ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ผมกลายเป็นคนบ้าไปซะแล้วล่ะครับ

ผมกลายเป็นคนบ้าไปซะแล้วล่ะครับ

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาในร่างของคนสติไม่สมประกอบท่ามกลางโลกต่างมิติที่ไม่คุ้นเคย ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์อสูรที่ดุร้ายเกินกว่าปกติหลายเท่าตัว เขาต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายพร้อมภารกิจจากระบบลึกลับที่สั่งให้เขาช่วยเหลือและพัฒนาเผ่าคนป่าให้พ้นจากความหิวโหยตลอดกาล การผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอดและเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของกลุ่มคนเถื่อนในโลกสุดโหดร้ายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ปกติเจ้าของร่างจะเอาผมยาว ๆ ของตัวเองปิดหน้าปิดตาไว้ เขาเลยทำบ้าง ดูเหมือนการแกล้งทำเป็นคนบ้าของเขาจะมีประโยชน์ไม่น้อย ไม่ว่าจะทำตัวแปลกแค่ไหนก็ไม่มีใครแปลกใจ

“อ้าวคาเมล มีคนให้ผ้ามาใหม่เหรอ ดีจังเลยนะ กินข้าวรึยังล่ะ” ชายแก่คนหนึ่งทักเขาขณะเดินกลับกระโจม

“…” คาเมลพยักหน้า

“เจ้าเข้าใจรึเปล่าเนี่ยว่าข้าถามถึงอะไร อา...แต่ช่างเถอะ เอานี่ไปกินสิ ตัวเจ้าผอมจนจะโดนลมพัดปลิวอยู่แล้ว กินเข้าไปเยอะ ๆ ดีกว่านะ” ชายแก่ยัดเนื้ออะไรสักอย่างใส่มือเขามา

[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ]

เบมอสไม่รู้ว่าคาเมลกินข้าวรึยัง แล้วก็ไม่รู้ว่าที่ถามไปคาเมลเข้าใจไหม หรือแค่พยักหน้าเฉย ๆ เขาเลยยัดเนื้อไปให้ชิ้นนึง ถ้าคาเมลอดตาย เขาคงรู้สึกผิดไปอีกนาน

คาเมลรับเนื้อชิ้นนั้นมาถือ เขารู้สึกว่าลุงตรงหน้าเป็นคนดีเลยยิ้มกว้างไปให้ “ขอบคุณครับ”

“หือ ใครสอนเจ้าพูดขอบคุณเนี่ย ใช่คนที่ให้ผ้ามาใหม่รึเปล่า ดีแล้ว ๆ เวลาคนให้ของก็ขอบคุณไว้นะ”

คาเมลพยักหน้าหงึก ๆ เขาไม่ได้โกรธลุงตรงหน้าที่ทำเหมือนเขาเป็นเด็ก เจ้าของร่างเป็นคนบ้า บางทีก็ทำตัวเหมือนเด็ก บางทีก็เอ๋อ ๆ มึน ๆ มีแม้กระทั่งหัวเราะออกมาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไร

คาเมลเดินมาถึงกระโจมของตัวเอง มันมีขนาดเท่ากับกระโจมของคนในเผ่าคนอื่น จริง ๆ กระโจมพวกนี้ทุกคนต้องสร้างเอง ยกเว้นจะสร้างไม่ได้จริง ๆ ฮิวะถึงจะมาช่วย แน่นอนว่าเจ้าของร่างทำได้แค่นั่งเอ๋อ ทุกคนในเผ่าเลยช่วยกันทำให้ เขารู้ว่าเจ้าของร่างค่อนข้างน่าเอ็นดูสำหรับคนในเผ่า

เผ่าคนป่าน่ะ ทะเลาะกันอยู่ไม่กี่เรื่อง ไม่เรื่องคนรักก็เรื่องอาหาร แต่ คาเมลเป็นคนเดียวที่ไม่เคยทะเลาะเรื่องไหนกับใครเลย เขาไม่มีทางไปแย่งคนรักใคร เพราะเจ้าตัวเป็นคนบ้า เขาไม่เคยแย่งอาหารใคร ถ้าไม่มีคนให้ ถ้าหิวก็แค่นั่งเอ๋อ ๆ เดี๋ยวก็มีคนเอามาให้เพราะเอ็นดูเอง

ถ้าถามว่าทำไมคนป่าถึงทะเลาะกันเรื่องคนรัก...คงเพราะจำนวนคนในเผ่ามันน้อย ถ้าไม่รีบมีลูกเพื่อสืบพันธุ์ จำนวนคนในเผ่าก็จะยิ่งลดลงไปอีก เพราะมีคนตายทุกวันจากการไปล่าอาหาร ถึงฮิวะจะออกไปหาให้ แต่มันก็ไม่มีทางพอ

คนในเผ่าฮิราโตะกับยาฮิโตะมีความเชื่อว่าต้องแต่งงานมีลูกกับคนที่รัก และคนที่รักคนนั้นก็ต้องร่างกายแข็งแรงกำยำ เพื่อให้ลูกออกมาแข็งแรงและช่วยเหลือเผ่าได้

แน่นอน...ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีร่างกายในอุดมคติอย่างที่คนในเผ่าต้องการ พวกเขาเลยต้องแก่งแย่งและทะเลาะกันบ่อย ๆ ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ไม่ได้แต่งสักที

แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงจนถึงกับต้องฆ่ากันตาย แค่เคืองๆกันเฉย ๆ สิ่งสำคัญจริง ๆ สำหรับพวกเขาคืออาหารต่างหาก ก่อนที่เผ่าฮิราโตะจะแยกตัวออกมาจากเผ่ายาฮิโตะ มีคนป่าฆ่ากันเพราะแย่งอาหารกันบ่อย ๆ

นี่เป็นสิ่งที่ระบบกรอกหูเขาระหว่างทางตลอดเวลา...

ภายในกระโจมของเจ้าของร่างไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ไม่สิ...เรียกว่าไม่มีเลยถึงจะถูก เขาเห็นแค่เตียงฟางแข็ง ๆ กับโต๊ะหนึ่งตัว

นอกนั้นก็ว่างเปล่า...

[เตียงฟางกับโต๊ะนั่นเป็นของที่คนในเผ่าให้โฮสต์มา โฮสต์ควรดีใจนะครับ อย่างน้อยก็ได้มาฟรี คนอื่น ๆ เขาต้องหาทำเองนะครับ (`ε´)]

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แค่แปลกใจที่มันโล่งน่ะ” คาเมลรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ต้องรอให้ถึงตอนเย็น ทุกคนจะได้ไม่สนใจว่าเขาจะไปไหน ถ้ามีคนเห็นว่าคาเมลเดินเข้าไปในป่า ต้องมีคนลากเขากลับแน่!

ฟึบ!

ยังไม่ทันจะได้คิดว่าจะหาอะไรทำฆ่าเวลา คาเมลก็สะดุ้งเมื่อเห็น ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวแทนท่าทางกำยำเดินเข้ามาในกระโจมเขา เจ้าตัวมีเส้นผม สีเงินมัดไว้ด้วยเชือกฟาง มีสร้อยที่ทำจากเขี้ยวสัตว์คล้องไว้รอบคอ เขาเปลือยอกท่อนบน และท่อนล่างถูกพันด้วยหนังสัตว์ขนาดใหญ่ แถมมีใบหน้าเย็นชาจน คาเมลอดตัวสั่นไม่ได้

“แผลที่หัวไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ” คน ๆ นั้นถามเขา

[เขาคือฮิวะครับ หลังจากกลับจากการล่าสัตว์คงเห็นว่าโฮสต์ไม่อยู่แล้วเลยมาตามหา]

คาเมลพยักหน้าพลางแอบเหลือบมองหัวหน้าเผ่าหุ่นแซ่บคนนี้ไปด้วย หล่อ...หล่อมาก หล่อปนเซ็กซี่ เห็นแล้วหัวใจดวงน้อย ๆ ก็เต้นตุ๊บตั๊บจนทำอะไรไม่ถูก

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ขอโทษที่ต่อยเจ้าไปเมื่อวานนะ ข้านึกว่าคนของ ฮิรันเลยป้องกันตัวเองน่ะ ลืมไปว่าเจ้าชอบเดินหลงเข้าไปกระโจมคนอื่นบ่อย ๆ”

ฮิวะพูดต่อ “ยังไงก็เอาเนื้อที่ข้าพึ่งล่าได้ไปเป็นของขวัญปลอบใจก่อนล่ะกัน” ว่าจบฮิวะก็หยิบเนื้อยัดใส่มือเขาที่ทำหน้าเอ๋ออยู่

[คุณได้รับเนื้อหมู]

“ขอบคุณครับ”

ฮิวะชะงักเมื่อได้ยินคำขอบคุณจากเขา ไม่บ่อยนักที่คาเมลจะพูดขอบคุณ...ไม่สิ ไม่บ่อยนักที่เจ้าตัวจะพูดอะไรออกมาสักคำ ยกเว้นตอนหัวเราะกับกำแพง หรือคุยกับต้นไม้

มีอะไรบางอย่างในใจเขาบอกเอาไว้ว่าคาเมลเปลี่ยนไป ถึงจะไม่รู้เปลี่ยนไปตรงไหนก็เถอะ บางที..เขาอาจจะต้องจับตาดูคาเมลช่วงนี้หน่อย...

“งั้นข้าจะไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย” ว่าจบฮิวะก็เดินออกจากกระโจมไป

คาเมลมองเนื้อหมูในมือที่ถูกย่างไฟอย่างดีแล้ว แถมเนื้อก็ส่งกลิ่นหอมจนเขารีบเอาเข้าปากอย่างไวเพราะเริ่มหิวอีกแล้ว

[หมูในโลกนี้ค่อนข้างล่ายาก โฮสต์โชคดีมากครับที่ได้เนื้อหมูมาฟรี ๆ]

“แล้วเนื้อสแคล๊บที่ได้จากลุงใจดีล่ะ” คาเมลถามไป ปากยังเคี้ยวไม่หยุด

เนื้อหมูที่ไม่ปรุงนี่มันจืดชะมัดเลยนะ...

[อันนี้เป็นเนื้อของสัตว์ที่ล่าง่ายมากครับ ฟันของมันมีความคมเท่ากับมีดพลาสติก แต่เนื้อของมันไม่อร่อยเลยสักนิด แต่เพราะล่าง่ายนี่แหละ คนป่าเลยชอบล่ามากินแก้หิว]

“ไม่อร่อยแต่ก็ยังดีกว่าอดตายสินะ...”

พอใกล้ถึงตอนเย็น คาเมลก็เอาของออกจากช่องเก็บของจนหมด กะว่าถ้าไปล่าตัวอะไรมาได้จะต้องไม่มีปัญหาช่องเก็บของเต็ม

“แต่ถ้าล่ามาเยอะ เนื้อจะเน่ารึเปล่านะ”

[ของที่เก็บในช่องเก็บของไม่มีวันเสีย โฮสต์ไม่ต้องกังวลไป ขอแค่โฮสต์ไปล่าตัวอะไรสักตัวมาก่อน อาหารบางทียังขอคนในเผ่าได้ แต่ค่าความสามารถคงไม่สามารถขอใครได้]

“อ่อ ที่นายคะยั้นคะยอให้ฉันเข้าป่าเพราะแบบนี้สินะ”

[ระบบอยากให้ตัวเลขพลังของโฮสต์เพิ่มขึ้นสักที เห็นแล้วระบบหดหู่เหลือเกิน คนอะไรมีค่าความแข็งแรงแค่สอง]

“แค่ฉันสามารถยืนตรง ๆ โดยไม่ล้มได้ก็ถือว่าเก่งแล้วไหม ตัวบางร่างเล็กขนาดนี้น่ะ”

คาเมลขี้เกียจเถียงกับระบบต่อ เขาแอบออกมาจากกระโจมในตอนเย็น ช่วงเวลานี้ทุกคนกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่ตรงส่วนกลาง บางคนก็เอาเนื้อ สแคล๊บที่ล่ามาได้เสียบไม้ย่างอยู่ตรงกองไฟ

คงไม่มีใครสนใจคนบ้าที่ออกมาเดินเล่นหรอกมั้ง...

“คาเมล” เสียงนุ่มทุ้มทักเขาไว้

คาเมลสะดุ้งพลางหันหน้าไปมองคนต้นเสียง เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาดูอ่อนโยน ผมของเขามีสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาว มีกล้ามพอดิบพอดี ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เจ้าตัวโบกมือให้คาเมลอยู่

“ออกมาทำอะไรตอนนี้น่ะ หรือเจ้ามาหาอะไรกิน” ปกติตกเย็นคาเมลจะนอนแล้ว เขาเลยตกใจนิดหน่อยที่เห็นคาเมลตอนนี้

ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนถามเรื่องกินของเขานะ...

คาเมลส่ายหน้า “…”

“หรือเจ้าออกมาเดินเล่น?”

[คน ๆ นี้เป็นคนสนิทของฮิวะ เขาชื่อเรเดล ชอบไปช่วยฮิวะออกล่า บ่อย ๆ โฮสต์ควรเป็นมิตรกับเขา]

‘นายพูดเหมือนฉันจะไปกัดกับเขาอย่างงั้นแหละ...’

คาเมลพยักหน้า “…”

“หืม...” เรเดลยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา “กลิ่นหอมมาก...เจ้าไปเล่นในทุ่งดอกไม้มาเหรอ”

ถูสบู่ครับ กลิ่นดอกไม้รวม...

แน่นอนว่าใครมันจะไปตอบแบบนั้น คาเมลเลือกทำหน้าเอ๋อใส่ “…”

“ฮ่าๆๆๆ ข้าผิดเองแหละที่ถามเจ้า เจ้าไปเถอะ”

คาเมลพยักหน้าแล้วรีบสับขาเดินหนีอย่างไว

“อย่าเข้าไปในป่านะ!!” เรเดลตะโกนไล่หลังตามมา

อุ๊ย! มีคนรู้ทัน

คาเมลเดินมึนเข้าไปในป่า แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะถามระบบก่อนที่จะเข้าไปลึกกว่านี้

“ระบบ นายให้ฉันเดินเข้าไปในป่า แต่ไม่มีอาวุธให้หน่อยเหรอ”

ระบบพูดเสียงตะกุกตะกัก [ฮะ โฮสต์คือว่า...ระบบก็อยากให้อาวุธกับโฮสต์นะ แต่วันนี้วันเดียวโฮสต์ได้รางวัลเยอะแล้ว...]

“อ่อ แปลว่านายจะปล่อยให้ฉันตาย”

[พูดอะไรกันน่ะโฮสต์ ระบบไม่ปล่อยให้โฮสต์ตายง่าย ๆ อยู่แล้ว แค่ก ๆ!]

“ไหนนายบอกว่าสัตว์ในโลกนี้มันอันตรายมาก แล้วฉันที่เป็นคนตัวบางร่างน้อยจะเอาอะไรไปสู้กับมัน หือ?”

[คะ คือว่า...ระบบคิดว่าโฮสต์จะสุ่มได้อะไรดี ๆ บ้างตอนสุ่มรางวัล ไม่คิดว่าโฮสต์จะเกลือขนาดนั้น ระบบแนะนำให้โฮสต์ไม่ต้องเข้าป่าลึกมาก ฆ่าตัวอะไรก็ได้ฟาร์มเวลไปก่อน ไม่งั้นโฮสต์จะอ่อนแอเกินไป ภารกิจหลักทำไม่สำเร็จแหง ๆ ( ˘ω˘)]

คาเมลหมดปัญญาจะคุยกับระบบต่อ เขามองหากิ่งไม้แถวนั้นมาถือไว้ในมือ กะว่าเจออะไรก็จะฟาดไม่ยั้ง

ยังไม่ทันไรหางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตัวประหลาดสีเขียว ๆ มีสี่ขา ท่าทางคล้ายตัวเงินตัวทองที่เคยรู้จัก เพียงแต่มันดูน่ากลัวกว่ายังไงไม่รู้...

[นั่นคือตัวสแคล๊บ เนื้อของมันไม่ค่อยอร่อยแถมยังเหม็นอีกต่างหาก แต่ถ้าเอาไว้ใช้แก้หิวก็ถือว่าใช้ได้ดีเลยล่ะครับ (`▽´) ระบบแนะนำให้โฮสต์จัดการมันเพื่อเก็บประสบการณ์]

คาเมลกระชับกิ่งไม้ในมือไว้ให้มั่น สายตาจับจ้องไปที่ตัวสแคล๊บที่ แลบลิ้นแผล็บๆ ให้เขาอยู่ มันไม่ได้ดูน่ารักสักนิดเพราะฉะนั้นเลิกแลบลิ้นเถอะนะ

ถ้าเขี้ยวมันคมเท่ามีดพลาสติกก็ถือว่าพอรับมือได้...พอได้จังหวะ คาเมลก็ฟาดไปที่ตัวสแคล๊บไม่ยั้ง ไม่นานเจ้าสแคล๊บก็นิ่งไป...

[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ]

[คุณได้รับหนังสแคล๊บ]

[คุณได้รับค่าความแข็งแรง +1]

[คุณได้รับค่าความอึด +1]

[คุณได้รับดวงตาสแคล๊บ 2 ลูก]

“รู้สึกเหมือนเล่นเกมเลยแฮะ”

[โฮสต์จะคิดแบบนั้นก็ได้ครับ เพียงแต่...มันเป็นเกมที่โฮสต์ต้องตาย จริง ๆ]

“ว่าแต่ดวงตาสแคล๊บเอาไว้ทำอะไรได้น่ะ”

สเตตัส

ค่าเสน่ห์ -20

ค่าความแข็งแรง 3

ค่าการฟื้นฟู 1

ช่องเก็บของ 10

ค่าความอึด 4

สถานะ

-อ่อนแรง

-บาดเจ็บที่หัว

ช่องเก็บของ

1.เนื้อสแคล๊บ 2

2.หนังสแคล๊บ

3.ดวงตาสแคล๊บ 2

4.-

5.-

6.-

7.-

8.-

9. -

10.-

[โฮสต์กดที่หน้าต่างตรงหน้าเลยครับ มันขึ้นคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่โฮสต์จิ้มอยู่]

เนื้อสแคล๊บ

คุณสมบัติ – ทำให้อิ่ม, มีโปรตีนสูง

(หากเอาไปปรุงอาหาร อาจจะได้คุณสมบัติเพิ่ม)

หนังสแคล๊บ

คุณสมบัติ – หนังสัตว์บาง ๆ

ลูกตาสแคล๊บ

คุณสมบัติ – เครื่องประดับ, ส่วนผสมอาวุธ, วัตถุดิบปรุงยา

“ส่วนผสมอาวุธ?”

[อีกหน่อยโฮสต์อาจจะต้องประกอบอาวุธใช้เองครับ ดวงตาสแคล๊บก็เป็นวัสดุประกอบได้ ระบบแนะนำว่าโฮสต์อย่าเอาออกจากช่องเก็บของดีกว่า เพราะมันเน่าได้ครับ]

“อีกหน่อยคงต้องหาวิธีทำตู้เย็นแล้วมั้งเนี่ย”

[โฮสต์จะทำตู้เย็นก็ได้ ระบบแนะนำให้ล่าสัตว์ที่ดรอปแร่ทำความเย็น]

“นี่ ถามจริงเถอะ คนอื่น ๆ ล่าสัตว์แล้วดรอปของแบบฉันไหม”

[โฮสต์ล่าสัตว์แล้วจะดรอปของและไอเทมพิเศษครับ แถมไม่ต้องแร่เนื้อเองด้วย เพียงแค่ฆ่า เนื้อกับหนังก็จะดรอปเข้ากระเป๋าโฮสต์อัตโนมัติ หรือถ้ากระเป๋าเต็ม โฮสต์ก็แค่ต้องถือเอง ส่วนคนอื่นจะได้แค่เนื้อครับ หรือถ้าจะอยากได้หนัง จะต้องเลาะเอง ไม่มีไอเทมพิเศษ]

“แบบนี้นี่เอง...”

[ระบบแนะนำให้โฮสต์--]

“ทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ!!”

คาเมลสะดุ้งกับเสียงเรียก เขาหันไปมองต้นเสียงที่ดูแฝงความขุ่นเคืองไว้พอสมควร

ฮิวะพ่อหนุ่มหัวหน้าเผ่าเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ก็แฝงความน่ากลัวไว้ “เจ้ามาทำอะไรที่ป่า เรเดลบอกข้าว่าเจ้าไปเดินเล่น แต่พอไปหาที่กระโจมกลับไม่พบ”

คาเมลไม่รู้จะตอบยังไง จะบอกว่ามาเก็บเวลก็ไม่ได้ อา...ไม่สิ ใช้ความเป็นคนบ้าให้เป็นประโยชน์สิ...

แหมะ....

น้ำตาของคาเมลหยดแหมะ ๆ ราวกับสั่งได้...เขาก็สั่งได้จริง ๆ นั่นแหละ เพราะนี่เป็นความสามารถพิเศษติดตัวของเจ้าของร่าง...

เมื่อฮิวะเห็นน้ำตาของคาเมล ร่างสูงก็ท่าทางลนลาน “อะ เออ ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะดุเจ้า คือข้าแค่...ช่างเถอะ เจ้าเดินหลงทางมาใช่ไหม งั้นข้าจะพาไปส่งกระโจมเอง” ว่าจบฮิวะก็คว้ามือเขาไปจับไว้แล้วลากกลับกระโจม

คาเมลเดินตามแรงลากต้อย ๆ ในใจรู้สึกว่ามือของฮิวะนี่ใหญ่จัง ตัวก็ใหญ่ ไม่แปลกที่จะดูแลคนทั้งเผ่าได้

ฮิวะลากคาเมลมาส่งถึงในกระโจม ร่างสูงจับไหล่ของเขาไว้

“เจ้าห้ามออกนอกกระโจมตอนกลางคืนอีกนะ ห้ามเดินเพ่นพ่านไปมาด้วย ถ้าเข้าใจก็พยักหน้า”

คาเมลส่ายหน้า “...”

“นี่เจ้าตั้งใจจะทำตรงข้ามเพราะจะแกล้งข้าเหรอ”

คาเมลนิ่งไม่ตอบ “…”

“เฮ้อ นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย กำลังพยายามคุยกับคนบ้าให้รู้เรื่องเนี่ยนะ”

“คิก” คาเมลปิดปากหัวเราะ รู้สึกว่าการแกล้งฮิวะสนุกกว่าที่คิด

โป๊ก!

ฮิวะดีดนิ้วใส่หน้ามากมนไปทีนึง “นี่เจ้าหัวเราะข้าเหรอ”

คาเมลส่ายหน้า “…”

ฮิวะกุมหัว “เฮ้อ ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่คุยกับคนบ้า”

ใช่ ๆ นายน่าจะบ้าจริง ๆ นั่นแหละ

ฮิวะเดินออกจากกระโจมเขาไป แต่คาเมลสังเกตได้ว่าฮิวะอาจจะสงสัยในการกระทำของเขาบางอย่าง เขาไม่ได้มีอาการทางจิต จะทำตัวให้เหมือนก็ยังยาก ฮิวะอาจจะสังเกตอะไรได้บางอย่าง แค่ยังไม่แน่ใจ

“ระบบ ฉันมีเรื่องสงสัยน่ะ ฮิวะมีความแข็งแกร่งเท่าไหร่”

[ระบบกำลังประมวลผล..]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย ชะตารักบุปผางาม
8.2
โชคชะตาที่ยากจะคาดเดานำพาหญิงสาวผู้หนึ่งย้อนเวลากลับสู่อดีตเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เธอเคยทำไว้โดยไม่ตั้งใจ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับบุรุษจากชนเผ่าฮู่เหลียนผู้แสนป่าเถื่อนในสายตาผู้อื่น ทว่าเธอกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงและแง่มุมที่ดีงามของเขา ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถมเข้ามา เธอกลับพบว่าตนเองต้องติดอยู่กลางความรักอันยิ่งใหญ่กับชายหนุ่มถึงสองคน สุดท้ายแล้วบทสรุปของหัวใจจะเป็นไปตามอำนาจแห่งฟ้าดินหรือจะเป็นตัวเธอเองที่ลิขิตเส้นทางรักนี้
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย สาปรักมนตราเชลย
7.9
ขอขวัญเดินทางสู่ดินแดนทะเลทรายเพื่อหาคำตอบจากฝันร้าย แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับอันเดซาอี ชายผู้มองว่าเธอคือศัตรูตั้งแต่แรกเห็น ทว่าใบหน้าที่เหมือนคนรักเก่าของเธออย่างน่าอัศจรรย์กลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเขา แม้ความเจ็บปวดในอดีตจะคอยกีดกันไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอ แต่อำนาจที่มีทำให้เขาออกคำสั่งกักขังเธอไว้ข้างกายในฐานะของเล่นตามใจปรารถนา ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงดึงดูด ขอขวัญจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจเขาหรือจะเป็นเพียงหมากในเกมแค้นที่เขาไม่มีวันปล่อยไป