
แก้วตาราชสีห์
ตอน 2
“เดี๋ยวเอเลี้ยงเอง” จิตตาบอกอย่างใจป้ำ
“ไม่เอาหรอกเอ เราไม่อยากดูด้วยแหละ อยากกลับหอแล้ว นอนสักตื่นค่อยแพ็คกระเป๋ากลับ”
“หูย...เดี๋ยวเราก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว น่านะ นะแก้วนะ ไปเหอะ”
กำลังจะอ้าปากพูด เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในคณะที่นั่งอยู่บริเวณนั้น ก็วี้ดว้ายขึ้นสายตามองไปยังเบื้องหน้า พร้อมจีบปากจีบคอคุยกัน
“แฟนใครยะ บอกมาซะดีดี ดิบเถื่อน ดุดัน แบบเนี้ยฉันชอบ”
ชายหนุ่มสวมแว่นดำลงจากรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดประตูรถลงมา จิตตามองตามแล้วพึมพำบอกเสียงตื่นเต้น
“หล่อ ล่ำ รวย สเปคฉันเลย แก้วดูสิ”
แก้วตาเลยต้องมองตามไปกับคนอื่นๆด้วยแล้วก็ต้องหันขวับกลับโดยไว
เธอลืมไปเลยว่าราชสีห์บอกว่าจะมารับหลังสอบเสร็จ ก็เพราะว่ามัวแต่กังวลกับการสอบ เรื่องอื่นๆเลยไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยสักเรื่องเดียว ว่าแล้วทำท่าจะหลบไปห้องน้ำ แต่จิตตาดึงมือของเธอเอาไว้ทัน
“จะไปไหนแก้ว”
“เดี๋ยวมา แก้วขอเข้าห้องน้ำแป้บนึง”
แล้วดึงมือออกจนหลุดตรงเข้าห้องน้ำอย่างไว
บอกตัวเองว่าเธอไม่ได้หนี แค่ขอมาตั้งหลักก่อน เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับราชสีห์ตอนนี้
แก้วตารออยู่เกือบสิบนาที จึงตัดสินใจออกมา แอบหวังอยู่ลึกๆว่าเขาจะไปแล้ว แต่แล้วสิ่งที่เธอหวังก็เป็นหมันเพราะราชสีห์ยืนกอดอกรอที่หน้าห้องน้ำด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“เวรเอ๊ย! นึกว่ามุดโถชักโครกหนีไปแล้ว”
แก้วตาหน้าเจื่อนลงทันที อึกๆอักๆบอกเขา “แก้ว…เอ่อ”
ราชสีห์ถามเสียงดังก้อง “พร้อมจะกลับแล้วหรือยัง”
“...คือ...แก้วยังไม่ได้เก็บ…”
“เก็บแล้วใส่รถขนไปเมื่อตอนเที่ยง มีอะไรอีกไหมที่ทำให้เธอยังไปไม่ได้”
“มะ...ไม่มีค่ะ” แก้วตาตอบเสียงอ่อย
“ไปขึ้นรถ” เขาบอกเสียงเหี้ยมราวกับผู้คุมบอกกับผู้ต้องหา
“คุณโตขับรถไปจอดตรงแถวตึกคณะวิทย์ เอ่อ ตึกสีเทาๆตรงนู้นได้ไหมคะ" แก้วตาชี้มือบอกทิศทางเขา
ทันทีที่เธอพูดจบก็ราวกับมีรัศมีสีแดงๆแผ่ออกมาจากตัวของราชสีห์ ร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ตวัดเสียงถามอย่างไม่พอใจนัก
“อะไรนะ!”
“คือ…” จะบอกยังไงดีล่ะ ว่าตรงนี้คนเยอะ และเธอก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใครที่ต้องเดินตามเขาไปขึ้นรถสปอร์ตหรูคันนั้น “คือ…”
“ฉันไม่ใช่คนขับรถของเธอนะแก้วตา จะได้ให้ไปรอตรงนู้น ตรงนี้ ไปได้แล้ว!”
แก้วตาถอนหายใจเฮือกแล้วก้มหน้าเดินตามเขาไปจนถึงรถในที่สุด ราชสีห์เปิดประตูขึ้นไปนั่งที่ฝั่งของเขาโดยไม่ได้สนใจเธอสักนิดเดียว
พอเธอขึ้นและปิดประตูลงเท่านั้นรถสมรรถสูงคันหรูก็ออกตัวพุ่งทะยานไปข้างในทันที แล้วมุ่งหน้าสู่ไร่ราชสีห์ในเวลาต่อมา
แก้วตาลอบมองเสี้ยวหน้าของราชสีห์ด้วยความรู้สึกประหม่า กลิ่นอายดุดันดื้อดึงแผ่รังสีออกมา จนแก้วตาใจสั่นเมื่อต้องนั่งรถร่วมทางไปกับเขา แต่พยายามรักษาท่าทีของตนเองให้สงบนิ่งเอาไว้
ชายหนุ่มเจ้าของไร่เป็นคนหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว เสียแต่ชอบทำหน้าดุ เพราะขนาดว่ามีหนวดเคราขึ้นรอบปากและคางก็ยังปกปิดความหล่อเหลาของเขาไม่มิด ซ้ำยังทำให้ดูเข้มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ต่างจากเธอลิบลับ
แก้วตาไม่ใช่คนหน้าตาสวยจัดจ้าน เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาๆคนหนึ่ง มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ดูจะเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง นั่นก็คือทรวงอกอวบที่พุ่งดันเสื้อผ้าออกมามากกว่าใครๆที่หุ่นใกล้เคียงกัน จนต้องเลือกเอาเสื้อคลุมแขนยาวมาสวมทับปกปิดทุกทีไป
แม้กระทั่งชุดนักศึกษาที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ก็เช่นกัน
แล้วลอบมองภายในรถคันหรูหราด้วยความรู้สึกทึ่งๆ มันต่างจากรถแท็กซี่ที่เคยขึ้นไม่กี่ครั้งราวฟ้ากับดิน ด้านนอกรถดูราวกับจะจุคนได้เพียงคนเดียว แต่ภายในกลับดูโอ่อ่าโอ่โถง แถมเบาะนั่งก็ยังนุ่มลื่นจนน่าไถลเล่นอีกด้วย
แก้วตากลับไปนึกถึงเจ้าของไร่ราชสีห์อีกครั้ง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าราชสีห์อายุมากกว่าเธอเกือบยี่สิบปี หย่อนไปเพียงสองหรือสามปีเท่านั้น ตอนเด็กๆนั่นเธอเห็นเขาไม่บ่อยนัก เพราะราชสีห์ถูกส่งตัวไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาที่ไร่ ส่วนบุพการีของเขานั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังอยู่เมืองไทย ราชสีห์เติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูจากผู้เป็นย่า ที่ชื่อ ชมนาด
ส่วนเธอนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่นายปุยและนางมะลิรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ ไม่เคยรับรู้เลยว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอนั้นเป็นใคร
แก้วตาได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ไร่จนจบมัธยมศึกษาตอนปลายและสอบติดในมหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพ เธอได้รับอนุญาตจากลุงและป้าให้มาเรียนได้
และจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงที่ได้หยุดติดกันหลายวันหรือปิดเทอมเพียงเท่านั้น ตั้งแต่ขึ้นชั้นปีสุดท้ายมานี่เธอก็ไม่ค่อยได้กลับเลย เพราะต้องไปฝึกงานก่อนจบสลับกันอยู่สามที่ ทั้งยังต้องทำรีเสิร์ชโปรเจ็คก่อนจบจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกับลุงและป้า จนมารู้ข่าวของพวกท่านอีกที ก็กลายเป็นเรื่องไม่ดีไปเสียแล้ว
ราชสีห์ขับรถค่อนข้างเร็วแต่ก็ระมัดระวัง พอรถจอดติดไฟแดงก่อนออกสู่ชานเมืองเขาถามขึ้นโดยไม่หันมามอง
“จะเข้าห้องน้ำไหม”
“ไม่ค่ะ”
เท่านั้นเองราชสีห์ก็ขับรถตรงสู่จุดหมายต่อทันที
แก้วตาเบนจุดโฟกัสกลับมาที่ถนนเบื้องหน้า แล้วตะแคงตัวหันข้างมาที่ฝั่งของตนเองไม่กี่นาทีจากนั้นความง่วงงุนก็เริ่มจู่โจมเธอ จนหลับไปในที่สุด
มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถจอดสนิทแล้ว ภาพบ้านตรงด้านหน้ากระจกรถคือบ้านของนายใหญ่ที่เป็นเจ้าของไร่ราชสีห์ สิ่งก่อสร้างสีเปลือกไข่สร้างบนพื้นที่เกือบสามไร่ ดูโอ่อ่าสมฐานะเจ้าของสวนผลไม้มีชื่อแห่งภาคตะวันออก
จู่ๆประตูรถฝั่งของเธอก็ถูกเปิดออกโดยไว แก้วตาเหลียวมองตามทันทีเห็นว่าเป็นราชสีห์เองที่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น
“ลงมาเก็บข้าวของของเธอ”
“แต่ว่าบ้านของลุง…”
“ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าต้องนอนที่บ้านนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าหนีไป แล้วหนี้ล่ะ ใครจะรับผิดชอบ”
“แก้วไม่หนีหรอกค่ะ”
“คนเป็นหนี้ก็พูดแบบนี้ทุกคน”
“แก้วขอไปนอนที่บ้านเถอะนะคะ”
“เอาของไปเก็บ!”
คุณอาจจะชอบ





