
การจากลาครั้งที่เก้าสิบเก้า
ตอน 3
มุมมองของเอลีน่า:
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ด้วยรอยเย็บเล็กๆ สามเข็มที่ซ่อนอยู่ใต้ผมและรอยช้ำสีม่วงจางๆ ที่ขมับ ฉันเดินเข้าไปในงานเลี้ยงจบการศึกษาของ ‘ไท’ เพื่อนๆ แทบจะลากฉันออกจากบ้าน ยืนยันว่าฉันไม่ควรพลาดงานเลี้ยงส่งท้ายชีวิตม.ปลายครั้งสุดท้ายของเรา
ทันทีที่ฉันก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่แออัด ฉันก็เห็นพวกเขา เจตและแคทอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่กำลังหัวเราะ แขนของเขาโอบรอบเอวเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พวกเขาดูเหมือนคู่รัก คู่รักจริงๆ
เพื่อนของฉันสองสามคน ที่ยังคงหวังว่าเราจะกลับมาคืนดีกัน รีบวิ่งมาหาฉัน
“เอลีน่า เกิดอะไรขึ้น?” ‘โคลอี้’ ถาม สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างฉันกับคู่รักที่มีความสุขอยู่อีกฟากของห้อง “ทุกคนบอกว่าเธอสองคนเลิกกันแล้ว จริงๆ เหรอคราวนี้?”
ฉันฝืนยิ้มเล็กน้อยอย่างเหนื่อยอ่อน “อืม จริงๆ แล้วล่ะ”
คำพูดนั้นฟังดูหนักแน่นและเป็นจริง ไม่เหมือนคำขู่ที่สั่นคลอนในอดีต
คลื่นแห่งความตกใจแผ่ซ่านไปในหมู่เพื่อนของฉัน “แต่...พวกเธอคือเจตกับเอลีน่า” ‘เมดิสัน’ พูดราวกับว่ามันเป็นกฎฟิสิกส์ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ “พวกเธอควรจะไปจุฬาฯ ด้วยกันนะ”
“จำตอนม.สี่ได้ไหมที่เขาเอาดอกพุดซ้อนมาใส่เต็มล็อกเกอร์ของเธอเพราะเธอบอกว่าชอบกลิ่น?” โคลอี้รำลึกความหลังด้วยสีหน้าเศร้าๆ “เขาบอกฉันว่าเขาใช้เงินค่าขนมทั้งเดือนไปกับมันเลยนะ”
“แล้วตอนที่เขาปฏิเสธเดทกับเชียร์ลีดเดอร์รุ่นพี่คนนั้นล่ะ เพราะเขาบอกว่าเขา ‘เก็บทุกท่าเต้นไว้ให้เอลีน่า’?” เพื่อนอีกคนเสริม
แต่ละความทรงจำเหมือนหนามแหลมเล็กๆ ที่ทิ่มแทง มันเจ็บปวดที่ต้องนึกถึงเด็กผู้ชายที่เขาเคยเป็น เด็กผู้ชายที่เคยรักฉันอย่างสุดหัวใจ อดีตเป็นความทรงจำที่สวยงามและสว่างไสว แต่ปัจจุบันคือความจริงที่เย็นชาและโหดร้าย เด็กชายคนนั้นหายไปแล้ว
“เขาเคยดีมาก” ฉันยอมรับ เสียงของฉันเบาแต่หนักแน่น “แต่คนเราก็เปลี่ยนกันได้” ฉันพยักพเยิดไปทางอีกฟากของห้องอย่างแนบเนียน “และอย่างที่เห็น เขาก็สบายดี พวกเขาดูมีความสุขกันดี”
สายตาของฉันสบกับสายตาของเจตเหนือฝูงชน เขากำลังมองฉันอยู่ สีหน้าซับซ้อน เมื่อเขาได้ยินคำประกาศที่สงบนิ่งของฉัน ขากรรไกรของเขาก็เกร็งขึ้น เขาดูเหมือนจะคาดหวังน้ำตา การโวยวาย การแสดงความหึงหวง อะไรสักอย่าง
แทนที่จะหลบตา เขากลับจงใจดึงแคทเข้ามาใกล้ขึ้น มือของเขาลูบไล้ลงไปที่หลังของเธอ และกระซิบอะไรบางอย่างที่หูของเธอซึ่งทำให้เธอหัวเราะคิกคักและเบียดร่างกายเข้าหาเขา
มันคือการแสดง การแสดงที่จงใจและโหดร้ายซึ่งออกแบบมาเพื่อยั่วยุฉัน เขากำลังรอให้ฉันสติแตก
แต่ฉันแตกสลายไปแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้แตกอีกแล้ว
ฉันแค่หันกลับไปหาเพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มสงบนิ่งบนใบหน้า และเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับแผนช่วงซัมเมอร์ เกี่ยวกับกรุงเทพฯ เกี่ยวกับอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เขา
หางตาของฉันเห็นรอยยิ้มของเขาจางลง แววตาไม่แน่ใจและตื่นตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา นี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของบทละคร ฉันควรจะไล่ตามเขา อ้อนวอนเขา เตือนเขาถึงสิ่งที่เขากำลังจะสูญเสีย ความเฉยเมยของฉันเป็นตัวแปรที่เขาไม่ได้คาดคิด
ฉันเห็นเขาเริ่มก้าวมาทางฉัน แต่แคทก็กระชับแขนของเขาแน่น ทำหน้ามุ่ยใส่เขา เขาลังเล แล้วก็ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดและยืนอยู่ที่เดิม
ต่อมา มีคนเสนอให้เล่นเกม Truth or Dare ขวดถูกหมุน และบรรยากาศยามค่ำคืนก็ตึงเครียดขึ้นมาในรูปแบบใหม่ ในที่สุด ขวดก็ชี้ไปที่แคท
“Dare!” เธอร้องเสียงแหลม สายตาของเธอจับจ้องไปที่เจตในวงอยู่แล้ว
ผู้หญิงที่หมุนขวด ซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ของแคท ยิ้มเยาะ “ฉันท้าให้เธอจูบผู้ชายที่ฮอตที่สุดในนี้แบบดูดดื่มจริงๆ”
เสียง “โอ้โห” ดังขึ้นในกลุ่ม ทุกสายตาในวงหันไปที่เจต เขาคือ ‘ผู้ชายที่ฮอตที่สุดในนี้’ อย่างไม่ต้องสงสัย
รอยยิ้มของแคทกว้างขึ้น เธอมองมาที่ฉันโดยตรง ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความมุ่งร้าย “เอลีน่า เธอไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ก็แคเกมเกมนึง”
เพื่อนของเธอพูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงเจือไปด้วยความเห็นใจจอมปลอม “เธอเป็นแฟนเก่าของเขานะแคท เธอไม่มีสิทธิ์พูดอะไรอีกแล้ว”
ความอัปยศอดสูเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ความร้อนวูบวาบแล่นขึ้นมาที่คอของฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาที่ฉัน รอคอยปฏิกิริยาของฉัน ฉันมองไปที่เจต สายตาของเขาร้อนแรง แผดเผาเข้ามาในตัวฉัน เขากำลังรอคอย ท้าทายให้ฉันคัดค้าน ท้าทายให้ฉันแสดงว่าฉันยังแคร์
นี่คือบททดสอบของเขา การแสดงอำนาจครั้งสุดท้ายที่โหดร้ายของเขา เขาเชื่อว่าแม้กระทั่งตอนนี้ ฉันก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขาคิดว่าคำคัดค้านเพียงคำเดียวจากฉันก็เพียงพอที่จะยืนยันการควบคุมของเขา เพื่อพิสูจน์ว่าฉันยังคงเป็นของเขาเมื่อใดก็ตามที่เขาตัดสินใจว่าต้องการฉันกลับมา
ฉันเชิดคางขึ้น สีหน้าของฉันเป็นหน้ากากแห่งความเฉยเมยที่เยือกเย็น “ฉันจะว่าอะไรได้ล่ะ?” ฉันพูด เสียงของฉันชัดเจนและมั่นคง “มันไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที ความมั่นใจอย่างอิ่มเอมหายไป ถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ดิบเถื่อนและไม่ผ่านการกรอง ใบหน้าของเขาแข็งทื่อ ขากรรไกรของเขาขบแน่นจนฉันเห็นกล้ามเนื้อกระตุก ความเฉยเมยของฉันไม่ได้แค่ทำให้เขาประหลาดใจ แต่มันทำให้เขาโกรธจัด มันคือการปฏิเสธที่เขาทนไม่ได้
เสียงหัวเราะที่เย็นชาและไร้ความขบขันหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา “ได้ยินแล้วใช่ไหม” เขาพูด เสียงของเขานุ่มนวลอย่างอันตราย เขาคว้าใบหน้าของแคทด้วยความรุนแรงที่ดูเหมือนจะทำให้แม้แต่เธอเองก็ประหลาดใจ และบดขยี้ริมฝีปากของเขากับเธอ
มันไม่ใช่การจูบเล่นๆ แบบในเกม มันคือจูบที่ลึกซึ้งและลงทัณฑ์ การแสดงความเป็นเจ้าของและความโกรธเกรี้ยวต่อหน้าสาธารณชน เขากำลังจูบเธอ แต่เขาพยายามที่จะทำร้ายฉัน ความเงียบที่ปกคลุมกลุ่มนั้นหนักอึ้งและน่าอึดอัด
ฉันเฝ้ามอง หัวใจของฉันหนักอึ้งอยู่ในอก ฉันรู้สึกถึงสายตาของทุกคน รู้สึกถึงความสงสาร ความอยากรู้อยากเห็นที่น่าขยะแขยงของพวกเขา มันเหมือนกับการดูอุบัติเหตุรถชน น่าสยดสยอง แต่ไม่อาจละสายตาได้
เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกในที่สุด แคทก็หอบหายใจ ริมฝีปากของเธอบวมเจ่อ
เพื่อนของเธอ ฉวยโอกาส ถามด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ “แล้วไงเจต? เป็นไงบ้าง? ดีกว่า...คนนั้นไหม?”
เจตไม่ละสายตาจากฉัน ดวงตาของเขามืดมน เต็มไปด้วยความโหดร้ายที่เย็นชาและมีชัย
“ดีกว่าเยอะ” เขาพูด เสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน “แคทจูบเก่งกว่าเอลีน่าเยอะ”
คุณอาจจะชอบ





