ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บุพเพเล่ห์รักมาเฟีย

บุพเพเล่ห์รักมาเฟีย

โชคชะตาเล่นตลกเมื่ออุบัติเหตุทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซ้ำร้ายเธอยังเผลอหยิบของสำคัญของเขาติดมือมาจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้ายอย่างไม่เป็นธรรม ท่ามกลางความตึงเครียดกลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงทั้งสองเข้าหากันทุกครั้งที่พบเจอ เขาคอยข่มขู่ด้วยท่าทีคุกคามและคำพูดเผ็ดร้อนว่าหากเธอขัดคำสั่งจะถูกลงโทษอย่างถึงที่สุด แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนเพียงใดเขาก็ไม่สน และพร้อมจะเอาคืนเธอให้สาสมในแบบที่เธอต้องจดจำไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากบอกว่าตัวเองกลัวจนขี้หดตดหาย อยากวิ่งออกจากห้องไปแล้วไม่ย้อนกลับมาอีก แต่ทำไม่ได้ เพราะเขามีภาระหน้าที่ต้องหาเงินไปจุนเจือครอบครัว รักษาพ่อที่กำลังป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง รวมถึงค่าเทอมน้องที่เหลือเพียงแค่ปีเดียวก็จบแล้ว เขาจะเป็นไทมาเปราะหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าจะต้องเจอเข้ากับพายุร้ายโหมกระหน่ำ จนเรือไม้ผุแทบแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ต้องอดทน...อดทนเข้าไว้

“แน่ใจ” เอ่ยถามเสียงเข้มจัด กรามหนาขบกัดจนแก้มตอบนูนขึ้นสัน ถ้าหากใช่...เป็นอย่างที่ได้ยินมา ไม่อยากคิดถึงผลลัพธ์จะเกิดขึ้นเลย ไม่ได้เป็นแค่หายนะ แต่เป็นโลกพลิกกลับถล่มตรงหน้าเลยเชียวแหละ ดังนั้นเขาจึงต้องการคำตอบที่...แม่นยำ ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่...คิดเอาเอง

คนถูกถามผ่อนลมหายใจออกจากปอดแผ่วเบา รู้สึกหายใจหายคอโล่งขึ้นเล็กน้อย ที่ไม่ต้องเจอกับพายุเพลิงโทสะของผู้เป็นนายอย่างที่คิดไว้ ทว่าขนที่ต้นคอก็ยังลุกเกรียวอยู่ดีนั่นแหละ เพราะถึงนายไม่ถามด้วยปาก แต่สายตานายกำลังเอ่ยถามอยู่ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี

ทุกคำที่เขาถามไป มักไม่ค่อยได้คำตอบจากใคร จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ เสียเงินเสียทองตั้งมากมายจ้างคนเหล่านี้ไว้ทำไม สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับ เขาทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือบุคลากรที่มีคุณภาพ แล้วคนที่ร่วมงานทุกคน คุณภาพด้านการทำงานนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี ความสามารถสูง เพียงแค่บางเรื่องเท่านั้นที่แย่

จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้ ในเมื่อเขาคือเจ้าของที่ควรต้องดูแลงานและทรัพย์สินของตัวเองให้ดี แต่เขาดันปล่อยปละละเลย เพราะทุ่มเทให้กับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถป้องกันการโจรกรรมข้อมูลที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้ จนลืมสนใจสิ่งอื่นใด เลยกลายเป็นจุดบอดให้กับคนบางคนที่ทำตัวเป็นเหลือบไร คอยจ้องเอาผลประโยชน์จากมันสมองของคนอื่นไปเป็นของตัวเอง บวกกับไม่คาดคิดด้วยว่าจะมีคนหาญกล้ากระตุกหนวดมาเฟีย ที่ก็ไม่ได้ร้ายมากมาย แค่มองเด็กตัวเล็กๆ แล้วร้องไห้จ้าในทันทีก็เท่านั้น

ร่างหนาแกร่งยืดตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง สองขาแยกห่างออกจากกันเล็กน้อย สองมือแกร่งสอดไขว้ไปจับกันไว้ด้านหลัง มองลูกน้องซึ่งทำงานกับเขามาร่วมห้าปีแล้ว ยอมรับว่าหนุ่มตรงหน้า ได้ความบ้างไม่ได้เรื่องบ้างก็ต้องให้อภัยกัน ในเมื่อตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะดีเก่งไปเสียทุกด้าน เพียงแค่ไม่ชอบความอึมครึมและไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้นเอง

ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์ในนี้ ธุรกิจการงานเขาเป็นไปอย่างดีเยี่ยม มีการติดต่อเข้ามาของห้างร้านบริษัท ให้ไปวางระบบงานป้องกันภัยให้ไม่ขาดสาย แต่ก็เป็นอย่างที่เขาว่า สายลมยังพัดแผ่วพลิ้ว ท้องฟ้าไร้ซึ่งเมฆฝนตั้งเค้า ก่อนทะเลสงบเงียบไร้คลื่นลมจะโหมกระหน่ำ กลายเป็นพายุทอร์นาโดลูกใหญ่สาดซัดเข้ามา เริ่มต้นจากข่าวโคมลอย ที่หลายคนก็ปักใจเชื่อ ด้วยคิดแค่ว่า ถ้าไม่มีมูลความจริง ก็ไม่มีใครเอาไปพูดหรอก ขนาดบิดาเขาเองก็ยังเอ่ยถาม...

“ได้ข่าวว่าบริษัทแกมีปัญหารึไอ้ลูกชาย มีอะไรให้ฉันช่วยบ้างล่ะ”

คำถามออกจะหยามหยันมากกว่าต้องการจะช่วยเหลือด้วยใจจริง เพราะสองพ่อลูกไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่ที่ผู้เป็นลูกชายแหกคอกออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยเบื่อกับวงการที่ชีวิตต้องแขวนอยู่บนเส้นได้ แม้กระทั่งนอนก็ยังต้องซุกปืนไว้ใต้หมอน เพราะกลัวมีใครบุกเข้ามายิงถึงในห้องนอน วันเวลาผ่านพ้นไปคนใกล้ชิดล้มตายไปทีละคนสองคน เพื่อช่วยให้นายอย่างเขาและคนในครอบครัวรอดตาย สิ่งที่เกิดขึ้นเขามองอย่างชินชา ทั้งเบื่อหน่ายและระอิดระอาใจ ไม่อยากทำให้คนอื่นเขาต้องมาตายเพราะเขา พอๆ กับไม่อยากเสี่ยงชีวิตที่ได้ไม่คุ้มเสียอีกแล้ว

ใช่...ถ้าไม่มีข่าวมา บิดาที่ไม่เคยสนใจว่าลูกชายนอกคอกไม่เอาอ่าวอย่างเขา จะไปทำมาหากินอะไร ที่ไหน ขอเพียงแค่ไม่นำความเดือนร้อนมาให้เท่านั้นคงไม่เอ่ยปาก แต่การที่ท่านพูดแบบนี้ แสดงว่าต้องมีข่าววงในที่ใหญ่เอากาล จนเกิดความเป็นห่วงกังวล เขาคงต้องปลีกเวลาไปคุยกับท่านเสียหน่อย เผื่อจะได้เรื่องอะไรกลับมาบ้าง

“คอยจับตาคนในบริษัท มีใครทำอะไร ที่ไหนบ้าง” ทุกเบาะแสจะต้องไม่ถูกมองข้าม เพราะนั่นอาจนำพาไปถึงเงาร้ายได้ “ถ้าหากมีคนล้วงเอาความลับออกไปจริง...ก็คงยังไม่เคลื่อนไหวให้ถูกสงสัยและจับได้” เขาไม่มีวันยอมให้เหลือบไรร้ายที่คอยดูดเลือด อยู่อย่างเป็นสุขแน่นอน!

“ครับ” รับคำก่อนโค้งคำนับและเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

ชายหนุ่มในชุดในชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมมีชื่อ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ริมหาดอ่าวนาง ในบริเวณที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของหาด ด้วยมีชายหาดขาวสะอาดทอดตัวยาวราวกับรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวและมีแหลมยื่นออกมา ผู้บริหารมีหัวคิดฉลาดเฉียบแหลมดัดแปลงกะเทาะหินลดลั่นเป็นขั้นบันได และสร้างศาลาไว้ให้แขกเหรื่อได้พักกินลมชมวิว มองพระอาทิตย์ขึ้นและตก ยามเที่ยงวันก็ไม่ร้อน ด้วยเส้นทางเดินไปศาลามีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นลดหลั่นกัน บวกกับลมทะเลที่พัดพัดโบกโบยเป็นสายไม่ขาดทั้งวัน เดินลิ่วๆ อย่างไม่สนใจจะมองคนร่วมถนนเดียวกันสะดุดตากฤติกาเป็นอย่างมาก

“กล้า แสงกล้า...นั่นนายใช่ไหม” กฤติกาตัดสินใจตะโกนถาม เมื่อเห็นร่างใหญ่กำลังจะเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆ ซึ่งภายในเป็นห้องเช่าขนาดกะทัดรัดและราคาประหยัดที่หาได้ยากยิ่งในพื้นที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดท่องเที่ยวติดอันดับหนึ่งในสิบของเมืองไทย

แสงกล้าหันตามเสียงเรียก นัยน์ตาเข้มของหนุ่มผิวหมึกเบิกกว้างเมื่อเห็นคนเรียก ก่อนปากหนาจะคลี่ยิ้มจนเห็นไรฟันสีขาวซี่ขนาดเท่าๆ กันเรียงตัวอย่างสวยงาม ตัดกับผิวเนื้อสีดำแดง ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็จะนึกถึงยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งเสียทุกทีไป

“ลูกไก่” แสงกล้าร้องตะโกนกลับไป พร้อมหมุนกายเดินข้ามถนนไปหาเพื่อนสาวที่ไม่เจอกันเป็นนาน “ดีใจจังที่เจอเธอ ไปไงมาไงถึงได้มาถึงนี่ล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม พร้อมจับจูงมือเรียวเดินไปยังเก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ต้นราชพฤกษ์ ซึ่งตอนนี้ออกดอกสีเหลืองอร่าม บางส่วนของกลีบดอกก้านใบ ร่วงหล่นลงมาจนต้องปัดกวาดก่อนหย่อนก้นลงนั่ง

“ไม่รีบไปไหนใช่ไหม นั่งคุยกันก่อนสิ คิดถึงจะแย่ แวะไปหาที่บ้านก็ไม่เคยเจอ แล้วเป็นไงสบายดีใช่ไหม ทำงานอะไรล่ะตอนนี้ หางานอยู่หรือเปล่า ต้องการให้ช่วยอะไรบอกได้นะ”

“ดีใจอะไรหนักหนาฮึ ถามยาวเป็นหางว่าวเชียว หยุดหายใจบ้างก็ได้ ฉันยังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้หนีหายไปไหน” หญิงสาวกระเซ้ากลับแววตาเป็นประกายสดใส ทอดสายตามองเพื่อนอย่างดีใจเช่นกัน นับตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย แต่ละคนก็ต้องแยกย้ายกันไปทำตามความฝันของตัวเอง เธอไปเรียนต่อในเมืองหลวง ในขณะที่แสงกล้าก็มีหน้าที่ทำมาหากิน เพื่อช่วยครอบครัวอันมีพ่อและแม่ รวมถึงน้องๆ อีกสองคน

แม้จะเป็นเพื่อนสาวที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ เคยร่วมเรียนร่วมเล่น เกือบจะเรียกได้ว่าเคยหนีพ่อแม่มาแก้ผ้ากระโดดน้ำในทะเลเล่นกันอยู่เลย แสงกล้าก็ยังมีความอายเล็กๆ จึงเสมือหนายกขึ้นลูบต้นคอแกร่ง “ก็คนมันคิดถึงนี่น่า เจอหน้ากันตั้งหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้พูดกันเลย”

“เพราะคนบางคนไม่กล้าเข้ามาทัก กลัวคนใกล้ตัวหึงละมั้ง” กฤติกาอดกระเซ้าหยอกคนขี้อายไม่ได้ รับรู้มาตลอดว่าเพื่อนชายผิวหมึกแต่หน้าหวานคนนี้ แอบรักแอบชอบสาวต่างโรงเรียน ที่เผอิญได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือตอนที่รถมีปัญหา จนถูกเพื่อนๆ ที่ร่วมเรียนด้วยกันจับได้ ทั้งหยอกล้อและยุยงให้จีบ แต่แสงกล้าก็ได้แต่ทำเฉย แอบมองเขาอยู่เรื่อยๆ ไม่กล้าพาตัวเข้าไปใกล้ จนเธอครั้งหนึ่งเมื่อทนความอยากรู้ไม่ไหวก็เลยเอ่ยถาม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักบำเรอมาร
9.1
ชีวิตของนีรนาทที่ต้องดิ้นรนดูแลพ่อขี้เมากลับพังทลายลง เมื่อพ่อตกเป็นผู้ต้องหาขู่วางระเบิดห้างของดิมิทรี มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เพื่อช่วยพ่อให้พ้นคุก เธอจึงยอมเสนอตัวแลกกับอิสรภาพของเขา แม้ดิมิทรีจะมองว่าเธอไร้ค่าในตอนแรก แต่ความสวยของหญิงสาวกลับทำให้เขาเปลี่ยนใจและรับข้อเสนอ หลังจากค่ำคืนนั้นนีชาเลือกเดินจากไปโดยไม่รับเงิน ทว่าดิมิทรีกลับยังต้องการครอบครองเธอไม่จบสิ้น เขาจึงสั่งลูกน้องตามล่าตัวเธอกลับมา โดยไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ครั้งนั้นได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลงกลรักมาเฟีย (สิมิลัน-วิลเซอร์)
8.8
สิมิลัน หญิงสาววัย 22 ปีที่ชีวิตพังทลายหลังสูญเสียพ่อและถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายจิตใจ เธอพยายามรักษาบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้ แต่กลับถูกตระกูลมาเฟียทริปเปิลวิลล์ยึดไป ความหวังสุดท้ายของเธอคือการเจรจากับเจ้าหนี้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วิลเซอร์ แฝดคนกลางผู้เย็นชาและเด็ดขาด เขาดูแคลนข้อเสนอของเธออย่างโหดร้ายและเข้าใจผิดว่าเธอจะมาขายตัวแลกหนี้แทนที่จะได้รับความเมตตา ชีวิตของสิมิลันกลับยิ่งดิ่งลงเหวและวุ่นวายกว่าเดิมเมื่อต้องตกอยู่ในกงจักรแห่งอำนาจของมาเฟียหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้ไร้หัวใจคนนี้
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด
8.9
เซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มมาดขรึมต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ เมื่อเขาได้รับมอบหมายให้คุ้มครองทั้งชีวิตและความบริสุทธิ์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียสาวสวยผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน แม้เขาจะพยายามรักษาความเย็นชาเพื่อทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพียงใด แต่ความใกล้ชิดจากการต้องอยู่ร่วมกันตามลำพังกลับทำให้กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนเพื่อทลายหน้ากากอันเฉยเมย เขาจะทนฝืนความต้องการที่พลุ่งพล่านเพื่อรักษาจรรยาบรรณได้นานแค่ไหน
หน้าปกนวนิยาย Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย
9.0
มินตรา ดาราสาวพราวเสน่ห์ผู้ถูกตราหน้าว่าหยิ่งยโส ตัดสินใจใช้มารยาหญิงทุกวิถีทางเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มในคราบคุณหมอผู้เย็นชาให้ติดกับดักหัวใจ ท่ามกลางเกมความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้นความในใจไว้ภายใต้ท่าทีเฉยเมย มินตราไม่เคยล่วงรู้เลยว่าชายหนุ่มที่เธอพยายามยั่วยวนนั้นได้ถลำลึกตกหลุมพรางรักของเธอไปนานแล้ว เดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบว่าใครจะเป็นฝ่ายเผยความลับก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือพิชิตใจมาเฟียร้าย
หน้าปกนวนิยาย พลิกเกมรักมาเฟีย
8.3
กรรณิการ์และราชาวดี สองสาวงามเปรียบดั่งบุปผาที่ดึงดูดใจชายให้ยอมทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมาครอบครอง ทว่าวิกฤตทางการเงินของบิดาบีบบังคับให้พวกเธอต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างไร้ทางเลือกเพื่อพยุงฐานะครอบครัว แม้จะพยายามขัดขืนและเรียกร้องอิสรภาพเพียงใด แต่การหนีจากเงื้อมมือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะตีตราจองและไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งคู่จะจัดการกับเกมรักที่ถูกพันธนาการด้วยอำนาจและพันธะสัญญาครั้งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย แค้นนี้ของนายมาเฟีย
9.5
เมื่อความแค้นสุมอก มาเฟียหนุ่มจึงวางแผนล้างแค้นพี่ชายของลินอย่างสาสมเพื่อตอบแทนที่ทำให้พี่ชายเขาต้องจากไป เขาตั้งใจมอบความพินาศให้คนทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียที่เจ็บปวดมากกว่าความตาย ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมแผดเผาทุกอย่าง ลินพยายามอ้อนวอนขอชีวิตพี่ชายด้วยความสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอห้าม เขากลับยิ่งอยากทรมานศัตรูให้ตกนรกทั้งเป็นเพื่อชดใช้ความผิดที่อีกฝ่ายก่อไว้อย่างไม่อาจให้อภัยได้