ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บมาเฟีย

เมียเก็บมาเฟีย

เมื่อพ่อขโมยเพชรล้ำค่าจากตระกูลมาเฟีย ยาหยีจึงต้องสละศักดิ์ศรีเข้าแลกอิสรภาพให้บิดาด้วยการเสนอตัวเป็นสินค้าให้ คอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อผู้เย็นชาได้เชยชม แม้ต้องเผชิญบทรักที่รุนแรงจนแทบขาดใจ แต่ร่างกายกลับเสพติดรสสิเน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่คอร์เนลเคยมองว่าผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศที่ใช้แล้วทิ้ง ทว่าความหวานล้ำของยาหยีกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งจนเขากลายเป็นฝ่ายคลั่งไคล้เสียเอง ท่ามกลางความยโสที่พยายามปฏิเสธความรู้สึก แต่ลึกๆ เขากลับโหยหาและไม่อาจสูญเสียเธอไปได้แม้เพียงวินาทีเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

ร่างอรชรที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาของยาหยีกระโดดเข้ากอดบิดาของตัวเองที่ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันนานเกือบสองปีด้วยความคิดถึงจับใจ

“พ่อจริงๆ ด้วย ลูกหยีคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน”

สาวน้อยหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาของบิดาด้วยความคิดถึงจับใจ กอดร่างของชายที่เรียกว่าพ่อแน่น น้ำหูน้ำตาแห่งความดีใจไหลพรากออกมา

“พ่อ...ลูกหยีคิดถึงพ่อเหลือเกิน”

ยอดชายปล่อยให้ลูกสาวกอดหอมตัวเองจนหนำใจแล้ว จึงดันร่างอรชรของบุตรสาวออกห่าง จ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากภรรยาที่เสียไปแล้วเลยแม้แต่นิดเดียวด้วยความรักใคร่

“พ่อคิดถึงลูกหยีนะ คิดถึงมาก”

ยาหยียิ้มกว้าง ดึงร่างของบิดาให้ตามตัวเองมานั่งบนโซฟาตัวกะทัดรัดริมห้องเช่าขนาดเล็กของตัวเอง จากนั้นก็รีบวิ่งไปรินน้ำเย็นใส่แก้วมาให้บิดา

“น้ำค่ะพ่อ”

“ขอบใจจ้ะลูกหยี”

ยอดชายรับน้ำขึ้นมาดื่ม ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงท่าทางมีความสุขออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว จนลูกสาวต้องเอ่ยถามด้วยความแปลกใจกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของบิดา

“พ่อทำท่าเหมือนกำลังหนีใครอยู่”

“ปละ...เปล่านี่ ลูกหยีคิดมากไปหรือเปล่า”

ผู้เป็นบิดาปฏิเสธเสียงมีพิรุธ และนั่นก็ยิ่งทำให้ยาหยีสงสัยมากขึ้นไปอีก สาวน้อยทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างของยอดชาย

“แต่พ่อมองออกไปทางประตูตลอดเวลาเลยนะคะ แล้วพ่อก็ทำหน้าเครียด มีอะไรให้ลูกหยีช่วยหรือเปล่าคะพ่อ บอกลูกหยีได้นะคะ”

ยาหยีวางมือของตัวเองลงบนมือของบิดา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือของบิดานั้นเย็นเฉียบราวกับพึ่งไปจับน้ำแข็งมา

“ทำไมมือพ่อเย็นนักล่ะคะ”

ยอดชายรีบดึงมือของตัวเองออกจากมือนุ่มของบุตรสาว แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“เงินที่พ่อส่งมาให้พอกับค่าใช้จ่ายของลูกหยีหรือเปล่า เอ่อ...แล้วเมื่อวันก่อนพ่อก็โอนเงินเข้าบัญชีให้ลูกหยีอีกก้อนหนึ่ง ไปอัพสมุดดูหรือยัง”

ยาหยีจ้องหน้าบิดาเขม็ง

“ลูกหยีว่าจะโทรไปถามพ่ออยู่พอดี เงินตั้งสิบล้านบาทที่พ่อโอนมาให้ลูกหยีเมื่อวันก่อน พ่อไปเอามันมาจากที่ไหนคะ”

สาวน้อยคาดคั้นด้วยต้องการรู้ความจริง หล่อนไม่เชื่อหรอกว่าการทำงานเป็นลูกน้องของนักธุรกิจชาวรัสเซียคนหนึ่งจะได้เงินมากมายขนาดนี้ พ่อของหล่อนต้องมีอะไรปิดบังอยู่อย่างแน่นอน

“เงินเดือนของพ่อไง”

“ลูกหยีไม่เชื่อหรอกค่ะ เงินเดือนของพ่อโอนมาให้ลูกหยีตั้งแต่ต้นเดือนแล้วนี่คะ แล้วอีกอย่างเงินเดือนของพ่อก็แค่หกแสนบาท ไม่ใช่สิบล้านบาทอย่างที่พ่อโอนมาให้ลูกหยีเมื่อวันก่อนสักหน่อย บอกมานะคะว่าพ่อไปเอาเงินพวกนี้มาจากไหน”

ยอดชายอึ้งไปนานกับคำถามคาดคั้นของบุตรสาว

“โบนัสของพ่อยังไงล่ะลูกหยี กิจการของนายน้อยไปได้สวย ท่านก็เลยแจกโบนัสให้ลูกน้องทุกคน นี่ยังมีคนได้เยอะกว่าพ่ออีกตั้งหลายคนนะจะบอกให้”

คิ้วเรียวดุจคันศรของยาหยีเลิกขึ้นสูงด้วยความเหลือเชื่อ

“โบนัสเป็นสิบๆ ล้านเนี่ยนะคะ ลูกหยีไม่อยากจะเชื่อเลย”

เมื่อเห็นลูกสาวไม่มีทีท่าว่าจะยอมเชื่อง่ายๆ ยอดชายจึงต้องใช้ไม้สุดท้าย

“อย่าบอกนะว่าลูกหยีคิดว่าพ่อเป็นหัวขโมย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อจะเลวในสายตาของลูกหยีขนาดนี้”

เมื่อเห็นท่าทางเสียอกเสียใจของบิดา ยาหยีก็ตกใจ แล้วรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ใช่นะคะ ลูกหยีไม่ได้คิดแบบนั้น ลูกหยีแค่แปลกใจ”

ยอดชายระบายยิ้มออกมา เอื้อมมือมากุมมือนุ่มของบุตรสาวเอาไว้แน่น

“พ่อทนให้คนอื่นมองไม่ดีได้ แต่พ่อทนให้ลูกหยีสุดที่รักของพ่อมองพ่อแบบคนร้ายไม่ได้ ลูกหยีต้องสัญญากับพ่อนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกหยีจะต้องเชื่อพ่อ จะต้องไว้ใจพ่อ อย่าเชื่อคำพูดของคนอื่น นอกจากพ่อคนเดียว”

“พ่อพูดแปลกจังค่ะ พูดเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ”

ยาหยีถามออกมาด้วยความเคลือบแคลงใจ บิดาของหล่อนทำท่าทำทางแปลกๆ ตั้งแต่โผล่เข้ามาเมื่อครู่นี้ แล้วตอนนี้ยังมาพูดจาแปลกๆ อีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่าพ่อของหล่อนกำลังถูกใครตามล่า

“พ่อคะ พ่อคงไม่ได้ถูกใครตามฆ่าใช่ไหมคะ”

ใบหน้านวลซีดเผือดเมื่อถามคำถามนี้ออกไป ซึ่งมันก็ซีดขาวพอๆ กับใบหน้าของยอดชายในขณะนี้นั่นแหละ

“ทำไมลูกหยีถึงคิดแบบนั้นล่ะ ทำไมถึงคิดว่าพ่อจะต้องถูกตามฆ่า”

“ก็พ่อเคยบอกให้ลูกหยีฟังว่าเจ้านายของพ่อเป็นลูกชายของมาเฟียเก่า บางทีพ่ออาจจะทำอะไรผิดมา แล้วเขาก็ส่งคนมาตามฆ่า”

“ไม่มี...ไม่มีหรอก พ่อไม่ได้ทำอะไรผิด”

ยาหยีมองบิดาที่ตอนนี้ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวลุกขึ้นตาม ก่อนจะเอ่ยถามทันที

“พ่อจะไปไหนคะนั่น ไม่อยู่กับลูกหยีหรือคะ”

“พ่อต้องไปทำงานที่อื่นสักระยะหนึ่ง แต่อีกไม่นานหรอกลูกหยี เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อลูก”

ยอดชายดึงร่างอรชรของบุตรสาวแสนสวยของตัวเองเข้าไปกอดแนบอก ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยได้รูปสวยของยาหยีด้วยความรักสุดซึ้ง ในใจก็ภาวนาให้คอร์เนลยังยึดติดกับกติกาเดิม นั่นก็คือไม่ใช้กำลังข่มเหงคนในครอบครัวของศัตรูเหมือนดั่งเช่นที่คอร์เนลเคยปฏิบัติมาตลอดชีวิต

“แล้วเมื่อไรพ่อจะมาหาลูกหยีอีกล่ะคะ”

ยาหยีน้ำตาไหลพรากกับอกของบิดา หล่อนรักท่านเหลือเกิน ทั้งรักทั้งบูชากับความเสียสละของท่าน พ่อทำงานทุกอย่างเพื่อส่งให้หล่อนได้เรียนหนังสือสูงๆ และหากว่าหล่อนเรียนจบเมื่อไร พ่อของหล่อนจะไม่มีวันต้องเหนื่อยอีก หล่อนจะเลี้ยงท่านเอง จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เหมือนกับที่ท่านทำเพื่อหล่อนมาตลอดชีวิต

“อีกไม่นานลูกหยี...อีกไม่นาน...” ยอดชายแกะมือลูกสาวออกจากตัว และถอยออกห่าง มองหน้ายอดดวงใจอีกครั้งด้วยความรัก

“พ่อต้องรีบไปแล้ว ลูกหยีต้องดูแลตัวเองดีๆ นะลูก และหากลูกหยีรักพ่อ ลูกหยีจะต้องรีบย้ายที่พักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้พรุ่งนี้เลยยิ่งดี”

“ทำไมล่ะคะพ่อ ทำไมลูกหยีถึงต้องย้ายห้องด้วยล่ะคะ”

“พ่อไม่มีคำตอบให้หรอก แต่ถ้าหากลูกหยีรักพ่อ ลูกหยีต้องรับปากว่าจะย้ายห้องให้เร็วที่สุด รับปากสิลูกหยี รับปากกับพ่อ”

ยาหยียกมือขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง พยายามไล่ความสงสัยของตัวเองให้กลับเข้าไปในอกตามเดิม ก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งจากบิดา

“ค่ะ พรุ่งนี้ลูกหยีจะย้ายไปอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยกับเพื่อน พ่อสบายใจได้เลยค่ะว่าลูกหยีของพ่อคนนี้จะปลอดภัยจากอะไรก็ตามที่พ่อกำลังกลัว”

ยอดชายระบายยิ้มบางๆ ให้กับบุตรสาว พร้อมๆ กับเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองด้วยท่าทางกระวนกระวาย

“ขอบใจมากลูกหยี พ่อคงต้องไปแล้ว”

“พ่อคะ ลูกหยีรักพ่อนะคะ”

ยาหยีโผเข้ากอดบิดาอีกครั้ง คราวนี้น้ำตาหลั่งรินออกมาถล่มทลาย ยอดชายปลอบบุตรสาวทั้งน้ำตา อยากจะอยู่กินข้าวด้วยสักมื้อ แต่ก็ทำดั่งใจปรารถนาไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าคอร์เนลยิ่งใหญ่และกว้างขวางแค่ไหน คงไม่นานหรอกคอร์เนลก็จะต้องรู้ว่าเขาหนีมากบดานที่เมืองไทย และบัดนั้นการไล่ล่าก็จะต้องเกิดขึ้น

“พ่อต้องไปแล้วจริงๆ ลูกหยี”

ยอดชายดันร่างอรชรออกห่าง หมุนตัวเดินลิ่วไปที่ประตูห้องพักของบุตรสาว ยาหยีรีบวิ่งตามไปคว้าแขนของบิดาเอาไว้

“พ่อต้องสัญญานะคะว่าจะกลับมาหาลูกหยีเร็วๆ”

ผู้เป็นพ่อค่อยๆ หันกลับมา พร้อมๆ กับยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ใบหนึ่งให้กับบุตรสาว

“พ่อสัญญาจ้ะลูกหยี”

ยาหยีหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองแล้วก็ต้องถามออกไปด้วยความแปลกใจ

“เบอร์โทรศัพท์นี่คะ อย่าบอกนะว่าพ่อจะเปลี่ยนเบอร์”

ยอดชายพยักหน้ารับ

“หากไม่จำเป็นก็อย่าติดต่อพ่อนะลูกหยี พ่อไปก่อนนะ แล้วเจอกัน”

บิดาเปิดประตูห้องและเดินออกไปแล้ว แต่ยาหยีก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สมองสับสนงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหลือเกิน พ่อของหล่อนทั้งพูดทั้งแสดงท่าทางมีพิรุธหลายอย่าง ทำตัวหวาดระแวงเหมือนกับกำลังถูกตามไล่ล่าอย่างนั้นแหละ แถมยังสั่งให้หล่อนย้ายที่พักอีกต่างหาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะ พ่อของหล่อนไปทำอะไรไม่ดีเอาไว้หรือเปล่า

ยาหยีคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออก ทำได้แค่เพียงเดินกลับมาทิ้งตัวที่โซฟาริมห้องพักของตัวเองเท่านั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พนันร้ายรักคนลวง
7.9
หวังเทียน ทายาทเพลย์บอยแห่งตระกูลมาเฟียกาสิโนฮ่องกง ผู้ใช้ชีวิตเสเพลไปวันๆ กลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนเมื่อพี่ชายสั่งให้เขาไปล่อลวงหญิงสาวคนหนึ่ง แม้ตั้งใจจะตัดความสัมพันธ์แต่เขากลับถอนตัวไม่ขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่คาดไม่ถึง ซ้ำร้ายเขายังพบความจริงว่าตนมีลูกชายวัยห้าขวบกับอดีตคนรักที่เคยฝากบาดแผลลึกในใจ เมื่อรักครั้งเก่าและภารกิจรักครั้งใหม่วนมาบรรจบ คุณชายรองสกุลหวังจะจัดการกับความวุ่นวายและพันธนาการหัวใจครั้งนี้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย เลขาคุณมาเฟีย
7.9
รติรสตัดสินใจสมัครงานเป็นแม่บ้านในบริษัทเก่าของแม่เพื่อสืบหาเบาะแสการหายตัวไปอย่างปริศนา ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอต้องกลายเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของประธานบริษัทคนใหม่ผู้ทรงอิทธิพล ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถลำลึกเกินกว่าเรื่องงานเมื่อเธอต้องรับหน้าที่คู่นอนของเขาด้วย ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการตามหาครอบครัวที่ไร้ร่องรอย รติรสต้องเผชิญกับความกดดันและพันธนาการลับที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้ในโลกของมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายและความลับที่รอการเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]
9.4
Plum, a handsome businessman, is tasked by his mother to drive Ploy-Yok away from his brother's life. However, he soon discovers that he cannot sever ties with her himself. Trapped on an island together, their mutual attraction ignites, leading to an intimate encounter where Plum's initial mission is forgotten. Despite the arrival of help, Plum finds he can no longer live without her, as his professional duty transforms into an uncontrollable and deep-seated passion.
หน้าปกนวนิยาย อย่า(หย่า)นะคุณมาเฟีย
8.7
ชาลี มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในอิตาลีมีความฝังใจเกลียดชังหญิงไทยอย่างรุนแรงจากปมในอดีตที่ถูกแม่ทอดทิ้ง เมื่อเขาพบว่าเอมอรหญิงสาวชาวไทยที่กำลังตั้งครรภ์เคยเป็นอดีตคู่หมั้นของสามีจันทร์เจ้าซึ่งเป็นน้องสาวของเขา ชาลีจึงไม่ยอมปล่อยผ่าน แม้เอมอรจะยืนกรานปฏิเสธว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของน้องเขยเขา แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่ยอมเชื่อคำพูดใดๆ เขาตัดสินใจลักพาตัวเธอมาเพื่อบีบบังคับให้จดทะเบียนสมรสด้วยกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงแค้นที่เขามีต่อผู้หญิงไทยทุกคนที่เขาตราหน้าไว้