ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักละมุนของนายโดดเดี่ยว

รักละมุนของนายโดดเดี่ยว

เรื่องราวความผูกพันที่แสนอบอุ่นท่ามกลางความแตกต่างของคนสองคน เมื่อชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตเติบโตขึ้นมาเพียงลำพังด้วยหัวใจที่บอบช้ำและโดดเดี่ยวอย่างยิ่งยวด ได้โคจรมาพบกับเด็กสาวผู้เผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้ายจากการเป็นคนพิการเดินไม่ได้ ทว่าเธอกลับไม่เคยยอมแพ้หรือสิ้นหวังต่ออุปสรรคใดๆ ในชีวิตเลยแม้แต่น้อย การพบกันครั้งนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปในใจของกันและกันอย่างลึกซึ้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาดตานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยุโรปคันโต การจราจรยามเย็นแถวย่านธุรกิจก็ติดขัดเหมือนทุกวันแถมวันนี้คงจะนิ่งเป็นพิเศษเพราะฝนเริ่มโปรยลงมาแล้วทั้งที่มันเป็นกลางเดือนธันวาคม สัญญาณไฟสีเขียวบนเสาที่ห่างไปไม่ไกลนักไม่ได้ทำให้รถที่รออยู่เคลื่อนตัวแม้แต่นิดเดียว

เขากดปุ่มแล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้นมาหลังจากกดอีกสองสามครั้งก็ได้ยินเสียงดีเจที่คุ้นเคยแล้วเขาก็หันไปสนใจการขับขี่เหมือนเดิมถึงแม้มันจะยังไม่ขยับไปไหนเลยก็ตาม

เสียงจากวิทยุ

ดีเจ: สวัสดีค่ะน้องส้มใช่ไหมคะ ขออนุญาตเรียกน้องนะคะเพราะทีมงานบอกว่าเพิ่งอายุสิบห้าเอง

ผู้ฟัง: ได้ค่ะพี่สร้อย

ดีเจ: วันนี้เห็นว่าจะปรึกษาเรื่องที่แอบชอบรุ่นพี่ ช่วยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ได้ไหมคะ

ผู้ฟัง: เขาเป็นรุ่นพี่ค่ะอยู่ ม. หก ส้มอยู่ ม. สาม สมมติว่าเขาชื่อพี่เอนะคะ พี่เอชอบมาคุยด้วยตอนพักกลางวัน บางทีก็มาดักรอหน้าประตูตอนเลิกเรียนแล้วก็เดินไปป้ายรถเมล์พร้อมกัน…………..

พิรุณฟังได้เพียงแค่นั้นแล้วสมองก็หลุดลอยไป เสียงของเด็กในวิทยุหวานใสเหมือนคนไข้ที่มาวันนี้ไม่มีผิด ถ้าเธอได้เข้าเรียนเหมือนคนวัยเดียวกันก็คงจะมีเรื่องรักๆ ให้หัวใจปั่นป่วนแน่นอนเพราะเธอไม่ใช่คนขี้เหร่เลยต้องบอกว่าน่ารักมากด้วยซ้ำไป เธอเป็นสาวน้อยที่แสนสดใสมองทุกอย่างในแง่ดีเวลาเธอยิ้มเหมือนโลกทั้งใบก็จะยิ้มไปกับเธอด้วยและตรงนี้เองคือหน้าที่ของเขา คนไข้บางคนแกล้งทำว่าไม่เสียใจไม่ทุกข์ร้อนกับความป่วยไข้ที่เป็นเพื่อไม่ให้คนรอบตัวต้องกังวลการทำแบบนั้นนานๆ จะส่งผลเสียทั้งด้านจิตใจและร่างกายในระยะยาว

“ปิ๊นนนนน” เสียงแตรจากรถคันหลังปลุกให้พิรุณหลุดจากภวังค์เขารีบเข้าเกียร์แล้วออกรถทันที

พิรุณกลับมาถึงบ้านเกือบสามทุ่มเขาติดอยู่บนถนนสามชั่วโมงเต็มทั้งที่บ้านไม่ได้ไกลจากที่ทำงานเลยครั้นจะพึ่งขนส่งมวลชนมันก็หนาแน่นเบียดเสียดเหลือเกินเขาไม่ชอบคนเยอะๆ ไม่อยากไปเริ่มงานด้วยเหงื่อท่วมตัว

ชายหนุ่มถอดเสื้อสีขาวออก พิรุณมีแผงอกกำยำและกล้ามแขนเป็นมัดๆ เขาเป็นนักกายภาพบำบัดต้องใช้ร่างกายและความแข็งแรงในการทำงาน เขาต้องพยุง ประคอง บางครั้งก็ต้องอุ้มคนไข้เขาจึงต้องออกกำลังสม่ำเสมอไม่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอเพราะมีคนไข้อีกมากมายที่เขาต้องรักษา

ปกติถ้ากลับถึงบ้านไม่ค่ำนักเขาจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยกินมื้อเย็นแต่วันนี้เลยเวลามาเป็นชั่วโมงเขาจึงเริ่มทำอาหารก่อนเพราะท้องมันร้องโครกครากไปหมดแล้ว ข้อดีของการอยู่คนเดียวก็คือจะทำอะไรตอนไหนก็ได้อยากกินอะไรก็ไม่ต้องปรึกษาใครแต่บางครั้งก็เหงาเหมือนกัน

พิรุณเคยมีแฟนเพียงคนเดียวคือตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเมื่อใกล้จะเรียนจบเขากับเธอก็วางแผนเรื่องแต่งงานแต่ก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรือจะเรียกให้สั้นๆ ก็คือคนจน ชายหนุ่มไม่โทษคนรักที่ทิ้งไปเพราะถ้าเธอเลือกเขาแต่ต้องตัดขาดกับที่บ้านเขาก็ไม่มีความสุขเช่นกัน พิรุณกับคนรักจากกันด้วยดีและผ่านมาหลายปีแล้วเขาก็ไม่เคยรักใครอีกเลย

ข้าวในกระทะส่งกลิ่นหอมฉุยแต่เขากลับไม่ได้กลิ่นเป็นอีกครั้งที่สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตอนแรกก็เรื่องแก้วตาหญิงสาวอดีตคนรักแล้วอยู่ๆ ภาพใบหน้าหวานซึ้งของเด็กสาวคนนั้นก็โผล่เข้ามารบกวนจิตใจอีกแล้ว เขาทำงานมาสามปีใกล้ชิดกับคนไข้มานับไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเก็บเอาใครมาคิดถึงนอกเวลางานเลยสักคน

ยามที่เธอพูดมันมีแววของความประหม่าและเขินอายอยู่ข้างในแต่เธอก็พยายามเก็บมันเอาไว้ซึ่งมันดูน่ารักดี คนไข้บางส่วนจะเหนื่อยหน่ายและไม่ให้ความร่วมมือและอีกส่วนนั้นเลวร้ายกว่าคือคนไข้จอมพยศไม่รับฟังอะไรแต่เด็กสาวคนนั้นคือคนไข้ในฝันเธอตอบทุกคำถามด้วยความตั้งใจ ให้รายละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ซึ่งทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อตัวเธอทั้งสิ้นยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไหร่การบำบัดก็จะยิ่งให้ผลที่น่าพอใจมากขึ้นเช่นกัน

ช่วงที่ต้องตรวจร่างกายส่วนที่บำบัดก็คือขามันทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่กแถมมือไม้ก็สั่นไปหมด เธออายุสิบเก้าปีเพิ่งเป็นสาวเต็มตัวส่วนสัดเรือนร่างจึงสวยงามเป็นธรรมดาถึงแม้เธอจะใส่เสื้อผ้าไม่โชว์เนื้อหนังแต่การสัมผัสและใกล้ชิดแบบถึงเนื้อถึงตัวก็ทำให้เห็นและจินตนาการได้ไม่ยากนักแต่สิ่งหนึ่งที่รบกวนสมาธิในการทำงานที่สุดก็คือกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเธอ เขาไม่รู้ว่ามันมาจากเส้นผม ผิว หรือว่าส่วนไหนมันหอมละมุนเหมือนกลิ่นดอกไม้ที่เขาก็ไม่รู้ว่าดอกอะไรแต่มันหอม อ่อนหวาน พาให้จิตใจล่องลอย

“เฮ้ย !” กลิ่นหอมละมุนของตุลยดายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของพิรุณแต่ตอนนี้มีเพียงกลิ่นเดียวที่เขาต้องกำจัดให้หมดไปก็คือกลิ่นข้าวผัดไหม้

“อะไรวะ” พิรุณถามตัวเองด้วยความงุนงง สองครั้งแล้วที่เขาใจลอยคิดถึงเด็กคนนั้นการพบกันแค่ช่วงสั้นๆ สร้างความปั่นป่วนให้หัวใจและสมองของเขาอย่างน่าประหลาด

“เราก็แค่เป็นห่วงเธอในฐานะคนไข้แหละ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองและจัดการเทข้าวดำปี๋ลงถังขยะ เขาหยิบอาหารแช่แข็งออกมาหนึ่งกล่องแล้วยัดใส่ไมโครเวฟ ระหว่างที่รอก็ยังไม่วายคิดถึงรอยยิ้มแสนสดใสของคนไข้รายล่าสุด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ค่า เมียน้อย วัยสิบเก้า ของเขา
8.6
ตลอดห้าปีในฐานะภรรยาของคริสโตเฟอร์ เพลย์บอยผู้มั่งคั่ง ฉันหลงเชื่อว่าตนเองคือคนสำคัญ จนกระทั่งความจริงปรากฏในวันที่พ่อต้องการปลูกถ่ายไขกระดูกด่วน คริสกลับเลือกอยู่กับไอริน เด็กสาววัยสิบเก้าจนพ่อฉันสิ้นใจ เขาปกป้องเธอทุกครั้งที่เกิดอันตรายและทอดทิ้งฉันให้เผชิญความตายเพียงลำพัง ซ้ำยังแย่งชิงมรดกชิ้นสุดท้ายจากพ่อไปให้เธอ เมื่อความอดทนสิ้นสุด ฉันจึงเลือกเซ็นใบหย่าและจากไปเงียบๆ ทิ้งให้เขาเพิ่งมารู้ตัวในวันที่สายเกินไปว่าพ่อของฉันไม่อยู่รอการช่วยเหลือจากเขาอีกแล้ว
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ศิลาจารัก
8.5
ศิลาตัดสินใจทิ้งงานสำคัญเพื่ออยู่พัวพันกับข้าวหอม หญิงสาวขี้แยที่เขามักจะกลั่นแกล้งด้วยความมันเขี้ยว แม้คำพูดของเขาจะดูร้ายกาจและเย็นชาจนทำให้เธอเสียใจ แต่ความจริงแล้วเขากลับซ่อนความรู้สึกพิเศษไว้ภายใต้ท่าทีหยอกล้อ เมื่อความหึงหวงปะทุขึ้นเพราะผู้หญิงอีกคน ศิลาจึงต้องยืนยันสถานะเมียเด็กของเธอให้ชัดเจนว่าไม่มีใครสำคัญไปกว่าคนที่ได้เห็นทุกอย่างของเขา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการแง่งอนและคำหวานกวนประสาทนี้จึงดำเนินไปท่ามกลางหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักคาสโนว่า
8.9
เมื่อศิวัฒน์คาสโนว่าหนุ่มพยายามใช้กำลังบีบคั้นหญิงสาวในอ้อมกอด เธอจึงขู่จะฟ้องบิดาถึงพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจนี้ แต่เขากลับอ้างว่าผู้ใหญ่เป็นคนเปิดทางให้พร้อมยัดเยียดสถานะภรรยาให้อย่างหน้าไม่อาย แม้เธอจะพยายามขัดขืนและทุบตีแผงอกหนาเพียงใดก็ไร้ผล จนกระทั่งเขาเสนอเงื่อนไขให้ยอมรับรอยหอมเพื่อแลกกับอิสรภาพ เธอจึงตัดสินใจฝังคมเขี้ยวลงบนแขนของเขาอย่างแรงจนชายหนุ่มต้องยอมปล่อยตัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่เต็มไปด้วยการปะทะคารม