
วิวาห์ร้ายทายาทมาเฟีย
ตอน 3
Mercedes-Benz คันหรูมาเทียบถึงบริษัท ทีเอ็น แมคมีเดีย จำกัด(มหาชน) สื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่มีฐณส เปรมดิ์ฤทธากุมบังเหียน เขาสลัดคราบชุดลำลองที่สวมใส่ตอนเลี้ยงปลาทิ้งไปเมื่อมาถึงออฟฟิศภาพชายหนุ่มก็เป็นอีกลุคส์หนึ่งที่หล่อเนี้ยบ มีเสน่ห์ชวนมอง น่าดึงดูดจากสายตาทุกคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากบรรดาสาวๆ ถือว่าฐณสเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อไฮโซผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากเรียนจบ เขาก็ได้จังหวะกว้านซื้อหุ้นธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์เอาไว้ สถานการณ์ตอนนั้นเมืองไทยเศรษฐกิจแย่ หลายๆ ธุรกิจสายป่านสั้นจึงต้องขายหุ้น นิตยสารหลายๆ เล่มก็เช่นกัน ดีที่ฐณสช้อนซื้อเอาไว้ ดำเนินธุรกิจมาช่วงหนึ่ง จนกระทั่งขณะนี้นิตยสารทุกฉบับภายใต้การบริหารของเขา ได้รับความนิยมอยู่ระดับแนวหน้าของประเทศไทย ถือว่าทวนกระแสธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่กำลังขาลง นับจากสื่อมีเดียออนไลน์เข้ามาชิงพื้นที่จนน่าใจหาย
“ว่าไง? วันนี้นึกยังไงโทร.มาหาผมได้” ฐณสเอ่ยถามกวนอารมณ์คนปลายสายขึ้นมาทันทีระหว่างที่กำลังเซ็นต์เอกสารบนโต๊ะประจำตำแหน่งท่านประธานบริหาร
“พ่อให้โทรมาบอกแกน่ะสิ ค่ำๆ พรุ่งนี้แกต้องมาร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย” พงศกรผู้พี่สั่งออกมาจากปลายสาย นานครั้งถึงจะได้ร่วมรับประทานอาหารพร้อมหน้า แสดงว่ามันต้องมีเทศกาลจริงๆ สำหรับครอบครัวนี้
“มีงานรื่นเริงอะไรอีกล่ะ?” ฐณสเอะใจนึกสงสัยขึ้นมา
“ก็... พี่ใหญ่จะแต่งงาน พ่อก็เลยนัดทานข้าวให้ว่าที่บ่าวสาวเขามาดูตัวกันละม๊าง”พงศกรพี่ชายคนรองให้คำตอบ
ความจริงในบรรดาลูกชาย หรือคุณชายของตระกูลเปรมดิ์ฤทธาทั้งสามคนเห็นจะเป็นพงศกรและฐณสนี่กระมังที่สนิทชิดเชื้อและพูดคุยกันบ่อยที่สุด อาจจะนอกจากลำดับพี่น้องแล้วพงศกรเป็นลูกคนรองวัย 28 ปีและอันดับต่อไปก็เป็นฐณสลูกชายคนเล็กวัยเบญจเพส ส่วนอนรรฆนั้นเป็นพี่ชายคนโตที่อายุครบ 32 ปีนับดูแล้วมากกว่าฐณสหลายปี อีกทั้งต้องดูแลธุรกิจสีเทาแทบทั้งหมดของตระกูล อันถือเป็นการสืบทอดรับช่วงต่อเส้นทางเจ้าพ่อค้ากาสิโนของบิดา บุคลิกเป็นคนกร้าวแข็ง นิสัยเยียบเย็น จิตใจเหี้ยมผิดมนุษย์และโหดเกินมัจจุราช! จึงกลายเป็นเรื่องน่าคลางแคลงใจที่จู่ๆคุณชายใหญ่ใจเหี้ยมอย่างอนรรฆจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาง่ายๆ มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันกับพวกเรา” ฐณสกรอกคำถาม
“อ้าว... ก็พี่น้องฝั่งเจ้าบ่าวไง!” พงศกรย้อนบ้าง นี่มันจะไม่สนใจใยดีครอบครัวเลยรึไงวะไอ้ฐณส!
“ไม่ไปละ ปลาไม่สบาย!” ฐณสปฏิเสธน้ำเสียงชัดเจน
“เหตุผลน่าฟังมาก! ลำพังแค่แกไม่ใยดีธุรกิจของตระกูลก็หนักพออยู่แล้ว จะมาทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสมาชิกในครอบครัวแบบนี้ มันจะมากเกินไปแล้วนะไอ้ฐณส!” พงศกรได้ทีดุน้องชายคนสนิท
“ก็ทำไมจะไม่ได้ ก็ในเมื่อธุรกิจของที่บ้านมัน... เอ่อ” ในใจเขาอยากจะตะโกนออกมาเสียด้วยซ้ำ ก็ธุรกิจของที่บ้านมันร่ำรวยบนความยากจนของคนอื่น! อย่าว่าแต่เขาเลย แม้พงศกรเองก็เลือกที่จะบริหารดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าและพวกบรรดาโรงแรมรีสอร์ตแทนที่จะไปช่วยพี่ใหญ่ดูแลกิจการกาสิโนพวกนั้น
เจตนารมณ์ของผู้เป็นบิดา เดิมทีเดียวต้องการให้ทั้งอนรรฆและพงศกร สานต่อเส้นทางมาเฟียธุรกิจฟอกเงินโดยมากาสิโนซิตี้เป็นเส้นเลือดใหญ่ ส่วนฐณสลูกคนเล็กและเหี้ยมไม่พอ ผู้เป็นบิดาจึงวางรากฐานให้ โดยสร้างห้างสรรพสินค้าและโรงแรมขึ้นมาเพื่อให้ฐณสดูแล
แต่สุดท้ายแล้ว ฐณสก็กลับไม่เอาอะไรสักอย่างไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่เตะต้องธุรกิจใดๆของตระกูลแต่เลือกทางเดินชีวิตเองด้วยการบริหารอาณาจักรสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่เขาได้จังหวะเทคโอเวอร์มา และนี่ก็คือเส้นทางที่เขาเลือกแล้ว !
“เอาน่ะ คุยเรื่องนี้ทีไรเดี๋ยวก็เข้าอีหรอบเดิมเราต้องมีเรื่องชกกันทุกที” ธรรมดาลูกผู้ชายมีชกต่อยกันบ้างแต่ก็แค่พอสั่งสอน เพราะแท้ที่จริงก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดคลานตามกันมา จะให้ชกต่อยถึงขั้นตายกันไปข้างก็คงไม่ใช่
“ผมไม่ว่าง” ฐณสตัดบท
“ไม่ได้! งานนี้พ่อบอกเป็นภาคบังคับ” พงศกรออกคำสั่ง!
‘คำสั่ง’ ที่ได้รับนโยบายมาจากกัมปนาทผู้เป็นบิดามาอีกที !
ความจริงแล้วในบรรดาลูกทั้งสาม กัมปนาทรักและเอาใจลูกคนเล็กอย่างฐณสมากที่สุด แม้ฐณสจะไม่ได้ดั่งใจในหลายอย่าง กระนั้นก็ไม่เคยจะถือโทษ ได้แต่ปล่อยไปตามทางที่ฐณสเลือก!
“พ่อจะเอาอะไรมาบังคับผม ในเมื่อมรดกทุกชิ้นเงินสักแดงของที่บ้าน ผมไม่ต้องการมันเลยสักนิดเดียว” ลูกชายคนเล็กเปรยอย่างถือดี
“นามสกุลที่แกใช้! ...แล้วก็ดีเอ็นเอในตัวแกนั่นไงล่ะ!!!” พงศกรแกล้งพูดกำราบเจ้าน้องชายตัวแสบ
“...” คำตอบเล่นเอาฐณสถึงกับใบ้รับประทาน นั่นสินะ นอกจากในร่างกายที่มีดีเอ็นเอของตระกูลมาเฟียเพียบในกระแสเลือดของเขาแล้ว ก็มีนามสกุลนี่ล่ะที่มันย้ำว่าเขาและพ่อมันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่จะตัดกันง่ายๆ ยังไงเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายเจ้าพ่อ ทายาทมาเฟีย!
“พรุ่งนี้หนึ่งทุ่มตรง มาให้ตรงเวลาด้วย!” พงศกรย้ำสั่งน้ำเสียงหนักแน่น
‘พี่ใหญ่จะแต่งงานก็แต่งไปสิ มันเกี่ยวอะไรกับเราด้วย ว่าแต่...คนใจหิน เย็นชา นั่นแต่งงานกับใคร ก็คงเป็นโชคร้ายของหญิงสาวคนนั้นอย่างช่วยไม่ได้’ ฐณสคิดหลังวางสายโทรศัพท์จากพี่ชายคนรองลงก่อนพุ่งความสนใจไปที่เอกสารสำคัญที่ประธานบริหารอาณาจักรสื่อยักษ์ใหญ่ต้องลงนามต่อไปอย่างไตร่ตรอง
วันต่อมาเมื่อถึงเวลาดินเนอร์ที่คฤหาสน์เปรมดิ์ฤทธา บุตรชายคนสุดท้องพาตัวเองมาถึงในเวลาที่ทุกคนพร้อมหน้าและกำลังจะเริ่มรับประทานอาหารค่ำกันแล้ว นับว่าคืนนี้ถือเอาเป็นฤกษ์ดูตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวระหว่างแพรไพลิน ไรวาร์สกุลกับอนรรฆ เปรมดิ์ฤทธา
“ขอโทษที่มาช้าก็แล้วกันนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มของฐณสส่งให้ได้ยินและถึงโต๊ะอาหารก่อนที่ตัวจะไปถึงอีกเสียด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มหน้าตาดีสะอาดสะอ้าน บวกด้วยสัดส่วนของรูปร่างสูงโปร่ง 180 เซนติเมตร ก็มาตามคำสั่งบิดาอย่างยากปฏิเสธ ค่ำนี้เขาอยู่ในชุดที่เนี้ยบหล่อ ต่างจากวันก่อนที่ดูซอมซ่อมอซอน่าสมเพท ด้วยเสื้อเก่าๆ กางเกงสกปรกมอมแมม แถมยังมีกลิ่นคาวของน้ำจากบ่อปลาจนไม่น่าเข้าใกล้
ภาพของฐณสในค่ำนี้ผิดตาไปราวกับเป็นคนละคน ร่างสูงโปร่งดูสมาร์ทในเสื้อคอโปโลสีฟ้าเข้ม ก่อนที่จะสวมทับด้วยแจ็ตเก็ตสีดำราคาแพงระยับ กางเกงสแล็กครึ่งแข้งที่รัดรูปลงไปรวมที่ชายขากางเกงสีครีมเทาคาดด้วยเข็ดขัดตีตรายี่ห้อแบรนด์ชั้นนำราคาแพง บ่งบอกฐานะได้เป็นอย่างดี รองเท้าหนังตัดปลายสีน้ำตาลเข้ม รวมแล้วเป็นลุคส์ที่อยู่ในเทรนด์ที่ดูหล่อใสสะอาดตา บ่งบอกความเป็นคุณชายได้อย่างชัดเจนเต็มเปี่ยม!
“ฉันบอกเวลาแกไปแล้วนี่” พงศกรโพล่งเสียงขึ้นมาระหว่างที่ฐณสเดินตรงมาร่วมโต๊ะและกำลังจะนั่ง สายตาคมกวาดไปทั่วโต๊ะเพื่อสำรวจว่ามีใครร่วมโต๊ะบ้าง
“ก็ผมไม่ใช่ว่าที่เจ้าบ่าวนี่ครับ คงไม่สลักสำคัญอะไร อันที่จริงมื้อค่ำวันนี้ไม่มีผมมันก็คงไม่กระทบการแต่งงานของพี่ใหญ่อยู่แล้วนี่ครับ” ฐณสปากกล้ากลางโต๊ะอาหารราวเกรงใจผู้ร่วมโต๊ะที่มาจากครอบครัวอื่นที่กำลังจะเกี่ยวดองในไม่ช้า
“พูดจาให้มันดีหน่อยคืนนี้เรามีแขก แกลืมเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารไปแล้วหรือฐณส?” กัมปนาทผู้เป็นบิดากำราบ เท่านั้นฐณสก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้งเพื่อสังเกตการณ์ คราวนี้เขามองทุกคนได้ถ้วนถี่มากขึ้น แล้วก็ไปสะดุดตาสะกิดใจที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ร่วมโต๊ะ!
และนั่นก็ได้แต่ตีสีหน้าเหวอหวาราวกับเจอผีก่อนที่เธอจะหลุดอุทานออกมาแต่เบาเพราะมันคงมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ!
“นี่...” หญิงสาวที่นั่งถัดไปไม่เท่าไร ถึงกับหน้าเหวอ
“อ้าว! คุณนั่นเอง” ฐณสทักทายขึ้น เพราะเห็นวันนี้คู่กรณีดูสวยและเรียบร้อยเป็นพิเศษ
ยัยนี้คงไม่ได้มาดูตัวหรอกนะ แล้วอย่าบอกนะว่าหล่อนจะมาเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของเขาน่ะ ให้ตาย!
มันช่างเป็นมวยถูกคู่น่ะสิ คนหนึ่งก็ร้อนเสียยิ่งกว่าเพลิง เมื่อต้องมาลงเอยกับคนใจหินอำหิตอย่างพี่ใหญ่
มันช่างเหมาะเหม็งและเหมาะสมกันเสียยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก!
สะใจ! ฐณสคิดเล่นๆ
“สองคนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ?” คำถามจากประมุขของบ้านดังแว่วขึ้นมา เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กมีทีท่าว่าจะรู้จักหญิงสาวร่วมโต๊ะ ที่ครอบครัวนั้นก็มีพ่อแม่แล้วก็สาวรุ่นอีกสองคน เชื่อว่าหญิงสาวสองคนนั้นคงเป็นพี่น้องกัน
ว่าแต่... ลูกสาวคนไหนล่ะที่จะต้องแต่งงานกับพี่ใหญ่?
‘หวังว่า... คงไม่ใช่ยัยมัจจุราชในคราบนางฟ้าอย่างยัยคนนี้หรอกนะ!’ ฐณสคิดในใจ หากสายตากลับจดจ้องใบหน้าสวยของพลอยไหมอย่างไม่วางตา
“ปล่ะ...” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากตอบ ทว่าช้ากว่าอีกฝ่ายที่ชิงตอบก่อนราวจงแกล้ง
“ครับ! เธอเป็นเพื่อนกับชินจัง” ฐณสตอบทว่าสายตาคมกริบซ่อนแววขี้เล่นกลับจ้องเขม็งไปที่ฝ่ายหญิงที่นั่งหน้าเหวอแทบจะอ้าปากค้างเพราะไม่อาจเดาใจเขาได้ว่ากำลังจะทำอะไร พูดออกไปแบบนั้นเขามีเจตนาอะไรกันแน่
“ฮ๊า... หนูพลอยไหมชอบปลาคาร์ฟด้วยเหรอ ไปทำอีท่าไหนถึงไปรู้จักชินจังของเจ้าฐณสได้ ไม่น่าเชื่อ” ผู้เป็นบิดาสนทนาออกอาการตื่นเต้น
“ปล่ะ... เปล่านะคะ” พลอยไหมแก้ตัวยกใหญ่พลางหันมาจ้องหน้าคนกวนประสาทพร้อมๆกับจิกสายตาสาปส่งราวกับก่นด่าฐณสในใจว่านายพล่ามบ้าอะไร!
‘อีตาบ้า! ฉันไปรู้จักมักจี่ชินจังของคุณเมื่อไหร่กัน ซี้ซั๊ว!’
“อ่อ... เธอขับรถชนพวกเรา แต่... ก็ลงเอยด้วยดีครับพ่อ” ฐณสตอบบิดา น้ำเสียงเป็นมิตรแต่ทว่าสีหน้าและดวงตากรุ้มกริ่ม ยิ่งริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นมุมปากของเขานั้นมันดูเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกลในสายตาของพลอยไหม
‘นายนี่... ไม่น่าไว้ใจเลย ดูท่ามากแล้วก็กำลังไล่ต้อนเธอยังไงไม่รู้’
ไม่ชอบเลย! พลอยไหมนึกฉุนจนสีหน้าเริ่มหงิกออกมาอย่างเห็นได้ชัด แถมสมองน้อยๆของเธอยังคิดต่อไปได้อีกเรื่อยๆ ก็คนมันไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรกเห็น จะให้คิดเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร
“พลอยรีบน่ะค่ะ... วันนั้นไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวตอบออกไปน้ำเสียงหวานๆ ท่าทางเรียบร้อยซึ่งมันผิดกันกับที่ครั้งแรกที่ฐณสเจอ
‘ทำตัวแบบนี้... ก็น่ารักน่าถนอมดีจะตายไป ทำไมไม่ทำตัวดีๆแบบนี้นะ เขาคิดวุ่นวายสารตะในสมอง’
“หึหึ วันนั้นไม่เห็นพูดแบบนี้เลย” ฐณสแกล้งส่งเสียงพึมพำออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารได้ยิน ส่วนเขาพูดออกไปพร้อมกับให้ความสนใจกับอาหารและกำลังเตรียมพร้อมที่จะร่วมทานมื้อค่ำ โดยไม่ได้ใยดีว่าอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายถูกพาดพิงถึงนั้นเริ่มร้อนรนและมีรังสีของความไม่พอใจเริ่มเปล่งประกายออกมาสักปานใด
“นี่คุณ!” หญิงสาวคำรามเข่นเขี้ยว สายตาจ้องเขม็งไปที่ฐณสราวกับจะบอกว่าอย่าพูดอะไรพล่อยๆ นะถ้าไม่อยากมีเรื่อง
พลอยไหม บุตรสาวคนโตวัย 23ปี แห่งไรวาร์สกุล อันเป็นตระกูลของนักการเมืองเก่าแก่ ต้นตระกูลรุ่นทวดเป็นถึงพระยา หากกระนั้น ก็ไม่มีใครรู้ความจริงข้อหนึ่งเลยว่า ตระกูลนี้มีสถานะตกอัพ เป็นไฮโซถังแตกที่ภายนอกดูดีมีสกุลแต่สถานภาพทางการเงินเข้าขั้น NPL ความจริงแล้วเธอมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นลูกสาวคนสวยของตระกูลไรวาร์สกุล แต่ก็เว้นช่วงเวลาระยะหนึ่งที่ห่างหายไปจากหน้าข่าวสังคมเพราะเธอไปเรียนต่อด้านดีไซน์ที่ปารีส โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า เงินจำนวนมากมายมหาศาลที่ครอบครัวส่งเธอให้ได้ร่ำเรียนนั้น แท้จริงแล้วบรรพตผู้เป็นบิดาได้ยืมมาจากกัมปนาท ผู้เป็นประมุขของบ้านเปรมดิ์ฤทธา หลังจากที่ธุรกิจโรงแรมของตระกูลไรวาร์สกุล ถูกกัมปนาทเทคโอเวอร์ไป
พลอยไหมมีความฝันตามประสาของหญิงสาว คือการได้เป็นดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงการเป็นผู้นำผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะอยู่ในลุคส์ที่นำล้ำสมัยเรื่องการแต่งกาย และนิตยสารไฮโซทั้งหลายต่างลงคะแนนให้พลอยไหม หญิงสาวคนสวยเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลทองคนนี้ว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ในสังคมสาวไฮโซรุ่นใหม่
ส่วนสาวน้อยอีกคนอายุเพิ่งครบยี่สิบปีที่นั่งข้างๆ ก็ดูสวยไม่แพ้กัน แต่ดูเยาว์วัยกว่าเท่านั้นชื่อแพรไพลิน ไรวาร์สกุล ลูกสาวคนโตสวยเฉี่ยวทรงเสน่ห์ในขณะเดียวกันลูกสาวคนเล็กก็ดูน่ารักหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราและนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นก็ระบายไปด้วยแววตาแห่งความเมตตาอ่อนโยนราวเทพธิดา
“ผมไม่ได้จะฟ้องหรอกนะ ในสายตาผมคุณยังเป็นสาวสวยอยู่เสมอ!” ฐณสยิ้มสนุกแกล้งพูดยั่วเย้าอย่างผู้ชายที่รู้ตัวว่าเหนือกว่า
“ที่แท้เธอสองคนรู้จักกันหรอกเหรอ?” ประมุขของบ้านเปรมดิ์ฤทธาเอ่ยอย่างพอใจ
“ไม่มากหรอกครับ” ลูกคนเล็กตอบสายตาหรี่มองหญิงสาวเล็กน้อย
“อ้อ... มาพร้อมหน้าแล้ว พ่อแนะนำเลยแล้วกัน นี่ครอบครัวไรวาร์สกุล คุณบรรพตและคุณเจนจิรา” กัมปนาทผู้เป็นบิดาแนะนำให้ฐณสลูกชายที่มาสายได้รู้จักสมาชิกร่วมโต๊ะอาหาร ก่อนที่ชายหนุ่มจะพนมมือยกขึ้นไหว้และโปรยยิ้มละมุนนั้นระยิบระยับ
“ส่วนนี่ ฐณสลูกชายคนเล็กของผม เจ้าของอาณาจักรสื่อสิ่งพิมพ์ บริษัท ทีเอ็น แม็คมีเดียฯที่มีนิตยสารชื่อดังหลายๆเล่มในสังกัด แต่งานหลักลอยไปลอยมา ธุรกิจของครอบครัวไม่คิดจะสนใจ! อ้อ... ฐณสนั่นหนูพลอยไหมและแพรไพลิน”
“สวัสดีอย่างเป็นทางการครับ” ฐณสทักทาย ใบหน้ายิ้มกริ่มอย่างเหนือกว่า ยิ่งดวงตาของเขา ที่จ้องมองมายังพลอยไหมอย่างลุ่มลึก และแฝงเร้นไปด้วยเล่ห์ มันทำให้ฝ่ายหญิงที่ถูกจับจ้องไม่มั่นใจอะไรบางอย่าง
“แล้วใครจะมาเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของผมกันครับ?” ฐณสถามพลางเบือนดวงหน้าหันไปที่บิดาทีและพี่ชายคนโตอย่างอนรรฆทีเป็นเชิงถามและกำลังรอฟังว่าใครจะเป็นผู้ให้คำตอบนี้แก่เขา แต่มันเป็นคำถามที่ทำเอาชายเหี้ยมอย่างอนรรฆถึงกับชะงักกิริยาที่กำลังตักอาหารใส่ปากถึงกับนิ่งฟังและเงยหน้าขึ้นมามองจ้องน้องชายอย่างสงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยสนใจว่าพี่ชายจอมโหดอย่างเขาจะเป็นยังไง มาวันนี้มันทำทีเป็นอยากรู้ว่าใครจะมาเป็นเมียแต่งของเขา มันก็อดที่จะแปลกใจไปไม่ได้เลย!
“หนูแพรไพลิน แต่ยังไงก็คงต้องให้ทั้งสองฝ่ายได้ลองคบหาและรู้จักกันให้มากขึ้น ก่อนที่จะหมั้นเอาไว้ก่อน” ผู้เป็นบิดาพูดขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้อค่ำ
กัมปนาทมีแผนจะเกี่ยวดองกับไรวาร์สกุลให้ได้เพื่อเส้นทางมาเฟียของตนจะได้เปรียบคู่แข่ง ตอนนี้ได้อนรรฆสืบทอดในรุ่นสองจะได้มีความราบรื่น เพราะเขาเองนอกจากลงทุนให้ลูกชายตบแต่งกับลูกสาวไรวาร์สกุล แถมยังทุ่มเงินหลายร้อยล้านเพื่อให้บรรพตก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางการเมืองของประเทศนี้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน อาณาจักรธุรกิจของเปรมดิ์ฤทธาก็จะได้เปรียบคู่แข่งอย่างเสี่ยพงศ์อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่อย่างไรก็ตาม ลูกสาวทั้งสองคนของไรวาร์สกุล ไม่ว่าจะเป็นแพรไพลินหรือพลอยไหม ใครที่จะแต่งงานกับอนรรฆเขาก็ได้ทั้งนั้น ไม่ติดใจอะไร สวยทั้งคู่! ใครมาเป็นสะใภ้ตระกูลมาเฟียสัญชาติไทยผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาก็ได้ทั้งนั้นล่ะ
“น้องแพรไพลิน ชื่อเพราะจังเลยนะครับ แล้วกำลังเรียนอยู่ที่ไหน?” ฐณสวัดจากดวงหน้าหวานละมุนที่ดูอ่อนเยาว์มากโข แล้วยิ่งเทียบกับพี่ใหญ่อย่างอนรรฆแล้ว ไม่ต่างจากภาษิตไทยที่ว่าโคแก่ริเคี้ยวหญ้าอ่อนแน่ๆ เขาก็ถามเพราะดูจากสายตาแล้ว แพรไพลินไม่น่าจะเรียนจบหรือทำงานที่ไหน
“แพรเรียนจบแล้วค่ะ กำลังจะรับปริญญาประมาณต้นปีหน้า ช่วงนี้ก็โล่งหน่อยมีเวลาซ้อมเปียโน” แพรไพลินตอบยิ้ม
“น้องแพรแกเป็นนักเปียโนน่ะค่ะ ได้รางวัลมาหลายเวทีแล้ว เดือนหน้าแกจะไปแข่งที่ญี่ปุ่น ก็เลยมุ่งมั่นฝึกซ้อมมากเป็นพิเศษ” คุณเจนจิราผู้เป็นแม่สาธยายสีหน้าแววตาบ่งบอกว่าเธอภูมิใจในตัวลูกสาวอยู่ไม่น้อยเลย ทุกสายตาจับจ้องหญิงสาวผู้น้องอย่างน่าทึ่ง หญิงสาวตัวเล็กๆ ไม่เดียงสาอายแต่ก็เก็บซ่อนความรู้สึกเงียบ
“คนหนึ่งอ่อนโยนละมุนละไม หัวใจมีแต่เสียงดนตรี แต่อีกคนใจหินยิ่งกว่าภูผา อย่างงี้จะไปกันได้เหรอครับคุณพ่อ ผมว่า...” ฐณสทอดเสียงหยุดเว้นช่วงประโยคพร้อมปรายตาไปที่พลอยไหมก่อนที่จะพูดต่อไปอีกว่า “พี่ใหญ่น่าจะได้ผู้หญิงที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะปากคอเราะร้าย เกรี้ยวกราดเจ้าอารมณ์ รึไม่ก็เอาแต่ใจได้ที่ แบบนั้นผมว่าน่าจะเทียบเคียงและเหมาะสมกว่าไหมครับ!” ฐณสแกล้งพูด เขารู้ดีว่าต้องมีใครบางคนเป็นเดือดเป็นร้อนกับสิ่งที่เขากำลังพูดแน่
“แบบนั้นจะไปหาที่ไหนล่ะณส น้องแพรนี่ล่ะ เหมาะที่สุดที่จะทำให้คนใจหินอย่างพี่ใหญ่ พี่ใหญ่จะได้มีมุมละมุนบ้าง” พงศกรโพล่งพูดขึ้นบ้างระหว่างเคี้ยวอาหารหมับ
“พวกแกพล่ามอะไร” คนใจหินทำเสียงเข้มแย้งขึ้นบ้าง เพราะปล่อยให้แต่คนอื่นพูดพาดพิงถึงเขากันอยู่ได้ !
“พ่อว่าทั้งสองก็เหมาะกันดีนี่ แกติดอะไรฐณส?” พ่อถามน้ำเสียงเข้ม ร้อยวันพันปีไม่มีที่จะยุ่งเกี่ยว แล้ววันนี้โรคจิตอะไรของมัน?
“ก็ไม่ติดนะครับ แถมยังดีใจด้วยเสียอีกที่พี่ใหญ่จะเป็นฝั่งเป็นฝา” ฐณศตอบพลางยกยิ้มที่มุมปากแล้วกวาดหางตามองไปที่พลอยไหม
“หึหึ แกแน่ใจว่าที่พูดน่ะ” อนรรฆรู้ว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่ การมาของฐณสในค่ำนี้ดูมันช่างจ้อเกินปกติธรรมดา แถมยังแส่เจ้ากี้เจ้าการกับเรื่องแต่งงานของเขามากผิดสังเกต มันต้องมีอะไรแน่ๆ
หลังจากมื้อค่ำที่ถือเอาเป็นฤกษ์ดูตัวก็สิ้นสุดลง แพรไพลินได้โชว์ฝีมือเดี่ยวเปียโนภายในคฤหาสน์ของครอบครัวเจ้าพ่อกาสิโน! เสียงเปียโนอันคลาสสิกจากปลายนิ้วพลิ้วไหวของสาวน้อยช่วยขับไล่ความอำมหิตและเงียบเหงาภายในคฤหาสน์ของตระกูลเจ้าพ่อกาสิโนที่จัดว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของเมืองไทย ให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง มันก็ทรงคุณค่ามาก
การที่อนรรฆต้องแต่งงานกับแพรไพลินทั้งๆ ที่ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันแม้แต่น้อย ลำพังแค่อนรรฆนั้นไม่รู้สึกยี่หระอะไร เพราะเขายินดีทำตามบงการของผู้เป็นบิดาโดยไม่มีเงื่อนไขอยู่แล้ว คนอย่างอนรรฆไร้หัวใจและขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม ชนิดไร้เทียมทานก็ว่าได้
หากสำหรับแพรไพลินแล้ว กลับรู้สึกเป็นทุกข์ตั้งแต่นาทีแรกที่รู้ว่าเธอจะต้องแต่งงานกับหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียกาสิโนที่มีธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทเป็นธุรกิจบังหน้า เพราะคนไม่รักกัน แต่งงานกันจะมีความสุขได้อย่างไร แถมเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชน ที่ไม่คิดว่าจะยังมีในยุคนี้ ถือเป็นภาคบังคับของชีวิตอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกเสียจากความตายเท่านั้นที่จะมาช่วยปลดพันธนาการซาตานบ้าๆ นี้ได้!
ความตายงั้นหรือ?
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a69a4a95001834806831279694/FNQ9c9wm7pQA.webp!15491.webp)


