
คุณชายลูกข้าเรียกท่านว่าแม่
ตอน 3
แต่ทว่าเพียงเท่านี้ตำแหน่งในอนาคตของชายารองก็มีความหวังมากนักแล้ว เพราะอย่างไรหากองค์ไท่จื่อได้ขึ้นครองบัลลังค์แล้วนั้น ย่อมแน่นอนเหลือเกินว่าชายารองนั้นต้องได้นั่งเคียงข้างบนบัลลังค์ขององค์ไท่จื่อ แม้แต่งตั้งมิแต่งตั้ง อนาคตนั้นก็ย่อมเป็นของนางเป็นแน่แล้ว บางทีองค์ไท่จื่อผู้นั้นอาจจะทรงยังทำใจมิได้ แต่ช่างเถิดอย่างไรนางก็มิได้ใส่ใจนักในยามนี้ มู่หลิงซือยามนี้เพียรพยายามหาหมอมารักษาบิดาของตนและวิ่งเข้าออกในร้านยาในเมืองหลวงทุกวี่วัน
ในวันนี้ก็เฉกเช่นเดียวกับในทุกๆวัน นางนั้นเดินทางออกมาจากท้องพระโรงและแวะพักในโรงเตี้ยมก่อนที่จะดื่มสุราย้อมใจในความเดียวดายของนางบ้าง นางเดินลงมาพร้อมองครักษ์ห้านาย ก่อนจะชนเข้ากับเด็กอายุราวๆสามขวบ นางจึงก้มลงไปอุ้มขึ้นมาและบ่นเบาๆขึ้นมาพลัน
“บุตรของผู้ใดกันช่างสะเพร่านัก เด็กอายุเพียงเท่านี้กลับปล่อยออกมาได้เพียงผู้เดียว “
ยามยกร่างของทารกขึ้นมาดูจึงพบว่ามีรอยเลือด จึงเร่งสั่งคนออกตรวจค้นรายรอบไปทั้งตรอกนั้น ก่อนที่จะพบว่าเหล่าสตรีและองครักษ์รวมถึงคนขับรถม้าตกตายอนาถนอนกันเกลื่อนไปทั่ว มือปราบจึงออกมาตรวจค้นไปรอบเมืองหลวงและสั่งปิดประตูเมืองก่อนจะพบร่างๆหนึ่งในตรอกนอนจมกองเลือดขาดใจตายลงไปแล้ว เช่นนี้เองมู่หานซือจึงรับภาระหนักอุ้มทารกไว้ในอกตนแทนผู้อื่นและเด็กก็มองนางดวงตาใส กอดรัดนางร่ำไห้ขึ้นมาในทันใด
"หมู่ชิน หมู่ชิน!!! "
"เฮ๊ย ข้ามิใช่แม่เจ้า ข้าเป็นบุรุษทั้งแท่ง!!! "
อยู่ๆเด็กน้อยก็เรียกนางว่าท่านแม่และร่ำไห้อย่างรุนแรงนัก ผู้คนมองตามนางอย่างตั้งใจ ยามที่องครักษ์ของนางกลับมานั้น นางจะส่งเด็กให้ผู้อื่นอุ้มบ้างนางก็ทำมิได้ เด็กน้อยกอดนางจนแน่นและมิยอมปล่อยออกเลยแม้คราหนึ่งเช่นนี้นางจึงต้องนำเด็กน้อยนั้นไปที่จวนสกุลมู่ และให้นอนลงในห้องเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ในราตรีหนึ่ง ทั้งราตรีนั้นเด็กทารกทั้งถีบทั้งฉี่รดที่นอนของนางช่างน่าอนาถใจนัก นางเองก็เลี้ยงเด็กมิเป็นเสียด้วย ทั้งเด็กนี่ก็อ้วนจนอุ้มนานมิได้อีก ช่างน่าอนาถเสียจริงๆเลย ฮือๆ ฮือๆ
ตอนที่ 2 ชื่อตอน ท่านแม่
หลังจากผ่านไปหนึ่งราตรี ทางวังหลวงก็ส่งทหารอารักขาเกราะทองมาล้อมจวนของมู่หานซือ มู่หลิงซือเหงื่อแตกออกมาเบาๆ ในยามแรกนึกว่าจะมีอันใดเกิดขึ้นกับจวนของตนแล้ว แต่ทว่ายามพบกับทหารเกราะทองนั้น เหล่าทหารใต้บังคับบัญชานายทหารผู้นำทหารมาก็คุกเข่าลงและทำความเคารพนางในทันที
"คารวะมู่ต้าเจียงจวินขอรับ"
มู่หลิงซือชะงักไปในคราหนึ่งและลอกเลียนท่าทางของพี่ชายตนในทันใด ยกฝ่ามือขึ้นและทำหน้าเย็นชาใส่ในทันที
"ตามสบายเถิดทุกท่าน "
"ข้าน้อยขอคารวะท่านแม่ทัพหลวงขอรับ มิทราบว่าท่านแม่ทัพหลวงมาถึงจวนของข้า แม่ทัพน้อยๆแห่งชายแดนมีเรื่องด่วนอันใดกันหรือไม่ขอรับ"
ถามไปก็แอบระแวงไปและร่างน้อยๆก็วิ่งร้องไห้ออกมาพลัน เสียงร้องไห้ก็ช่างมิธรรมดานัก
"หมู่ชิน หมู่ชิน ฮือ ว๊ากกกก !!! "
แม่ทัพหลวงคุกเข่าลงในทันใดและทำหน้าตาบิดเบี้ยวอยู่มากนัก ที่องค์ชายน้อยเรียกแม่ทัพชายแดนสู้ศึกสามดินแดนอันเกรียงไกรของแคว้นเว่ยว่าท่านแม่และยังกอดหนึบอยู่เช่นนั้น แม้ว่าแม่ทัพผู้นี้จะมีหน้าตาคล้ายคลึงสตรีงดงามล่มเมืองก็ตามเถิด แต่ทว่าที่งามกว่านั้นย่อมคือคุณหนูมู่หลิงซือเป็นแน่แล้ว แม่ทัพหลวงเหงื่อแตกออกมาในฤดูหนาวหน้าตาบิดเบี้ยวนักในยามนี้ มิรู้ว่าตนเองจะนำองค์ชายน้อยๆกลับไปที่วังหลวงได้เช่นใด ในยามที่องค์ไท่จื่อนั้นก็ทรงยังติดพันอยู่ในการรบ ยังมิอาจกลับมาในเมืองหลวงได้ในยามนี้ เช่นนี้แล้วจะทำเช่นใดดี หากวันนี้ก่อนยามอวู่ *1ยังมิสามารถนำเสด็จองค์ชายน้อยไปได้ ก็คงมิอาจทานแรงกริ้วของฝ่าบาทได้เป็นแน่แล้ว
แม่ทัพหลวงทำหน้าตาดังกลืนของร้อนลงลำคอไปและมีใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างยิ่งนัก มู่หลิงซือมองจ้องส่งสายตากลับไปและพยักหน้าส่งสายตามาทางเด็กน้อยในทันใด แม่ทัพหลวงสกุลฉางทำดวงตาอย่างวิงวอนส่งกลับมาให้ ดวงตามีแสงเจิดจ้านัก ลังเลใจว่าจะกล่าวออกไปดีหรือไม่ แต่ในท้ายที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาพลัน
"มู่เจียงจวินข้านั้นลำบากใจนักที่จะต้องขอร้องท่าน แต่ทว่าองค์ชายน้อยนั้นยามนี้มีอันตรายและเปราะบางนัก ท่านเองยังมิมีกำหนดกลับชายแดนในยามนี้ มิสู้ว่าช่วยข้านั้นนำเสด็จองค์ชายน้อยกลับไปที่วังหลวงไปก่อน เพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาทก่อนยามอวู่ *1 เช่นนี้แล้วฝ่าบาทก็จะมิทรงกริ้ว และข้าจะถือว่าติดหนี้บุญคุณท่านในคราหนึ่งเช่นกัน"
มู่หลิงซือชะงักค้างในทันใด ใบหน้าปานกลืนยาขม ช่างรู้สึกวิปริตผิดเพศนัก หากนางอยู่ในชุดสตรีงดงามล้ำเลิศ เอ่ยเสียงหวานอุ้มเด็กไปก็คงงดงามอยู่มิน้อยในสายตาของผู้คน นางคงได้เป็นโพธิสัตย์พันกร มีหลิวซู่ *2ใบหอมหวลถือค้างวางอยู่ในปลายนิ้วเฉกเช่นนั้น แต่ทว่ายามนี้นางนั้นคือบุรุษนักรบ
"ให้ตายเถิดนางคือมู่หานซือ ยามนี้นางจะทำตนเป็นหมู่ชินของเด็กอ้วนผู้นี้ได้เช่นใด มารดามันเถิด โอ๊ย เจ้าแม่ทัพหลวงจอมเอาเปรียบ งานของผู้อื่นกลับเป็นนางต้องปรากฎกายด้วยเช่นนั้น นี่มันวันหยุดสุดอัปลักษณ์เช่นใดกันให้ตายเถิด มารดามันเถิด เว๊ย !!! "
มู่หลิงซือสบถลั่นอยู่ในใจ นางขบฟันเบาๆและทำหน้าตาดั่งกลืนยาขมลงลำคอ ก่อนจะตัดสินใจลูบหลังเด็กน้อยทำท่าทางเช่นบุรุษเพศและเอ่ยออกมาเบาๆ
"องค์ชายน้อยกระหม่อมขอไปแต่งกายก่อนได้หรือไม่พะยะค่ะ ทั้งราตรีกระหม่อมก็เปียกน้ำบังคลเบาของท่านทั้งราตรี เช่นนี้แล้วคงมิดีนักหากต้องเข้าวังหลวงทั้งที่มีกลิ่นอบอวลเฉกเช่นนี้ องค์ชายน้อยปล่อยกระหม่อมก่อนดีหรือไม่ เราแยกกันไปอาบน้ำ แล้วกระหม่อมจะพาองค์ชายน้อยนั่งบนหลังของม้าศึก เจ้าเซินหานมันเป็นม้าศึกที่นำพากระหม่อมพิชิตสามดินแดนได้ องค์ชายน้อยว่าดีหรือไม่พะยะค่ะ"
ร่างน้อยๆหยุดร่ำไห้ในทันใดและหน้าแดงขึ้นมาเบาๆ เอ่ยอย่างอับอายมิน้อยนัก
"หมู่ชินลูกจะเลิกปัสสาวะรดที่นอนแล้ว อีกทั้งยังจะอาบน้ำตอนเช้าอย่างมิดื้อดึงเสียอีกด้วย หมู่ชินต้องมิหนีลูกไปอีกนะ"
คุณอาจจะชอบ





