุณฟาริส แต่เขาให้คนติดต่อมาแล้ว บอกว่าจะมาคุยกับพ่อด้วยตัวเองวันพรุ่งนี้" ฉันพยักหน้าว่าเข้าใจ แต่อันที่จริงก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฟาริสถึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีลูกน้องที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

"ลุงเดชาไปกู้เงินเขามานานแค่ไหนแล้วคะพ่อ?"

"ลุงเดชาคุยกับพ่อเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน แต่บอกกับพ่อว่าทางโน้นไม่อนุมัติให้กู้ พ่อก็เลยไม่ได้สนใจอะไรอีก เพราะคิดว่ามูลค่าที่เราขอกู้มันคงจะมากเกินไป พ่อก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ว่าจริง ๆ แล้วเขาอนุมัติให้ตั้งแต่แรกแล้ว และจากสำเนาหนังสือเงินกู้ที่ส่งมา ทางนั้นบอกว่าขาดส่งดอกเบี้ยและเงินต้นมาเป็นปีแล้ว"

"แล้วทำไมทางนั้นถึงยอมให้ทางเราขาดส่งดอกเบี้ยนานขนาดนั้นคะ ยอดเงินต้นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ" ฉันอดสงสัยไม่ได้ เพราะมันผิดวิสัยเจ้าของเงินกู้ ที่อยู่ ๆ จะยอมให้ลูกหนี้ตัวเองทิ้งความรับผิดชอบจนเนิ่นนานขนาดนี้

"ลูกก็สงสัยเหมือนกันใช่ไหมมัต" คราวนี้คุณแม่เป็นคนเอ่ยถามฉัน

"ใช่ค่ะ หนูสงสัย" ฉันยอมรับตามความจริงว่าสงสัยเรื่องนี้มาก

"สงสัย.. สงสัยอะไรกัน" คุณพ่อมองหน้าฉันอย่างต้องการหาคำตอบ

"หนูสงสัยว่าฟาริสน่าจะรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่เขาจงใจให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ค่ะ" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก เพราะถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ เรื่องนี้มันคงไม่จบง่าย ๆ เป็นแน่

"มัตกำลังคิดว่าคุณฟาริสตั้งใจทำแบบนี้เพื่อแก้แค้นหนูอย่างนั้นเหรอ?" ฉันไม่ได้ตอบคำถามของคุณพ่อ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องเป็นกังวล ทั้งที่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

"เอาเป็นว่าถ้าพรุ่งนี้เขานัดให้คุณพ่อไปเจรจาเรื่องหนี้ หนูขอไปด้วยนะคะ หนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วฟาริสเขาต้องการอะไรกันแน่"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกไอ้สารเลวจับไป เธอก็ถูกขอให้มีเซ็กส์กับพวกอันธพาลทุกคืน
9.4
เมื่อพ่อถูกใส่ร้ายในคดีฆาตกรรม ตานหลิงจึงขอความช่วยเหลือจากสามีอย่างกูหานโจว แต่เขากลับทรยศโดยการส่งตัวเธอไปให้ชายแปลกหน้า เพื่อรักษาครอบครัวเธอจึงจำใจเป็นผู้หญิงของต้วนอวี่ไป๋ ชายผู้ดูสง่างามต่อหน้าผู้คนแต่กลับซ่อนความบ้าคลั่งยามค่ำคืนไว้ ตานหลิงเริ่มหวั่นไหวในความอ่อนโยนจนกระทั่งพบว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เธอจึงตัดสินใจตีตัวออกห่างไปหาคู่แข่งของเขา นำไปสู่ศึกชิงนางระหว่างผู้ทรงอิทธิพลและคุณหมอชื่อดังที่ยอมห้ำหั่นกันเพื่อครอบครองเธอเพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย โซ่รักสัมพันธ์ลวง
9.7
เมื่อความสูญเสียครั้งใหญ่ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องสูญเสียน้องสาวไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาจึงมุ่งเป้าล้างแค้นหญิงสาวที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมและผู้หลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เธอต้องจำใจยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อเพื่อทดแทนบุญคุณ จนตกอยู่ในวังวนการจองเวรที่ยากจะต่อกร ชีวิตของเธอถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความเกลียดชัง และต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาเป็นผู้มอบให้ในฐานะจำเลยที่ไร้ทางสู้
หน้าปกนวนิยาย รักหมดใจนายมาเฟีย
8.3
จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายและแสนสงบสุขของฉัน กลับต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อโชคชะตานำพาให้มาพบกับชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทว่าภายใต้ใบหน้าอันงดงามนั้น เขากลับมีนิสัยดุดันและวาจาที่แสนหยาบคายจนน่าตกใจ แม้เขาจะดูอันตรายและร้ายกาจเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ได้ชิดใกล้ การกระทำของเขากลับสั่นคลอนความรู้สึกอย่างรุนแรง จนทำให้หัวใจของฉันเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย อุ๊ย!!โทษที สามีของฉันเป็นมาเฟีย
9.2
เมื่อหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนลึกลับที่พยายามเข้ามาคุกคามชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอ แต่พวกเขากลับหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของเธอนั้นมีเกราะป้องกันที่อันตรายที่สุด เพราะสามีผู้แสนดีที่เธอรักแท้จริงแล้วคือผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ก่อนที่จะคิดลงมือทำอะไรที่เป็นการล่วงเกินเธอ พวกเขาควรจะหยุดคิดให้ดีและลองถามสามีมาเฟียของเธอดูก่อนว่าเขาจะยอมให้ใครมาแตะต้องภรรยาสุดที่รักของเขาได้ง่ายๆ หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมาเฟีย
7.9
“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดเรื่องลามกอยู่ เธอนี่มันหื่นตัวแม่จริงๆ เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ยั่ว ใจคอจะปล้ำฉันให้ได้เลยใช่ไหม” เขาว่าพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปลอบยิ้มอีกทาง แม้ว่าลึกๆ ในใจ ‘สุดที่รัก’ จะอยากเป็นเจ้าสาวของ ‘เลโอนาร์ด แบร์นาร์ด’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งสเปนมากเพียงใด แต่เพราะมาดขรึมๆ กับหน้านิ่งๆ ของเขา มันเลยทำให้เธออยากรู้จริงๆ ว่าการหมั้นครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของเขารึเปล่า ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และเธอก็ไม่ได้ไร้เสน่ห์จนเกินเยียวยา เธอจึงต้องยั่ว ยั่วให้เขารู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีดีแค่ยั่วโมโห ถึงจะเป็นการยั่วระดับอนุบาลก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวได้…มั้ง “หยุด ไม่ต้อง ฉันถอดเองได้” สุดที่รักบอกพลางรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองเร็วๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะฉีกมันอีก “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ก็มันเสียดาย คุณถอดเองทีไรมันกลายเป็นเศษผ้าทุกที เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามคุณถอดเสื้อผ้าฉันอีกเป็นอันขาด” สีหน้าจริงจังของเธอ ทำเอาเลโอนาร์ดถึงกับหลุดขำออกมา “เธอจะเป็นคนถอดเองทุกครั้งที่ฉันต้องการงั้นสิ” “อืม! เฮ้ย! ไม่ใช่ ถอดทุกครั้งที่คุณต้องการ ฉันก็แย่น่ะสิ” เธอรีบแก้ต่างเมื่อเผลอรับคำเขาไป “แล้วจะเอายังไง” “โอ๊ย! คนบ้านี่ฉันเจ็บนะ ก็ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รัก ไม่หึง ไม่หวง แล้วคุณจะมาสนใจอีกทำไมว่าฉันจะคบจะคุยกับใคร นอกเสียจากว่าทั้งหมดที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ คุณจะยอมรับว่าคุณรักฉัน ไม่งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ว่าฉันจะคุยกับใคร” “อืม!” เฮ้อ! จะฟังคำว่ารักจากผู้ชายคนนี้มันช่างยากซะจริง