ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สุภาพบุรุษมาเฟีย   (วิลสัน-พุทธมิกา)

สุภาพบุรุษมาเฟีย (วิลสัน-พุทธมิกา)

พุทธมิกาครูสาวผู้รักอิสระต้องใจสลายเมื่อวิลสัน มาเฟียหนุ่มที่เธอเฝ้าคอยกลับมาพร้อมครอบครัวและคำปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักเธอ แม้ภายนอกเขาจะดูสุภาพและใจดีจนได้รับฉายาว่าสุภาพบุรุษมาเฟีย แต่เบื้องหลังความอ่อนโยนนั้นซ่อนความเด็ดขาดที่พร้อมขยี้ศัตรูให้จมดิน เมื่อพรหมลิขิตชักนำให้ครูอาสาบนดอยไกลปืนเที่ยงมาพบกับเจ้าพ่อหนุ่มแห่งทริปเปิลวิลล์อีกครั้ง ท่ามกลางความลับและพันธนาการที่ซับซ้อน บทพิสูจน์ความรักและความแค้นของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

"เขาเป็นอะไรมากไหมครูพุทธ"

"หน้าเขาซีดมากเลยนะครู"

"น่าสงสารจังเลยพ่อคุณ ยังหนุ่มยังแน่น เป็นฝรั่งเสียด้วย"

"พวกเราลองไปดูรอบ ๆ หรือยังว่ายังมีคนอื่นอีกไหม?"

"ครูพุทธช่วยเขาได้ไหม เขายังไม่ตายนะครู"

ผมได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังแว่วมาในโสตประสาท แต่ไม่สามารถขยับร่างกายหรือลืมตาได้

นี่ผมเป็นอะไร?

ผมอยู่ที่ไหน?

แล้วผมตายหรือยัง?

คำถามต่าง ๆ มากมายผุดเข้ามาในมโนสำนึก แล้วภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ไหลเข้ามาในความทรงจำ ผมจำได้ว่าถูกยิงจนรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำแล้วไอ้จอนนี่กระเด็นออกจากนอกรถไป หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย จนกระทั่งมาได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในขณะนี้

"ดูเหมือนเขาจะรู้สึกตัวแล้วนะครูพุทธ"

ครูพุทธอีกแล้ว? ใครคือครูพุทธ?

"หนูดูจากสภาพภายนอกแล้วเขาไม่น่าจะเป็นอะไรมากนะลุงแสง กระดูกไม่ได้หัก โชคดีที่รถคันนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีเลยทำให้เขาบาดเจ็บน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เราต้องรอให้เขาฟื้นก่อน เพราะไม่รู้ว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนอะไรมากไหม หนูให้นายเขียวไปเตรียมเปลแล้วค่ะ เราต้องย้ายเขาเข้าหมู่บ้านโดยให้เขากระทบกระเทือนน้อยที่สุด"

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นหน้า แต่แค่ฟังเสียงดูก็คิดว่าเธอน่าจะเป็น "ครูพุทธ" ที่ใคร ๆ เรียกชื่อกัน เพราะดูแล้วเธอมีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลพอสมควรและที่สำคัญ เสียงของเธอไพเราะกินใจผมมาก

---------------

"คุณ..คุณคะ ได้ยินเสียงของฉันไหม"

ผมได้ยินเสียงหวาน ๆ ที่ผมเคยได้ยินเมื่อคราวก่อนดังขึ้นข้าง ๆ หู เธอเอ่ยถามผมเป็นภาษาอังกฤษ คงเป็นเพราะเห็นว่าผมเป็นชาวต่างชาติ ผมยิ่งมั่นใจว่าเธอคือครูพุทธ ที่คนอื่น ๆ เขาเรียกชื่อกัน

"นะ..น้ำ.. ผมขอน้ำหน่อย" ผมเอ่ยขอน้ำดื่มจากเธอเพราะรู้สึกคอแห้งเหลือกำลัง

"อ้อ.. คุณพูดภาษาไทยได้เหรอคะ รอสักครู่นะคะ" เสียงเธอกล่าวตอบรับพร้อมกับเสียงก็อก ๆ แก๊ก ๆ และเสียงน้ำตกกระทบภาชนะดังขึ้น ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกแสบตากับแสงจ้าที่ส่องเข้ามา

"ค่อย ๆ ลุกนะคะคุณ" เสียงของเธอเอ่ยบอกผม และช่วยประคองร่างของผมให้ลุกขึ้นมานั่งเพื่อให้ดื่มน้ำได้สะดวก

"ค่อย ๆ จิบก่อนนะคะ อย่าเพิ่งดื่มเยอะเดี๋ยวจะสำลักเอาได้" ผมลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นขันน้ำใบเล็ก ๆ กำลังจ่ออยู่ที่ปากพอดี จึงค่อย ๆ ดื่มน้ำโดยมีเธอป้อนให้ เมื่อดื่มน้ำเสร็จแล้วก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมแต่รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวเหลือกำลัง

"เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?" เสียงเอ่ยถามผมอีกครั้ง ทำให้ผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองเธอ แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ก็ทำให้ผมถึงกับตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

ภาพที่อยู่ตรงหน้า คือผู้หญิงสาวคนหนึ่งอายุราวๆ 22-23 ปี ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมยาวประบ่า ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่ประดับด้วยแพขนตาดกหนา คิ้วโค้งสวยรับกับจมูกโด่งเล็ก และริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อ ผิวของเธอขาวอมชมพูจนเห็นได้ชัดว่าแก้มนวลนั้นสุกปลั่งจากเลือดฝาดตามธรรมชาติโดยไม่ได้แต่งเติมใด ๆ ผมนั่งจ้องมองเธออยู่เนิ่นนานโดยลืมคำถามของเธอไปเสียสิ้น

"คุณ..คุณคะ? ได้ยินฉันหรือเปล่า"

"อ่อ..ครับ" ผมรีบขานตอบกลับเธอไปทันทีที่ได้สติ แต่ก็ยังไม่วายที่จะจ้องมองใบหน้าสวย ๆ และปากกระจับได้รูปนั้นไม่วางตา

"คุณเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วตกลงมา จำได้ไหมคะ?" เธอเอ่ยถามพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ มาให้ ... น่ารักจัง

"จะ..จำไม่ได้ครับ" ผมตัดสินใจบอกไปแบบนั้นเพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดอย่างไรต่อ ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมเล่นเอาหัวใจของผมเต้นรัวเป็นกลองเพล

"คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่าเพิ่งนั่งนานดีกว่านะคะ เดี๋ยวจะเวียนหัวเอาได้" เธอขยับตัวเข้ามาช่วยพยุงให้ผมนอนลงอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเล็กของเธออยู่ใกล้กับใบหน้าผมจนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวของเธอกระทบเข้ากับปลายจมูกโด่ง เล่นเอาเลือดลมของผมพลุ่งพล่าน แต่เธอคงไม่รู้อะไรหรอก มีแต่ผมนี่แหละที่เผลอคิดไปไกลโดยที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน

"ฉันชื่อพุทธมิกานะคะ หรือจะเรียกว่าพุทธก็ได้ค่ะ แล้วคุณชื่ออะไร"

พุทธมิกา.... ชื่อเพราะมาก

"ผมชื่อ.. เอ่อ วิลล์ครับ"

"ชื่อวิลล์เฉย ๆ หรือว่ามีคำอื่นต่อท้ายอีกคะ?"

"เอ่อ.. ผมจำได้แค่ชื่อวิลล์" ผมตัดสินใจบอกเธอไปแบบนั้น ด้วยไม่อยากเปิดเผยตัวเองให้คนอื่นรู้ในตอนนี้เพราะไม่รู้ว่าพวกที่มันประสงค์ร้ายกับผมมันเป็นพวกไหน ต้องการอะไร ถ้าหากพวกมันอยากจะเก็บผมและรู้ว่าผมยังไม่ตายมันก็อาจจะตามมาจัดการ จนทำให้คนที่นี่เดือดร้อนไปด้วยก็ได้ ผมเลยจำเป็นต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ก่อน เธอมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่พักหนึ่งเธอก็ปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วส่งยิ้มหวานให้กับผม .. รู้ไหมว่ามันน่ารักขนาดไหน

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณตกลงมาจากเหวที่สูงเกือบสองร้อยเมตร โชคดีมากเลยที่คุณไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้คุณอาจจะยังมึนงงอยู่บ้าง อีกเดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง ไม่ต้องกังวลนะคะ" เธอปลอบใจผมพร้อมกับยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ กับเตียงที่ผมนอนอยู่

"ทานข้าวต้มหน่อยนะคะ จะได้มีแรง" เธอพูดพร้อมกับยกชามข้าวต้มร้อน ๆ นั้นขึ้นมาแล้วคนไปมาเพื่อไล่ความร้อน กลิ่นข้าวต้มกระทบปลายจมูกเล่นเอาท้องผมร้องประท้วงด้วยความหิว

"ที่นี่อยู่บนเขา ห่างจากในเมือง เลยไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ให้ทาน นอกจากเนื้อปลาค่ะ แต่ถ้าเป็นพวกเนื้อหมูเนื้อวัวก็จะมีแบบตากแห้งและทำเค็มไว้ทานได้นาน ๆ แต่ฉันเห็นว่าคุณเพิ่งฟื้น ไม่เหมาะจะทานอาหารที่ย่อยยาก เลยทำข้าวต้มปลามาให้แทน คุณทานได้ไหมคะ?

"ทานได้ครับ แต่ผมปวดกล้ามเนื้อไปหมด เหมือนจะไม่ค่อยมีแรง"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันป้อนให้ก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วจะได้ทานยา" ผมยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณ เธอส่งยิ้มให้พร้อมกับตักข้าวต้มในชามมาเป่าไล่ความร้อนแล้วค่อย ๆ จ่อมันที่ปากของผม ผมอ้าปากรับอย่างเต็มใจ ข้าวต้มมื้อนี้ถึงแม้จะไม่ได้มีหมู ไก่ หรือกุ้งตัวโตๆ อย่างที่ผมเคยทาน แต่มันกลับเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลยทีเดียว

Write Talk: แหม... ร้ายไม่เบาเลยนะพี่วิลล์ ขนาดป่วยแบบนี้ยังมีแรงอ้อนสาวอีกนะ น่าหยิกชะมัด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักจำเลยมาร
8.1
เพียงแค่สบตากับคาเอล เดอร์มินอฟ ร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม แม้ชายหนุ่มจะมีรูปโฉมที่หล่อเหลาราวกับความฝัน แต่ในนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แนบชิดภายใต้ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขา เธอกลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามีความพยาบาทอันลึกล้ำซ่อนอยู่เบื้องหลังความเสน่หาที่เขามอบให้ในค่ำคืนที่แสนอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย ผู้หญิงของมาเฟีย My Girl
8.8
อนรรฆ มาเฟียกาสิโนผู้เย็นชาต้องเผชิญกับความหวั่นไหวเมื่อ อรินรดา เด็กสาวในปกครองเริ่มเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง แม้สถานะพี่น้องบุญธรรมจะเป็นปราการกั้นขวางความรู้สึก แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าทั้งคู่ไร้ซึ่งสายเลือดเดียวกัน ปณิธานที่เคยยึดมั่นจึงสั่นคลอน อรินรดาพยายามหักห้ามใจจากสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ทว่าร่างกายกลับโหยหาการควบคุมจากมาเฟียหนุ่มอย่างไม่อาจต้านทานได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ต้องห้ามที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันตราตรึงใจในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ภาพจำอันแสนหวานของธิชาที่มีต่อธาวิน ทายาทตระกูลธนาภูวนัตถ์ พังทลายลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี จากพี่ชายที่คอยทะนุถนอม เขากลับแปรเปลี่ยนไปและปฏิบัติต่อเธอราวกับของเล่นชิ้นหนึ่ง เขาบงการชีวิตเธอให้ตกอยู่ในความมืดมนไร้ทางออก กระทั่งโชคชะตาพาบุรุษลึกลับเข้ามาเปรียบดั่งแสงสว่างที่ดึงเธอจากความสิ้นหวัง ทว่าสิ่งที่เธอไม่เคยรู้คือ เบื้องหลังความรักที่เขามอบให้กลับซ่อนขวากหนามแหลมคมเอาไว้ การพึ่งพิงเขาครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ